โทรศัพท์ 1358

“ดีพร้อม” ติดอาวุธ “คนดีพร้อม : ดีพร้อมเปย์” เพื่อเชื่อมโยงผลการดำเนินงานที่ดี และเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง ตามแนวทาง 4 ให้ 1 ปฏิรูป ของ อธิบดีณัฏฐิญา
“ดีพร้อม” ติดอาวุธ “คนดีพร้อม : ดีพร้อมเปย์” เพื่อเชื่อมโยงผลการดำเนินงานที่ดี และเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง ตามแนวทาง 4 ให้ 1 ปฏิรูป ของ อธิบดีณัฏฐิญา
จ.ชลบุรี 21 สิงหาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เสริมพลังคน เชื่อมโยงงาน ขับเคลื่อนเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” และมอบนโยบายการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย โดยมี นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ (DIPROM) และวิทยากร เข้าร่วม ณ ห้องสีชัง โรงแรม เคป ราชา ศรีราชา การสัมมนาฯ ในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 22 สิงหาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ให้กับเจ้าหน้าที่ดีพร้อมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ปฏิบัติงานด้านวิเคราะห์โครงการ ด้านการเงินและบัญชี และด้านนิติกร จำนวน 100 ราย จาก 12 หน่วยปฏิบัติ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายในการทำงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนฯ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนได้อย่างดีพร้อม “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ให้กำลังใจและกล่าวชื่นชมในการปฏิบัติงานของเงินทุนหมุนเวียนฯ ที่ผ่านมา ซึ่งปี 2567 มีผลการประเมินภาพรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แต่ด้านการเงินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จึงจะต้องเข้าแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพ พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ในการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานให้ “ดี” และ “พร้อม” ต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและเข้มแข็ง จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินหรือกองทุน ที่มีการแข่งขันกันในเรื่องความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ หรืออัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของเงินทุนหมุนเวียนฯ จะมีลักษณะเป็นรายย่อย ซึ่งอาจยังไม่เข้มแข็งในเรื่องของการบริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของเงินทุนหมุนเวียนฯ ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อมเปย์” ที่สามารถให้การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการทั้งในด้านแหล่งเงินทุน และด้านการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนฯ สามารถบรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปในเรื่องระบบการบริหารจัดการ รวมถึงการวางแผนให้เป็นไปตามกรอบการประเมินผลที่กำหนดไว้ ทั้งในด้าน (1) การทบทวนรูปแบบการวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม (2) การกำหนดแนวทางในการติดตามทวงถาม และการจัดเก็บรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย และสอดคล้องตามระเบียบที่กำหนดไว้ และ (3) การติดตามบริหารจัดการหนี้ที่สงสัยจะสูญ (NPL) ตลอดจนการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เงินทุนหมุนเวียนฯ มีผลการดำเนินงานที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
27 ส.ค 2568
“ปลัดณัฐพล” นำทีม “ดีพร้อม” ร่วมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ครั้งที่ 3/2568
“ปลัดณัฐพล” นำทีม “ดีพร้อม” ร่วมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ครั้งที่ 3/2568
กรุงเทพฯ 20 สิงหาคม 2568 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมดังกล่าว ร่วมด้วย คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมและผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุม๓๐๒ ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมในครั้งนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้นำเสนอประเด็นสาระสำคัญต่าง ๆ ดังนี้ (1) รับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ครั้งที่ 2/2568 (2) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาการบริหารงบประมาณด้านบุคลากรสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรบุคคล โดยฝ่ายเลขาฯ ได้นำเสนอกรอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิให้ที่ประชุมเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ซึ่งที่ให้ความเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯ ได้นำเสนอและให้ดำเนินการต่อไป
27 ส.ค 2568
“รมว.เอกนัฏ” ลงพื้นที่ อ.ชุมแสง ยก “ดีพร้อม” เป็นกลไกขับเคลื่อน ศก. ชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ จากการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น สู่เกษตรแปรรูป
“รมว.เอกนัฏ” ลงพื้นที่ อ.ชุมแสง ยก “ดีพร้อม” เป็นกลไกขับเคลื่อน ศก. ชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ จากการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น สู่เกษตรแปรรูป
จ.นครสวรรค์ 24 สิงหาคม 2568 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมเป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ติดปีกชุมชน ด้วยทักษะดีพร้อม” หลักสูตร “การทำหมูแดดเดียวสมุนไพร การทำข้าวเม่าทอด การทำกาแฟโบราณ และการทำสปาเท้าสมุนไพร” ร่วมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นางดวงดาว ขาวเจริญ และ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) วิทยากร ผู้เข้าอบรม เข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอชุมแสง กิจกรรมดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะใหม่ให้แก่ประชาชนในอำเภอชุมแสง โดยประยุกต์ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งด้านอาหารและบริการ อาทิ ข้าวเม่าทอด หมูแดดเดียวสมุนไพร กาแฟโบราณ และสปาเท้าสมุนไพร เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีเอกนัฏ ยังได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่แสดงสินค้าของวิสาหกิจชุมชนในอำเภอชุมแสง และชื่นชมศักยภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ อำเภอชุมแสง เป็นหนึ่งในพื้นที่ศักยภาพของจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งขึ้นชื่อด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ลูกชิ้นปลา กล้วยอบน้ำผึ้ง ขนมเปี๊ยะ และข้าวหอมมะลิ ถือเป็นเมนูอาหารที่มีทุนทางวัฒนธรรม สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งในภาพรวมจังหวัดนครสวรรค์ยังถูกยกให้เป็น “ประตูสู่ภาคเหนือ” มีโครงข่ายคมนาคมที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำ รวมถึงรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงในอนาคต ทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อด้านการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานวัตถุดิบสำคัญในการนำมาต่อยอดในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่สะท้อนอัตลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์อย่างชัดเจน โดยมี “ดีพร้อม” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน “กลยุทธ์ 4 ให้” ได้แก่ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล และให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ กระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
26 ส.ค 2568
“ดีพร้อม” เปิดเวทีประชุมนำเสนอโครงการสำคัญปี 2570 มุ่งพัฒนา SMEs สู่ความยั่งยืน
“ดีพร้อม” เปิดเวทีประชุมนำเสนอโครงการสำคัญปี 2570 มุ่งพัฒนา SMEs สู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 21 สิงหาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมนำเสนอโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ และนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว เป็นการพิจารณาโครงการสำคัญ (Flagship Projects) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนตามเป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และสอดคล้องตามภารกิจ หน้าที่ และพันธกิจของหน่วยงาน ภายใต้หลักเกณฑ์และขั้นตอนที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด “อธิบดีณัฏฐิญา” เผยว่า สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ดีพร้อม ได้วางแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้น การพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยุคใหม่ ให้สามารถเติบโตได้ อย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” โดยกำหนดกรอบโครงการสำคัญครอบคลุม 7 ประเด็น ได้แก่ เกษตร ในเรื่องเกษตรแปรรูป​ อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต​ เน้นในเรื่องของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพท​ย์ยานยนต์​สมัยใหม่​ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ​ โดยเฉพาะอากาศยานยนต์ไร้คนขับ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจและการประยุกต์ใช้ดิจิทัล เขตเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจฐานราก และการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นโยบายการดำเนินงานดังกล่าวยังสอดรับตามแนวนโยบายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมด้วยการเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของ SMEs ไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทยสู่สากล
26 ส.ค 2568
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับเมืองอิวาตะ เสริมแกร่ง SMEs ไทย-ญี่ปุ่น ดันจับคู่ธุรกิจ สร้างโอกาสการลงทุนเกษตรอัจฉริยะและแปรรูปผลผลิตสู่สากล
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับเมืองอิวาตะ เสริมแกร่ง SMEs ไทย-ญี่ปุ่น ดันจับคู่ธุรกิจ สร้างโอกาสการลงทุนเกษตรอัจฉริยะและแปรรูปผลผลิตสู่สากล
กรุงเทพฯ 18 สิงหาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ร่วมให้การต้อนรับ นายโทริอิ โทชินาริ (Mr. TORII Toshinari) ผู้จัดการฝ่ายนโยบายอุตสาหกรรม สำนักงานเมืองอิวาตะ จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมคณะ และนายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายอุตสาหกรรม ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการพัฒนาผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและ SMEs ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคาร กสอ. (DIPROM Headquarter) การหารือในครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และภาคอุตสาหกรรม พร้อมนำเสนอภาพรวมอุตสาหกรรมของเมืองอิวาตะ และการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทย จำนวน 13 ราย กับผู้ประกอบการจากเมืองอิวาตะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 ราย ได้แก่ MASUDA SEED Co., Ltd. และ Ocha no Kanematsu Company (Matsushita Tea) ในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาคเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม รวมถึงระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm/Smart Agriculture) การทำฟาร์มที่ยั่งยืนของเกษตรกรยุคใหม่ (Sustainable Farming) การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสุขภาพให้กลายเป็นสุดยอดอาหาร (Superfood) และอาหารแห่งอนาคต (Future food) ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ดีพร้อม พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นที่มีความสนใจ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างเต็มที่ และขณะเดียวกันจะมุ่งผลักดันผู้ประกอบการไทยให้พัฒนาศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” พร้อมกันนี้ ดีพร้อม ยังพร้อมทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการ” ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ (Upstream to Downstream) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมไทย สอดรับตามนโยบายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมด้วยการเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของ SMEs ไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทยสู่สากล
25 ส.ค 2568
“รมว.เอกนัฏ” ลงพื้นที่ ชื่นชม “ดีพร้อม” ยกระดับ ศก.ฐานราก จังหวัดนครสวรรค์ ดึงวัตถุดิบท้องถิ่น ต่อยอดสร้างรายได้ให้ชุมชน
“รมว.เอกนัฏ” ลงพื้นที่ ชื่นชม “ดีพร้อม” ยกระดับ ศก.ฐานราก จังหวัดนครสวรรค์ ดึงวัตถุดิบท้องถิ่น ต่อยอดสร้างรายได้ให้ชุมชน
จ.นครสวรรค์ 23 สิงหาคม 2568 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมเป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ติดปีกชุมชน ด้วยทักษะดีพร้อม” หลักสูตร “การทำหมูแดดเดียวสมุนไพร การทำข้าวเม่าทอด การทำกาแฟโบราณ และการทำสปาเท้าสมุนไพร” โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวรายงาน ร่วมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นางดวงดาว ขาวเจริญ และ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมนายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครสวรรค์ วิทยากร ผู้เข้าอบรม และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอเก้าเลี้ยว กิจกรรมดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะใหม่ให้แก่ประชาชน โดยการนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบท้องถิ่น ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งด้านอาหารและบริการ อาทิ ข้าวเม่าทอด หมูแดดเดียวสมุนไพร กาแฟโบราณ และสปาเท้าสมุนไพร เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยแนวคิด “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้กลไกสำคัญของดีพร้อม ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน “กลยุทธ์ 4 ให้” ได้แก่ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล และให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน นำไปสู่การสร้างงานและเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ซึ่งสอดรับตามนโยบายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมด้วยการเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของ SMEs ไทย เสริมความเข้มแข็งในพื้นที่ และผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์อาหาร” หนึ่งในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ให้มีมูลค่าเพิ่ม ลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้ เสริมความยั่งยืนให้เศรษฐกิจในชุมชน
25 ส.ค 2568
”รมว.ขิง“ แท็คทีม “กระทรวงอุตฯ” และ ”ดีพร้อม“ ลงพื้นที่เมืองปากน้ำโพ เยี่ยมชม บ. เควีเอส รง.แปรรูปไก่สด ต้นแบบเกษตรกรรมสู่เกษตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
”รมว.ขิง“ แท็คทีม “กระทรวงอุตฯ” และ ”ดีพร้อม“ ลงพื้นที่เมืองปากน้ำโพ เยี่ยมชม บ. เควีเอส รง.แปรรูปไก่สด ต้นแบบเกษตรกรรมสู่เกษตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
จ.นครสวรรค์ 23 สิงหาคม 2568 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายสุรพล ปลื้มใจ และนางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและเยี่ยมชมสถานประกอบการบริษัท เควีเอสเฟรชโปรดักส์ จำกัด โดยมี นางสาวกนกวรรณ คำพงษ์ นางสาววศินี อนันตศานตร์ และนายศตคุณ คำพงษ์ กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุปภาพรวมและนำคณะเฯ เยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ ณ บริษัท เควีเอสเฟรชโปรดักส์ จำกัด อำเภอเก้าเลี้ยว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มุ่งเน้นในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในทุกมิติอย่างตรงจุด ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ 1.ให้ทักษะใหม่ 2.ให้เครื่องมือทันสมัย 3.ให้โอกาสโตไกล และ 4.ให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในพื้นที่ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรกรรม ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้าไปประยุกต์ใช้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น การยกระดับศักยภาพภาคเกษตรกรรมและการทำปศุสัตว์ไปสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน สอดรับกับนโยบายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มุ่ง “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ให้มีความทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” เพื่อสร้างอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่กับชุมชน บริษัท เควีเอส เฟรชโปรดักส์ จำกัด มีการดำเนินธุรกิจต่อยอดมาจากการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ ภายใต้ชื่อ ศรีสุดาฟาร์ม โดยมีการชำแหละชิ้นส่วนไก่และผลิตอาหารจากสัตว์แบบครบวงจร ซึ่งมีการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ด้วยกระบวนการผลิตที่มีเทคโนโลยีทันสมัย สด สะอาด ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงผลิตสินค้าด้วยระบบคุณภาพที่มีมาตรฐานสากลการันตี ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001 ISO 2015 GMP HACCP BRC Food HALA และรับรองการชำแหละตามหลักศาสนาอิสลามโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีตลาดส่งออกใน 7 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฮ่องกง และกลุ่มสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท เคลฟเวอร์ กู๊ดส์ จำกัด ซึ่งมีการต่อยอดจากฟาร์มไปสู่โรงงานชำแหละไก่ และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งถึงมือผู้บริโภค ด้วยกรรมวิธีที่ถูกสุขลักษณะ ทันสมัย สร้างสรรค์อย่างดีและมีคุณภาพ ด้วยการยึดมั่นในความสะอาดและปลอดภัยตอบโจทย์ผู้บริโภคภายใต้แบรนด์จ้ำม่ำและคำฉันท์ ทั้งนี้ บริษัท เควีเอสฯ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานประกอบการในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต่อยอดจากเกษตรกรรมและการทำปศุสัตว์ไปสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรมได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
25 ส.ค 2568
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ประชุมบอร์ดสารสนเทศ ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการให้บริการ เพื่อก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างมั่นคง ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ประชุมบอร์ดสารสนเทศ ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการให้บริการ เพื่อก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างมั่นคง ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
กรุงเทพฯ 14 สิงหาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครั้งที่ 5/2568 พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ DIPROM ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM Meeting การประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รายงานผลการให้บริการระบบสารสนเทศของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ประกอบด้วย 1) ระบบเผยแพร่ข้อมูลเว็บไซต์กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 2) ระบบ Consult Self Declaration 3) ระบบ Job DIPROM และ 4) ระบบแผนงานงบประมาณและผลการดำเนินงานประจำปี พร้อมทั้งได้มีการเน้นย้ำถึงการใช้งานระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) แผนการพัฒนาระบบสารสนเทศของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งมีความสอดคล้องตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส สู้ เซฟ สร้าง” ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นโยบาย “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน 4 มิติ” ของนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และแผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 – 2570 โดยจะพัฒนาต่อยอดระบบสารสนเทศให้สามารถรองรับความต้องการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ดีพร้อม จะนำร่องทดสอบการนำบริการดิจิทัลภาครัฐมาใช้ ได้แก่ ระบบ E-office ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud : GDCC) และดำเนินการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยติดตั้งระบบงานสารสนเทศจาก Physical Server ไปสู่ Cloud Server นอกจากนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสารสนเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการวางแผน กำหนดระเบียบวิธีการ และดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงด้านสารสนเทศและการสื่อสารต่อไป
25 ส.ค 2568
“อธิบดีณัฐฏิญา” ระดมขุนพลดีพร้อม เตรียมจัดอีเว้นท์ใหญ่ส่งท้ายปี มหกรรม “เสน่ห์ไทย” อวดโฉมอัตลักษณ์และศักยภาพ Soft Power อาหารและแฟชั่นผ่านศิลปะและวิถีชีวิตแบบไทย พร้อมหนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากล ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
“อธิบดีณัฐฏิญา” ระดมขุนพลดีพร้อม เตรียมจัดอีเว้นท์ใหญ่ส่งท้ายปี มหกรรม “เสน่ห์ไทย” อวดโฉมอัตลักษณ์และศักยภาพ Soft Power อาหารและแฟชั่นผ่านศิลปะและวิถีชีวิตแบบไทย พร้อมหนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากล ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
กรุงเทพฯ 15 สิงหาคม 2568 - นางสาวณัฐฏิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย ภายใต้โครงการยกระดับหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย ครั้งที่ 2/2568 พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ และนายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว เป็นการเตรียมการจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย (Thai Vibe by DIPROM) เพื่อแสดงผลสำเร็จของการดำเนินงาน Soft Power สาขาอาหาร ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ไทย…รสและศิลป์ไทย ก้าวไกลสู่สากล” โดยนำเสนออัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทยที่มีความหลากหลายผ่านการพัฒนาจาก “ดีพร้อม” รวมถึงถ่ายทอดในรูปแบบที่เรียบง่าย ทันสมัย และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยประสบการณ์จริง นอกจากนี้ ยังแสดงถึงไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เชื่อมโยงและต่อยอดจาก Soft Power สาขาอาหาร ออกมาให้เห็นผ่านสาขาอื่น ๆ ด้วย อาทิ หัตถอุตสาหกรรม สิ่งทอและแฟชั่น และศาสตร์ของสุขภาพและความงาม ทั้งนี้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบการกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอการปรับรูปแบบและโซนภายในงานจากการประชุมคราวก่อน ดังนี้ (1) DIPROM Pavilion พื้นที่สำหรับแสดงให้เห็นถึงภารกิจของดีพร้อมในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยด้วยรากฐานจากชุมชนและส่งต่ออัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลกผ่านอาหารและแฟชั่น ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” (2) Thai Pavilion 4 ภาค ซึ่งเป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของแต่ละภาคผ่านรูปแบบ Street Food ยอดนิยม อาหารพื้นถิ่นที่น่าสนใจและแลนด์มาร์คที่เสมือนให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสจุดเช็คอินของแต่ละภาค นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศที่ได้รับการพัฒนาจากดีพร้อมผ่านกลไกซอฟต์พาวเวอร์และเครื่องมือต่าง ๆ จำนวน 300 บูธ (3) Thai Drink เป็นการนำเสนอความหลากหลายของเมล็ดกาแฟและโกโก้สายพันธุ์ไทยจากแหล่งปลูกทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอผ่านเมนูสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรมการทดลองชงและชิม (4) เวทีกลาง พบกับการสาธิตทำอาหารในเมนูต่าง ๆ จากเชฟชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรมทักษะจากดีพร้อม รวมถึงการนำเสนอศิลปะการแสดง ดนตรี (มินิคอนเสิร์ต) และวัฒนธรรมในรูปแบบสนุกสนาน เข้าถึงง่าย สร้างประสบการณ์และกระตุ้นความสนใจในวัฒนธรรมไทย “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่ภายในงานแต่ละภาคให้มีความเหมาะสม โดยขอให้แต่ละศูนย์ภาคของดีพร้อม ทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาด้วยกลไกซอฟต์พาวเวอร์ และโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ของดีพร้อม และจัดส่งให้ฝ่ายเลขาฯ และอาจมีการดึงผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดงาน เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการเชิญคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Soft Power ในแต่ละสาขาเข้ามาร่วมในการนำเสนอผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถต่อยอดการพัฒนาจากสาขาอาหาร อาทิ สาขาเฟสติวัล สาขาดนตรี สาขาภาพยนตร์ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ โดยมอบหมายให้ทางสำนักงานเลขานุการกรม (สล.กสอ.) ดำเนินการประชาสัมพันธ์การจัดงานในเบื้องต้น เพื่อสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานดังกล่าวต่อไป
25 ส.ค 2568
"รมว.เอกนัฎ " นำทีม กระทรวงอุตฯ ล้อมวงหารือ แนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มอบหมาย "อธิบดีณัฏฐิญา” ตั้งทีมดีพร้อม วางแผนร่วมกับภาคเอกชน เชื่อมั่นสามารถยกระดับ ผปก. ไทย  สร้างเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มรายได้ให้ประเทศไทย
"รมว.เอกนัฎ " นำทีม กระทรวงอุตฯ ล้อมวงหารือ แนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มอบหมาย "อธิบดีณัฏฐิญา” ตั้งทีมดีพร้อม วางแผนร่วมกับภาคเอกชน เชื่อมั่นสามารถยกระดับ ผปก. ไทย  สร้างเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มรายได้ให้ประเทศไทย
กรุงเทพฯ 14 สิงหาคม 2568 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมหารือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ร่วมกับ พลอากาศเอกมานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ (สอป.) พร้อมด้วย นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และผู้แทนจากภาคเอกชน ณ ห้อง CB 309 อาคารรัฐสภา ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางและอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้านอากาศยานและยานไร้คนขับ (โดรน) โดยได้หยิบยกประเด็นปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานโดรน อาทิ ปัญหาพื้นที่ในการทดสอบ ข้อจำกัดด้านคลื่นความถี่และความสูงในการบิน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนภายในประเทศ อาทิ ปัญหาอัตราอากรนำเข้าชิ้นส่วนที่สูง การขออนุมัติ/อนุญาตต่าง ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงภาคเอกชน และนำประเด็นดังกล่าวไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้านอากาศยานและยานไร้คนขับ สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงฯ เห็นว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ และเป็นกลไกในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของการผลิตอากาศยานและยานไร้คนขับ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจไทย อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตได้ทัดเทียมนานาชาติ จึงได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาลดภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงวัตถุดิบและเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ต่อไป
22 ส.ค 2568