โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทัพ “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเบิกจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมประกาศเจตนารมณ์และนโยบาย “No Gift Policy” มุ่งทำงานด้วยความโปร่งใส
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทัพ “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเบิกจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมประกาศเจตนารมณ์และนโยบาย “No Gift Policy” มุ่งทำงานด้วยความโปร่งใส
กรุงเทพฯ 20 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว มีการรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) พร้อมทั้งรายงานผลการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” มอบหมายให้รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กำชับหน่วยงานในกำกับเร่งรัดการดำเนินงานโครงการ และเน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานและการให้บริการผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) และ รายงานการดำเนินงานโครงการรฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวถึง การเตรียมการลงพื้นที่ ครม.สัญจร พื้นที่ภาคใต้และการเตรียมความพร้อมของดีพร้อมในการต้อนรับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในโอกาสมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนแก่ข้าราชการและบุคลากรของดีพร้อม พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมข้อมูลที่สอดรับกับข้อสั่งการสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานให้เห็นผล 6 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานน้ำ-พลังงานสะอาด (2) การพัฒนาทักษะแรงงานรองรับ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล (3) ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค (4) ลดอุปสรรคการอนุญาต-ใช้ที่ดินรัฐให้เกิดประโยชน์ (5) ปราบทุจริตสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน และ (6) ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อ เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงท้ายของการประชุม อธิบดีณัฏฐิญา ได้นำทัพข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ “No Gift Policy” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างพร้อมเพรียงกัน
25 พ.ค. 2026
“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ผ้าไทย–เกษตรไบโอ–อาหารไทย” เชื่อมเทคโนโลยี ทุน และตลาด ยกระดับฐานรากเศรษฐกิจไทย
“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ผ้าไทย–เกษตรไบโอ–อาหารไทย” เชื่อมเทคโนโลยี ทุน และตลาด ยกระดับฐานรากเศรษฐกิจไทย
กรุงเทพฯ 21 พฤษภาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ (DIPROM) โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนิกร จำนง และ นายกนก วงษ์ตระหง่าน เลขาธิการคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารและข้าราชการดีพร้อม เข้าร่วมรับฟังนโยบายการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไทย และวิสาหกิจชุมชน ณ ห้อมประชุม ชั้น 6 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” มอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม เงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายตลาด ภายใต้แนวคิดการทำงานเชิงรุกผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศ โดยวางบทบาทให้ดีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย (Industrial Transformation Hub) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Smart & Green Industry) ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศักยภาพการแข่งขัน นวัตกรรม และความยั่งยืน ทั้งนี้ ได้เร่งขับเคลื่อน 3 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง มุ่งส่งเสริมการพัฒนา “ผ้าไทย” ยกระดับเทคโนโลยีเส้นใย นวัตกรรมการทอ และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก (2) อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตั้งแต่ตันน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIO Industry) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (3) อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน พร้อมผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและอาหารแห่งอนาคตเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจไทย นายวราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการลงพื้นที่วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการแบบเฉพาะพื้นที่ เพื่อออกแบบแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด และเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายสนับสนุนให้เข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและตรงจุด พร้อมกันนี้ ยังเร่งช่วยเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ปรับตัวรับกติกาโลกใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero ผ่านการสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว พลังงานสะอาด และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ควบคู่กับการผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานรากไทยในระยะยาว นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ดีพร้อมเพิ่มทักษะและองค์ความรู้แก่บุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่ง รวมทั้งต่อยอดและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไปยังตลาดใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน
22 พ.ค. 2026
“ดีพร้อม” ปั้น “หัวหน้างานยุคใหม่” เสริม Soft Skills สร้างภาวะผู้นำ นำทีมเข้มแข็งด้วยหัวใจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
“ดีพร้อม” ปั้น “หัวหน้างานยุคใหม่” เสริม Soft Skills สร้างภาวะผู้นำ นำทีมเข้มแข็งด้วยหัวใจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “เสริมทักษะหัวหน้างานยุคใหม่ นำพาทีมด้วยหัวใจที่ดีพร้อม” (DIPROM Manager : Leading Team with MIND) โดยมี นางณัฐนภัสสร์ บุญญกูล รักษาการเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องคริสตัล 2 – 4 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “เสริมทักษะหัวหน้างานยุคใหม่ นำพาทีมด้วยหัวใจที่ดีพร้อม” (DIPROM Manager : Leading Team with MIND) เป็นหนึ่งในหลักสูตรสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาบุคลากรของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพหัวหน้างานยุคใหม่ให้พร้อมก้าวทันบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งพัฒนาทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำ ทั้งด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของผู้นำ การโค้ชและบริหารทีมบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ตลอดจนการบริหารความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาหัวหน้างานให้สามารถ “ได้ทั้งงาน และได้ทั้งใจคน” ควบคู่กัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงาน พร้อมส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานในยุคปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีพลังและเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อองค์กร ดีพร้อม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับ โดยเชื่อมั่นว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงต้องมีความรู้และความสามารถในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะในการสื่อสาร ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ และสร้างความเข้าใจร่วมกันภายในทีม เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความร่วมมือในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ขณะเดียวกัน ผู้นำที่ดีจำเป็นต้องมองเห็นศักยภาพของบุคลากรในทีม พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการทำงาน เพื่อหล่อหลอมบุคลากรคุณภาพ และสร้างผลลัพธ์การดำเนินงานที่เข้มแข็ง นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต
22 พ.ค. 2026
“ดีพร้อม” เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 ดันไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอาเซียน    ชี้ลงทุนจีนต้องควบคู่ถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างคนไทยรองรับอุตสาหกรรมศักยภาพ
“ดีพร้อม” เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 ดันไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอาเซียน    ชี้ลงทุนจีนต้องควบคู่ถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างคนไทยรองรับอุตสาหกรรมศักยภาพ
กรุงเทพฯ 14 พฤษภาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมบรรยายในงานสัมมนา “โอกาสความร่วมมือและแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการยกระดับองค์กรและอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัล” ภายใต้โครงการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจระหว่างกรอบความร่วมมือกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (Guangdong - Hong Kong - Macao Greater Bay Area: GBA) กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โดยมี คณะผู้แทนจากโครงการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและ การยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัลระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) - เขตความร่วมมือกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (GBA) ประจำปี 2026 นำโดย นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว และนางสาววรกานต์ ชอบพัฒนา กงสุล ณ นครกว่างโจว ร่วมด้วย ดร.ภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเคเอ็กซ์ ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องอบรม ชั้น 2 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการสัมมนาฯ รองอธิบดีดุสิตฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจศักยภาพ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์และสุขภาพ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว ในส่วนของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัตินั้น กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำในการผลิต และใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียน ผ่านมาตรการด้านการกระตุ้นอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมการผลิต/ธุรกิจบริการให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การสร้างอุปทานมาตรฐานการผลิตระดับสากลและปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เช่น สร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณาการระบบอัตโนมัติ (System Integrator: SI) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center of Robotics Excellence: CoRE) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากภาคการศึกษาไปสู่การผลิตหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ และยกระดับไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนในอนาคต นอกจากนี้ ได้ยกตัวอย่างการนำระบบ IoT, AI และ Big Data มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อยกระดับไปสู่ Industry 4.0 ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ของผู้ผลิตจีน เช่น GAC AION และ BYD ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกระดับภูมิภาคที่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกัน อุตสาหกรรมการแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโรงงานไทยจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบดิจิทัล กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีแนวทางการยกระดับศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการไทยรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาทักษะแรงงานและอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น การส่งวิศวกรไทยไปฝึกงานในโรงงานจีน หรือการส่งผู้เชี่ยวชาญจากจีนมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ผลิตต้นน้ำในประเทศ การบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือกระทรวงแรงงาน เพื่อพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนให้ตรงกับ ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงผลักดันการจัดตั้งศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีไทย-จีน ในรูปแบบ Joint Lab ในพื้นที่ EEC เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนการผสานความร่วมมือกับศูนย์ทดสอบภายในประเทศในการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Digital รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว “ประเทศจีนมีความเชี่ยวชาญด้านโรงงานอัจฉริยะและหุ่นยนต์ในระดับสูง เมื่อผู้ผลิตจีนเข้ามามาลงทุนในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจศักยภาพ ไม่อยากให้เป็นการนำเข้าเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทยด้วย” รองอธิบดีดุสิตฯ กล่าวทิ้งท้าย
22 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล้วยน้ำไท และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ เป็นรางวัลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและยกย่องผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความโดดเด่นในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถยกระดับสินค้าเดิมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด/ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า การออกแบบที่โดดเด่นทั้งด้านความสวยงามและการใช้งาน รวมถึงการเล่าเรื่องและการสร้างแบรนด์ที่ช่วยสร้างการจดจำ ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจึงถือเป็นต้นแบบของธุรกิจที่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนองค์กร จนต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตได้ นอกจากนี้ รางวัลดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทยในระยะยาว ที่ประชุมฯ ได้มีการรายงานความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานการจัดงานในภาพรวม พร้อมนำเสนอข้อมูลสำคัญเพื่อแจ้งในที่ประชุมทราบและพิจารณาร่วมกัน อาทิ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงาน แผนการดำเนินงาน แนวทางการประชาสัมพันธ์ กระบวนการคัดเลือก ตลอดจนคุณสมบัติและข้อกำหนดต่างๆ ของผู้สมัคร ทั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัล รวมถึงเตรียมแผนการดำเนินงานและพิจารณาขั้นตอนการคัดเลือกผู้ประกอบการ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ จูงใจและสามารถดึงศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ความยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับสากล
19 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานหารือแนวทางการดำเนินการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการรายงานผลให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในแต่ละส่วน เพื่อให้สามารถพัฒนาคะแนนการประเมินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของดีพร้อม โดยในปีนี้ได้เน้นย้ำในด้านอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ โดยมีการคัดเลือกกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย มาดำเนินการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อป้งกันการทุจริต โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในเชิงป้องกัน เพื่อควบคุมและลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส
19 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
จังหวัดนครศรีธรรมราช 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2560 จากการรวมตัวของเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร และยกระดับรายได้ของชุมชน เริ่มต้นจากการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ การลดต้นทุนการผลิต และใช้เทคนิคทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดสวนอย่างยั่งยืนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ โดยพื้นที่อำเภอพิปูนเป็นแหล่งปลูกผลไม้สำคัญ เช่น มังคุด มะไฟกา เงาะ ทุเรียน บางช่วงเมื่อผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ทางกลุ่มจึงนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ทอฟฟี่มังคุด กาแฟผสมผงเปลือกมังคุด ไวน์มังคุด ไวน์มะไฟกา น้ำเชื่อมมังคุด น้ำเชื่อมกุหลาบ น้ำเชื่อมมะม่วงเบา น้ำเชื่อมอัญชัน ทุเรียนกวน และผลไม้อบแห้ง โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ได้รับความช่วยเหลือจากดีพร้อมผ่านโครงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน และกลไกการให้บริการของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม จนนำไปสู่การได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่มังคุด และได้ร่วมออกบูธในงาน “ดีพร้อมเสน่ห์ไทย” เพื่อเปิดตลาดผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น “ดีพร้อม” มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในยุคอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการยกระดับศักยภาพการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
19 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำดื่ม เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคทุกชนิด ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP และ อย. โดยบริษัทฯ มีการเข้าร่วมโครงการของดีพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและดิจิทัลมาใช้ภายในโรงงาน เช่น การพัฒนาระบบลมอัด เพื่อลดการสูญเสียลมในเครื่องจักร (Auto Drain Zero Air Loss) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเข้าร่วมเป็นสถานประกอบการต้นแบบ ภายใต้โครงการ “Smart Factory for Local SMEs Towards Thailand 4.0 through Regional Integrated SME Promotion” โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญประเทศญี่ปุ่น ในการติดตั้งระบบเซนเซอร์นับจำนวนการผลิตน้ำดื่มบรรจุแพ็คเทียบกับปริมาณวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตขวด และนำข้อมูลที่ได้มาใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยสามารถลดต้นทุนและบริหารจัดการพลังงานได้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (Service Provider: SP) ที่ผ่านการพัฒนาจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10) โดยปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น (On-the-job Training) เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของที่ปรึกษาในพื้นที่ให้สามารถให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีศักยภาพ
19 พ.ค. 2026
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “รมว.วราวุธ” ถก เครือข่ายนักธุรกิจสายกรีน-BNI  พุ่งเป้า ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “รมว.วราวุธ” ถก เครือข่ายนักธุรกิจสายกรีน-BNI  พุ่งเป้า ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
กรุงเทพฯ - 14 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ กลุ่มธุรกิจ “ความยั่งยืน” หรือ BNI (Business Network International Chapter Sustainable) นำโดย นายสุรชัย พิทักษ์พงษ์ภูธร ประธานกลุ่มเครือข่าย BNI โดยมีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม อก. 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจ BNI ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SMEs และตระหนักดีถึงความสำคัญของการจัดการความยั่งยืน ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสของโลก ทั้งจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติตลอดจนนโยบายของประเทศ BNI จึงเสนอตัวเป็น "Execution Partner" หรือพันธมิตรภาคเอกชนในการนำนโยบายภาครัฐไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงในระดับพื้นที่ และเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปนโยบายและมาตรการสนับสนุน โดยแบ่งเป็น แผนงาน Quick Win ระยะ 3 เดือน และแผนงาน ระยะ 6 เดือน โดยคาดหวังว่าจะช่วยให้ SMEs อยู่รอดและรักษาการจ้างงานทั่วประเทศ รวมทั้งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยน SMEs จากผู้รับจ้างผลิตให้เป็น "ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวมูลค่าสูง" นายวราวุธ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเราต้องให้การสนับสนุน SMEs เพราะถ้า SME อยู่ไม่ได้ ฐานพีระมิดหรือเศรษฐกิจของประเทศก็พัง ดังนั้น กระทรวงฯ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุน SME ที่กล้าปรับตัวสู่ความยั่งยืน รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางการสนับสนุน SMEs ที่สอดคล้องกับข้อเสนอของกลุ่มสมาชิกบีเอ็นไอ โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมีวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สำหรับ SMEs ที่ต้องการปรับปรุงสู่ Green Industry หรือลด Carbon Footprint ส่วนประเด็นด้านการแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และนวัตกรรมที่ติดขัด ทางกระทรวงรับช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ด้านมาตรฐาน มอก. ได้แนะนำให้ทางผู้ประกอบการหารือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านมาตรฐานของสถานประกอบการในอนาคต สำหรับกลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจ BNI ที่ส่งตัวแทนสมาชิกมาพูดคุยในวันนี้ประกอบด้วย 20 บริษัท อาทิ ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ผู้ผลิตเสื้อผ้ารีไซเคิล ผู้รับซื้อเหล็กและอะลูมิเนียมเพื่อการรีไซเคิล ปล่องดักจับฝุ่นและควันลดการปล่อยมลพิษในโรงงาน ที่ปรึกษาด้าน Carbon Footprint ที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ ESG และธุรกิจด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์
19 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ลงใต้ ดันอุตสาหกรรมสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยโลจิสติกส์ ยกระดับผู้ประกอบการ-ชุมชน สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ลงใต้ ดันอุตสาหกรรมสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยโลจิสติกส์ ยกระดับผู้ประกอบการ-ชุมชน สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ บริษัท นทีชัย จำกัด ตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัท นทีชัย จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและสุรากลั่นในเครือไทยเบฟเวอเรจ โดย ดีพร้อมได้ให้การสนับสนุนด้านการวางแผนบริหารจัดการวัตถุดิบหลัก (กากน้ำตาล) ในกระบวนการผลิต การลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในภาคอุตสาหกรรม ด้วยเทคนิคการบริหารจัดการคลังสินค้าและระบบขนส่ง ในด้านพลังงาน บริษัทฯ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตสีเขียวโดยนำกากส่าเหล้าซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาผลิตเป็นพลังงานชีวภาพ (Biogas) และพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทาง BCG และ ESG นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังช่วยส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบโรงงาน ผ่านการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นโรงงานต้นแบบที่ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 9999 ด้านการบริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมในชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำและพลังงานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย “ดีพร้อม” มุ่งเน้นการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ อตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการ โลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างโรงงานและชุมชน ภายใต้การพัฒนาศักยภาพเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนให้ดีพร้อม โดยมีการผลิตผลิตภัณฑ์ ปลาดุกร้า ปลาเปรี้ยว น้ำพริกปลาดุกร้า ในการพัฒนาองค์ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี และการมอบโปรแกรมระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Inventory Management System) ให้กับชุมชนด้วย เพื่อสร้างให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
15 พ.ค. 2026