โทรศัพท์ 1358

“ดีพร้อม” หารือ RSPO เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานโลกยั่งยืน
“ดีพร้อม” หารือ RSPO เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานโลกยั่งยืน
กรุงเทพฯ - 25 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติต้อนรับผู้บริหารองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) นำโดย นายธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ Board of Governance, RSPO Mrs. Chuah Su Ming Head, Public Policy and Financial Partnership (Asia) เข้าพบ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมผู้ผลิตอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันของไทยด้วยมาตรฐานปาล์มยั่งยืน โดยมี ผู้แทนจากกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม RSPO เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยมีสมาคมน้ำมันปาล์มมาเลเซียเป็นหลัก สมาชิกปัจจุบันของ RSPO ประกอบด้วย ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากห่วงโซ่คุณค่าของน้ำมันปาล์ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้แปรรูปและผู้ค้า สถาบันการเงิน และองค์กรพัฒนาเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม RSPO ก่อตั้งขึ้น เนื่องจาก สหภาพยุโรปได้กำหนดเงื่อนไขว่า ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่จำหน่ายในสหภาพยุโรป จะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้ต้องมีองค์กรที่ต้องสร้างมาตรฐานน้ำมันปาล์มยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิแรงงานและชุมชน เป็นต้น จุดประสงค์ของการหารือ เพื่อแนะนำ RSPO ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานน้ำมันปาล์มยั่งยืน และวางกรอบระบบการรับรอง รวมทั้งเพื่อทำความรู้จักกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ได้แก่ กสอ. และ สศอ. เป็นต้น โดยอาจพัฒนาความร่วมมือกันเกี่ยวกับโรงงานสกัด หรือโรงงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และการรับรองมาตรฐานของ RSPO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
02 เม.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล“ มอบหมาย ”อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทน อก. ร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ นายกฯ นำทีมเคาะ 7 มาตรการด้านพลังงานช่วยเหลือ ปชช. และภาคธุรกิจ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน – เติมเงินบัตรสวัสดิการ
“ปลัดณัฐพล“ มอบหมาย ”อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทน อก. ร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ นายกฯ นำทีมเคาะ 7 มาตรการด้านพลังงานช่วยเหลือ ปชช. และภาคธุรกิจ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน – เติมเงินบัตรสวัสดิการ
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งพิเศษ/2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) นี้ เพื่อพิจารณามาตรการดูแลประชาชน ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง และความคืบหน้า ความจำเป็น และมาตรการของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องปรับตัวในช่วงที่เผชิญวิกฤตพลังงานของโลก รวมถึงแนวทางการปรับตัวของประเทศไทย และแผนการบริหารจัดการด้านพลังงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก โดย ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชน 7 มาตรการ ได้แก่ 1. ให้กระทรวงการคลังพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม 2. ใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะดำเนินการในระยะเวลาเท่าใด 3. การดูแลกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4. ภาคเกษตรกร ซึ่งสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเป็นเรื่องของราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการโครงการธงเขียวสนับสนุนปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร รวมมถึงสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าด้วย 5. เกษตรกรกลุ่มประมงจะได้รับการเยียวยาโดยใช้ น้ำมัน B20 มีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ ในอัตราที่ 5 - 6 บาท 6. การดูแลคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรือกลุ่มก่อสร้าง ซึ่งอาจจะมีช่วงที่ขาดน้ำมันไม่สามารถใช้งานเครื่องจักรได้ทำให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า โดยพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี โดยทางสำนักงบประมาณได้รับไปดำเนินการ และ 7. การเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการในส่วนของ SME ทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตลอดจนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ธนาคารออมสินจะกำหนดออกมาให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัด พร้อมกำชับส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานตามมติ ครม. ในครั้งที่ผ่านมาด้วย
30 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ระดมทีมดีพร้อม สั่งการรุกเข้ม ออกมาตรการด้านพลังงาน หนุนเอสเอ็มอี พร้อมกำหนดมาตรฐานประเมินผลปี 69 รับมือวิกฤตโลก-สงคราม ชูเทคโนโลยี IoT-Digital ลดต้นทุนพลังงานอุตสาหกรรมไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” ระดมทีมดีพร้อม สั่งการรุกเข้ม ออกมาตรการด้านพลังงาน หนุนเอสเอ็มอี พร้อมกำหนดมาตรฐานประเมินผลปี 69 รับมือวิกฤตโลก-สงคราม ชูเทคโนโลยี IoT-Digital ลดต้นทุนพลังงานอุตสาหกรรมไทย
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางและรูปแบบการติดตาม การประเมินผล และการประเมินความคุ้มค่าการดำเนินโครงการของ กสอ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการด้านพลังงาน ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการประชุม ครม. นัดพิเศษ เพื่อจัดทำแนวทางการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัวจากผลกระทบในสถานการณ์ด้านพลังงาน พร้อมกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของดีพร้อม โดยมีสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (สำนักงาน ก.พ.ร.) เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานการวัดผลให้มีความเป็นสากลผ่านกรอบแนวคิด OECD Model พร้อมบูรณาการเครื่องมือทางวิชาการอย่าง Result Chain และ Value Chain เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้เห็นภาพผลสัมฤทธิ์ว่าโครงการต่างๆ สามารถสร้างผลกระทบต่อ GDP และช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการให้ก้าวข้ามขีดความสามารถท่ามกลางสภาวะความผันผวนของปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกจากวิกฤตพลังงานและสภาวะสงครามได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเกณฑ์ 4E (Economy, Efficiency, Effectiveness และ Equity) มาเป็นบรรทัดฐานในการประเมินความคุ้มค่า เพื่อให้ครอบคลุมมิติที่หลากหลาย เที่ยงธรรม และสะท้อนข้อเท็จจริงได้รอบด้านอีกด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุม โดยท่านอธิบดีณัฏฐิญา และคณะผู้บริหารดีพร้อม ยังได้ให้ชี้แจงในที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากผลกระทบอันเกี่ยวเนื่องจากภาวะสงครามที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยดีพร้อม มีการปรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านพลังงานโดยการนำเทคโนโลยี IoT และ Digital มาช่วยในการเพิ่มผลิตภาพ สร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านกลไกของเกษตรอุตสาหกรรม มีการให้ความรู้ด้านระบบโลจิสติกส์ที่ลดการสูญเสีย การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ การบริหารจัดการสต๊อก ตลอดจนการจัดส่งสินค้า นอกจากนี้ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก็ได้มุ่งเน้นการยกระดับทักษะแรงงานในสาขาที่จำเป็น อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) Digital Transformation การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อผลิตพลังงานทางเลือก ควบคู่กับการบุกตลาดคู่ค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งจะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสต่อภาคเกษตกรรม ภาคการผลิต และ SMEs ไทยให้เติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มตลาดฮาลาล ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในช่วงสภาวการณ์นี้ "ดีพร้อม ยังคงยืนหยัดมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใสถูกต้องตามกฎหมาย ธรรมาภิบาล ด้วยเกณฑ์มาตรฐานการผลิตที่ดีของไทย (GMT) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าไทยภายใต้แนวคิด Made by Thai ที่เน้นการใช้วัตถุดิบและแรงงานในประเทศเป็นหลักอีกด้วย" อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
30 มี.ค. 2569
พลิกเกมธุรกิจ! “อธิบดีณัฏฐิญา” ดันเทคโนโลยี Smart & Reverse Logistics ปรับตัวก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน สร้างจุดเปลี่ยนอุตฯ ไทยให้ดีพร้อม
พลิกเกมธุรกิจ! “อธิบดีณัฏฐิญา” ดันเทคโนโลยี Smart & Reverse Logistics ปรับตัวก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน สร้างจุดเปลี่ยนอุตฯ ไทยให้ดีพร้อม
กรุงเทพฯ - 25 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “Smart & Reverse Logistics พลิกเกมธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและการจัดการย้อนกลับอัจฉริยะ พร้อมด้วยวิทยากร ดร. ไพฑูรย์ ศิริโอฬาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน และผู้ประกอบการที่สนใจ โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กล.กสอ.) กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการจัดกิจกรรม Smart & Reverse Logistics ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานธุรกิจไทย โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ พัฒนาการเชื่อมโยงวัตถุดิบและตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่ความรวดเร็ว แต่ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมผ่านระบบ Trace to Value หรือการจัดการโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) เพื่อติดตามสินค้าและบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ตามหลัก BCG Model มีเป้าหมายคือการทำให้เกิดขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยในตลาดโลกและลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง 15% ซึ่งมี 20 สถานประกอบการที่ได้รับการยกย่องเป็น "องค์กรต้นแบบ" “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวถึงแนวทางการปรับตัวของ SME ในยุควิกฤตต้นทุนว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการณ์โลกและสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมัน “ดีพร้อม” จึงเร่งผลักดันให้ SME ปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ (1) การบริหารจัดการต้นทุนและโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยี (2) การสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานโดยบริหารจัดการวัตถุดิบและใช้แนวคิด Lean (3) การมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย Reverse Logistics และ (4) การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการขยายตลาดและโอกาสใหม่ผ่าน Digital Transformation และการสำรวจตลาดศักยภาพ เพื่อให้ SME ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำ "เป้าหมายของเราคือการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับ SME ไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก"
30 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ผนึกกำลัง “สวทช.” เร่งปั้นผู้ประกอบการ Startup - SMEs ไทย สู่การเป็นฐานเศรษฐกิจนวัตกรรม
“ดีพร้อม” ผนึกกำลัง “สวทช.” เร่งปั้นผู้ประกอบการ Startup - SMEs ไทย สู่การเป็นฐานเศรษฐกิจนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน การประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านกลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) ร่วมด้วย ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สายงานบริการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) นางสาวพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรและสุขภาพ (ITAP) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือแนวทางบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” กับ สวทช. ในการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจ Startup และ SMEs โดยอาศัยกลไกของ อวท. ในการเป็นพี่เลี้ยงบ่มเพาะธุรกิจและเชื่อมโยงส่งต่อภายในระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครบวงจร ทั้งการเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ ของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) ซึ่งมีหน่วยงานให้บริการวิเคราะห์และทดสอบเพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานสินค้าไทยรองรับการเข้าสู่ตลาดระดับสากล ได้แก่ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม (CTEC) ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (TBES) และฝ่ายบริการงานวิศวกรรม (NFED) รวมถึงโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ที่พร้อมจะรับโจทย์ความต้องการด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ โดยจะจับคู่ความต้องการกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้าวินิจฉัยปัญหาพร้อมจัดทำเป็นข้อเสนอโครงการเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า “ดีพร้อม” ยินดีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความต้องการด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการเข้ากับการให้บริการของ สวทช. ซึ่งเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน R&D ข้อมูลงานวิจัย เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการพัฒนาในหลากหลายสาขา โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มให้กับผู้ประกอบการในสิ่งที่ขาดเพื่อเร่งกระบวนการพัฒนานวัตกรรมให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวน SMEs ทั่วประเทศที่มีมากกว่า 3 ล้านราย ย่อมมีความต้องการที่หลากหลายและส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ขาดเงินทุนในการพัฒนาต่อยอด จึงอยากเห็นการทำงานร่วมกันแบบ Two-way Communication ซึ่งนอกจากดีพร้อมจะช่วยนำความต้องการ จากผู้ประกอบการไปจับคู่เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาแล้ว ขณะเดียวกันทาง สวทช. ก็สามารถนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับทางดีพร้อมเพื่อพิจารณานำไปปรับใช้ให้เข้ากับวิถีของ SMEs ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ด้วยเช่นกัน
30 มี.ค. 2569
"ดีพร้อม" ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 57 ปี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
"ดีพร้อม" ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 57 ปี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
กรุงเทพฯ 25 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ครบรอบ 57 ปี โดยมี นายนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร สมอ.
30 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมถกบอร์ด สสว. วางโรดแมป ยกระดับขีดความสามารถ SME ไทยต้องไปต่อ! อัดงบ-ปรับแผนใหญ่ พาธุรกิจไทยบุกตลาดโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมถกบอร์ด สสว. วางโรดแมป ยกระดับขีดความสามารถ SME ไทยต้องไปต่อ! อัดงบ-ปรับแผนใหญ่ พาธุรกิจไทยบุกตลาดโลก
กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (คกก.บริหารฯ) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมี นายวิฑูร สุขพูล ประธานกรรมการบริหารฯ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีการรายงานสถานการณ์ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พบว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2568 ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 2.4 คิดเป็นมูลค่า 6.6 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 34.8 ของ GDP ประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจของไทยทั้งปีมีมูลค่า 18.97 ล้านล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนมาจากมาตรการของรัฐ การใช้จ่ายของประชาชน และรายได้จากการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของเอสเอ็มอียังมีการชะลอตัว โดยหดตัวลงร้อยละ 0.4 จากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ สำหรับปี 2569 คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.5–3.1 แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อการท่องเที่ยวและการส่งออก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้การเติบโตลดลงเหลือร้อยละ 1.6 ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางบวก ในด้านการผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินงานโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” ซึ่งมีเป้าหมายในการสนับสนุนผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 1,740 ราย ผ่านกิจกรรมแสดงสินค้าและการเจาะตลาดในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม บริการทางการแพทย์ และสินค้าเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ที่ประชุมได้ปรับแผนโดยเสนอเปลี่ยนพื้นที่ดำเนินโครงการไปยังประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ แทนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น ทั้งนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า ควรเพิ่มโอกาสแก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งมีศักยภาพและสอดคล้องกับตลาดเป้าหมาย รวมถึงให้พิจารณาความคุ้มค่าของงบประมาณในการปรับแผนพื้นที่ดำเนินงานด้วย นับเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันในตลาดสากล ผ่านกลไกการเจรจาการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในเวทีโลก
30 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ชูโมเดล “เครื่องจักรประหยัดพลังงาน” ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเครื่องจักร หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ชูโมเดล “เครื่องจักรประหยัดพลังงาน” ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเครื่องจักร หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
จ.ชลบุรี 18 มีนาคม 69 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9 : DC 9) โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนญ์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9 : DC 9) การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเน้นย้ำความสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยีที่ช่วย “ประหยัดพลังงานของเครื่องจักร” เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการสาธิตการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Retrofit) ร่วมกับการบริหารจัดการการใช้เครื่องจักรของผู้มารับบริการ เช่น กำหนดปริมาณโหลดต่อครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการผลักดันมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ศูนย์ ITC ของ DIPROM Center 9 มีการให้บริการสำคัญแก่ผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ อาทิ - การทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจักร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดสอบการผลิตจริงก่อนตัดสินใจลงทุน พร้อมให้คำปรึกษาด้านการปรับแต่งเครื่องจักรให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น - การถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ในการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรให้เกิดควา แม่นยำ และลดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ - การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบถึงสิทธิประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีสูงสุด 1.5 เท่า สำหรับการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน “ศูนย์ ITC ของ DIPROM Center 9 เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสถานประกอบการในพื้นที่ EEC ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นแล้ว ยังเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวในสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน“ อธิบดีณัฏฐิญากล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับบริการหรือคำปรึกษา สามารถติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์ ITC ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 จังหวัดชลบุรี
24 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน TIF & Food Pack Asia 2026 หนุนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค 5.0 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการผลิตที่ยั่งยืน
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน TIF & Food Pack Asia 2026 หนุนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค 5.0 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการผลิตที่ยั่งยืน
กรุงเทพฯ 18 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน THAILAND INDUSTRIAL FAIR (TIF) & FOOD PACK ASIA 2026 ครั้งที่ 24 โดยมีนายดำริ นามพญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิวิว แอดเวอร์ไทซิ่ง กรุ๊ป จำกัด นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด MICE ในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ เวทีกลาง ฮอลล์ 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา งาน TIF & FOOD PACK ASIA 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart Sustainable Seamless: The Future of Food & Packaging 5.0” ที่มุ่งยกระดับภาคการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน (AI Driven) ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมก้าวสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory ภายในงานมีการจัดแสดงโซลูชันจากบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ กว่า 400 บริษัท เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร Eco-Friendly Packaging เทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาด โซลูชันคาร์บอน ระบบคลังสินค้าและโลจิสติกส์อัจฉริยะ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมคลินิกโรงงานซึ่งจะช่วยแนะนำโซลูชัน ที่เหมาะสมกับธุรกิจ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานระหว่างวันที่ 18 - 21 มีนาคม 2569 รวมแล้วกว่า 20,000 คน และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเจรจาธุรกิจจนนำไปสู่การซื้อขายภายในงานได้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ในส่วนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจหน่วยงานและผลงานความสำเร็จ ประกอบด้วย 1) Digital Mini Classroom เวทีสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ (Business Matching) โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล 2) Digital Clinic by DIPROM คลินิกให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และ 3) Digital Showcase by DIPROM เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจหน่วยงาน/โครงการ แนวคิดและผลงานความสำเร็จ (Success Case) จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นผู้รับบริการเพื่อนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอโครงการที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่อไป “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานจากปัญหาการสู้รบ ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมตลอดทั้ง Supply Chain โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ กระบวนการผลิต/แปรรูป การจัดเก็บและ การขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค และถึงแม้ว่าในอนาคตสงครามจะจบลงแต่วิกฤตด้านพลังงานก็จะยังคงอยู่กับเรา เป็นเรื่องปกติใหม่ หน่วยงานภาครัฐรวมถึงผู้ประกอบการเองจึงจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยงานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สร้างความตระหนักให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตรูปแบบใหม่ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดการใช้พลังงาน หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือเชื้อเพลิงทางเลือก (Alternative Fuels) ทดแทนการใช้น้ำมัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากภาคอุตสาหกรรมได้นำเทคโนโลยีนวัตกรรม และ AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการผลิต ย่อมจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถก้าวข้ามทุกความท้าทายไปสู่การเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
24 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุก EEC สั่งลุย! ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม ดึง มจพ. ระยอง ติวเข้มบุคลากร สร้างทักษะแห่งอนาคต ปรับตัวตามแนวโน้มอุตสาหกรรมโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุก EEC สั่งลุย! ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม ดึง มจพ. ระยอง ติวเข้มบุคลากร สร้างทักษะแห่งอนาคต ปรับตัวตามแนวโน้มอุตสาหกรรมโลก
จ.ระยอง 18 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานที่จัดกิจกรรมต่อยอดองค์ความรู้ของผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม” โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9) เข้าร่วม ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) อำเภอเมืองระยอง โดยการตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการทดสอบยานยนต์และระบบอัตโนมัติในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรมบุคลากรในหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มุ่งเน้นการสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะตรงตามมาตรฐานสากล ในหลักสูตร "ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม" ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาบุคลากรไปสู่ช่างเทคนิคซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการร่วมมือกับศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม มจพ. ซึ่งศูนย์วิจัยฯ ดังกล่าว เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการแก่บุคลากรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม มีหน้าที่ในการให้บริการด้านงานวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังดำเนินการจัดฝึกอบรมภายใต้หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ และหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อเป็นการส่งเสริมการก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 "การมาเยือนศูนย์ RTCI ในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะการปรับตัวสู่เทคโนโลยีสะอาดและดิจิทัล ดีพร้อมมุ่งหวังให้บุคลากรที่ผ่านการอบรมมีทักษะแห่งอนาคตที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจใหม่" อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
24 มี.ค. 2569