โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฐฏิญา” ร่วมวงขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทย มุ่งเพิ่มมูลค่าสูง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
“อธิบดีณัฐฏิญา” ร่วมวงขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทย มุ่งเพิ่มมูลค่าสูง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย คณะทำงานฯ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ หัองประชุม 4401 ชั้น 1 ตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 1 ทำเนียบรัฐบาล และในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนโยบายปฏิรูปภาคการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเร่งผลักดันมาตรการระยะเร่งด่วน (Quick Big Win) ของรัฐบาลเพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทย ขยายโอกาสทางการค้า และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยมีการหารือแนวทางการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์พื้นฐานและเพิ่มเติมต่างๆ การขอรับส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุน SMEs เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs เติบโตได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณาประเด็นสำคัญ อาทิการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช โดยมีนำเสนอวิธีการปรับปรุงพันธุ์พืชทั้งพันธุ์ข้าวและการปรับปรุงพันธุ์พืชไร่และพืชสวนของไทย การนำเสนอโครงการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจผลไม้ครบวงจรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Fruit Connect Platform) ซึ่งเน้นการ “เชื่อมผลผลิต เชื่อมองค์ความรู้ เชื่อมอุตสาหกรรม เชื่อมตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลไม้“ อีกทั้งยังนำเสนอการผลักดันสินค้าฮาลาลสู่ระดับสากลเพิ่มขึ้น ในที่ประชุม มีการให้ข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ร่วมกัน เพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารของไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในโอกาสนี้ “อธิบดีณัฐฏิญา” ได้ให้ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร โดยมาตรการส่งเสริมการลงทุนควรจะกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบที่ผลิตขึ้นภายในประเทศเพิ่มเติม พร้อมให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการต่อยอดเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากสตาร์ทอัพเพื่อสนับสนุนการขยายพันธุ์พืช และผลักดันผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าสู่ตลาดฮาลาลโลกซึ่งนับเป็นตลาดที่ใหญ่และมีมูลค่าสูง ต่อไป ทั้งนี้ ดีพร้อม มุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การแปรรูปสินค้าเกษตร การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
26 ต.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา”  เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุมอนุฯ กขค. ชี้บทบาท ช่วยผู้ประกอบการต้องชัดเจน แนะตั้ง KPI วัดผลได้จริง
“อธิบดีณัฏฐิญา”  เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุมอนุฯ กขค. ชี้บทบาท ช่วยผู้ประกอบการต้องชัดเจน แนะตั้ง KPI วัดผลได้จริง
กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า ด้านการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ครั้งที่ 4/2569 ร่วมด้วย คณะอนุกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1028 ชั้น 10 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานให้ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานกิจกรรมคลินิกส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าเคลื่อนที่ (Mobile Competition Clinic) ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่-ลำพูน กระบี่ และจันทบุรี ซึ่งนำไปสู่การผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการค้าสำคัญ เช่น การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล การเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และการออกประกาศกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นอกจากนี้ ยังมีการรายแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่และสถาบันการศึกษา จากนั้น ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินกิจกรรม Mobile Competition Clinic ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใน 5 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ชลบุรี นครสวรรค์ เชียงราย ภูเก็ต และขอนแก่น โดยจะเริ่มนำร่องลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ จะเน้นการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาเฉพาะด้าน อาทิ ตลาดแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ทั้งนี้ อธิบดีณัฏฐิญาได้ให้ข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมว่า หน่วยงานต้องสร้างความชัดเจนในตัวตนและภารกิจหลักก่อน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอรับคำปรึกษาจากปัญหาที่สอดคล้องกับภารกิจการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเสนอแนะให้มีการกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ในการดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายให้ชัดเจนและแก้ไขปัญหาให้บรรลุตามตัวชี้วัดที่กำหนดในแต่ละปี ส่วนประเด็นปัญหาที่อยู่นอกเหนือกฎหมายการแข่งขันทางการค้า จะต้องมีกลไกส่งต่อไปยังหน่วยงานหลักและภาคีเครือข่ายที่เป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง เพื่อไม่ให้ขอบเขตภารกิจขยายวงกว้างจนไปทับซ้อนกับกฎหมายของหน่วยงานอื่น พร้อมกันนี้ผู้แทนภาคเอกชนในที่ประชุมก็ได้ร่วมเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติม คือ การบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและแก้ไขปัญหากฎหมาย เพื่อเป็นช่องทางในการรวบรวมและส่งต่อประเด็นปัญหานอกขอบเขตกฎหมายแข่งขันทางการค้า ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วต่อไป
26 ต.ค. 2569
“ดีพร้อม” จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ SME D Bank ติวเข้ม เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ เปิดตัวกิจกรรม SMEs AI-Boost เสริมศักยภาพธุรกิจไทยด้วยพลังปัญญาประดิษฐ์
“ดีพร้อม” จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ SME D Bank ติวเข้ม เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ เปิดตัวกิจกรรม SMEs AI-Boost เสริมศักยภาพธุรกิจไทยด้วยพลังปัญญาประดิษฐ์
กรุงเทพ ฯ 19 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "เสริมศักยภาพ SMEs ไทย ก้าวไวด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SMEs AI-Boost)" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวทักษอร สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้อำนวยการกองสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย ผู้ประกอบการจากภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคการบริการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมและติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวขึ้น พร้อมออกแบบกิจกรรม "SMEs AI-Boost" ให้สามารถลดช่องว่างทางเทคโนโลยี มุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการทำงานจริงให้กัผู้ประกอบการ SME ได้ เพื่อให้สามารถนำไปได้จริงในด้านการตลาด การบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ธุรกิจของคนไทยสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และแข่งขันได้ในเวทีระดับสากล สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 ตุลาคม 2569 โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ระดับประเทศ การฝึกปฏิบัติการ (Workshop) การทดลองใช้เครื่องมือ AI ที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้และยกระดับศักยภาพธุรกิจให้ก้าวไวในยุคดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
26 ต.ค. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการศักยภาพสู่ Global Value Chain ผ่าน “กิจกรรมนิคม SME Awareness” เชื่อม SME สู่ห่วงโซ่อุปทานโลก คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 180 ล้านบาท
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการศักยภาพสู่ Global Value Chain ผ่าน “กิจกรรมนิคม SME Awareness” เชื่อม SME สู่ห่วงโซ่อุปทานโลก คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 180 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรม “นิคม SME Awareness” ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพสร้างความเข้มแข็งเพื่อการเชื่อมโยง พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเครือข่าย และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้อง Sakura โรงแรมจัสมินซิตี้ ถนนสุขุมวิท ปัจจุบัน SME จำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ภาครัฐ แหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงความท้าทายด้านคุณภาพ ต้นทุน และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มรองรับการจัดตั้งนิคม SME ภายใต้มาตรการ Quick Big Wins โดยใช้ความต้องการของผู้ประกอบการรายใหญ่ (Big Brother) เป็นโจทย์ในการพัฒนา SME ให้มีความพร้อมสำหรับการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ และเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) และห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain: GVC) โครงการดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของ 5 หน่วยงานพันธมิตรหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) นำร่องในนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง บางปู และแหลมฉบัง โดยมีการคัดเลือก SME ที่มีศักยภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมบูรณาการการสนับสนุนด้านตลาด เงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเริ่มจากการสำรวจความต้องการจัดซื้อของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อนำมาเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนา SME ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การศึกษาดูงาน และการวินิจฉัยเชิงลึก ณ สถานประกอบการ เพื่อยกระดับคุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบ และพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของผู้ซื้อ ควบคู่กับการสนับสนุนเครื่องมือและสิทธิประโยชน์ภาครัฐ อาทิ มาตรการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของ BOI เครื่องมือ Thailand i4.0 CheckUp แพลตฟอร์ม IDA (Industry IoT & Data Analytics Platform) และแหล่งเงินทุน จากนั้น จึงเข้าสู่กระบวนการประเมินคู่ค้า (Supplier Audit) และเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสในการจัดซื้อและต่อยอดสู่คำสั่งซื้อจริง รวมถึงขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ผลลัพธ์ที่ผ่านมาของโครงการ ก่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม อาทิ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ บริษัท ลำปางฟู้ดโปรดักส์ จำกัด ในการนำลูกชิดไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย และนำไข่ผำจาก บริษัท ภักดีบดินทร์ จำกัด มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ขนมปังนมไข่ผำภายใต้แบรนด์เลอแปง โดยคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานของโครงการจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 180 ล้านบาท ผ่านการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรม อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน การสร้างโอกาสและการเจรจาจับคู่ธุรกิจในตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ “ดีพร้อม” ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการพัฒนา SME ด้วยแนวทาง Demand-Driven Approach ที่ใช้ความต้องการจริงของตลาดเป็นโจทย์หลัก เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมเป็นคู่ค้าของอุตสาหกรรมรายใหญ่ เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
26 ต.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุม ทีมโฆษกกระทรวงอุตฯ ลุยสื่อสารเชิงรุก! ผนึกทุกหน่วยงานส่งต่อข่าวสารถึงประชาชน
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุม ทีมโฆษกกระทรวงอุตฯ ลุยสื่อสารเชิงรุก! ผนึกทุกหน่วยงานส่งต่อข่าวสารถึงประชาชน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายนนธนัตถ์ บุนนาค ประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนการสื่อสาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับรองอธิบดีหรือเทียบเท่าจากทุกหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างทีมโฆษกฯ และหน่วยงานในสังกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานของกระทรวงอุตสาหกรรมให้เข้าถึงประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว และแพร่หลายยิ่งขึ้น
26 ต.ค. 2569
“วราวุธ” พร้อมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดี ไทยโพสต์ ก้าวสู่ปีที่ 31
“วราวุธ” พร้อมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดี ไทยโพสต์ ก้าวสู่ปีที่ 31
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นายภาสกร ชัยรัตน์ นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเริงฤทธิ์ กุศลกรรมบถ รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนางรจนา มาดหมาย ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ “อิสรภาพแห่งความคิด” ครบรอบก้าวสู่ปีที่ 31 โดยมี นายโรจ งามแม้น ประธานบริหารบริษัท สารสู่อนาคต จำกัด (ไทยโพสต์) ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง ณ ห้องรับรอง ในโอกาสนี้ นายวราวุธ ได้ร่วมบันทึกวิดีโอแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบและให้สัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย ณ สำนักงานใหญ่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
22 ต.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ลงพื้นที่สุราษฎร์ฯ เยี่ยม Success Case ดีพร้อม ชู AI Automation ลดต้นทุน หนุน SME ฟื้นธุรกิจด้วยการตลาดดิจิทัล
“รองอธิบดีดุสิต” ลงพื้นที่สุราษฎร์ฯ เยี่ยม Success Case ดีพร้อม ชู AI Automation ลดต้นทุน หนุน SME ฟื้นธุรกิจด้วยการตลาดดิจิทัล
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 15 ตุลาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (ผอ.ศภ.10 กสอ.) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10: DC 10) ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการต้นแบบ (Success Case) ที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ผักกลางเมือง จำกัด และ บริษัท ท่าทองรังนก จำกัด อำเภอเมือง บริษัท ผักกลางเมือง จำกัด เป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเพาะปลูกและจำหน่ายผักสด โดยมี นายดำรงศักดิ์ แก้วอำไฝ เจ้าของบริษัทฯ ให้การต้อนรับ พร้อมสาธิตการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์และคัดแยกคุณภาพใบกะเพรา โดยได้รับการสนับสนุนจากดีพร้อมภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านแรงงานคนในการคัดแยกใบกะเพราสดที่ปริมาณผลผลิตสูงถึง 90 กิโลกรัมต่อวัน ด้วยการผสานการทำงานของเครื่องจักรร่วมกับการประมวลผลของ AI ที่มีการพัฒนาซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่องจาก โดยฝึกฝนโมเดลจากชุดข้อมูลภาพตำหนิของใบกะเพรา ศัตรูพืช และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ส่งผลให้การตรวจจับเป็นไปอย่างแม่นยำ สามารถยกระดับการคัดกรองผลผลิตได้ตามมาตรฐาน GMP ป้องกันข้อผิดพลาดก่อนการส่งมอบสินค้า รวมถึงช่วยลดต้นทุนค่าแรงงานต่อปีได้สูงถึงร้อยละ 80 หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนบาทต่อปี จากนั้น รองอธิบดีดุสิตฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม บริษัท ท่าทองรังนก จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป โดยมี นายสาธิต ประเสริฐมรรค ผู้บริหารให้การต้อนรับ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมผ่านกิจกรรมการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติเบื้องต้น (Recover) ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย DC 10 ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหายอดขายชะลอตัวจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าวินิจฉัยเชิงลึกและวางแผนกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Plan) เน้นการสื่อสารเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook และ TikTok อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการชูจุดเด่นเรื่องมาตรฐานการเก็บรังนกอย่างมีจริยธรรมตามวงจรธรรมชาติ การจัดการบ้านนกนางแอ่นด้วยระบบควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ รังนกผสมผลมัลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสุขภาพ ช่วยสร้างการรับรู้ตราสินค้าเพิ่มขึ้น 6.8% และสร้างรายได้เติบโต 16.67% คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7 แสนบาทต่อปี การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ นอกจากจะเห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาของภาคธุรกิจแล้ว ผู้ประกอบการยังแสดงถึงความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการของภาครัฐเพิ่มเติม โดย DC 10 พร้อมเดินหน้าให้การสนับสนุน เชื่อมโยงส่งต่อไปสู่โอกาสใหม่ ๆ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในพื้นที่ต่อไป
21 ต.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ล่องใต้ มอบนโยบาย DC 10 มุ่งพัฒนาคนดีพร้อม ชู 3 DNA ต้องสื่อสารเป็น ปรับตัวไว มองไกลคว้าโอกาสใหม่
“รองอธิบดีดุสิต” ล่องใต้ มอบนโยบาย DC 10 มุ่งพัฒนาคนดีพร้อม ชู 3 DNA ต้องสื่อสารเป็น ปรับตัวไว มองไกลคว้าโอกาสใหม่
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 14 ตุลาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM CENTER 10: DC 10) โดยมี นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (ผอ.ศภ.10) ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ ห้องประชุมประดู่แดง ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง ผอ.ศภ.10 ได้นำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนภารกิจของ DC 10 ในการส่งเสริมผู้ประกอบการครอบคลุม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ผ่านการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและงบกลุ่มจังหวัด โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการสมัยใหม่เข้าไปสนับสนุนสถานประกอบการ เช่น การนำหลักการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) เข้าไปปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดความสูญเปล่าและลดต้นทุนพลังงาน การประยุกต์ใช้ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและออกซิเจนในสถานประกอบการสปาแบบ Real-time ควบคู่กับระบบ AI ในการควบคุมมาตรฐาน การจัดฝึกอบรมยกระดับมาตรฐานนวดไทยและสปาพรีเมียมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการระดับสากล การวางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลและ Content Marketing เพื่อฟื้นฟูกิจการ การผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการเข้าสู่มาตรฐาน ตลอดจนการสนับสนุนเครื่องจักรแปรรูปผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้ “รองอธิบดีดุสิตฯ” กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานด้วยการสร้าง DNA เจ้าหน้าที่ดีพร้อม ให้มีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การเล่าเรื่อง (Storytelling) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการสื่อสารและการเขียนหนังสือราชการให้เข้าใจง่ายและตรงประเด็น 2) ความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เช่น การนำ AI เข้ามาช่วยทุ่นแรงในการตรวจทานเอกสาร และเตรียมการประชุม รวมถึงการปรับตัวสู่การทำงานแบบ Paperless ด้วยการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (GDCC) และการลงนามด้วย E-Signature เพื่อลดต้นทุนเอกสาร และ 3) การมองหาโอกาสใหม่ ๆ รอบตัว ในการพัฒนาตนเอง เช่น ทุนศึกษา ทุนฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อซักถามกับเจ้าหน้าที่ในประเด็นโครงการที่ได้รับความสนใจและความต้องการเครื่องจักรของหน่วยงาน ตลอดจนความเข้าใจต่อทิศทางการปฏิรูประบบราชการ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดทำเอกสารโครงการต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ยังต้องเป็นผู้กำหนดเนื้อหาและสาระสำคัญของงาน ส่วนเทคโนโลยี AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยขัดเกลาและสนับสนุนการทำงานเท่านั้น
21 ต.ค. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าพัฒนาบุคลากรยุค AI เปิดหลักสูตร “HI with AI” เสริมทักษะคิดวิเคราะห์ ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์สู่งานจริง
“ดีพร้อม” เดินหน้าพัฒนาบุคลากรยุค AI เปิดหลักสูตร “HI with AI” เสริมทักษะคิดวิเคราะห์ ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์สู่งานจริง
กรุงเทพฯ 30 กันยายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “HI with AI ปรับตัวอย่างไร ให้อยู่ร่วมและอยู่รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กิจกรรม “ยกระดับยุทธศาสตร์และแผนงานดีพร้อมด้วย AI” โดยมี นายทินวัฒน์ แก้วสวี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายจิตติ บรรจุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เข้าร่วม ณ ห้องปาริชาต ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในหลากหลายมิติ ส่งผลให้บุคลากรจำเป็นต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความสามารถ และพร้อมในการปรับตัว เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างคุณค่าและผลลัพธ์ให้กับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทาง “DIPROM FLEXi: ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งสร้างความยืดหยุ่นและความคล่องตัวให้แก่องค์กร บุคลากร และระบบการทำงาน ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับ AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้เครื่องมือหรือฟังก์ชันต่าง ๆ แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับ Human Intelligence (HI) หรือศักยภาพของมนุษย์ในการคิดวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมาย ออกแบบคำสั่งและบริบท ตลอดจนตรวจสอบและกลั่นกรองผลลัพธ์จาก AI ด้วยวิจารณญาณและความรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถนำ AI มาสนับสนุนการทำงานได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจขององค์กร การอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569 รวม 3 วัน โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Workshop) ควบคู่กับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำแนวคิด “HI with AI” ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์งานจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์งาน การกำหนดเป้าหมาย การออกแบบ Prompt และ Context ไปจนถึงการจัดการ ตรวจสอบและตรวจทานผลลัพธ์จาก AI โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปยกระดับกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของดีพร้อมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกเทคโนโลยียุคใหม่
14 ต.ค. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมพิธีมอบรางวัล "GIT’s World Jewelry Design Awards 2026 & GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026" ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งเวทีดีไซน์ระดับสากล
“ดีพร้อม” ร่วมพิธีมอบรางวัล "GIT’s World Jewelry Design Awards 2026 & GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026" ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งเวทีดีไซน์ระดับสากล
กรุงเทพฯ 6 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 (GIT’s World Jewelry Design Awards 2026) และ โครงการประกวดพลอยเจียระไนระดับโลก ครั้งที่ 2 (GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026) โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ลาน Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 และ GIT's World Challenge Gems Faceting Master 2026 จัดโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยเวทีประกวดออกแบบเครื่องประดับ GIT's World Jewelry Design Awards GIT ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานสำคัญในการเฟ้นหา สนับสนุน และผลักดันนักออกแบบเครื่องประดับทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล พร้อมทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีไทย พร้อมกันนี้ ยังมีการเปิดเวทีประกวดพลอยเจียระไน GIT's World Challenge Gems Faceting Master ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากเวทีการออกแบบ โดยเน้นไปที่ทักษะความเชี่ยวชาญด้านงานช่างฝีมือการเจียระไนพลอย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลกอย่างยั่งยืน พร้อมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะให้นักออกแบบและช่างฝีมือให้เป็นที่รู้จักและได้มาตรฐานในเวทีสากล รวมถึงต่อยอดสู่การผลิตจริงในอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายธุรกิจ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับนานาชาติ ทั้งยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาครัฐและหน่วยงานเครือข่ายในการขับเคลื่อนและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก ซึ่งในปีนี้ ผู้เข้าประกวดได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์คอลเลกชันเครื่องประดับอย่างน้อย 3 ชิ้น ที่ผสานความงามอันคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำสู่อนาคต โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย จีน อิตาลี และฮ่องกง ร่วมตัดสิน ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุด โดยผลการประกวด GIT’s World Jewelry Design Awards ได้แก่ 1)นางสาวกาญนิกา พรมอินทร์ รางวัลชนะเลิศ จากผลงานชื่อ Golden Bloom : The Flourishing Legacy 2)นายอำพล แตระพรพาณิชย์ รองชนะเลิศอันดับ 1 3)นางสาวเนตรนภา ส่งเสียง รองชนะเลิศอันดับ 2 3)นายเอนก เมืองนา รางวัลชมเชย 4)นายถกล เก่งการช่าง รางวัล popular design award ผลรางวัลการประกวด GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026 ได้แก่ 1)นายภูเบศ สินสวัสดิ์ รางวัลชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 2)นายนิรินาทย์ เธียรวรโชค รางวัลรองชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 3)นายสรรเพชญ พนัสเจริญ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 4)นางสาวศิริทิพา สุวรรณผล รางวัลชนะเลิศด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ประเภทพลอยทั่วไป ภายในงาน มีการจัดแสดงผลงานการออกแบบและเจียระไนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วโลก พิธีประกาศผลและมอบรางวัลพร้อมมอบโล่เกียรติยศแก่ผู้สนับสนุนการผลิตเครื่องประดับ และประกาศรายชื่อผู้ชนะเลิศการประกวด ประจำปี 2026 จากทั้งสองเวที พร้อมแฟชั่นโชว์สุดอลังการ จากแอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ในชุด “The Brilliance Runway: A Celebration of 20 Years of Jewelry Excellence” โดยการนำเสนอเครื่องประดับสุดล้ำค่าจากฝีมือผู้ชนะการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 อีกด้วย
14 ต.ค. 2569