โทรศัพท์ 1358

“ดีพร้อม” อัปเกรด SMEs เกษตรไทย! ปั้น Young Smart Farmer เสริม Future Skill ปี 69 รุกโมเดลธุรกิจอัจฉริยะแบบ Flexi สร้างรายได้ยั่งยืน
“ดีพร้อม” อัปเกรด SMEs เกษตรไทย! ปั้น Young Smart Farmer เสริม Future Skill ปี 69 รุกโมเดลธุรกิจอัจฉริยะแบบ Flexi สร้างรายได้ยั่งยืน
จ.ระยอง 18 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม” ภายใต้ โครงการการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9) วิทยากร และผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง อำเภอเมือง การอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการอัพสกิล (Upskill) – รีสกิล (Reskill) ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ให้มีทักษะแห่งอนาคต (Future skills) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ สอดคล้องตามนโยบาย “DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เนื้อหาภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมได้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ 1) Digital Marketing & AI: การสร้าง Content การตลาดด้วย AI และการใช้เครื่องมืออัจฉริยะเป็นผู้ช่วยในการทำธุรกิจให้เร็วขึ้น 2) การสร้างแบรนด์: เทคนิคการเปลี่ยนสินค้าเกษตรดั้งเดิมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (Value-Added) 3) มาตรฐานสากล: แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน อย., มผช. และมาตรฐานสากลอื่นๆ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด และ 4) การบริหารจัดการ: แนวทางการจัดตั้งและพัฒนากลุ่ม OTOP และวิสาหกิจชุมชนให้ยั่งยืน “การดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ แต่คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
20 มี.ค. 2026
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งประธานอนุกรรมการฯ เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ผ่านสินเชื่อดีพร้อมเปย์ หวังดันยอดปล่อยกู้ทะลุเป้า ปี 68 ชี้ NPL มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งประธานอนุกรรมการฯ เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ผ่านสินเชื่อดีพร้อมเปย์ หวังดันยอดปล่อยกู้ทะลุเป้า ปี 68 ชี้ NPL มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
กรุงเทพฯ 17 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร 1 ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และและผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานการอนุมัติสินเชื่อประจำปีบัญชี พ.ศ. 2568 และพิจารณาคำขอสินเชื่อเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ดีพร้อม (Working Capital for SMEs) ในวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากสัตว์และอาหารสำเร็จรูป จำนวน 1 ราย ยื่นขอรับบริการสินเชื่อเพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องสับผสมเนื้อสัตว์ที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตสูงขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมเงินทุนหมุนเวียนของ ศภ.7 ศภ.9 และ ศภ.10 พร้อมทั้งติดตามเร่งรัดความคืบหน้าการอนุมัติและจ่ายเงินกู้ตามมติการประชุมคณะอนุกรรมการฯ “รองอธิบดีดุสิต” ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่แต่ละหน่วยงานกำหนด พร้อมเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารก่อนเสนอในชั้นของคณะกรรมการ บริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ พิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานและติดตามหนี้ค้างชำระซึ่งสะท้อนได้จากสัดส่วน NPL ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมรับฟังแถลงผลสำเร็จกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) มุ่งยกระดับการผลิตไทยสู่สากล
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมรับฟังแถลงผลสำเร็จกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) มุ่งยกระดับการผลิตไทยสู่สากล
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิชาการ ครั้งที่ 5 กิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดี สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม Salerno ชั้น 4 โรงแรมเดอะพาลาสโซ ดินแดง ในการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานสรุปผลการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานรับรองที่ดี อาทิ การจัดทำร่างเกณฑ์มาตรฐาน และกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่กลุ่มผู้ให้บริการธุรกิจ (Service Provider) จำนวน 111 คน รวมถึงสรุปผลการตรวจประเมินสถานประกอบการจริงจำนวน 21 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย กิจการขนาดเล็ก (S) 13 แห่ง ขนาดกลาง (M) 6 แห่ง ขนาดใหญ่ (L) 1 แห่ง และขนาด Micro 1 แห่ง โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาใน 5 มิติได้แก่ กระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคมและแรงงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ซึ่งได้กำหนดสัดส่วนน้ำหนักโดยคำนึงถึงความสมดุลของจำนวนเกณฑ์ประเมินย่อย และความสำคัญของมิติที่สะท้อน “การผลิตที่ดี” นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบเกณฑ์มาตรฐานรับรองการผลิตที่ดี รวมถึงแนวทางการตรวจประเมินและการรับรอง โดยได้เสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินย่อย ในหมวดที่ 2 ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อให้มีความเหมาะสมและชัดเจนในการประเมินความสอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดแผนการดำเนินการในระยะต่อไป โดยจะมีการจัดงานพิธีปิดและสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จของกิจกรรมฯ ในช่วงเดือนเมษายน 2569 พร้อมจัดทำคลิปวิดีทัศน์สรุปผลและรายงานในรูปแบบ E-Brochure เพื่อขยายผลองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการผลิตที่ดีของประเทศไทยสู่สาธารณะ ต่อไป
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม” ปฏิรูปองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล เปิดตัวระบบ DIPROM E-Service ใหม่ ยกระดับการให้บริการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
“ดีพร้อม” ปฏิรูปองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล เปิดตัวระบบ DIPROM E-Service ใหม่ ยกระดับการให้บริการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและแนะนำการใช้งานระบบบริการดีพร้อม (DIPROM E-Service) สำหรับผู้ปฏิบัติงานกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting โครงการฝึกอบรมจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมทั่วประเทศ จำนวนกว่า 140 คน ได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทการส่งเสริมอุตสาหกรรม ตลอดจนความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการผ่านระบบ DIPROM E-Service ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถตอบข้อสงสัยของผู้ประกอบการในพื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยมุ่งเน้นการทบทวนฟังก์ชั่นการใช้งานจริง เพิ่มทักษะการใช้งานระบบที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ (On-the-job Training) เพื่อยกระดับการให้บริการผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ได้มีการพัฒนาระบบบริการใหม่ภายใต้แพลตฟอร์มเดิมเพื่อให้สามารถรองรับภารกิจที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ได้แก่ การจองใช้งานเครื่องจักร ระบบฐานข้อมูลงานวิจัยและดัชนีอุตสาหกรรม ระบบบริการข้อมูลและเชื่อมโยงธุรกิจต่างประเทศ และระบบ Smart Chatbot “การพัฒนาระบบดิจิทัล เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนดีพร้อมสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่พร้อมรับความท้าทายตามนโยบาย DIPROM FLEXi ผ่าน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Financial) การพัฒนาพื้นที่ (Localization) การเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) การขยายตลาดส่งออก (Export) และการพัฒนานวัตกรรม (Innovation) โดยการก้าวสู่ระบบ E-Service อย่างเต็มตัวในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของดีพร้อม ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” รองอธิบดีดุสิตกล่าว
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม” ปลุกพลัง “กระแสความนิยมผ้าไทย”  หนุน ผปก.อุตฯ สิ่งทอ พัฒนาและต่อยอดผ้าศิลปาชีพฯ สู่แฟชั่นสร้างสรรค์
“ดีพร้อม” ปลุกพลัง “กระแสความนิยมผ้าไทย”  หนุน ผปก.อุตฯ สิ่งทอ พัฒนาและต่อยอดผ้าศิลปาชีพฯ สู่แฟชั่นสร้างสรรค์
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งมอบวุฒิบัตรและรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตถกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai weave, Trendy vibe) ร่วมด้วย ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ดร.จิราภรณ์ วิริยะพงษากุล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย คุณเจน นำชัยศิริ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณวิวัฒน์ หิรัญพฤกษ์ ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1 บางกอกน้อย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริม “ผ้าทอไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ โดย ดีพร้อม ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ดำเนิน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตถกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe)” ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi “ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการสร้าง “พลังกระแสความนิยม” (Trendy Vibe) ให้ผ้าไทย ด้วยการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ พร้อมยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัย ตอบโจทย์การสวมใส่ได้จริง พร้อมการสื่อสารผ่าน Influencer ด้านแฟชั่น เพื่อสร้างกระแสความนิยมและขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โครงการดังกล่าว เน้นการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกและทักษะผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าจากผ้าไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการผสมผสานเทคนิค เทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ รวมถึงขยายโอกาสทางการตลาด พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ตลอดจนสืบสานความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอพื้นเมืองไปสู่ระดับสากล โดยมีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าแฟชั่นจากผ้าไทยผ่านการคัดเลือก จำนวน 15 กิจการทั่วประเทศ เข้าร่วมบ่มเพาะความรู้พื้นฐานคุณค่าผ้าไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางกลยุทธ์แบรนด์ ไปจนถึงสร้างภาพลักษณ์สินค้าในตลาดยุคดิจิทัล พร้อมศึกษาดูงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายธุรกิจ ตลอดจน Workshop Design Camp ที่เปิดพื้นที่ให้ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ อย่างเข้มข้น และนำไปสู่การประกวดผลงานการออกแบบและนำเสนอผลงานชิงรางวัล พร้อมโล่ประกาศนียบัตร /วุฒิบัตร ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณธัณญนันท์ ภิรมย์นพกิจกุล จากแบรนด์ Bhirom.boutiques รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณรัฐพล ทองดี จากแบรนด์ KRAMPHON และคุณภาสกร ข้ามสาม จากแบรนด์ mohhomphrae และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณณัฐธิดา งามขำ จากแบรนด์ หลงฮักฝ้าย คุณปุณยนุช สัมมาวิภาวีกุล จากแบรนด์ ผ้าฝ้ายก๋องแก้ว และคุณศรัณย์ สรรประเสริฐ แบรนด์ SARAN Handcraft ทั้งนี้ ความสำเร็จของ “DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe” ไม่เพียงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย แต่ยังเป็นต้นแบบการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นเมืองไทยสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ระดับสากล สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังผลักดันผ้าไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม” ชี้โอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เร่งปรับตัวสู่ยานยนต์แห่งอนาคต หรืออุตสาหกรรมระบบราง พร้อมหนุนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“ดีพร้อม” ชี้โอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เร่งปรับตัวสู่ยานยนต์แห่งอนาคต หรืออุตสาหกรรมระบบราง พร้อมหนุนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โอกาส (ใหม่) ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต” สัมมนาแบ่งปัน Best Practice จากผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมี นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 202 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวปาฐกถาถึงโอกาสใหม่ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต โดยชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกำลังเผชิญสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี แม้ว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมกลับไม่ได้ขยายตัวตามศักยภาพ ส่วนหนึ่งเกิดจากนักลงทุนบางรายที่เข้ามาขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ไม่ได้ดำเนินการผลิตจริง จึงไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ แม้การผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การผลิตรถกระบะกลับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งนับเป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากรถกระบะถือเป็น “Product Champion” ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านชิ้นส่วนโครงสร้าง ตัวถัง ระบบขับเคลื่อน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนพื้นฐานของรถเครื่องยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว รวมถึงปัจจัยภายใน/ภายนอกที่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน และผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญ เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางการผลิต การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว “ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนที่สำคัญของภูมิภาคตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การประกอบรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญ (Key Parts) การเป็นศูนย์กระจายสินค้า ไปจนถึงการวิจัย ออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ และการทดสอบที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันภาครัฐยังเดินหน้าผลักดันนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เพื่อสร้างฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สู่ยานยนต์แห่งอนาคต (xEV) โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างมาตรการส่งเสริม ZEV และ xEV ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเชื่อมั่นในศักยภาพการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค นโยบายภาครัฐและกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะคอยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถก้าวผ่านทุกความท้าทายและเติบโตได้อย่างมั่นคงไปพร้อมกัน“ รองอธิบดีดุสิต กล่าวทิ้งท้าย
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม” เสริมทักษะบุคลากรด้าน Data Governance ยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ เดินหน้าสู่องค์กรดิจิทัลที่ยั่งยืน
“ดีพร้อม” เสริมทักษะบุคลากรด้าน Data Governance ยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ เดินหน้าสู่องค์กรดิจิทัลที่ยั่งยืน
กรุงเทพฯ 12 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน ในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “เตรียมความพร้อมเข้าสู่องค์กรดิจิทัลด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล (Driving Digital Organization with Data Governance)” พร้อมด้วย นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วมอบรม รวมทั้งสิ้น 70 ท่าน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อธิป แท่นรัตนกุล เป็นวิทยากรบรรยาย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarters) และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ปัจจุบันการขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Organization) อย่างเต็มรูปแบบ “ข้อมูล” ถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่มีบทบาทในการสนับสนุนการบริหารจัดการ การตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนการยกระดับการให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลองค์กรให้มีมาตรฐาน เพื่อให้การนำไปใช้ประโยชน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง ปลอดภัย โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและกรอบการดำเนินงาน ด้านธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance Framework) เพื่อให้บุคลากรของดีพร้อมสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ มีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการดูแลข้อมูลได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการพัฒนางานและการบริหารองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือหน้าที่ของหน่วยงานด้านสารสนเทศเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรภายในองค์กร เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานการจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนดีพร้อมสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนต่อไป
20 มี.ค. 2026
“ดีพร้อม !! Glow in the dark” พร้อมทันที พร้อมรายงานตัวการปฏิบัติงาน ตามมาตรการด้านพลังงาน ของ อก. และมติ ครม. เพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
“ดีพร้อม !! Glow in the dark” พร้อมทันที พร้อมรายงานตัวการปฏิบัติงาน ตามมาตรการด้านพลังงาน ของ อก. และมติ ครม. เพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
กรุงเทพฯ 17 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมติดตามการปฏิบัติงานตามมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนัตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting ในการประชุมดังกล่าว มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการลดการใช้พลังงานและมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และมติของคณะรัฐมนตรีตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดีพร้อมได้เริ่มปฏิบัติตามมาตรการแล้ววันนี้ในทุกพื้นที่ โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้ 1) ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร ปิดการปฏิบัติงานในพื้นที่ชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 6 ของอาคารพระรามที่ 6 โดยกระชับพื้นที่ไปปฏิบัติงานในชั้น 3-5 เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น และการรักษาอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส และลดการใช้งานลิฟท์โดยตั้งค่าให้เปิดเฉพาะในชั้นที่กำหนด ตั้งค่าพักหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งานนานกว่า 15 นาทีขึ้นไป ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน ดับสวิตซ์ปิดจอ LED และไฟส่องสว่างทุกจุดที่ใช้งานน้อย โดยถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน 2 ) ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยวางแผนการใช้รถยนต์ราชการเท่าที่จำเป็น บริหารเส้นทางเดินรถ หากเดินทางในเส้นทางเดียวกันให้เดินทางไปด้วยกันได้ รวมทั้งให้ พขร. ดำเนินการตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งใช้ความเร็วในอัตราที่กำหนด ดับเครื่องยนต์เมื่อจอด เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างประหยัด รวมทั้งการนำรถยนต์ EV มาใช้ในการบริการรับ-ส่งบุคลากรในจุดเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะที่กำหนดตามระเบียบสวัสดิการของส่วนราชการ 3) ดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home: WFH) โดยแต่ละหน่วยงานได้เริ่มดำเนินการตามความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และสถานการณ์ ซึ่งจะต้องมีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งจากผู้บังคับบัญชาในระดับกอง พร้อมแนบรายละเอียดการมอบหมายงาน รวมถึงการกำกับ และติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานผ่านระบบออนไลน์ ตามแนวทางที่กำหนดไว้อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง (เวลา 8.30 13.00 และ 16.30) 4) จัดทำระบบการลงเวลาการปฏิบัติงานในระหว่าง WFH ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ดีพร้อมที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งต้องมีการเข้าระบบเพื่อลงเวลาเข้างานในเวลา 8.30 น. และออกงานในเวลา 16.30 น. นอกจากนี้ มอบหมายให้แต่ละกลุ่มงานติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานเป็นรายสัปดาห์ ตามแบบฟอร์มที่กำหนด 5) มอบหมายให้หน่วยงานดำเนินการสำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อคัดกรองและแบ่งกลุ่มผลกระทบที่ภาคธุรกิจได้รับ ทั้งในด้านพลังงาน ต้นทุนทางธุรกิจและการขนส่ง โดยนำมากำหนดรูปแบบการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ อาทิ การนำระบบ AI มาใช้ในการบริหารจัดการระบบขนส่งโลจิสติกส์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการในการใช้มาตรการลดการใช้พลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยาในภูมิภาคดำเนินการวางแผนบริหารจัดการเครื่องมือ เครื่องจักรภายในหน่วยงาน เพื่อวางระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าและการให้บริการอย่างเหมาะสม “อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำในเรื่องของการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยนำเอากิจกรรม/โครงการต่างๆ มาใช้ในการลดต้นทุนพลังงาน รวมถึงการนำพลังงานทางเลือกมาใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมทั้งขอบคุณทีมดีพร้อมที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ไปด้วยกัน
18 มี.ค. 2026
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมพิธีลงนาม MOU ดีพร้อม-เมืองอิวาตะ กระชับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมพิธีลงนาม MOU ดีพร้อม-เมืองอิวาตะ กระชับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ประเทศไทย กับเมืองอิวาตะ จังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยฝ่ายญี่ปุ่นมีนายคุซาจิ ฮิโรอากิ นายกเทศมนตรีเมืองอิวาตะ เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยนายซูซุกิ คาสุฮิโระ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม และนายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายอุตสาหกรรม ประจำกรุงโตเกียว เข้าร่วมพิธีลงนาม ณ ศูนย์แสดงสินค้า Tokyo International Exhibition Center ขณะที่ฝ่ายประเทศไทยมี นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เข้าร่วมพิธีลงนาม ณ ห้องประชุม MR 222 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) “รองอธิบดีดุสิต” ได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสการลงนาม MOU ในครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมเมืองอิวาตะว่าเป็นเมืองที่มีความพร้อมทั้งด้านความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการเกษตรพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เมืองอิวาตะยังมีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Yamaha Motor Corporation และ Suzuki Motor Corporation โดย “ดีพร้อม” ยินดีให้การสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็พร้อมยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจขยายตลาดสู่สากล รวมทั้งเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ (Business Matching) ให้กับผู้ประกอบการไทยและเมืองอิวาตะ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมร่วมกันในอนาคตต่อไป
18 มี.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา“ ขานรับนโยบายกระทรวงฯ สั่งการทีมดีพร้อม ทำทันที !!  WFH ลดการเดินทาง–ปรับรูปแบบทำงาน คุมเข้มประหยัดพลังงานในองค์กร ปิดพื้นที่แล้ว ชั้น 1, 2 และ ชั้น 6 กว่ากึ่งหนึ่งของอาคาร พร้อมดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเต็มสูบ
“อธิบดีณัฏฐิญา“ ขานรับนโยบายกระทรวงฯ สั่งการทีมดีพร้อม ทำทันที !!  WFH ลดการเดินทาง–ปรับรูปแบบทำงาน คุมเข้มประหยัดพลังงานในองค์กร ปิดพื้นที่แล้ว ชั้น 1, 2 และ ชั้น 6 กว่ากึ่งหนึ่งของอาคาร พร้อมดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเต็มสูบ
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมหารือกำหนดแนวทางปฏิบัติตามมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนัตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว มีการร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ตามนโยบายของ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยให้สอดคล้องตามมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1.มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงาน 1.1 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร อาทิ การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ และขอให้ใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน เบื้องต้นจะปิดการปฏิบัติงานในพื้นที่ชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 6 ของอาคารพระรามที่ 6 โดยกระชับพื้นที่ไปปฏิบัติงานในชั้น 3-5 เพื่อเลือกเปิดเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น ลดการใช้ลิฟท์โดยตั้งค่าให้เปิดลิฟท์ในชั้นที่กำหนด พักหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน ปิดจอ LED และไฟส่องสว่างทุกจุดที่ใช้งานน้อย โดยถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน พร้อมทั้งเร่งใช้ Solar rooftop 1.2 ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยวางแผนการใช้รถยนต์ราชการเท่าที่จำเป็น บริหารเส้นทางเดินรถ หากเดินทางในเส้นทางเดียวกันให้เดินทางไปด้วยกันได้ รวมทั้งให้ พขร. ดำเนินการตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมทั้งใช้ความเร็วในอัตราที่กำหนด ดับเครื่องยนต์เมื่อจอด เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างประหยัด และตรวจสอบระเบียบราชการรองรับการใช้รถ EV สำหรับสวัสดิการของส่วนราชการ 2. ขอให้กอง/ศูนย์/ศูนย์ภาค พิจารณาใช้มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home: WFH) ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และสถานการณ์ โดยไม่กระทบกับภารกิจที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ ได้เริ่มมาตรการ WFH กับบางส่วนงาน เช่น หน้าห้องผู้บริหาร เรียบร้อยแล้ว โดยมีมาตรการกำกับ และติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานผ่านระบบออนไลน์ อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง (เวลา 8.30 13.00 และ 16.30) เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม สำหรับศูนย์ภาคนั้น ขอให้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางของจังหวัดประกอบด้วย 3.ลด/ชะลอ การเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางไปประชุม ศึกษาดูงาน และการเดินทางไปต่างประเทศ โดยขอให้ดำเนินการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ “อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการสำรวจความต้องการและผลกระทบที่ผู้ประกอบการได้รับจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริมการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาได้อย่างเหมาะสม โดยขอให้เจ้าหน้าที่ดีพร้อมทุกคนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทันที และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ไปด้วยกัน
17 มี.ค. 2026