โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม บวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครบรอบ 84 ปี ที่ดีพร้อมได้พัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน เป็นพลังขับเคลื่อนผู้ประกอบการฐานรากไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม บวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครบรอบ 84 ปี ที่ดีพร้อมได้พัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน เป็นพลังขับเคลื่อนผู้ประกอบการฐานรากไทย
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีบวงสรวงองค์พระนารายณ์ ศาลพระภูมิ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมและภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กช.กสอ.) ครบรอบ 84 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมีนายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวชุติภา โอภาสานนท์ อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พันเอก เอนกพงษ์ หิรัญญลาวัลย์ รองผู้อำนวยการโรงงานเภสัชกรรมทหาร นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมพิธี ณ อาคารกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ดีพร้อม พระราม4 (DIPROM Rama IV Campus) กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน หรือ กช.กสอ. ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญ ในการวางรากฐานการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของประเทศมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงงานควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือน ตลอดจนสนับสนุนงานหัตถกรรมและการรวมกลุ่มผู้ผลิตในชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชนบท บทบาทดังกล่าวนับเป็นภารกิจสำคัญของกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน (กช.กสอ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานของการก่อตั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ได้ต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมจากระดับครัวเรือนสู่การเติบโตของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการบ่มเพาะองค์ความรู้ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
17 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าสร้างการรับรู้ มาตรฐาน GMT SMEs มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตผู้ประกอบการไทยที่ดีสู่มาตรฐานสากล
“ดีพร้อม” เดินหน้าสร้างการรับรู้ มาตรฐาน GMT SMEs มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตผู้ประกอบการไทยที่ดีสู่มาตรฐานสากล
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้มาตรฐานการผลิตที่ดี (GMT SMEs) โดยมี นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 ตึกแกรนด์พาลาสโซ โรงแรมเดอะพาลาสโซ ดินแดง กิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้มาตรฐานการผลิตที่ดี จัดขึ้นภายใต้ กิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในมาตรฐานการผลิตที่ดีของประเทศไทยให้แก่บุคลากรสถานประกอบการ SMEs ผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (Service Provider – SP) และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 122 ราย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ตัวชี้วัด และแนวทางการประเมินสถานประกอบการ อันจะเป็นการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SMEs เพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GMT ตลอดจน บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ในการประเมินและตรวจสอบสถานประกอบการต่อไป สำหรับมาตรฐาน GMT SMEs ถูกออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อเป็น “มาตรฐานส่งเสริม” มิใช่มาตรฐานควบคุม แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย สามารถมองเห็นภาพรวมของการประกอบธุรกิจ ตั้งแต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต กระบวนการผลิตภายในสถานประกอบการ การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Made by Thais) มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนมิติด้านธรรมาภิบาล แรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของ SMEs ไทยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการเกิดการพัฒนาเป็นลำดับขั้นและสามารถต่อยอดไปสู่มาตรฐานระดับประเทศและระดับสากลได้ในอนาคต ทั้งนี้ กิจกรรมฯ ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีการจัดประชุมคณะกรรมการวิชาการ การสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ภาควิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางและภูมิภาค ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้มาตรฐานที่จัดทำขึ้นสะท้อนสภาพความเป็นจริงของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง
17 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ถอดรหัส กางโรดแมปปี 70 ชู 4 ยุทธศาสตร์ วางกลยุทธ์สร้างเกราะ เสริมแกร่ง SME ไทย พร้อมฝ่าวิกฤติ รุกหนัก "Green Economy" เชื่อมโยง Bio-Diesel ยกระดับสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ถอดรหัส กางโรดแมปปี 70 ชู 4 ยุทธศาสตร์ วางกลยุทธ์สร้างเกราะ เสริมแกร่ง SME ไทย พร้อมฝ่าวิกฤติ รุกหนัก "Green Economy" เชื่อมโยง Bio-Diesel ยกระดับสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานโลก
กรุงเทพฯ 11 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำและทบทวนแผนปฏิบัติราชการ กสอ. ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณาร่างแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรนำช่วยอุตสาหกรรมไทยเติบโตและแข่งขันระดับโลกอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7,600 ล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ยกระดับศักยภาพวิสาหกิจ สร้างอุตสาหกรรมรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ พัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ และอุตสาหกรรมสีเขียว โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาให้ความเห็นในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การปรับนิยามเป็น "เศรษฐกิจและสังคมโลกยุคใหม่" และเพิ่มหลักธรรมาภิบาลในแผนปฏิบัติราชการ ซึ่งปัจจุบันแผนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่างเพื่อนำเสนอขออนุมัติและเผยแพร่ พร้อมทั้งมีการหารือถึงการขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Bio-Diesel และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรม เพื่อยกระดับราคาสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม สอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนของโลก โดยมีการเพิ่มประเด็นการส่งเสริมให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และยึดหลักธรรมาภิบาล เข้าไปในแนวทางการพัฒนาด้วย และให้ความสำคัญกับการสัดส่วนของงบประมาณเฉพาะด้านสำหรับการส่งเสริมอุตสาหกรรม ในสาขาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ซึ่งประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง เพื่อให้สามารถปรับตัวสู่เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและมาตรฐานในระดับสากล “อธิบดีณัฏฐิญา” กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งสปีดการดำเนินงาน เพื่อให้มีการเบิกจ่ายสะสมได้ไม่น้อยกว่า 25% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร พร้อมกำชับให้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการกระจุกตัวของงบประมาณในช่วงปลายปี ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณให้เห็นผลสัมฤทธิ์รวดเร็วแผนงานในปี 70 ไม่ใช่แค่การทำงานแบบเดิม แต่ต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน งบประมาณต้องถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและทันเวลา เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นเครื่องจักรและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
17 มี.ค. 2569
เปิดประตูการค้า !! “ดีพร้อม” พา ผปก. ไทย บุกโตเกียว ร่วมงาน FOODEX 2026 “อธิบดีณัฏฐิญา” ต้อนรับ “เอกอัครราชทูตวิชชุ“ เยี่ยมชมบูธ ย้ำ มั่นใจสินค้าไทยครองใจผู้บริโภคทั่วโลก
เปิดประตูการค้า !! “ดีพร้อม” พา ผปก. ไทย บุกโตเกียว ร่วมงาน FOODEX 2026 “อธิบดีณัฏฐิญา” ต้อนรับ “เอกอัครราชทูตวิชชุ“ เยี่ยมชมบูธ ย้ำ มั่นใจสินค้าไทยครองใจผู้บริโภคทั่วโลก
ประเทศญี่ปุ่น 10 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำทีมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมงาน FOODEX Japan 2026 มหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยได้รับเกียรติจาก นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายอุตสาหกรรม) เข้าร่วม ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Tokyo International Exhibition Center (Tokyo Big Sight) มหานครโตเกียว FOODEX Japan 2026 เป็นงานมหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 13 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Tokyo International Exhibition Center (Tokyo Big Sight) มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปที่มีศักยภาพสูงจำนวน 16 ราย เข้าร่วมกิจกรรมโดยนำสินค้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสในการเจรจาจับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการและคู่ค้าจากนานาประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ร่วมหารืออย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการไทย ถึงแนวทางการยกระดับศักยภาพเพื่อเจาะตลาดสากลอย่างยั่งยืน ผ่านกลไกการสนับสนุนของดีพร้อม ได้แก่ การนำนวัตกรรมมาปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นโดนใจผู้บริโภคต่างชาติ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยียืดอายุการเก็บรักษาอาหาร (Shelf-life) เพื่อลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนการติดอาวุธทักษะการเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมสูงสุดในการก้าวขึ้นสู่เวทีการค้าโลก นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังมีแผนที่จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในด้าน การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) และโมเดลเศรษฐกิจ BCG เช่น การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต หรือการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เนื่องจากปัจจุบันตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นและยุโรป ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างแท้จริง
16 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุม ศปศ. นัดแรกปี 69 รับฟังปัญหา เพื่อจัดทำมาตรการเร่งด่วนบรรเทาผลกระทบ ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุม ศปศ. นัดแรกปี 69 รับฟังปัญหา เพื่อจัดทำมาตรการเร่งด่วนบรรเทาผลกระทบ ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
กรุงเทพฯ 12 มีนาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปศ.) ครั้งที่ 1/2569 โดย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม โดยมี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องเดช สนิทวงศ์ อาคาร 1 ชั้น 3 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปศ.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 56/2569 เพื่อเป็นกลไกหลักในการประสานข้อมูลและความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการเสนอแนะมาตรการกลั่นกรอง รวมถึงให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของภาครัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการรวมข้อมูลผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีการกำหนดกรอบการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่ต้องการในความถี่ระดับรายวันและรายสัปดาห์ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อมูลราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบสกุลเงินสำคัญ ราคาขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อมูลการขนส่ง ตลอดจนข้อมูลต้นทุนของ Supply Chain ที่ได้รับรายงานเพิ่มเติม เช่น ราคาปุ๋ยและอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาพลาสติกที่นำมาทำบรรจุภัณฑ์ ค่าระวางเรือ ค่าโดยสารเรือข้ามฟากที่พุ่งสูงขึ้น อันได้รับผลกระทบจากต้นทุนด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้ในการนำเข้าและส่งออกในปัจจุบัน โดยข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวจะนำไปสู่การศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์ฯ ในระยะต่อไป ประกอบด้วย (1) ราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ/ราคาสินค้า (2) ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนกรกฎาคม 2569 (3) ผลกระทบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ (4) ผลกระทบต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการรายงานผลในการดำเนินงาน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำส่งข้อมูลสถานการณ์และผลการดำเนินมาตรการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และแอปพลิเคชั่น Line เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว โดยฝ่ายเลขานุการฯ จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประจำทุกสัปดาห์ และหากเกิดกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อย่างฉุกเฉินจะต้องมีการรายงานให้ทราบโดยทันที
16 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเอง !! ตรวจความเรียบร้อย เยี่ยมชม 16 บูธ ผปก. พร้อมโชว์ศักยภาพอุตฯ อาหารไทย ใน FOODEX 2026 มั่นใจ อาหารไทย ส่งออกได้ทั่วโลก ตามนโยบาย DIPROM Flexi
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเอง !! ตรวจความเรียบร้อย เยี่ยมชม 16 บูธ ผปก. พร้อมโชว์ศักยภาพอุตฯ อาหารไทย ใน FOODEX 2026 มั่นใจ อาหารไทย ส่งออกได้ทั่วโลก ตามนโยบาย DIPROM Flexi
ประเทศญี่ปุ่น 9 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมบูธและพบปะผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดแสดงสินค้าในงาน FOODEX JAPAN 2026 พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Tokyo International Exhibition Center (Tokyo Big Sight) มหานครโตเกียว การนำผู้ประกอบการไทยไปร่วมจัดแสดงสินค้าภายในงาน FOODEX JAPAN 2026 ครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือร่วมใจ สร้างวิถี OTAGAI สู่เครือข่ายอุตสาหกรรมยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ดำเนินการโดย กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กง.กสอ.) ซึ่งมีการพัฒนามาจากแนวคิด “OTAGAI” ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีความหมายว่า “ซึ่งกันและกัน” ที่สนับสนุนการสร้างรากฐานความร่วมมือและสายสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้น ซึ่งจะเป็นกลไกในการร่วมกันก้าวข้ามอุปสรรคในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นเพียงคู่ค้า โดยโครงการฯ นี้ไม่ได้เน้นเพียงส่งเสริมการส่งออกหรือดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แต่จะเป็นการโอกาสสำหรับสร้างความเข้าใจอันดีเพื่อเป็นรากฐาน ของมิตรภาพและความเชื่อใจ ซึ่งจะช่วยยกระดับจากสถานะ “คู่ค้า” (Counterpart) ไปสู่ “พันธมิตรทางธุรกิจ” (Business Alliance) ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ คือ ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป และอาหารแห่งอนาคต จำนวน 16 ราย ที่ผ่านการเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่นักเจรจาการค้าและสร้างพันธมิตรธุรกิจระดับสากล มีความพร้อมและศักยภาพในการผลิตและส่งออก โดยสามารถนำเอาอัตลักษณ์ของวัตถุดิบ ความพิถีพิถัน และรสชาติความเป็นไทย มาประยุกต์เข้ากับความเป็นสากล สอดคล้องกับนโยบาย DIPROM FLEXi: ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนของ X – eXport ที่มุ่งเน้นการเปิดเวทีการค้าใหม่ เพื่อยกระดับให้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้ในระดับโลก งาน FOODEX JAPAN 2026 เป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และมีตัวเลขผู้เข้าร่วมงานฯ กว่า 80,000 คนทั่วโลกในปีที่ผ่านมา อีกทั้ง ยังมีการจัดงานประชุมและเจรจาในระดับนานาชาติที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขยายผลไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยปีนี้มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Tokyo International Exhibition Center (Tokyo Big Sight) มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
16 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุกคืบหารือ Tokyo SME Support Center ผนึกกำลังยกระดับศักยภาพ SME ไทย-ญี่ปุ่น สู่ตลาดสากล
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุกคืบหารือ Tokyo SME Support Center ผนึกกำลังยกระดับศักยภาพ SME ไทย-ญี่ปุ่น สู่ตลาดสากล
ประเทศญี่ปุ่น 9 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นหัวหน้าคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและประชุมหารือร่วมกับนายนากานิชิ มิตสึรุ (Mr. NAKANISHI Mitsuru) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว (Tokyo SME Support Center) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการต่อยอดความร่วมมือเพื่อยกระดับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม และ SMEs ของไทยและมหานครโตเกียวให้เติบโตร่วมกัน พร้อมด้วยนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว สำนักงานใหญ่ (Tokyo SME Support Center) มหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ดีพร้อม และ Tokyo SME Support Center มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันส่งเสริมและผลักดันให้วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ของทั้งสองประเทศมีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางธุรกิจระหว่างผู้เชี่ยวชาญไทย - ญี่ปุ่น ในด้านต่าง ๆ เช่น พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมสีเขียว และเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองประเทศที่มีขึ้น อย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสำคัญระดับโลก (Mega Trend) ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ความขัดแย้ง ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก อาจทำให้เกิดอุปสรรคและการกีดกันทางการค้าเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม “ดีพร้อม” มีหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นกลไกในการพัฒนาผู้ประกอบการ ภายใต้นโยบายการปฏิรูปอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดูแลชุมชนให้ยั่งยืน พร้อมทั้งการบูรณาการในห่วงโซ่อุปทานระหว่าง SMEs และผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด Soft Power ที่ผลิตและจำหน่ายโดยคนไทย (Made by Thai) อย่างแท้จริง สอดคล้องตามนโยบาย “DIPROM FLEXi: ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานคุณค่าและนวัตกรรม ตอบโจทย์ความท้าทายทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถเติบโตสู่ตลาดใหม่และแข่งขันได้ ในเวทีโลก ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานสร้างนวัตกรรม โดยเน้นให้เกิดการผลิตและบริโภค ในประเทศ (Localization) ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้ให้กับทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม และการดำเนินธุรกิจต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ มีมาตรฐาน หรือที่เรียกว่าเป็นการผลิตที่ดีโดยคนไทย “เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น แนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio, Circular, and Green) ที่เน้นความยั่งยืนยังคงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาด้านพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงอุตสาหกรรมมีการร่วมมือกับกระทรวงพลังงานในการเร่งแปรรูปพืชพลังงาน อาทิ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอลล์เป็นพลังงานทางเลือก นอกจากนี้ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการและโซ่อุปทานของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกันน่าจะเป็นทางออกในการก้าวข้ามวิกฤตนี้ได้ เพราะทั้งประเทศไทยและญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาที่คล้ายกัน ทั้งในเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาค่าครองชีพ และปัญหาสังคมสูงวัย ดังนั้น การประชุมหารือร่วมกันในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ดีพร้อม และ Tokyo SME Support Center มีเป้าหมายร่วมกันอย่างแท้จริง ทั้งในการยกระดับ SMEs และขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
16 มี.ค. 2569
”ปลัดณัฐพล“ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสครบ 7 รอบ 84 ปีที่ดีพร้อม โดย “แม่ทัพณัฏฐิญา” นำทีมผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลลากร ร่วมพิธี พร้อมบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
”ปลัดณัฐพล“ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสครบ 7 รอบ 84 ปีที่ดีพร้อม โดย “แม่ทัพณัฏฐิญา” นำทีมผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลลากร ร่วมพิธี พร้อมบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
กรุงเทพฯ 11 มีนาคม 2569 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จัดพิธีบวงสรวงองค์พระนารายณ์ ศาลพระภูมิ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครบ 7 รอบ 84 ปี โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ร่วมด้วย นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนจากสมาคมเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) “กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม” ในอดีตเมื่อ ปี 2479 มีฐานะเป็นหน่วยงานระดับกอง ภายใต้ชื่อ “กองอุตสาหกรรม” สังกัดกรมพาณิชย์ กระทรวงเศรษฐการ ต่อมาในปี 2484 ถูกยกฐานะขึ้นเป็น “กรมอุตสาหกรรม” ตามการปรับปรุงส่วนราชการกองเศรษฐการใหม่ และอยู่ภายใต้สังกัด กระทรวงเศรษฐกิจ จากนั้นในปี 2485 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม” สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จำเป็นของประเทศ จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา “7 รอบ 84 ปี ที่ดีพร้อม” ตลอด 8 ทศวรรษที่ผ่านมา ”ดีพร้อม“ ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยมาโดยตลอดทั้งในภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ ภัยพิบัติมาตรการทางการค้า กฎหมายใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คือการอยู่เคียงข้าง พัฒนา และสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทย ก้าวขึ้น เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศ สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยืนหยัดบนเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน
12 มี.ค. 2569
“รมว.ธนกร” ชื่นชมทีมดีพร้อม มอบโล่และประกาศเกียรติคุณ “คนดี ศรี กสอ.” เน้นย้ำหลัก “ครองตน ครองคน ครองงาน” ภายใต้นโยบาย Mind as One ในวาระครบ 7 รอบ 84 ปี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
“รมว.ธนกร” ชื่นชมทีมดีพร้อม มอบโล่และประกาศเกียรติคุณ “คนดี ศรี กสอ.” เน้นย้ำหลัก “ครองตน ครองคน ครองงาน” ภายใต้นโยบาย Mind as One ในวาระครบ 7 รอบ 84 ปี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
กรุงเทพฯ 11 มีนาคม 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณ “คนดี ศรี กสอ.” ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลคนดี ศรี กสอ. ประจำปี พ.ศ.2568 จำนวน 8 ราย ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ คือ ฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้ประเทศ จึงต้องอาศัยทั้งทักษะความสามารถควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความเสียสละ และความกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง ภายใต้หลักแห่งการ “ครองตน ครองคน ครองงาน” ตามมาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าผู้ที่ได้รับรางวัลถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Mind as One ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การคัดเลือก “คนดี ศรี กสอ.” ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 และได้จัดให้มีพิธีประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยให้บุคลากรดีพร้อมร่วมลงคะแนนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความประพฤติชอบจากหลักการครองตน ครองคน ครองงาน รวมถึงมีผลงานโดดเด่นเป็นประโยชน์ต่อองค์กร สังคม ประเทศชาติ ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ จะเป็นพลังสำคัญของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกระทรวงอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนภารกิจส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโต อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
12 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดกิจกรรม DIPROM New Creator 2026 ยกระดับครีเอเตอร์ไทยสู่นักการตลาดยุคใหม่ ที่เน้นความเชื่อมั่นเป็นหลัก
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดกิจกรรม DIPROM New Creator 2026 ยกระดับครีเอเตอร์ไทยสู่นักการตลาดยุคใหม่ ที่เน้นความเชื่อมั่นเป็นหลัก
กรุงเทพฯ 7 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมสร้างนักการตลาดยุคใหม่ (DIPROM New Creator) โดยมี คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) วิทยากร และ ครีเอเตอร์เข้าร่วมกิจกรรม ณ ชั้น 10 ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ (CW Tower) เขตห้วยขวาง กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) จำนวนกว่า 320 คน ไปสู่การเป็นครีเอเตอร์สาย “Niche” ที่อาศัยความเชี่ยวชาญหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์การเล่าเรื่องเชิงลึกที่มีอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI เลียนแบบไม่ได้ พร้อมทั้งเสริมสร้างทักษะความเป็นมืออาชีพแบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการบัญชี ภาษี และทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งสร้างความตระหนักในเรื่องข้อกำหนดทางมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและ ความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรมประกวดผลงานเพื่อเฟ้นหาครีเอเตอร์ที่มีความสามารถโดดเด่น ซึ่งคาดหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยกระตุ้นการใช้สินค้าภายในประเทศและสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่มีคุณภาพให้กับโลกในยุคดิจิทัล “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคกำลังเผชิญภาวะ “สมองล้า” จากคอนเทนต์ที่ขาดคุณภาพจนเริ่มโหยหาความจริง “ดีพร้อม” จึงมุ่งยกระดับครีเอเตอร์ไทยสู่การเป็นนักการตลาดภายใต้แนวคิด “ความเชื่อมั่นนำการค้า” (Confidence Commerce) ที่จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้สร้างความบันเทิงสู่ที่ปรึกษาที่ลูกค้าไว้วางใจ เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงสินค้า SME ไทยสู่ตลาดโลกด้วยความจริงใจ ซึ่งจะช่วยให้ครีเอเตอร์มีรายได้ที่มั่นคงและร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
12 มี.ค. 2569