โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” ปิดห้อง ติวเข้ม พร้อมติดอาวุธทางความคิดให้ผู้บริหารดีพร้อม เปิดโอกาส คิดนอกกรอบ เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำแห่งอนาคต
“อธิบดีณัฏฐิญา” ปิดห้อง ติวเข้ม พร้อมติดอาวุธทางความคิดให้ผู้บริหารดีพร้อม เปิดโอกาส คิดนอกกรอบ เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำแห่งอนาคต
จ.นครปฐม 20 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “ยกระดับศักยภาพผู้นำให้ดีพร้อมด้วยการคาดการณ์อนาคต” (DIPROM Foresight Leader) พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ ห้องประชุม at dawn โรงแรม นีรา รีทรีท อำเภอสามพราน การฝึกอบรมในหลักสูตร “ยกระดับศักยภาพผู้นำให้ดีพร้อมด้วยการคาดการณ์อนาคต” (DIPROM Foresight Leader) มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ให้กับผู้บริหารของดีพร้อม ซึ่งจะเป็นการติดอาวุธทางความคิดและพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำแห่งอนาคต (Foresight Thinking) ให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้ม อ่านสัญญาณการเปลี่ยนแปลง และออกแบบกลยุทธ์องค์กรได้อย่างยืดหยุ่นในยุคเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรม ทั้งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ จำนวนกว่า 30 คน ในการฝึกอบรมครั้งนี้ มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความเห็นในการวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเมกะเทนด์โลก การเข้ามามีบทบาทของ AI การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร และภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก ผ่านการใช้กระบวนการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงด้วยเครื่องมือระดับสากล ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์แนวโน้มและปัจจัยเมกะเทรนด์ของโลก (Trend Analysis) เพื่อเรียนรู้การจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาคและกระแสโลก (2) การสร้างฉากทัศน์แห่งอนาคต (Future Scenarios) เพื่อวางกลยุทธ์องค์กรแบบหลายทางเลือกที่พร้อมปรับตัวได้ทันท่วงที และ (3) การบริหารความไม่แน่นอนและทดสอบกลยุทธ์ (Critical Uncertainty & Wind Tunneling) เพื่อการทดลองรับมือกับวิกฤตและมองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ “โลกธุรกิจและการแข่งขันในปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงไม่สามารถบริหารงานด้วยวิธีเดิมได้ การมีความคิดเชิงอนาคตหรือ Strategic Foresight จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการและบุคลากรของดีพร้อมไม่เพียงแค่รับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่สามารถเป็นผู้กำหนดทิศทางและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมไทยได้อย่างมั่นคง" อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวย้ำ
25 ส.ค 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบวุฒิบัตร “ดีพร้อม คพอ. ภาคกลาง-ตะวันออก” ปั้น 84 ผู้บริหารยุคใหม่ ชูกลยุทธ์ตลาดนำการผลิต ผสานพลังเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบวุฒิบัตร “ดีพร้อม คพอ. ภาคกลาง-ตะวันออก” ปั้น 84 ผู้บริหารยุคใหม่ ชูกลยุทธ์ตลาดนำการผลิต ผสานพลังเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
กรุงเทพฯ 19 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรกิจกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กรสู่นักบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพให้ดีพร้อม (ดีพร้อม คพอ.) พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการ คพอ. เข้าร่วมงาน โดยมี นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องมิ่งเมือง ชั้น 4 โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยว่า โครงการดีพร้อม คพอ. มีการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงและกติกาการค้าโลกยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการสร้าง Growth Mindset การใช้กลยุทธ์ตลาดนำการผลิต และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมสามารถรับมือกับความท้าทาย ทั้งด้านต้นทุนพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้วัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในประเทศ การต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการประยุกต์ใช้ Soft Power ในการเล่าเรื่องสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดสากล นอกจากนี้ การฝึกอบรมดังกล่าว จะทำให้เกิดพลังของ “เครือข่าย คพอ.” ในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน แลกเปลี่ยนวัตถุดิบ ขยายช่องทางการค้า และรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โครงการดีพร้อม คพอ. เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ประกอบการจากทั่วประเทศที่ผ่านการฝึกอบรมจำนวนกว่า 14,000 คน ซึ่งสำหรับกิจกรรมดีพร้อม คพอ. พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกในปี 2569 นี้ มีผู้ผ่านการอบรม รวม 3 รุ่น จำนวน 84 ราย ประกอบด้วย รุ่นที่ 435 จ.ราชบุรี, รุ่นที่ 436 จ.ชลบุรี และรุ่นที่ 437 กรุงเทพมหานคร ซึ่งตลอดระยะเวลาของหลักสูตรกว่า 90 ชั่วโมง สิ่งที่ผู้ประกอบการได้รับการบ่มเพาะ คือ ทักษะองค์ความรู้ที่ครอบคลุม 3 โมดูลหลัก ได้แก่ 1) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และการสร้างทีม 2) การบริหารจัดการธุรกิจยุคใหม่รอบด้าน (ดิจิทัล การเงิน ภาษี การผลิต การตลาด BCG/ESG และทรัพยากรมนุษย์) และ 3) หัวใจความเป็นดีพร้อม คพอ. ผ่านการเรียนรู้จากผู้บริหารชั้นนำที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม การเจาะลึกวงในอุตสาหกรรมในเรื่อง การขอ มอก. รวมถึงการสร้างและขยายโรงงาน การสร้างพันธมิตรเครือข่ายธุรกิจ และการเชื่อมโยงธุรกิจสู่ชุมชนเพื่อสร้างรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวต่อทุกความเปลี่ยนแปลง และร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
25 ส.ค 2026
“ดีพร้อม” ติดอาวุธบุคลากร เสริมแกร่งเพิ่มผลิตภาพสีเขียวและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมต่อยอด ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน
“ดีพร้อม” ติดอาวุธบุคลากร เสริมแกร่งเพิ่มผลิตภาพสีเขียวและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมต่อยอด ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน
จ.ชลบุรี 18 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเพิ่มผลิตภาพสีเขียวและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero” ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รองศาสตราจารย์ ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการศูนย์ V-Green คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยากร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว โดยมี นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบางละมุง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โดยกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเพิ่มผลิตภาพสีเขียวและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงให้แก่บุคลากรของดีพร้อมทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 80 คน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสีเขียว (Green Productivity) และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้คำปรึกษาแนะนำ และสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการจัดทำเอกสารเพื่อขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรได้อย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG รวมถึงสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ “อธิบดีณัฏฐิญา” เชื่อมั่นว่า การอบรมครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมบุคลากรของดีพร้อมให้มีศักยภาพและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานและให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการที่สนใจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานของดีพร้อม อันจะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
24 ส.ค 2026
“ปลัดณัฐพล” นำทีมเฟ้นหา “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี” ชู 6 เกณฑ์การประเมินรอบด้าน ลุยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน
“ปลัดณัฐพล” นำทีมเฟ้นหา “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี” ชู 6 เกณฑ์การประเมินรอบด้าน ลุยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 14 สิงหาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วยนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รองประธานคณะทำงานฯ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 การประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 4 บริษัท เข้าร่วมนำเสนอผลงาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาตามเกณฑ์ประเมินที่ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1) การกำหนดกลยุทธ์และนโยบาย 2) ความสามารถในการแข่งขัน 3) ความสามารถในการปรับตัวและการฟื้นคืนกลับ 4) ความสามารถในการพัฒนาอย่างยั่งยืน 5) ความสามารถในการสร้างคุณประโยชน์ และ 6) ผลลัพธ์จากการดำเนินงานในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ครอบคลุมทั้งมิติทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม หลังจากนั้นจะเป็นการตรวจประเมินสถานประกอบการ (Site Visit) ก่อนสรุปผลการพิจารณาและส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม เพื่อเข้าร่วมพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลอุตสาหกรรม ซึ่งกำหนดจัดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล
18 ส.ค 2026
“นายกฯ อนุทิน“ คิกออฟ เปิดงาน OTOP 2569 พร้อม “รนม.ศุภจี” เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “DIPROM Pavilion”  ในพิธีเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP 2569”
“นายกฯ อนุทิน“ คิกออฟ เปิดงาน OTOP 2569 พร้อม “รนม.ศุภจี” เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “DIPROM Pavilion” ในพิธีเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP 2569”
จ.นนทบุรี 10 สิงหาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569" ภายใต้แนวคิด RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การจัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569 นับเป็นโอกาสสำคัญในการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรผ่านการส่งเสริมอาชีพ ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งก่อให้เกิดคุณูปการต่อประเทศ ทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และการปรับตัวก้าวทันโลกยุคใหม่ งานนี้จึงเป็นทั้งเวทีสืบสานพระราชปณิธาน เผยแพร่อัตลักษณ์ไทยผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เกิดจากความประณีตและความคิดสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสานกับทุนทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับสินค้า OTOP ให้มีมาตรฐาน ขยายโอกาสสู่ตลาดสากล และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการชุมชนที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมจัดงาน และขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้า OTOP เพื่อร่วมสนับสนุนภูมิปัญญาไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากต่อไป กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อม สืบสานภูมิปัญญา ต่อแสงแห่งโอกาส (DIPROM Carrying the Light Forward)” เพื่อแสดงศักยภาพและบทบาทของดีพร้อมผ่านนโยบาย DIPROM FLEXi เพื่อพัฒนาให้ภูมิปัญญาไทยก้าวสู่คุณค่าระดับโลกได้อย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและการดำเนินงานภายในพื้นที่ DIPROM Pavilion ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ จัดแสดงผลงาน OTOP 4-5 ดาว ที่ผ่านการพัฒนาจากดีพร้อม จำนวน 20 ราย อาทิ คอลเลกชัน “บ้านยวนบาติก” สตูล งานปักผ้าสไตล์ม้งประยุกต์ “ปัน บาย ผภาพันธ์ เอส” เชียงใหม่ ผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ “ศูนย์การเรียนรู้ขวัญตา” หนองบัวลำภู นวัตกรรม “Digital Batik” วิสาหกิจชุมชนคญาบาติก นครราชสีมา แฟชั่นผ้าทอ “Homrak ห่มรัก” นนทบุรี ผลิตภัณฑ์ปักผ้าอาข่า 3 มิติ บ้านจงเจริญ เชียงราย และผ้าคราม Circular Design จาก BY KRAMPHON ขอนแก่น โซนที่ 2 กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Share & Learn) โดยนำแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP มาถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานผ่านกิจกรรม DIY สร้างสรรค์ ได้แก่ การเพ้นท์แก้วและนาฬิกา การทำดอกมะลิวันแม่จากเศษผ้า การลงรักปิดทองพระ/ภาพนูนต่ำ และการทำสร้อยข้อมูลจากลูกปัดเซรามิก โซนที่ 3 พื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ได้แก่ ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM BSC) บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจ บริการให้คำปรึกษาด้านเงินทุนหมุนเวียน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และบริการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของดีพร้อม เพื่อสนับสนุนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป การจัดงานในครั้งนี้ มีการขานรับนโยบายรัฐบาลด้วยการนำโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศเข้าร่วมออกร้านกว่า 3,000 ราย 150,000 ผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่าย ซึ่งในช่วง 2 วันแรกของการจัดงานที่ผ่านมา (8 - 9 สิงหาคม 2569) สามารถกระตุ้นยอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 146 ล้านบาท สะท้อนถึงพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมอุดหนุนสินค้าและเข้าชมนิทรรศการได้ในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 - 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
17 ส.ค 2026
“ดีพร้อม” เปิดเวทีระดมความคิดเห็น เดินหน้าจัดทำ Future Industry Blueprint วางทิศทาง 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างไทยพึ่งพาตนเอง-แข่งขันได้ในเวทีโลก
“ดีพร้อม” เปิดเวทีระดมความคิดเห็น เดินหน้าจัดทำ Future Industry Blueprint วางทิศทาง 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างไทยพึ่งพาตนเอง-แข่งขันได้ในเวทีโลก
กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การกำหนดกรอบทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี” โดยมี นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเรนโบว์ ฮอลล์ โรงแรมใบหยกสกาย ราชเทวี กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้ร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้ม โอกาส และความท้าทาย พร้อมกำหนดทิศทางการพัฒนา 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1) เครื่องมือแพทย์และสุขภาพ 2) หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ 3) ยานยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบราง 4) อุตสาหกรรมชีวภาพและระบบนิเวศ และ 5) อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) ในรูปแบบพิมพ์เขียวอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Future Industry Blueprint) เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาเชิงมหภาค ผ่านการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตสมัยใหม่ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายและโอกาสความร่วมมือโดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว “รองอธิบดีดุสิตฯ” กล่าวว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตขอให้คำนึงถึง 1) การส่งเสริมการผลิตและการใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างงาน เพิ่มการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และ 2) การพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างรากฐานในอนาคตผ่านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ ยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทานไทย ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็งแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก
17 ส.ค 2026
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมชื่นชมความสำเร็จ Data Governance พร้อมเน้นย้ำเดินหน้าต่อยอดระบบข้อมูล-ความปลอดภัย สู่ Data-driven Organization
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมชื่นชมความสำเร็จ Data Governance พร้อมเน้นย้ำเดินหน้าต่อยอดระบบข้อมูล-ความปลอดภัย สู่ Data-driven Organization
กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมรายงานผลความสำเร็จของโครงการบริหารจัดการและคุ้มครองข้อมูลเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมี นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ที่ได้รับมอบหมายด้าน IT & Data Team ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ เขตปทุมวัน กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อรายงานผลความสำเร็จในการยกระดับระบบบริหารจัดการข้อมูลของดีพร้อมให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ รัดกุม สอดคล้องกับกฎหมาย และสามารถรับมือกับภัยคุกคามด้าน Cyber Security โดยมุ่งให้ข้อมูลเป็นสินทรัพย์สำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ ได้มีการจัดทำกรอบแนวทางปฏิบัติและคู่มือการดำเนินงานที่ครอบคลุมใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ธรรมาภิบาลข้อมูล 2) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ 3) การประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลให้ดีพร้อมได้รับผลการประเมินการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลในระดับดี พร้อมเดินหน้าเตรียมความพร้อมเข้าสู่การประเมินองค์กรโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ในขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ “รองอธิบดีดุสิต” ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของโครงการบริหารจัดการและคุ้มครองข้อมูลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่าข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น Data-driven Organization ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูล นอกจากนี้ ขอให้ผู้บริหารและบุคลากรทุกส่วนงานนำคู่มือและแนวปฏิบัติที่จัดทำขึ้น ไปปรับใช้ในการทำงานจริงเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างระบบการจัดการข้อมูลที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและผู้ประกอบการต่อไป
17 ส.ค 2026
“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน ITA ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรและเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้ประกอบการไทย
“ดีพร้อม” เดินหน้าขับเคลื่อน ITA ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรและเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้ประกอบการไทย
กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมสร้างการรับรู้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 1 และ 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ มุ่งเน้นความสำคัญในการวัดผลการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) เป็นแกนหลัก อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของดีพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และโปร่งใส พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจในตัวชี้วัดภายใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการปฏิบัติหน้าที่ ด้านการใช้งบประมาณ ด้านการใช้อำนาจ ด้านการใช้ทรัพย์สินของราชการ และด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำโดย นายพงษ์พันธ์ โตสกุลไกร เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตชำนาญการพิเศษ พร้อมคณะฯ ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม เพื่อวัดผลการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน IIT (Internal Integrity and Transparency Assessment) ด้วย "หัวใจสำคัญของการประเมิน ITA ที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากบุคลากรภายในองค์กรเป็นอันดับแรก โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความโปร่งใสและเป็นภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ซี่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ เรามุ่งเน้นการปรับปรุงระบบการทำงานภายในโดยการกระจายอำนาจที่เป็นธรรม ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานและเท่าเทียมให้กับบุคลากรทุกคน” รองอธิบดีพลาวุธ กล่าว
17 ส.ค 2026
“ดีพร้อม” ผนึกพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่อง SMEs เศรษฐกิจชุมชน ดัน Quick Big Win สร้างโอกาสธุรกิจไทย
“ดีพร้อม” ผนึกพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่อง SMEs เศรษฐกิจชุมชน ดัน Quick Big Win สร้างโอกาสธุรกิจไทย
กรุงเทพฯ 13 สิงหาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs ครั้งที่ 1/2569 เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนพิจารณามาตรการและแนวทางการดำเนินงานเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระยะยาว โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อพิจารณาและเสนอแนวทางการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงการแต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกประเด็นสำคัญและโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว หรือ Quick Big Win / Big Win พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการสร้างโอกาสทางการตลาด ทั้งนี้ แนวทางการขับเคลื่อนของคณะทำงานให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มาตรการและโครงการต่าง ๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างตรงจุด โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มองค์ความรู้และทักษะให้แก่ SMEs การส่งเสริมผ่านกลไก Big Brother การพัฒนาและยกระดับทักษะของ SMEs รวมถึงการส่งเสริม SMEs ให้เข้าถึงตลาดภาครัฐผ่านโครงการ THAI SME-GP (Government Procurement) “ดีพร้อม” ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และเศรษฐกิจชุมชนให้สามารถเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาศักยภาพการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
17 ส.ค 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” พร้อมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมต้อนรับ “รนม.ศุภจี” พร้อมรับมอบนโยบาย ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับโลกใหม่ ดัน Made in Thailand ชูไบโอเอเนอร์จี เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ พร้อมทบทวนกฎหมาย ปรับดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจจริง เผยปลาย ส.ค. เตรียมเจรจาภาษีสหรัฐฯ
“อธิบดีณัฏฐิญา” พร้อมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมต้อนรับ “รนม.ศุภจี” พร้อมรับมอบนโยบาย ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับโลกใหม่ ดัน Made in Thailand ชูไบโอเอเนอร์จี เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ พร้อมทบทวนกฎหมาย ปรับดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจจริง เผยปลาย ส.ค. เตรียมเจรจาภาษีสหรัฐฯ
วันนี้ (13 ส.ค. 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารหน่วยงานร่วมประชุม นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่รักษาขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก หลังคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ หรือ กอช. ไม่ได้หารือร่วมกันมานานราว 4 ปี ขณะที่ภูมิรัฐศาสตร์และโครงสร้างอุตสาหกรรมโลกเปลี่ยนเร็ว ประเด็นหลักคือการเปิดประตูตลาดภาครัฐให้สินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและ Green Procurement นางศุภจี กล่าวว่า ภาครัฐจะเป็นผู้ใช้งานสำคัญในการสร้างอุปสงค์ให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ ก่อนขยายสู่ตลาดเอกชนและตลาดต่างประเทศ แต่การให้แต้มต่อ Made in Thailand ต้องไม่ลดมาตรฐาน สินค้าที่ใช้ชิ้นส่วนไทยต้องได้มาตรฐานสากล และมีเกณฑ์นับ Local Content ชัดเจน\ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมอบหมายให้เชื่อม “วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน” ผ่านกลไก GMT SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เพื่อยกระดับ SME ด้านประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ ควบคู่การรับรอง MiT ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย “สิ่งสำคัญคือทำให้ตลาดกับการพัฒนาผู้ประกอบการเดินไปด้วยกัน นำความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์พัฒนา SME ให้เติบโตได้จริง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค” นางศุภจีกล่าว อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมได้หารือการผลักดันพลังงานชีวภาพ ทั้งดีเซลและเบนซิน โดยต้องดูภาษีสรรพสามิต กลไกตลาด ความพร้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ และประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับอย่างสมดุล เชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจสีเขียว BCG และ ESG นางศุภจี กล่าวว่า อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องเร่งเสริม ได้แก่ Biotechnology ดิจิทัล AI ยานยนต์รูปแบบใหม่ เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องมี Supply Chain ใหม่รองรับ เพื่อให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานผลิต แต่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการปรับดัชนีอุตสาหกรรมให้สะท้อนสถานการณ์จริง โดยมอบให้ TDRI ช่วยดูตัวเลข โดยเฉพาะอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อาจยังรวมอุตสาหกรรมเก่าที่เสื่อมถอย แต่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตเร็ว นายวราวุธ กล่าวว่า ตัวอย่างชัดเจนคือ Semiconductor และ Photonic โดยเฉพาะอุปกรณ์ Switch และ Transceiver แบบ Optical ที่เติบโตตามกระแส Data Center ทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยบางรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวต่อเนื่อง 2 ปี หากปรับฐานดัชนี MPI จากปี 2564 เป็นปี 2567 จะสะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมใหม่ได้แม่นยำขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการปรับดัชนีอุตสาหกรรมให้สะท้อนสถานการณ์จริง โดยมอบให้ TDRI ช่วยดูตัวเลข โดยเฉพาะอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อาจยังรวมอุตสาหกรรมเก่าที่เสื่อมถอย แต่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตเร็ว นางศุภจีกล่าวว่า กอช.หยุดประชุมมานาน จึงมีร่างกฎหมาย 5-6 ฉบับต้องกลับมาทบทวน ทั้งกฎหมายโรงงาน กฎหมายกากอุตสาหกรรม กฎหมายปาล์มน้ำมัน และกฎเกณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูให้รอบด้านก่อนเสนอ ครม. เพื่อให้ครอบคลุมโลกปัจจุบันและอนาคต ต่อข้อถามมาตรการการค้าสหรัฐฯ นางศุภจี กล่าวว่า ภายใต้มาตรา 301 และ 232 มีสินค้าประมาณ 72% ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว เหลือ 28% ที่ยังต้องเจรจาต่อ โดยช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้ จะเดินทางไปเจรจาประเด็นภาษีกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม กรอบเจรจากับสหรัฐฯ ไทยยังคงยึดเรื่องการค้าเป็นหลัก ไม่ได้นำประเด็นทางทหารไปแลกผลประโยชน์ทางภาษี แต่จะใช้ข้อมูลการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต เพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ นางศุภจี กล่าวว่า เอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ และมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันส่วนหนึ่งของดุลการค้าไทยมาจากบริษัทสหรัฐที่ลงทุนในไทย จึงต้องมองทั้งการค้าและการลงทุนร่วมกัน
14 ส.ค 2026