โทรศัพท์ 1358

“รองอธิบดีพลาวุธ” เชื่อมั่น พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมมาตรฐานการผลิตไทย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน พร้อมยกระดับ SMEs ไทยสู่สากล
“รองอธิบดีพลาวุธ” เชื่อมั่น พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมมาตรฐานการผลิตไทย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน พร้อมยกระดับ SMEs ไทยสู่สากล
กรุงเทพฯ 20 พฤศจิกายน 2568 - ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของพื้นที่ภาคใต้ ในกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing Thailand : GMT) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ความเป็นมา พร้อมด้วยผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Microsoft Teams การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และนำมาจัดทำเกณฑ์มาตรฐานรับรองการผลิต พร้อมทั้งเป็นมาตรฐานที่ดีให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและสร้างมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของคู่ค้าและผู้บริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อีกทั้งเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับ SMEs ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีให้กับ SMEs ไทย จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี แต่ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ทำให้เกิดมาตรฐานการผลิตที่ดี มีธรรมภิบาลในการผลิตสินค้า พร้อมเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจอุตสาหกรรม จึงได้จัดกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs) โดยแบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จัดทำเกณฑ์มาตรฐานการผลิตที่ดีของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ระยะที่ 2 สร้างกลไกลการขับเคลื่อนการพัฒนาส่งเสริมให้ SMEs ไทย มีการผลิตที่ดีตามเกณฑ์มาตรฐานและรักษาความยั่งยืนในระยะยาว ระยะที่ 3 ต่อยอดขยายผล โดยการยกระดับการผลิตที่ดีให้กับ SMEs ไทย ให้มีมาตรฐานการผลิตที่เป็นเลิศ โดยในขณะนี้การดำเนินการอยู่ในระยะที่ 1 ซึ่งประกอบด้วยการศึกษา สำรวจ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตที่ดีของ SMEs ไทย โดยคณะทำงานได้นำเสนอกรอบแนวคิดร่างมาตรฐาน ประกอบด้วย หมวดที่ 1 การจัดการคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หมวดที่ 2 ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส หมวดที่ 3 ความรับผิดชอบต่อสังคมและแรงงาน หมวดที่ 4 การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน หมวดที่ 5 การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ จากการประชุมรับฟังความคิดเห็น ได้มีการให้ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการยกระดับมาตรฐาน GMT ให้เป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การใช้เป็นเอกสารยืนยันแหล่งกำเนิดสินค้า รวมถึงการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ทางการเงินในอนาคต พร้อมกันนี้ ยังเน้นให้รูปแบบเกณฑ์มีความเรียบง่าย สามารถปรับให้เหมาะสมตามขนาดของกิจการ และลดความซ้ำซ้อนในการประเมิน โดยมีข้อเสนอให้มุ่งเน้นบทบาทการให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างแท้จริง รวมถึงการผลักดันให้มาตรฐาน GMT สามารถเทียบเคียงในระดับสากลได้ และสื่อสารให้ SMEs เห็นถึงประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ทั้งโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน การสนับสนุนด้านการตลาด หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง
24 พ.ย. 2568
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมงาน FTI Outlook 2026 ถอดรหัสอุตสาหกรรมไทย อ่านเกมอนาคต
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมงาน FTI Outlook 2026 ถอดรหัสอุตสาหกรรมไทย อ่านเกมอนาคต
กรุงเทพฯ 19 พฤศจิกายน 2568 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการประจำปี “FTI Outlook 2026: DECODING THAILAND’S INDUSTRY FOR THE UPCOMING FUTURE ถอดรหัสอุตสาหกรรมไทย อ่านเกมอนาคต” ซึ่งจัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Policy Vision for Thailand's Economic Transformation นโยบายใหม่สู่การพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย" พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารภาครัฐและภาคธุรกิจ เข้าร่วม ณ ห้อง Auditorium อาคาร 3 ชั้น 2 ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยงานสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้รับทราบมุมมองทิศทางเศรษฐกิจและอุดสาหกรรมไทยในปี 2569 เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางประกอบการวางแผน เตรียมความพร้อมในการปรับตัวเพื่อรองรับกติกาโลกใหม่ ตลอดจนยกระดับธุรกิจเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยเองที่มีการพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง จึงทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น ดังนั้น ภายในเวลาการทำงานและงบประมาณจำกัด รัฐบาลจึงมีนโยบาย Quick Big Win เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ได้ผลในระยะยาว และมีการกระจายตัว โดยการที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยได้ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านและให้ความสำคัญ ใน 3 ส่วน คือ (1) People โดยการพัฒนาและเพิ่มทักษะองค์ความรู้ผ่านการ Reskill - Upskill เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (2) Process เป็นการเร่งแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ และขั้นตอนต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อให้เกิดการผลักดันเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเร่งด่วน และ (3) Technology โดยผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านเทคโนโลยี ผ่านโครงการลงทุนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อช่วยขยายโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ
21 พ.ย. 2568
“ดีพร้อม” โชว์ผลประเมินรัฐบาลดิจิทัลระดับ 4 เตรียมเดินหน้าพัฒนาบุคลากรรองรับเทคโนโลยีดิจิทัล
“ดีพร้อม” โชว์ผลประเมินรัฐบาลดิจิทัลระดับ 4 เตรียมเดินหน้าพัฒนาบุคลากรรองรับเทคโนโลยีดิจิทัล
กรุงเทพฯ 14 พฤศจิกายน 2568 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครั้งที่ 6/2568 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลเพื่อทราบในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น 1) ผลการประเมินระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย ประจำปี 2568 โดย “ดีพร้อม” มีระดับความพร้อมการพัฒนาด้านดิจิทัล อยู่ในระดับที่ 4 (คะแนนรวม 90.90%) หมายถึง ระดับที่องค์กรมีบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง 2) การพัฒนาบุคลากรภายใต้โครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาทั้งสิ้น 17 หลักสูตร ให้กับบุคลากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวน 114 คน เช่น ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และกฎหมายดิจิทัล เพื่อยกระดับความพร้อมในการเป็นรัฐบาลดิจิทัลตามผลการประเมิน 3) โครงการการบริหารจัดการและคุ้มครองข้อมูลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการข้อมูล ปกป้องข้อมูลองค์กรและระบบจากการถูกโจมตีหรือละเมิด และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4) ระบบบริหารจัดการสำนักงาน (e-Office) ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ซึ่งจะเป็นระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการด้านเอกสาร และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาคำของบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้โครงการด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการดิจิทัล ของ อก. นโยบายด้าน IT ของผู้บริหาร เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลผู้รับบริการและประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ
21 พ.ย. 2568
“รองอธิบดีดุสิต” ต้อนรับคณะผู้ว่าราชการจังหวัดโทคุชิมะ ร่วมหารือยกระดับ SMEs พร้อมรับมือสังคมสูงวัย วางแผนขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
“รองอธิบดีดุสิต” ต้อนรับคณะผู้ว่าราชการจังหวัดโทคุชิมะ ร่วมหารือยกระดับ SMEs พร้อมรับมือสังคมสูงวัย วางแผนขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
กรุงเทพฯ 17 พฤศจิกายน 2568 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมาย จากนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายโกโตดะ มาซาซูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมคณะผู้ประกอบการ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและประชุมหารือแนวทาง ในการส่งเสริม SMEs และการพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกัน โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ประชุมได้มีการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายในระดับภูมิภาคร่วมกัน การหยิบยกประเด็นแนวโน้มอัตราการเกิดใหม่น้อย และปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ซึ่งประเทศญี่ปุ่นกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้มาตรการเชิงรุกผ่านการเพิ่มผลิตภาพต่อหัว และการปฏิรูปภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน STEAM (Science, Technology, Engineering, Arts, and Mathematics) ร่วมกับสมาคมภาคอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือ เคดันเรน (Keidanren) โดยในส่วนของ “ดีพร้อม” ได้นำเสนอแนวทางของภาครัฐที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์สังคมสูงวัย เช่น การเพิ่มผลิตภาพต่อหัวของแรงงาน และการพัฒนาตลาด เฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย รวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยผ่านการให้บริการของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) ทั้ง 10 แห่งทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ คณะผู้ว่าฯ ได้เชิญผู้ประกอบการมาร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และแผนการลงทุนในไทย เช่น ผู้ผลิต สารเร่งการตกตะกอนสำหรับบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม และผู้ประกอบรถขายของเคลื่อนที่พร้อมตู้เย็น ซึ่งออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยให้กับผู้สูงอายุและเกษตรกร โดยทั้งสองหน่วยงานเห็นว่าการหารือ ในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนนโยบายและข้อมูลที่สำคัญ และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในอนาคตเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
21 พ.ย. 2568
“ดีพร้อม” เร่งเครื่อง เตรียมความพร้อมการจัดงาน  DIPROM  OPEN HOUSE  2025 เปิดบ้านพระรามที่ 4 พร้อมโชว์ศักยภาพเครือข่าย
“ดีพร้อม” เร่งเครื่อง เตรียมความพร้อมการจัดงาน  DIPROM  OPEN HOUSE  2025 เปิดบ้านพระรามที่ 4 พร้อมโชว์ศักยภาพเครือข่าย
กรุงเทพฯ 19 พฤศจิกายน 2568 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ และ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน DIPROM OPEN HOUSE 2025 เปิดบ้านพระรามที่ 4 ร่วมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนจากสถาบันเครือข่าย ณ อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กล้วยน้ำไท) พระราม4 (DIPROM Rama IV Campus) ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามการจัดงาน DIPROM OPEN HOUSE 2025 เปิดบ้านพระรามที่ 4 โดยมีการนำเสนอรายละเอียดพิธีเปิดและการวางผังพื้นที่จัดงาน (Floor Plan) โดยมีการวางจุดสำหรับจัดกิจกรรมจากหน่วยงานภายในดีพร้อม และภาคีเครือข่ายในบริเวณอาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ DIPROM Rama IV Campus เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับศักยภาพของดีพร้อมและเครือข่ายอย่างทั่วถึง อาทิ นิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ DIPROM Thai-IDC พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อปการถักโครเชต์ การทำกระเป๋าหนัง และ เครื่องประดับ (Thai Composites Workshop Resin ) นิทรรศการห้องร่วมสมัยงานช่างหัตถศิลป์ และกิจกรรม Workshop งานหัตถศิลป์ งานแสดงยานยนต์สมัยใหม่ และ Wall charger การสาธิตกระบวนการฉีดและเป่าพลาสติก การสาธิตอุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ การสาธิตหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน จากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และนิทรรศการเครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอข้อมูลการเตรียมความพร้อมวันพิธีเปิด แนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์ และรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้การจัดงานมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อาทิ การจัดตั้งบูธเงินทุนหมุนเวียน บูธของสถาบันเครือข่าย การจัดทำเส้นทางการเดินเยี่ยมชมงานที่ชัดเจน ตามแนวทางการจัดการพื้นที่ตามหลัก 5ส เพื่อให้สถานที่จัดงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วน
21 พ.ย. 2568
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ล้อมวงประชุมจัดทำคำของบปี 70 เตรียมพร้อมเสริมแกร่งธุรกิจไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ล้อมวงประชุมจัดทำคำของบปี 70 เตรียมพร้อมเสริมแกร่งธุรกิจไทย
กรุงเทพฯ 17 พฤศจิกายน 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว เป็นการหารือการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดเนื้อหาของโครงการที่จะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมกับทบทวนกรอบวงเงินงบประมาณให้มีความเหมาะสมกับผลผลิต และเพื่อประสิทธิผลในการดำเนินกิจกรรมโครงการในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างทั่วถึง ตลอดจนการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรม และเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันของแต่ละโครงการ เพื่อสนับสนุนและตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งดีพร้อม มีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การพัฒนาแผนงานยุทธศาสตร์ด้านเกษตรอุตสาหกรรม ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตร สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ การขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล การยกระดับผลิตภาพและมาตรฐานธุรกิจเกษตรแปรรูปไทยเพื่อเทียบเท่าระดับสากล การพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรมขนส่งระบบราง มุ่งลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับ Supply Chain ด้วย Cold Chain โดยที่ประชุมฯ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับวัตถุประสงค์ของโครงการให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของกระทรวงคมนาคม และการบูรณาการร่วมกันกับสถาบันยานยนต์ นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมชุมชน เศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพให้ชุมชนที่มีศักยภาพ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สร้าง Value added ต่อยอดอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการจัดการเพื่อการส่งออก มุ่งสู่เศรษฐกิจความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing Economy) รวมทั้งพัฒนาบุคลากรอย่างมีมาตรฐาน สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เสริมศักยภาพยานยนต์สมัยใหม่ ส่งเสริมการผลิตอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังมุ่งเน้นการยกระดับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม ITC (Industry Transformation Center) โดยที่ประชุมฯ มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเสนอเครื่องจักรใหม่ๆ เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ โดยควรเป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยที่ประชุมฯ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลของการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ให้มีความชัดเจนและไม่ทับซ้อนกับโครงการอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่รองรับนิคม SME ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
20 พ.ย. 2568
“รองอธิบดีดุสิต” หารือ บริษัท เวเธอร์นิวส์ เตรียมติดอาวุธ SME ไทย ด้วยเทคโนโลยีการพยากรณ์อากาศความแม่นยำสูง
“รองอธิบดีดุสิต” หารือ บริษัท เวเธอร์นิวส์ เตรียมติดอาวุธ SME ไทย ด้วยเทคโนโลยีการพยากรณ์อากาศความแม่นยำสูง
กรุงเทพฯ 13 พฤศจิกายน 2568 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นายมาซาจิกะ นิชิบายาชิ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวเธอร์นิวส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเข้าพบและนำเสนอโมเดลการพยากรณ์อากาศและการนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมและกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม ร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยเป็นการหารือเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในการนำข้อมูลด้านพยากรณ์อากาศมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการผลิต การขนส่งวัตถุดิบ เป็นต้น ซึ่งบริษัท เวเธอร์นิวส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการข้อมูลสภาพอากาศ และการพยากรณ์อากาศ ที่ครอบคลุมมากกว่า 44 ธุรกิจทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการวางแผนการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และการวางแผนป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในเรื่องของข้อมูลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุทกภัยและการจัดการจราจร ในช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก ทั้งนี้ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้ให้ข้อเสนอแนะ การนำข้อมูลด้านพยากรณ์อากาศมาปรับใช้กับบทบาทและภารกิจด้านการส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ รวมถึงเสนอให้ทางบริษัทฯ ควรเปิดให้ผู้ประกอบการได้ทดลองใช้บริการในรูปแบบซอฟต์แวร์ฟรี (Software House) เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์และการให้บริการของทางบริษัทฯ “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้กล่าวถึง การประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านอากาศกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ สอจ. ในการตรวจการปล่อยน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ และ PM 2.5 และการใช้ประโยชน์ข้อมูลคาดการณ์ช่วงเวลาที่ฝนตกของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้งาน Boiler ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถให้บริการข้อมูลดังกล่าวได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ อก. ภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทยในการดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
20 พ.ย. 2568
“ดีพร้อม” เปิดห้องต้อนรับ “SMRJ” แลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม พร้อมสานต่อความร่วมมือยกระดับผู้ประกอบการ ไทย-ญี่ปุ่น
“ดีพร้อม” เปิดห้องต้อนรับ “SMRJ” แลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม พร้อมสานต่อความร่วมมือยกระดับผู้ประกอบการ ไทย-ญี่ปุ่น
กรุงเทพฯ 10 พฤศจิกายน 2568 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ร่วมให้การต้อนรับ นายคาเนโกะ โทโมฮิโระ รองประธานบริหารองค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลและนโยบายการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย – ญี่ปุ่น ณ อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) การประชุมครั้งนี้ มีการหารือร่วมกันถึงผลการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างดีพร้อม และ SMRJ ที่ผ่านมา ในกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ CEO Business Meeting ที่มุ่งเน้นการเชิญผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของบริษัทจากประเทศไทยและต่างชาติเข้าร่วม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเจรจาธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จอย่างรวดเร็วและคล่องตัว ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2566 ถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดในปี 2568 กิจกรรม CEO Business Meeting มีการจัดขึ้นภายใต้ 3 ธีมงาน คือ อุตสาหกรรมนวัตกรรม (Innovative Industry) อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ (Medical Equipment Industry) และ เทคโนโลยีเชิงนิเวศน์ (Eco Technology) โดย ดีพร้อมได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม 17 ราย ทั้งนี้ ในปี 2569 - 2570 ทั้งสองหน่วยงานยังคงมีแผนที่จะสานต่อกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง โดยดีพร้อมการวางแผนในการดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการไทยให้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีคุณภาพต่อไป สำหรับกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ CEO Business Meeting เป็นการดำเนินงานภายใต้แนวคิดที่ในการเชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเร่งให้เกิดข้อตกลงทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการเจรจาหาคู่ค้าและการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ และสอดคล้องตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียว โดยทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน พร้อมกันนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล นโยบายการสนับสนุน และการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย – ญี่ปุ่น โดย รองอธิบดีดุสิต ได้กล่าวชื่นชมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ "J-GoodTech" ของ SMRJ ซึ่งดีพร้อมเล็งเห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ทันสมัย โดย SMRJ ยินดีที่จะให้คำปรึกษาแนะนำ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มของดีพร้อมในอนาคต และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคต เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
20 พ.ย. 2568
“อธิบดีณัฏฐิญา” แท็คทีมดีพร้อม รับฟังประเมินความคุ้มค่าการทำงานฯ ปี 67 - 68 พร้อมเดินหน้าปรับปรุงแผนพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในอนาคต
“อธิบดีณัฏฐิญา” แท็คทีมดีพร้อม รับฟังประเมินความคุ้มค่าการทำงานฯ ปี 67 - 68 พร้อมเดินหน้าปรับปรุงแผนพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในอนาคต
กรุงเทพฯ 11 พฤศจิกายน 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมวิพากษ์รายงานผลการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และคณะที่ปรึกษาจาก บริษัท ทริส คอร์ปอเชั่น จำกัด โดยมี นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมดังกล่าว มีการนำเสนอรายงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ต่อคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบถึงผลการดำเนินงานทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งมีการวิเคราะห์และประเมินผลในปัจจัยที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของดีพร้อมและสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ผลผลิตตามวัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม และเกิดประโยชน์ที่สมดุลกับทรัพยากรที่ใช้อย่างคุ้มค่า โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ดีพร้อมได้วางกรอบการติดตามและประเมินผลโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1) การติดตามความก้าวหน้า การประเมินผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์การดำเนินโครงการ/กิจกรรมของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และ 2) การประเมินประสิทธิภาพ ผลกระทบ และความคุ้มค่าการดำเนินโครงการ/กิจกรรมของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานตั้งแต่ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ และผลกระทบ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในทุกรูปแบบของการดำเนินโครงการ/กิจกรรม โดย อธิบดีณัฏฐิญา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคของดีพร้อม ได้รับฟังสรุปผลการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมของดีพร้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมของดีพร้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พร้อมทั้งรับฟังข้อสังเกตและข้อเสนอแนะภาพรวมจากทีมที่ปรึกษา บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของดีพร้อม อาทิ การสร้างและเพิ่มทักษะผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง การสร้างทักษะทางเทคโนโลยีในการผลิตของชุมชน ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไปวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ทบทวนและโครงการ/กิจกรรมที่วัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันเพื่อเพิ่มงบประมาณ รวมถึงการพัฒนาผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Service Provider: SP) จากผู้เชี่ยวชาญเทคนิคสู่เชิงธุรกิจครบวงจร ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้เสนอแนะแนวทางรูปแบบการพัฒนาส่งเสริมของดีพร้อมในอนาคต เช่น การพัฒนาทั้งระบบอุตสาหกรรมในพื้นที่ สร้างระบบให้ SME เข้าถึงได้ตลอดเวลา การใช้ศูนย์ ITC เพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การใช้บริษัทขนาดใหญ่ไปช่วย SME เปลี่ยนบทบาทของดีพร้อมจากผู้จัดฝึกอบรม เป็น ผู้ให้บริการพัฒนาอุตสาหกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ดีพร้อมมีการดำเนินงานและพัฒนาผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย 1) การยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจ 2) การส่งเสริมมูลค่าเพิ่มและโอกาสด้านตลาด 3) ด้านโลจิสติกส์ 4) การพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม และ 5) การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย โดยสามารถเพิ่มยอดขาย/รายได้กว่า 2,000 ล้านบาท ลดต้นทุนการผลิตกว่า 550 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 13 ล้านบาท และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,600 ล้านบาท
20 พ.ย. 2568
“รมว.ธนกร” สั่งการ กระทรวงอุตฯ เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรม ดีพร้อม รับลูกต่อเร่งคลอดมาตรการ “ดีพร้อมเสิร์ฟ” (DIPROM Serve) เสิร์ฟงานไว – เงินไว สู่ประชาชน สร้างวัคซีนให้ SMEs ไทย กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4,600 ล้านบาท
“รมว.ธนกร” สั่งการ กระทรวงอุตฯ เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรม ดีพร้อม รับลูกต่อเร่งคลอดมาตรการ “ดีพร้อมเสิร์ฟ” (DIPROM Serve) เสิร์ฟงานไว – เงินไว สู่ประชาชน สร้างวัคซีนให้ SMEs ไทย กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4,600 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 13 พฤศจิกายน 2568 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานแถลงข่าวการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 : ดีพร้อมเสิร์ฟ งานไว เงินไว by DIPROM พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยมี นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงโตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวจิรัฐติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของ SME ไทย เพื่อให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ Quick Big Win โดย กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายดังกล่าว จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งออกมาตรการ “ดีพร้อมเสิร์ฟ” งานไว เงินไว by DIPROM โดย (1) งานไว จะเป็นมาตรการภายใต้โครงการที่ได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณกลางเร่งด่วน เพื่อฝึกอบรมระยะสั้นในหลักสูตรพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ เพื่อนำไปสร้างรายได้ และความเข้มแข็งให้กับชุมชน นอกจากนี้ยังมี (2) เงินไว ที่จะเป็นเครื่องมือในการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย โดยมาตรการดีพร้อมเสริ์ฟ งานไว เงินไว by DIPROM เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่สำคัญในการเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกัน ฟื้นความเชื่อมั่น ดันอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่ง “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” เห็นผลจริงภายใน 120 วัน นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตคู่ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านนโยบายการทำงาน “MIND as One” โดยเชื่อมั่นว่าการทำงานเป็นทีม จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐให้กับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ ในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้พร้อมเข้าสู่ธุรกิจมูลค่าสูง (High value) รวมถึงมาตรการส่งเสริมและพัฒนา SME และวิสาหกิจชุมชน ผ่านการเสริมแกร่งด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ พร้อมเสริมสภาพคล่องด้วยเงินทุน ทำให้เกิดการกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ขานรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยการสร้างวัคซีนทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการผ่านมาตรการเชิงรุก “ดีพร้อมเสิร์ฟ” (DIPROM Serve) : งานไว เงินไว by DIPROM เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุดภายใน 120 วัน ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์หลัก คือ 1. “เสิร์ฟงานไว” เน้นเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับภาคอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพอย่างเข้มข้น เพื่อนำไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยังยกระดับบุคลากรภาคอุตสาหกรรมเพื่อรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสีเขียวและแนวทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คาดว่าจะพัฒนาผู้ประกอบการและประชาชนไม่น้อยกว่า 60,000 รายทั่วประเทศ และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 4,600 ล้านบาท 2.“เสิร์ฟเงินไว” เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการสินค้าสูง (High Season) ผ่าน “สินเชื่อเงินทุนหมุนไว ไฮซีซั่น” วงเงินสินเชื่อรวมกว่า 200 ล้านบาท ภายใต้ โครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย หรือดีพร้อมเปย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว วงเงินสูงสุดไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อราย และสำหรับวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท สามารถใช้บุคคลค้ำประกันได้ ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 งวด ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษร้อยละ 0.5 ต่อเดือน อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
14 พ.ย. 2568