โทรศัพท์ 1358

“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน ITA ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรและเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้ประกอบการไทย
“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน ITA ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรและเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้ประกอบการไทย
กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมสร้างการรับรู้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 1 และ 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ มุ่งเน้นความสำคัญในการวัดผลการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) เป็นแกนหลัก อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของดีพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และโปร่งใส พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจในตัวชี้วัดภายใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการปฏิบัติหน้าที่ ด้านการใช้งบประมาณ ด้านการใช้อำนาจ ด้านการใช้ทรัพย์สินของราชการ และด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำโดย นายพงษ์พันธ์ โตสกุลไกร เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตชำนาญการพิเศษ พร้อมคณะฯ ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม เพื่อวัดผลการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน IIT (Internal Integrity and Transparency Assessment) ด้วย "หัวใจสำคัญของการประเมิน ITA ที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากบุคลากรภายในองค์กรเป็นอันดับแรก โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความโปร่งใสและเป็นภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ซี่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ เรามุ่งเน้นการปรับปรุงระบบการทำงานภายในโดยการกระจายอำนาจที่เป็นธรรม ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานและเท่าเทียมให้กับบุคลากรทุกคน” รองอธิบดีพลาวุธ กล่าว
17 ส.ค 2569
“ดีพร้อม” ผนึกพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่อง SMEs เศรษฐกิจชุมชน ดัน Quick Big Win สร้างโอกาสธุรกิจไทย
“ดีพร้อม” ผนึกพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่อง SMEs เศรษฐกิจชุมชน ดัน Quick Big Win สร้างโอกาสธุรกิจไทย
กรุงเทพฯ 13 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs ครั้งที่ 1/2569 เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนพิจารณามาตรการและแนวทางการดำเนินงานเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระยะยาว โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อพิจารณาและเสนอแนวทางการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงการแต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกประเด็นสำคัญและโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว หรือ Quick Big Win / Big Win พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการสร้างโอกาสทางการตลาด ทั้งนี้ แนวทางการขับเคลื่อนของคณะทำงานให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มาตรการและโครงการต่าง ๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างตรงจุด โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มองค์ความรู้และทักษะให้แก่ SMEs การส่งเสริมผ่านกลไก Big Brother การพัฒนาและยกระดับทักษะของ SMEs รวมถึงการส่งเสริม SMEs ให้เข้าถึงตลาดภาครัฐผ่านโครงการ THAI SME-GP (Government Procurement) “ดีพร้อม” ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และเศรษฐกิจชุมชนให้สามารถเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาศักยภาพการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
17 ส.ค 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” พร้อมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมต้อนรับ “รนม.ศุภจี” พร้อมรับมอบนโยบาย ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับโลกใหม่ ดัน Made in Thailand ชูไบโอเอเนอร์จี เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ พร้อมทบทวนกฎหมาย ปรับดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจจริง เผยปลาย ส.ค. เตรียมเจรจาภาษีสหรัฐฯ
“อธิบดีณัฏฐิญา” พร้อมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมต้อนรับ “รนม.ศุภจี” พร้อมรับมอบนโยบาย ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับโลกใหม่ ดัน Made in Thailand ชูไบโอเอเนอร์จี เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ พร้อมทบทวนกฎหมาย ปรับดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจจริง เผยปลาย ส.ค. เตรียมเจรจาภาษีสหรัฐฯ
วันนี้ (13 ส.ค. 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารหน่วยงานร่วมประชุม นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่รักษาขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก หลังคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ หรือ กอช. ไม่ได้หารือร่วมกันมานานราว 4 ปี ขณะที่ภูมิรัฐศาสตร์และโครงสร้างอุตสาหกรรมโลกเปลี่ยนเร็ว ประเด็นหลักคือการเปิดประตูตลาดภาครัฐให้สินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและ Green Procurement นางศุภจี กล่าวว่า ภาครัฐจะเป็นผู้ใช้งานสำคัญในการสร้างอุปสงค์ให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ ก่อนขยายสู่ตลาดเอกชนและตลาดต่างประเทศ แต่การให้แต้มต่อ Made in Thailand ต้องไม่ลดมาตรฐาน สินค้าที่ใช้ชิ้นส่วนไทยต้องได้มาตรฐานสากล และมีเกณฑ์นับ Local Content ชัดเจน\ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมอบหมายให้เชื่อม “วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน” ผ่านกลไก GMT SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เพื่อยกระดับ SME ด้านประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ ควบคู่การรับรอง MiT ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย “สิ่งสำคัญคือทำให้ตลาดกับการพัฒนาผู้ประกอบการเดินไปด้วยกัน นำความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์พัฒนา SME ให้เติบโตได้จริง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค” นางศุภจีกล่าว อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมได้หารือการผลักดันพลังงานชีวภาพ ทั้งดีเซลและเบนซิน โดยต้องดูภาษีสรรพสามิต กลไกตลาด ความพร้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ และประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับอย่างสมดุล เชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจสีเขียว BCG และ ESG นางศุภจี กล่าวว่า อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องเร่งเสริม ได้แก่ Biotechnology ดิจิทัล AI ยานยนต์รูปแบบใหม่ เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องมี Supply Chain ใหม่รองรับ เพื่อให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานผลิต แต่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการปรับดัชนีอุตสาหกรรมให้สะท้อนสถานการณ์จริง โดยมอบให้ TDRI ช่วยดูตัวเลข โดยเฉพาะอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อาจยังรวมอุตสาหกรรมเก่าที่เสื่อมถอย แต่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตเร็ว นายวราวุธ กล่าวว่า ตัวอย่างชัดเจนคือ Semiconductor และ Photonic โดยเฉพาะอุปกรณ์ Switch และ Transceiver แบบ Optical ที่เติบโตตามกระแส Data Center ทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยบางรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวต่อเนื่อง 2 ปี หากปรับฐานดัชนี MPI จากปี 2564 เป็นปี 2567 จะสะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมใหม่ได้แม่นยำขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการปรับดัชนีอุตสาหกรรมให้สะท้อนสถานการณ์จริง โดยมอบให้ TDRI ช่วยดูตัวเลข โดยเฉพาะอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อาจยังรวมอุตสาหกรรมเก่าที่เสื่อมถอย แต่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตเร็ว นางศุภจีกล่าวว่า กอช.หยุดประชุมมานาน จึงมีร่างกฎหมาย 5-6 ฉบับต้องกลับมาทบทวน ทั้งกฎหมายโรงงาน กฎหมายกากอุตสาหกรรม กฎหมายปาล์มน้ำมัน และกฎเกณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูให้รอบด้านก่อนเสนอ ครม. เพื่อให้ครอบคลุมโลกปัจจุบันและอนาคต ต่อข้อถามมาตรการการค้าสหรัฐฯ นางศุภจี กล่าวว่า ภายใต้มาตรา 301 และ 232 มีสินค้าประมาณ 72% ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว เหลือ 28% ที่ยังต้องเจรจาต่อ โดยช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้ จะเดินทางไปเจรจาประเด็นภาษีกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม กรอบเจรจากับสหรัฐฯ ไทยยังคงยึดเรื่องการค้าเป็นหลัก ไม่ได้นำประเด็นทางทหารไปแลกผลประโยชน์ทางภาษี แต่จะใช้ข้อมูลการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต เพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ นางศุภจี กล่าวว่า เอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ และมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันส่วนหนึ่งของดุลการค้าไทยมาจากบริษัทสหรัฐที่ลงทุนในไทย จึงต้องมองทั้งการค้าและการลงทุนร่วมกัน
14 ส.ค 2569
“ดีพร้อม” ดันผู้ประกอบการอาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ผ่าน GI–Thai Soft Power–Global Branding ยกระดับ 13 แบรนด์ต้นแบบ สร้างธุรกิจอาหารไทยแห่งอนาคต
“ดีพร้อม” ดันผู้ประกอบการอาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ผ่าน GI–Thai Soft Power–Global Branding ยกระดับ 13 แบรนด์ต้นแบบ สร้างธุรกิจอาหารไทยแห่งอนาคต
กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมแสดงผลงานและการเชื่อมโยงเครือข่าย “HALAL FOOD STYLING CHALLENGE” กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารและเครื่องดื่มที่เชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี คุณมารุต เมฆลอย อดีตนายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ โถง Entertainment Zone ชั้น 4 ห้างเดอะฟีนิกซ์ (The Phenix) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยผ่านโครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) ภายใต้แนวคิด “Local to Global” เพื่อยกระดับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม (Muslim Friendly) และผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานฮาลาล ให้มีความพร้อมในการทำธุรกิจและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยนำจุดเด่นของอาหารไทย วัตถุดิบท้องถิ่น และสินค้า GI มาพัฒนาให้มีความน่าสนใจและมีมูลค่าเพิ่ม รองอธิบดีพลาวุธ กล่าวว่า "ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปสู่ระดับสากล เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่ความถูกต้องตามมาตรฐานฮาลาล แต่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และคุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น กิจกรรมนี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยนำพาทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปต่อยอดสู่ตลาดโลก โดยขับเคลื่อนผ่านกลุ่มธุรกิจ 'ธุรกิจของชาวมุสลิม (Halal by Owner)' และ 'ธุรกิจทั่วไปที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim Friendly)' ซึ่งการบูรณาการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนสามารถแข่งขันและเติบโต ในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากลได้อย่างยั่งยืน" โดยตลอดระยะเวลาดำเนินกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการ 13 แบรนด์จากทั่วประเทศ ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น ทั้งวิเคราะห์ธุรกิจ ออกแบบโมเดลธุรกิจ สร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการร้านอาหารสมัยใหม่ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ อันจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาต้นแบบเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างแนวคิดการสร้างแบรนด์ วางระบบการบริหารจัดการร้านอาหาร พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ การขยายสาขา แฟรนไชส์ การผลิต OEM และการส่งออกในอนาคต "สำหรับงาน HALAL FOOD STYLING CHALLENGE ในวันนี้ จะเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้า GI ผ่านการออกแบบอาหาร การเล่าเรื่อง และการนำเสนอแนวคิด ทางธุรกิจ โดยมีการประกวดและมอบรางวัล 3 ประเภท ได้แก่ 1) Best Creative Menu & Taste with Local Raw Materials 2) Best Food Styling Presentation with Local Raw Materials และ 3) Best Storytelling & Taste with Local Materials เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่นและยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล และการแสดงผลงานอาหารที่โดดเด่นของแต่ละร้าน นอกจากนี้ ยังจัดเวทีเสวนาพิเศษด้านการพัฒนาธุรกิจอาหารและการบริหารธุรกิจร้านอาหารหลายสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศ" รองอธิบดีพลาวุธ กล่าวทิ้งท้าย
14 ส.ค 2569
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เดินหน้า 3 เสาหลักเศรษฐกิจ เร่งสร้าง “Quick Big Win” เพิ่มโอกาสและรายได้ผู้ประกอบการไทย
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เดินหน้า 3 เสาหลักเศรษฐกิจ เร่งสร้าง “Quick Big Win” เพิ่มโอกาสและรายได้ผู้ประกอบการไทย
กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ขยายตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อรูปแบบการค้าและโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน นางศุภจีฯ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ต้องมุ่งเน้น “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ไม่ใช่เพียงการหารือหรือรายงานสถานการณ์ โดยได้มอบแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การปลดล็อกกฎระเบียบและอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ การทำงานแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ กระบวนการผลิต และการค้า รวมถึงให้ความสำคัญกับการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการทำงานเพื่อเร่งผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงไปสู่การปฏิบัติจริง โดยกำหนดเป้าหมาย ผลลัพธ์ หน่วยงานรับผิดชอบ และกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมจัดตั้งระบบติดตามความคืบหน้า พร้อมนี้ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 ชุด ได้แก่ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs และคณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันคัดเลือก กลั่นกรอง และผลักดันมาตรการทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยที่ประชุมเห็นควรแบ่งการขับเคลื่อนงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (Quick Big Win) สำหรับประเด็นที่สามารถดำเนินการและเห็นผลได้ภายใน 6 เดือน - 1 ปี และไม่ต้องใช้งบประมาณมาก โดยเน้นการทบทวนและปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะมีการติดตามความคืบหน้าทุก 2 เดือน และระยะยาว (Big Win) สำหรับประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลา 2 - 4 ปี สำหรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพ เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่หยุดอยู่เพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่สามารถสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงและแข่งขันได้ในระยะยาว โดยจะมีการรายงานผลปีละ 1 ครั้ง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และผู้ประกอบการเศรษฐกิจชุมชนให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ ขยายโอกาสทางการค้า ลดต้นทุน และเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการเชื่อมโยงภาคการผลิต โลจิสติกส์ และการค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
14 ส.ค 2569
“รองปลัดวิฤทธิ์” นำคณะ ผู้บริหาร-ขรก. ดีพร้อม ร่วมผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
“รองปลัดวิฤทธิ์” นำคณะ ผู้บริหาร-ขรก. ดีพร้อม ร่วมผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรุงเทพฯ 5 สิงหาคม 2569 - กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมผลัดเวรเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในรอบที่ 1 เวลา 07.00 - 08.00 น. นำโดย นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางพงษ์ศิริ วรรณศรี และนายภัทรพล ลิ้มภักดี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จำนวน 45 ท่าน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง “กระทรวงอุตสาหกรรม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยอุตสาหะเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยตลอดมา และจักเทิดทูนพระเกียรติคุณไว้ในดวงใจตราบนานเท่านาน”
10 ส.ค 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” เดินหน้าช่วย SME ปรับโครงสร้างหนี้ ออกมาตรการ “DIPROM ยกระดับปรับโครงสร้างหนี้ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ยั่งยืน”หนุน SME ลดต้นทุนพลังงาน
“อธิบดีณัฏฐิญา” เดินหน้าช่วย SME ปรับโครงสร้างหนี้ ออกมาตรการ “DIPROM ยกระดับปรับโครงสร้างหนี้ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ยั่งยืน”หนุน SME ลดต้นทุนพลังงาน
กรุงเทพฯ 27 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ครั้งที่ 5/2569 พร้อมด้วยนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม : DIPROM) ณ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอรายละเอียดมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ของเงินทุนหมุนเวียนฯ ตามความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้แนวคิด “DIPROM ยกระดับปรับโครงสร้างหนี้ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ยั่งยืน” ผ่านโครงการ “ดีพร้อมเปย์ปรับหนี้ เอสเอ็มอีไปต่อได้ (DIPROM PAY RE-BOOST)” พร้อมกำชับให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณา 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ร่างตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2570 และการปรับปรุงหลักเกณฑ์สินเชื่อ “ดีพร้อมเปย์” โดยอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเสนอให้ปรับตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจสีเขียวจากการวัดจำนวนผู้ที่สนใจขอรับบริการสินเชื่อ มาเป็นการวัดผลเชิงคุณภาพ โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือ ลดต้นทุนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ที่ประชุมยังเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้บริการสินเชื่อ “ดีพร้อมเปย์” และร่างประกาศฉบับใหม่ พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ค้ำประกันให้ชัดเจน ก่อนเสนอประกาศเพื่อลงนามต่อไป
10 ส.ค 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำ ดีพร้อม มุ่งขับเคลื่อนองค์กรคุณภาพ เดินหน้าคัดเลือก HiPPS รุ่นที่ 22 สร้างบุคลากรชั้นนำ พัฒนาอุตสาหกรรมไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำ ดีพร้อม มุ่งขับเคลื่อนองค์กรคุณภาพ เดินหน้าคัดเลือก HiPPS รุ่นที่ 22 สร้างบุคลากรชั้นนำ พัฒนาอุตสาหกรรมไทย
กรุงเทพฯ 31 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance and Potential System: HiPPS) ครั้งที่ 2/2569 ร่วมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง ของดีพร้อม รุ่นที่ 22 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยประเมินจากคุณลักษณะ ผลงาน และการประเมินผลการปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งกำหนดกรอบเส้นทางความก้าวหน้าและการสั่งสมประสบการณ์ในระยะ 10 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้และปฏิบัติงานครอบคลุมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นการเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน สำหรับระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. เพื่อพัฒนาและเตรียมความพร้อมข้าราชการที่มีศักยภาพสูงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนา และการสั่งสมประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยดีพร้อมได้นำระบบดังกล่าวมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรขององค์กร เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการขับเคลื่อนนโยบายและการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับ SME และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
04 ส.ค 2569
“วราวุธ” นำกระทรวงอุตฯ ร่วมเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีเปิดนิทรรศการ Young รักษ์ทะเล “SEA THE CHANGE” พร้อมเยี่ยมชมบูธ “ดีพร้อม” ภายในงาน
“วราวุธ” นำกระทรวงอุตฯ ร่วมเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีเปิดนิทรรศการ Young รักษ์ทะเล “SEA THE CHANGE” พร้อมเยี่ยมชมบูธ “ดีพร้อม” ภายในงาน
กรุงเทพฯ 29 กรกฎาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงานนิทรรศการ Young รักษ์ทะเล “SEA THE CHANGE” พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานฯ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ ห้องจัดนิทรรศการ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน การจัดงานในครั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมกับ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE คือ การสร้างความตระหนักรู้ ปลุกพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ พร้อมเปลี่ยนการรับรู้ให้เป็นการลงมือทำจริงในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไทย ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมจัดกิจกรรม “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ด้วยมือเรา” ซึ่งประกอบด้วย 1. การสัมมนาบรรยายโดยวิทยากรด้านการอนุรักษ์แนวปะการังและรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน จำนวน 5 หัวข้อ ได้แก่ (1) Upcycle Magic: ชุบชีวิตเศษวัสดุ สู่หัตถกรรมร่วมสมัยมูลค่าสูง (2) Climate change: ต่อลมหายใจ ให้ปะการัง มาตรฐานปง ทะเลรอด โลกไม่ร้อน (3) ความงามที่ไม่ทําร้ายท้องทะเล (4) ขนส่งสีเขียวเพื่อทะเลสีฟ้า (5) Waste to Wonder: การแปรรูป เปลือกหอยแมลงภู่สู่วัสดุสร้างสรรค์และเครื่องประดับยังยืน 2. Workshop การประดิษฐ์ของใช้และเครื่องประดับตกแต่งจากวัสดุรีไซเคิลและของเสียจากท้องทะเล ได้แก่ กิจกรรม workshop หัวข้อ Upcycle จากฝาขวดพลาสติก ร้อยสร้อยข้อมือ พวงกุญแจสไตล์น่ารัก พร้อมรักษ์ทะเล และ กิจกกรม workshop หัวข้อ “Sea Soul XO Workshop” เป็นการเพนท์สีคาแรกเตอร์รูปปั้นจากเปลือกหอยแมลงภู่ 3. การร่วมจัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบที่ผ่านการพัฒนาจากดีพร้อมจำนวน 4 กิจการ ได้แก่ (1) Artcrew Armada โดยนำวัสดุหูกระป๋องนําอัดลมที่ใช้แล้วมาออกแบบร่วมกับงานหัตถกรรมการถักเชือกมาคราเม่ เป็นกระเป๋าแฟชั่นที่มีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (2) ร้าน PIROON Jewelry โดยนําขวดนําพลาสติกและวัสดุเหลือใช้มา Upcycle เป็นเครื่องประดับสุดประณีต น้ำหนักเบา สวมใส่ได้จริง (3) ร้านกูเก้ สไตล์ มีการนำศิลปะการพิมพ์ลายใบไม้ลงบนผืนผ้า (Eco Printing) ผสานภูมิปัญญา การจักสานไม้ไผ่ สร้างสรรค์เป็นเสือผ้าและกระเป๋า (4) พราว ออร์คิด เป็นการต่อยอดกล้วยไม้ไทยให้เป็นเครื่องประดับ โดยการจัดกิจกรรมทั้งหมดนี้ มีวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักรู้อุตสาหกรรมยั่งยืนคู่ทะเลไทย ให้แก่เยาวชน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมได้ในระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม 2569 ณ ห้องจัดนิทรรศการ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ
04 ส.ค 2569
"รองอธิบดีดุสิต" เข้าร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
"รองอธิบดีดุสิต" เข้าร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
กรุงเทพฯ 28 กรกฎาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
04 ส.ค 2569