โทรศัพท์ 1358

“ปลัดณัฐพล” บินตรงเมืองสองแคว เปิด “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” หนุน “ดีพร้อม” เชื่อมพลังรัฐ–เอกชน เร่งฟื้นฟูธุรกิจภาคเหนือตอนล่าง
“ปลัดณัฐพล” บินตรงเมืองสองแคว เปิด “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” หนุน “ดีพร้อม” เชื่อมพลังรัฐ–เอกชน เร่งฟื้นฟูธุรกิจภาคเหนือตอนล่าง
จ.พิษณุโลก 24 กันยายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเปิด “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ DIPROM Center 2 จ.พิษณุโลก” พร้อมร่วมบรรจุถุงยังชีพ โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางภารดี โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 (DIPROM Center 2 : DC2) อ.เมืองพิษณุโลก “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ DIPROM Center 2” จัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมและส่งมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 5 และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดย ดีพร้อม จะทำหน้าที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสนับสนุนการฟื้นฟูสถานประกอบการและกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในพื้นที่ และในโอกาสนี้ ปลัดณัฐพล และคณะฯ ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานและการให้บริการของ DC2 ประกอบด้วย ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (Business Service Center หรือ BSC) ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC DIPROM) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thai-IDC) อีกทั้ง ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 5 และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย
30 ก.ย. 2569
“ดีพร้อม” ปรับ “คพอ.” รับธุรกิจยุคใหม่ เดินหน้าเชื่อม 4 ภูมิภาค ต่อยอดการค้า–การลงทุน คาดปี 69 สร้างมูลค่ากว่า 175 ล้านบาท
“ดีพร้อม” ปรับ “คพอ.” รับธุรกิจยุคใหม่ เดินหน้าเชื่อม 4 ภูมิภาค ต่อยอดการค้า–การลงทุน คาดปี 69 สร้างมูลค่ากว่า 175 ล้านบาท
จ.พิษณุโลก 24 กันยายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานมอบวุฒิบัตรและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “ดีพร้อม คพอ. ปี 2569” กิจกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กรสู่นักบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพให้ดีพร้อม (ดีพร้อม คพอ.) พื้นที่ภาคเหนือ และ “กิจกรรมการเชื่อมโยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ จำนวน 3 รุ่น / 85 ราย โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการ คพอ. เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ 2 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมืองพิษณุโลก “ปลัดณัฐพล” เปิดเผยว่า โลกเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันทางธุรกิจ ผู้ประกอบการยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีทั้ง “วิสัยทัศน์” “ภาวะผู้นำ” และ “ความสามารถในการปรับตัว”เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความมั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการควบคู่กับการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการด้วยกลไกดีพร้อม เพื่อให้การพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับรายกิจการ แต่ขยายผลผ่านความร่วมมือทางธุรกิจและเครือข่ายในวงกว้าง และตอบโจทย์การเติบโตของผู้ประกอบการในบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ด้าน “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การกำหนดทิศทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดีพร้อมจึงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กร ผ่าน “กิจกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กรสู่นักบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพให้ดีพร้อม หรือ ดีพร้อม คพอ. ปี 2569” ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการยุคใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือ ควบคู่กับกิจกรรมเชื่อมโยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการ วิเคราะห์และวางกลยุทธ์ธุรกิจ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอด ปรับใช้ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่มีศักยภาพและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สำหรับ “ดีพร้อม คพอ.” เน้นการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการ การวิเคราะห์ธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่การดำเนินธุรกิจจริง รวมถึงสร้างแรงจูงใจและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการอบรม อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ตลอดจนการเรียนรู้แนวปฏิบัติและนวัตกรรมจากองค์กรชั้นนำ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ”ดีพร้อม คพอ.“ เปรียบเสมือนหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยของดีพร้อม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกและเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการ โดยปี 2569 ดีพร้อมได้พัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่าย คพอ. ครอบคลุม 4 ภูมิภาค มีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวม 362 ราย แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 106 ราย ภาคใต้ 86 ราย ภาคกลางและภาคตะวันออก 84 ราย และภาคเหนือ 86 ราย โดยมุ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการจากพื้นที่และอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ การเชื่อมโยงคู่ค้า การซื้อขายสินค้าและบริการ ตลอดจนความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ อันจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 175 ล้านบาท “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวทิ้งท้าย
30 ก.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ผนึกพลัง “DIPROM ONE VISION” กำหนดทิศทางองค์กรสู่อนาคต ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี เชื่อมยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ
“อธิบดีณัฏฐิญา” ผนึกพลัง “DIPROM ONE VISION” กำหนดทิศทางองค์กรสู่อนาคต ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี เชื่อมยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ
กรุงเทพฯ 22 กันยายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “DIPROM ONE VISION: ผนึกพลังความคิด กำหนดทิศทางองค์กรสู่อนาคต” ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จากส่วนกลางและภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 - 2 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค การสัมมนาในครั้งนี้ ได้เชิญนางภาวิณา อัศวมณีกุล รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงบประมาณ บรรยายในหัวข้อ ทิศทางการพัฒนาประเทศและสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงกับความท้าทายและทิศทางการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีแนวทางในการร่วมกันออกแบบและจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 - 2575) ผ่านกระบวนการสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาประเทศ แนวโน้มและประเด็นที่มีผลต่อการดำเนินงานของดีพร้อมในระยะ 5 ปีข้างหน้า และ 2) การระดมความคิดเห็นเพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา และความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้การจัดทำงบประมาณ การจัดทำข้อเสนอโครงการ และการกำหนดตัวชี้วัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ตรงจุด เกิดผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินโครงการ/กิจกรรมที่เป็นรูปธรรม โดยข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาจะนำไปวิเคราะห์ประมวลผลร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ประกอบการในพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อใช้ประกอบการจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี ของดีพร้อมต่อไป “อธิบดีณัฏฐิญาฯ” กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ คือ การมองให้เห็น “ปัญหาที่แท้จริง” และ “การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการให้เกิดขึ้น” ผ่านการกำหนดทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้เกิดคุณค่าและผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และความต้องการในเชิงพื้นที่ ซึ่งดีพร้อมได้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Focus Group) ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ นำมาประกอบการจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการฯ ในครั้งนี้ด้วย ภายใต้แนวคิด “DIPROM ONE VISION” คือ มองเห็นโจทย์ร่วมกัน มีเป้าหมายร่วมกัน และขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งหวังให้บุคลากรดีพร้อมทุกคน “มองให้ไกล คิดให้ลึก และเชื่อมให้ถึงการปฏิบัติ” ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างตรงจุด สอดคล้องกับทิศทางประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
30 ก.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม DC3 มอบนโยบายขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ ปลุกพลังใจบุคลากรดีพร้อม พร้อมทำงานเชิงรุก สร้าง Brand Identity -พัฒนาความรู้–เชี่ยวชาญงาน–ตอบโจทย์ ผปก. ให้เป็นที่ประจักษ์
“รองอธิบดีพลาวุธ” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม DC3 มอบนโยบายขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ ปลุกพลังใจบุคลากรดีพร้อม พร้อมทำงานเชิงรุก สร้าง Brand Identity -พัฒนาความรู้–เชี่ยวชาญงาน–ตอบโจทย์ ผปก. ให้เป็นที่ประจักษ์
จ.พิจิตร 23 กันยายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 (DIPROM Center 3 : DC3) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากร DC3 โดยมี นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม DC3 ร่วมให้การต้อนรับ รับมอบนโยบายเพื่อนำแนวทางไปปฏิบัติ ณ ห้องประชุมกำแพงเพชร ชั้น 3 อาคาร DIPROM Center 3 อำเภอเมืองพิจิตร การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้รับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนการให้บริการผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ DC3 ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี และอ่างทอง โดยมุ่งส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ผ่านกลไกและเครื่องมือของดีพร้อม พร้อมติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569 อัตรากำลัง และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เงินทุนหมุนเวียนฯ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC DIPROM) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thai-IDC) ในโอกาสนี้ “รองอธิบดีพลาวุธ“ ได้รับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการต่างๆ พร้อมมอบแนวทางในการปรับเปลี่ยนบทบาทและการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ดีพร้อม อาทิ การสร้างตัวตนหรือ สร้าง Brand Identity ให้องค์กร การเข้าถึงผู้ประกอบการด้วยการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำ วินิจฉัยสถานประกอบการ การประชาสัมพันธ์และคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนการเชื่อมโยงภารกิจให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และศักยภาพของพื้นที่ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร โดยดีพร้อมในบริบทใหม่นั้น ควรเป็นหน่วยงานราชการที่ทันสมัย เข้าถึงและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเกิดผลสัมฤทธิ์และคุ้มค่าต่อการใช้จ่ายงบประมาณ ขณะเดียวกัน ยังได้เน้นย้ำการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยเฉพาะการเตรียมตัวให้ข้าราชการระดับปฏิบัติการ ในการวางแผนเตรียมทำผลงานทางวิชาการ พร้อมมอบนโยบายให้หัวหน้างานเป็นพี่เลี้ยงที่ต้องให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรดีพร้อมรุ่นใหม่ให้เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และพร้อมขับเคลื่อนภารกิจของดีพร้อมในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง นอกจากนี้ รองอธิบดีพลาวุธ ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ ITC DIPROM ศูนย์ Thai-IDC และอาคารบ้านพักบุคลากรของ DC3 เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ตลอดจนมอบแนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่มาติดต่อ ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากรดีพร้อม DC3 ในการปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป
30 ก.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ปิดกิจกรรม DIPROM Young SMEs Network รุ่นที่ 3 เชื่อมเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 47 ล้านบาท พร้อมชู 3 กิจการต้นแบบความสำเร็จ ต่อยอดพลังเครือข่ายสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ปิดกิจกรรม DIPROM Young SMEs Network รุ่นที่ 3 เชื่อมเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 47 ล้านบาท พร้อมชู 3 กิจการต้นแบบความสำเร็จ ต่อยอดพลังเครือข่ายสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 21 กันยายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมบ่มเพาะนักธุรกิจรุ่นใหม่ DIPROM Young SMEs Network รุ่นที่ 3 พร้อมมอบโล่รางวัลกิจการต้นแบบความสำเร็จ (Success Cases) และเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 กิจการ โดยมี นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 DIPROM Young SMEs Network เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการซึ่งเป็นทายาทธุรกิจให้พร้อมรับมือกับความท้าทายรอบด้านทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยกิจกรรมประกอบด้วย 1) การฝึกอบรมด้านวิชาการ จำนวน 3 วัน ในหลักสูตรระบบมาตรฐาน ISO 9000 การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (AI for Productivity Hack) และการเจาะตลาด TikTok 2) การสร้างความสัมพันธ์อันดี 3) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการค้า จนนำไปสู่มูลค่าคำสั่งซื้อระหว่างกันกว่า 1 ล้านบาท และ 4) การเข้าวินิจฉัยสถานประกอบการ จำนวน 1 วัน ในโอกาสนี้ “อธิบดีณัฏฐิญาฯ” ได้กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่ได้รับโล่รางวัลต้นแบบความสำเร็จ จำนวน 3 กิจการ ที่ได้นำองค์ความรู้ไปปรับใช้เกิดผลลัพธ์ที่โดดเด่นจนได้รับรางวัล พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของเครือข่ายดีพร้อมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี รวมถึงการเชื่อมโยงในรูปแบบพี่ช่วยน้อง(Big Brother) ที่ช่วยสนับสนุนและพารายเล็กเติบโตไปด้วยกัน กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดไปสู่การรวมกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมรายสาขาและเชิงพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและทีมผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันเข้าให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก ณ สถานประกอบการ ครอบคลุมตั้งแต่การปรับโครงสร้างองค์กร การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการส่งเสริมด้านการขาย ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนด้านการผลิตและการจัดเก็บสินค้าคงคลัง คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ประเมินได้จริงกว่า 47 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังกล่าวชื่นชมพลังของคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นค้นหาอัตลักษณ์ของตนเองเพื่อสร้างความแตกต่าง การรู้จักนำระบบบริหารจัดการที่ดีและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด ช่วยตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานสินค้าไทย Made in Thailand (MiT) ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
28 ก.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำทีม “ดีพร้อม” ลุยเมืองชาละวัน ตรวจเยี่ยม บจก.เค.พี.เอ็กซ์คลูซีฟ กรุ๊ป ยกระดับมาตรฐาน–Smart Factory เสริมแกร่ง OEM ไทย
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำทีม “ดีพร้อม” ลุยเมืองชาละวัน ตรวจเยี่ยม บจก.เค.พี.เอ็กซ์คลูซีฟ กรุ๊ป ยกระดับมาตรฐาน–Smart Factory เสริมแกร่ง OEM ไทย
จ.พิจิตร 23 กันยายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 (DIPROM Center 3 : DC3) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถานประกอบการที่ได้รับการพัฒนาจาก DC3 โดยมี นางสาวกานต์ธิดา พัฒนจินดากุล และนายธานัท อุดมปรีดากุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมนำคณะดีพร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ณ บริษัท เค.พี.เอ็กซ์คลูซีฟ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด อำเภอบึงนาราง บริษัท เค.พี.เอ็กซ์คลูซีฟ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ แบบ OEM ครบวงจร ซึ่งได้รับการพัฒนาจากดีพร้อมผ่านโครงการ ศักยภาพต่างๆ อาทิ โครงการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs) ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิต สร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ Smart Factory โดยมีการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาและออกแบบติดตั้งระบบ IoT สำหรับควบคุมและตรวจวัดค่าพลังงานไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ พร้อมวางแผนลำดับการเดินเครื่องจักรเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าพุ่งสูงและแรงดันตก เพื่อลดปัญหาเครื่องจักรหยุดชะงัก และยังเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการอีกด้วย ในโอกาสนี้ รองอธิบดีพลาวุธ ได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการของผู้ประกอบการในเชิงพื้นที่ ซึ่งบริษัทฯ มีความต้องการขยายโรงงานเพื่อรองการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งมอบหมายให้ DC3 ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ บริษัทฯ รับผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์แบบ OEM ครบวงจร ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ด้วยมาตรฐานระดับสากล อาทิ อย. ISO ASEAN GMP Green Industry โดยครอบคลุมตั้งแต่ร่วมพัฒนาคิดค้นสูตร ผลิต ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนให้คำปรึกษาแสะนำด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 1.8 ล้านชิ้นต่อปี มีลูกค้าในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนร้อยละ 50 ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทในการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถยกระดับมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
28 ก.ย. 2569
“ดีพร้อม” เปิดบ้าน DC2 จัดเสวนา “Digital Disruption : วิกฤตหรือโอกาสทองของทุนท้องถิ่น” มุ่งยกระดับผู้ประกอบการรับมือยุคดิจิทัล
“ดีพร้อม” เปิดบ้าน DC2 จัดเสวนา “Digital Disruption : วิกฤตหรือโอกาสทองของทุนท้องถิ่น” มุ่งยกระดับผู้ประกอบการรับมือยุคดิจิทัล
จ.พิษณุโลก 23 กันยายน 2569 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเสวนาในหัวข้อ “Digital Disruption : วิกฤตหรือโอกาสทองของทุนท้องถิ่น” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นางภารดี โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ดร.เกษสุดา ดอนเมือง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 (DIPROM Center 2 : DC2) ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 อำเภอเมือง “รองอธิบดีสุรพล” กล่าวว่า ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว หรือ Digital Disruption นั้น ถือเป็นทั้งความท้าทายและบททดสอบครั้งสำคัญของธุรกิจท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัว นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเท่าทัน วิกฤตนี้ก็จะมีผลลัพธ์เป็น "โอกาส" ที่ช่วยลดต้นทุน ขยายตลาด และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นได้ และการจัดงานเสวนาในวันนี้ เป็นหนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง ปลดล็อกข้อจำกัด และเตรียมความพร้อมให้ทุนท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการบรรยายพิเศษและการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนักธุรกิจท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ กลยุทธ์การปรับตัวเชิงรุก รวมถึงแนวทางการเข้าถึงแหล่งทุนและเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดและปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมีการมอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “AI Powered Branding & The Influencer & Online Marketing 2026 นอกจากนี้ มีบูธแนะนำบริการของ DIPROM CENTER 2 และหน่วยงานเครือข่าย พร้อมการให้บริการปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ของ DIPROM CENTER 2 เครือข่ายหน่วยงาน และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม
28 ก.ย. 2569
“ดีพร้อม” ขับเคลื่อน Soft Power ไทย จัดงาน "DIPROM Craft Industry" ดันหัตถกรรมไทยสู่สากลชูแนวคิด Eco-Craft เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดพรีเมียม
“ดีพร้อม” ขับเคลื่อน Soft Power ไทย จัดงาน "DIPROM Craft Industry" ดันหัตถกรรมไทยสู่สากลชูแนวคิด Eco-Craft เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดพรีเมียม
กรุงเทพฯ 17 กันยายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่พาณิชย์ (เชื่อมโยง B2C ) ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิดการจัดกิจกรรม "DIPROM Craft Industry : Convergence to Scale" หรือ "ดีพร้อม : ขับเคลื่อนหัตถอุตสาหกรรมไทยสู่สากล" พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชนครูช่างฝีมือ ณ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้า Cloud 11 Bangkok กิจกรรมนี้ จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเชื่อมโยงสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยผ่านการถ่ายทอดความรู้ พัฒนามาตรฐานการผลิตด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างเครือข่ายเจรจาธุรกิจกับคู่ค้า และบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับ Soft Power ไทยสู่ตลาดระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน โดยคัดสรรผู้ประกอบการและครูช่างฝีมือชั้นนำที่ผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้นมากกว่า 20 บูธ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การประยุกต์ใช้นวัตกรรม การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Craft & Circular Design) และการยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมและตลาดสากล ซึ่งงานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังทุกภาคส่วนอาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยบูรพา (วิทยาเขตจันทบุรี), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง และสมาคมครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ในการให้คำปรึกษาติดอาวุธความรู้และเครื่องมือทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันและขับเคลื่อนสินค้าหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับสากล สร้างรายได้ และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างแท้จริง “รองอธิบดีพลาวุธ” กล่าวว่า ดีพร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนและครัวเรือนมายาวนานตั้งแต่ในเริ่มก่อตั้งหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องจักรและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนบทบาทของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและยุคสมัย เพื่อรองรับและผลักดันการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติ ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและวิวัฒนาการตลอด 84 ปี และในวันนี้ ดีพร้อม ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยยะสำคัญผ่านการยกระดับงานหัตถศิลป์และวิสาหกิจชุมชน ผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในเวทีระดับสากล “รองอธิบดีพลาวุธ” ให้ความสำคัญกับการเชิดชูงานหัตถศิลป์และการถ่ายทอดองค์ความรู้งานหัตถกรรมและศิลปวัฒนธรรมของไทย ซึ่งนับเป็นมรดกอันล้ำค่าของประเทศ โดยควรมีการรวบรวมช่างฝีมือหลากหลายแขนงและการจัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ เพื่อเป็นการเผยแพร่ สืบสานจิตวิญญาณและอัตลักษณ์ของงานศิลป์ไทยสู่คนรุ่นใหม่ ตลอดจนนำเสนอผลงานอันทรงคุณค่าจากครูช่างและผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือต่างๆ ในเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายสืบต่อไป
28 ก.ย. 2569
“รองอธิบดีสุรพล” เปิดห้อง แชร์ประสบการณ์ ถอดรหัสความสำเร็จ เทคนิคและกระบวนการจัด Event อย่างมีประสิทธิภาพ
“รองอธิบดีสุรพล” เปิดห้อง แชร์ประสบการณ์ ถอดรหัสความสำเร็จ เทคนิคและกระบวนการจัด Event อย่างมีประสิทธิภาพ
กรุงเทพฯ 23 กันยายน 2569 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้บริหารด้านการจัดการความรู้ (Chief Knowledge Officer : CKO) จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ Knowledge Management (KM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในหัวข้อ "เคล็ดลับ จัดอีเวนต์อย่างไรให้โดนใจคน (ฉบับคนทำงาน)” โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนางสาววรรณารัตน์ เกตุแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับผู้ที่สนใจ ผ่านรูปแบบออนไลน์ในระบบ Zoom Meeting การจัดกิจกรรม KM ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแชร์ประสบการณ์ในการจัดอีเวนต์รูปแบบต่าง ๆ จากทีมงานของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดงานอีเวนต์ที่หลาหลายของหน่วยงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปถอดบทเรียนและปรับใช้กับการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรมกว่า 130 คนเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้ “รองอธิบดีสุรพล” กล่าวว่า หวังว่าการแลกเปลี่ยนความรู้และแชร์ประสลการณ์ร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานจัดแสดงสินค้า งานสัมมนา หรือการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยและภาคอุตสาหกรรมได้รับการส่งเสริมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการจัดกิจกรรมที่เข้าถึงและเข้าใจความต้องการของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง
28 ก.ย. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน Green Supply Chain ผนึกกำลังสร้าง “Eco Chain Synergy” เผยผลสำเร็จยกระดับ SME สู่ความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับมือกติกาสิ่งแวดล้อมระดับสาก
“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน Green Supply Chain ผนึกกำลังสร้าง “Eco Chain Synergy” เผยผลสำเร็จยกระดับ SME สู่ความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับมือกติกาสิ่งแวดล้อมระดับสาก
กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานปิดกิจกรรมเผยแพร่ความสำเร็จ “Eco Chain Synergy เชื่อมโยงโซ่อุปทานสีเขียวสู่อุตสาหกรรมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน” พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการ จำนวน 15 ราย ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ร่วมด้วย นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม ทีมที่ปรึกษาโครงการ โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลม กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการด้วยการจัดการโซ่อุปทานสีเขียวจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบบริหารจัดการโซ่อุปทานที่เหมาะสม รวมถึงเป็นเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการ ภายในงานมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 ราย ที่ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบบริหารจัดการโซ่อุปทานโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความร่วมมือเชิงระบบ ทั้งตัวผู้ประกอบการเอง ตลอดจนซัพพลายเออร์ และลูกค้า จนนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริหารจัดการโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างเห็นผลและเป็นรูปธรรม เตรียมพร้อมยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายคู่ค้า เพื่อขับเคลื่อนสู่ Green Supply Chain ภายใต้กลยุทธ์ “Eco Chain Synergy” สร้างระบบความร่วมมือที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า “รองอธิบดุสิตฯ” กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้เชิงทฤษฎี แต่เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยอาศัยแนวคิด “ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน” ในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างองค์กร รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสีเขียว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางธุรกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ให้สามารถปรับตัว ก้าวข้ามข้อจำกัด พร้อมรับมือกับกติกาการค้าและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
28 ก.ย. 2569