โทรศัพท์ 1358

“ดีพร้อม” เดินหน้าพัฒนาบุคลากรยุค AI เปิดหลักสูตร “HI with AI” เสริมทักษะคิดวิเคราะห์ ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์สู่งานจริง
“ดีพร้อม” เดินหน้าพัฒนาบุคลากรยุค AI เปิดหลักสูตร “HI with AI” เสริมทักษะคิดวิเคราะห์ ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์สู่งานจริง
กรุงเทพฯ 30 กันยายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “HI with AI ปรับตัวอย่างไร ให้อยู่ร่วมและอยู่รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กิจกรรม “ยกระดับยุทธศาสตร์และแผนงานดีพร้อมด้วย AI” โดยมี นายทินวัฒน์ แก้วสวี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายจิตติ บรรจุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เข้าร่วม ณ ห้องปาริชาต ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในหลากหลายมิติ ส่งผลให้บุคลากรจำเป็นต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความสามารถ และพร้อมในการปรับตัว เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างคุณค่าและผลลัพธ์ให้กับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทาง “DIPROM FLEXi: ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งสร้างความยืดหยุ่นและความคล่องตัวให้แก่องค์กร บุคลากร และระบบการทำงาน ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับ AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้เครื่องมือหรือฟังก์ชันต่าง ๆ แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับ Human Intelligence (HI) หรือศักยภาพของมนุษย์ในการคิดวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมาย ออกแบบคำสั่งและบริบท ตลอดจนตรวจสอบและกลั่นกรองผลลัพธ์จาก AI ด้วยวิจารณญาณและความรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถนำ AI มาสนับสนุนการทำงานได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจขององค์กร การอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569 รวม 3 วัน โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Workshop) ควบคู่กับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำแนวคิด “HI with AI” ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์งานจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์งาน การกำหนดเป้าหมาย การออกแบบ Prompt และ Context ไปจนถึงการจัดการ ตรวจสอบและตรวจทานผลลัพธ์จาก AI โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปยกระดับกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของดีพร้อมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกเทคโนโลยียุคใหม่
14 Oct 2026
“ดีพร้อม” ร่วมพิธีมอบรางวัล "GIT’s World Jewelry Design Awards 2026 & GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026" ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งเวทีดีไซน์ระดับสากล
“ดีพร้อม” ร่วมพิธีมอบรางวัล "GIT’s World Jewelry Design Awards 2026 & GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026" ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งเวทีดีไซน์ระดับสากล
กรุงเทพฯ 6 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 (GIT’s World Jewelry Design Awards 2026) และ โครงการประกวดพลอยเจียระไนระดับโลก ครั้งที่ 2 (GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026) โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ลาน Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 และ GIT's World Challenge Gems Faceting Master 2026 จัดโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยเวทีประกวดออกแบบเครื่องประดับ GIT's World Jewelry Design Awards GIT ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานสำคัญในการเฟ้นหา สนับสนุน และผลักดันนักออกแบบเครื่องประดับทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล พร้อมทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีไทย พร้อมกันนี้ ยังมีการเปิดเวทีประกวดพลอยเจียระไน GIT's World Challenge Gems Faceting Master ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากเวทีการออกแบบ โดยเน้นไปที่ทักษะความเชี่ยวชาญด้านงานช่างฝีมือการเจียระไนพลอย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลกอย่างยั่งยืน พร้อมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะให้นักออกแบบและช่างฝีมือให้เป็นที่รู้จักและได้มาตรฐานในเวทีสากล รวมถึงต่อยอดสู่การผลิตจริงในอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายธุรกิจ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับนานาชาติ ทั้งยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาครัฐและหน่วยงานเครือข่ายในการขับเคลื่อนและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก ซึ่งในปีนี้ ผู้เข้าประกวดได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์คอลเลกชันเครื่องประดับอย่างน้อย 3 ชิ้น ที่ผสานความงามอันคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำสู่อนาคต โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย จีน อิตาลี และฮ่องกง ร่วมตัดสิน ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุด โดยผลการประกวด GIT’s World Jewelry Design Awards ได้แก่ 1)นางสาวกาญนิกา พรมอินทร์ รางวัลชนะเลิศ จากผลงานชื่อ Golden Bloom : The Flourishing Legacy 2)นายอำพล แตระพรพาณิชย์ รองชนะเลิศอันดับ 1 3)นางสาวเนตรนภา ส่งเสียง รองชนะเลิศอันดับ 2 3)นายเอนก เมืองนา รางวัลชมเชย 4)นายถกล เก่งการช่าง รางวัล popular design award ผลรางวัลการประกวด GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2026 ได้แก่ 1)นายภูเบศ สินสวัสดิ์ รางวัลชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 2)นายนิรินาทย์ เธียรวรโชค รางวัลรองชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 3)นายสรรเพชญ พนัสเจริญ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 4)นางสาวศิริทิพา สุวรรณผล รางวัลชนะเลิศด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ประเภทพลอยทั่วไป ภายในงาน มีการจัดแสดงผลงานการออกแบบและเจียระไนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วโลก พิธีประกาศผลและมอบรางวัลพร้อมมอบโล่เกียรติยศแก่ผู้สนับสนุนการผลิตเครื่องประดับ และประกาศรายชื่อผู้ชนะเลิศการประกวด ประจำปี 2026 จากทั้งสองเวที พร้อมแฟชั่นโชว์สุดอลังการ จากแอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ในชุด “The Brilliance Runway: A Celebration of 20 Years of Jewelry Excellence” โดยการนำเสนอเครื่องประดับสุดล้ำค่าจากฝีมือผู้ชนะการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20 อีกด้วย
14 Oct 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” แท็คทีมดีพร้อม เตรียมเดินเครื่อง ปี 70 ยกระดับศักยภาพ ผปก.ไทย ทุกมิติ พร้อมเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการประสบอุทกภัยโดยเร็ว
“อธิบดีณัฏฐิญา” แท็คทีมดีพร้อม เตรียมเดินเครื่อง ปี 70 ยกระดับศักยภาพ ผปก.ไทย ทุกมิติ พร้อมเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการประสบอุทกภัยโดยเร็ว
กรุงเทพฯ 5 ตุลาคม 2569 – นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 3/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้แจ้งประเด็นสำคัญให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับการดูแลบุคลากรและการบริหารงานในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เปิดศูนย์พักพิงบริเวณสำนักงานอาคารพระรามที่ 6 และพระรามที่ 4 เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเลขานุการกรม (สล.) ประสานการส่งมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ของหน่วยงานราชการในวันที่ 12 และวันที่ 14–15 ตุลาคม 2569 รวมถึงการกำหนดให้วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาการจราจรและอำนวยความสะดวกในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-WBG Annual Meetings 2026) ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ที่jสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) กำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมถึงผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2569 โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” มอบหมายให้กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กง.กสอ.) และ สำนักงานเลขานุการกรม (สล.กสอ.) ประสานจัดทำและรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว เสนอต่อสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) เพื่อประกอบข้อมูลภาพรวมของกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณที่กันเหลื่อมปีให้เป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับแผนการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2570 กำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อรวม 100 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนงานและโครงการสำคัญ โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้มอบแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งขับเคลื่อนโครงการ/ กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและอุตสาหกรรมศักยภาพสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมบริการแห่งอนาคต อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมชีวภาพ ฮาลาล และสมุนไพร ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล พร้อมเชื่อมโยงการทำงานกับคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชาติ ตลอดจนเครือข่ายภาครัฐและเอกชน อาทิ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อผนึกกำลังความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการไทย พร้อมทั้งกำชับให้กองพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล (กท.กสอ.) เร่งสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับสถานประกอบการไทยสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) รองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ในช่วงท้ายของการประชุม “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้พิจารณาแนวทางการฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเบื้องต้นได้สำรวจและประเมินความเสียหาย แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) ความเสียหายภาพรวมของธุรกิจ 2) ความเสียหายด้านเครื่องจักรและกระบวนการผลิต 3) ความต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง และ 4) การพักชำระหนี้ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจความเสียหายและความต้องการของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รักษาการจ้างงาน และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง
12 Oct 2026
ดีพร้อม - โยโกฮามะ เดินหน้าความร่วมมืออุตสาหกรรมสีเขียว เชื่อมโยงโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนโลก
ดีพร้อม - โยโกฮามะ เดินหน้าความร่วมมืออุตสาหกรรมสีเขียว เชื่อมโยงโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนโลก
กรุงเทพฯ 7 ตุลาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้การต้อนรับ นายไซโต ทัตสึยะ อธิบดีสำนักบริหารนโยบายและกิจการระหว่างประเทศ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าพบและนำเสนอแผนการดำเนินงานของสำนักงานเมืองโยโกฮามะ ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ราชเทวี การเข้าพบในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงานของสำนักงานเมืองโยโกฮามะให้ทาง "ดีพร้อม" รับทราบและเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งในการจัดงานของเมืองโยโกฮามะ ประกอบด้วย งาน GREEN x EXPO 2027 ที่กำหนดจัดระหว่างเดือนมีนาคม - กันยายน 2570 เป็นงานจัดแสดงพืชสวนนานาชาติ ที่จะช่วยขับเคลื่อนศาสตร์ด้านพืชสวน การจัดภูมิทัศน์และเกษตรกรรม ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าชมประมาณ 10 ล้านคนจากทั่วโลก โดยในช่วงการจัดงานดังกล่าว ยังเป็นเจ้าภาพ YOKOHAMA CIRCULAR WEEK โดยจะมีการประชุมระดับนานาชาติ 2 รายการ โดยมุ่งเน้นที่เมืองหมุนเวียน (circular cities) ได้แก่ 1) การประชุมเอเชีย - แปซิฟิกว่าด้วยการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 9 (9th Asia-Pacific Urban Forum: APUF-9) เป็นเวทีสำคัญด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนโดยรวบรวมผู้กำหนดนโยบายจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาเมือง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันนวัตกรรมที่นำไปสู่ การพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน และ 2) การประชุมหารือเมืองหมุนเวียนแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก(Asia-Pacific Circular Cities Forum: APCC Forum) ขณะเดียวกัน ยังมีแผนที่จะจัดงาน CIR-BAY: นิทรรศการเศรษฐกิจหมุนเวียนนานาชาติ ซึ่งบริษัทจากญี่ปุ่นและต่างประเทศจะนำเสนอโซลูชั่นและเข้าร่วมกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจ โดยนิทรรศการจะนำเสนอในด้านเทคโนโลยีการรีไซเคิล วัสดุยั่งยืน และโซลูชั่นพลังงานหมุนเวียนบนพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร และในโอกาสนี้ นายไซโต ทัตสึยะ ได้เชิญชวนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม รวมถึงผู้ประกอบการของไทยที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของเมืองโยโกฮามะดังกล่าว “รองอธิบดีดุสิตฯ” กล่าวว่า “ดีพร้อม” มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมของเมืองโยโกฮามะ เพื่อแสวงหาโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการผลิต พร้อมกันนี้ ดีพร้อมจะช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานในเครือข่ายของประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยได้เข้าร่วมงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติ ทั้งนี้ ดีพร้อมมุ่งหวังให้การหารือครั้งนี้นำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือกับเมืองโยโกฮามะในการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ SME ของไทย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการอันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
12 Oct 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ปูฐานองค์กรคาร์บอนต่ำ ชู “CFO DIPROM” สร้างองค์ความรู้ส่งต่อ SME พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ปูฐานองค์กรคาร์บอนต่ำ ชู “CFO DIPROM” สร้างองค์ความรู้ส่งต่อ SME พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 6 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการเตรียมความพร้อมสู่องค์กรการลดคาร์บอนต่ำ (Carbon Footprint for Organization : CFO DIPROM) ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เจ้าหน้าที่ดีพร้อมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) โดยมี นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมบุคลากรกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลกิจกรรม การจัดเตรียมหลักฐานเพื่อรองรับการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอก ตลอดจนการสำรวจแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรเพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องตามมาตรฐาน การดำเนินงานครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการจัดทำระบบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของดีพร้อมอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ การใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง สารทำความเย็น การเดินทาง การจัดซื้อจัดจ้าง การใช้วัสดุและทรัพยากร รวมถึงการจัดการของเสีย เพื่อให้ดีพร้อมสามารถระบุแหล่งกำเนิดและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และนำข้อมูลไปใช้กำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมสู่องค์กรคาร์บอนต่ำครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือร่วมกันภายในองค์กร พร้อมวางรากฐานระบบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของดีพร้อมให้มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้เกิดบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่ถูกต้อง ผ่านการทวนสอบ รวมถึงมีแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน สามารถวัดผล และติดตามความก้าวหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สิ่งสำคัญการลงมือดำเนินงานภายในองค์กรด้วยตนเองจะทำให้บุคลากรดีพร้อมเกิดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง สามารถนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SME ได้อย่างเข้าใจ เข้าถึง และสอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจจริง อันจะนำไปสู่การยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน
12 Oct 2026
“รองอธิบดีดุสิต” เยือนถิ่นอุบลฯ ชมต้นแบบผู้ประกอบการ “ดีพร้อม” หนุนใช้เทคโนโลยี–นวัตกรรม ต่อยอดความสำเร็จสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
“รองอธิบดีดุสิต” เยือนถิ่นอุบลฯ ชมต้นแบบผู้ประกอบการ “ดีพร้อม” หนุนใช้เทคโนโลยี–นวัตกรรม ต่อยอดความสำเร็จสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
จังหวัดอุบลราชธานี 2 ตุลาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวพรรพรรณ บุญญะอติชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 (DIPROM Center 7: DC7) และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีข้าวตั้งแซเยี้ยง โดยมี นายชาตรี ไชยะเดชะ กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการโรงสีข้าว ซึ่งเป็นต้นแบบความสำเร็จจากการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน และกิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล ช่วยตรวจสอบคุณภาพของข้าวเต็มเมล็ด เพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลเมล็ดข้าวหักก่อนวางแผนการผลิต ป้องกันความเสียหายในขั้นตอนการขัดขาว นอกจากนี้ ทางสถานประกอบการยังนำแกลบเหลือทิ้งและที่รับซื้อจากโรงสีในพื้นที่ใกล้เคียงไปใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าชีวมวลของตนเองด้วย จากนั้น “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ป.อุบล ผู้ผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น หมูยอ แหนมหมู ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นเนื้อ ผลิตภัณฑ์ของฝากต่าง ๆ จนได้รับคัดเลือกเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ป.อุบล ได้รับการอนุมัติวงเงินจากสินเชื่อ DIPROM Pay เพื่อลงทุนเครื่องจักรด้านเทคโนโลยีการผลิต โดยใช้ PLC ในการอัดฉีดวัตถุดิบให้เป็นแท่ง ลดการสูญเสีย ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีสาขาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่จำนวน 9 สาขา นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายบน Modern Trade ชั้นนำ เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี โลตัส โดยผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่วางจำหน่าย คือ ไก่แท่งอบกรอบ โปรตีนสูงแต่โซเดียมต่ำ ตอบรับกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
12 Oct 2026
“รองอธิบดีดุสิต” เยือนอุบลฯ เมืองดอกบัวงาม ปั้น DNA ทีม “ดีพร้อม” ใช้ Storytelling-เทคโนโลยี-Paperless พร้อมรับฟังเสียงสะท้อน ออกแบบหลักสูตรตอบโจทย์ความต้องการ
“รองอธิบดีดุสิต” เยือนอุบลฯ เมืองดอกบัวงาม ปั้น DNA ทีม “ดีพร้อม” ใช้ Storytelling-เทคโนโลยี-Paperless พร้อมรับฟังเสียงสะท้อน ออกแบบหลักสูตรตอบโจทย์ความต้องการ
จังหวัดอุบลราชธานี 1 ตุลาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 7 (DIPROM Center 7: DC 7) โดยมี นางสาวพรพรรณ บุญญะอติชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 7 ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมผาแต้ม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง “รองอธิบดีดุสิตฯ” กล่าวถึงการพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานด้วยกระบวนการสร้าง DNA ของทีมดีพร้อม ให้มีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1) การเล่าเรื่อง (Story telling) เพื่อนำมาใช้ในการนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม การเขียนรายงานหรือเอกสารราชการ โดยเน้นให้เข้าใจง่าย เห็นภาพชัด และทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกร่วม 2) พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในการปฏิบัติงานให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และ 3) การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการปรับรูปแบบการปฏิบัติงานให้เป็น Paperless โดยการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (GDCC e-Office) และการลงนามเอกสารผ่านระบบด้วย E-Signature ซึ่งสะดวก รวดเร็ว และสามารถดำเนินการได้ทุกสถานที่ (Work from Anywhere) พร้อมทั้งได้เดินตรวจเยี่ยมอาคารสำนักงาน ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industrial Transformation Center: ITC) เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพิ่มเติม จากนั้น ได้เดินทางไปยังสถานประกอบการ บริษัท เอส.เอส.1000ไมล์ จำกัด เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าการพัฒนาศักยภาพระบบบริหารจัดการคลังสินและการยื่นขอการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 โดยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และติดตั้งระบบไฟสัญญาณจราจร-ไฟฟ้าส่องสว่างทางหลวงรายใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัทฯ ได้นำชมส่วนงานวางแผนและการจัดการ พร้อมทั้งร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคและโอกาสในการขยายธุรกิจ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรหรือมาตรการสนับสนุนของดีพร้อมต่อไป รองอธิบดีดุสิตฯ เปิดเผยว่า “ดีพร้อม” มุ่งมั่นในการเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างและงานวิศวกรรมโครงสร้าง ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริษัทฯ ในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความพร้อมและการพัฒนาที่ต่อเนื่องของสถานประกอบการในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของดีพร้อมได้เข้าไปมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุน พร้อมกันนี้ ได้แนะนำให้บริษัทฯ เตรียมพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยควบคุมงานผลิตและการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นสอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
12 Oct 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดร้าน งาน DIPROM FAIR 2026 ช้อปฟิน สินค้าดี ช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตอุทกภัย เติมโอกาส เพิ่มช่องทางตลาดให้ผู้ประกอบการไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดร้าน งาน DIPROM FAIR 2026 ช้อปฟิน สินค้าดี ช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตอุทกภัย เติมโอกาส เพิ่มช่องทางตลาดให้ผู้ประกอบการไทย
กรุงเทพฯ 6 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “DIPROM FAIR 2026 ช้อปฟิน สินค้าดี ที่ดีพร้อม” พร้อมด้วย นายวชิระ ไม้แพ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการเข้าร่วม ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ สถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้อง “ปรับตัวให้ทัน” และ “เติบโตให้ได้” ดังนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” จึงมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างรายได้และดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง งาน DIPROM FAIR 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–9 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ประกอบการเงินทุนหมุนเวียนฯ ได้พบผู้บริโภคโดยตรง ผ่านการแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ และกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภัยพิบัติในหลายพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภค เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ภายในงานมีผู้ประกอบการร่วมออกบูธกว่า 80 ร้านค้า ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ กระเป๋า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารและเกษตรแปรรูป เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้ “ดีพร้อม” มุ่งหวังให้ DIPROM FAIR 2026 เป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้บริโภค เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ ขยายตลาด และต่อยอดธุรกิจ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
08 Oct 2026
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมขับเคลื่อนบอร์ดเศรษฐกิจชุมชนฯ เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการหนุนผู้ประกอบการ ปลดล็อกแหล่งเงินทุน ดัน SME CONNEXT ช่วยบริหารธุรกิจครบวงจร
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมขับเคลื่อนบอร์ดเศรษฐกิจชุมชนฯ เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการหนุนผู้ประกอบการ ปลดล็อกแหล่งเงินทุน ดัน SME CONNEXT ช่วยบริหารธุรกิจครบวงจร
กรุงเทพฯ 5 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SME ครั้งที่ 3/2569 โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 4401 ชั้น 1 ตึก สลน.1 ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการรายงานผลการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs และติดตามความคืบหน้ามาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับ SME (Thai SME-GP) ทั้งการยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านแต้มต่อราคา การนำเกณฑ์ตรวจสอบผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงมาใช้คัดกรองเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์จากธุรกิจขนาดใหญ่ และแนวทางรองรับผลกระทบจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป ควบคู่กับการผลักดันโครงการสินเชื่อ Supply Chain Financing ผ่านแพลตฟอร์ม PromptBiz ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำได้สะดวกรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้ รองอธิบดีสุรพล ได้ให้ความเห็นว่า โครงการดังกล่าวจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก รวมถึงสร้างความมั่นใจให้หน่วยงานรัฐในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านหนังสือยืนยันการโอนเงินตรงไปยังซัพพลายเออร์วัตถุดิบ พร้อมตั้งข้อสังเกตในเรื่องค่าธรรมเนียม ในการใช้แพลตฟอร์มว่าต้องมีอัตราที่เหมาะสมและไม่แพงเกินไป จึงจะช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้งานอย่างแท้จริง จากนั้น ที่ประชุมได้ติดตามการจัดทำระบบ SME One ID ซึ่งเป็นช่องทางในการรวบรวมข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ SME ในการรับบริการภาครัฐ โดยขณะนี้ได้มีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลแบบอัตโนมัติ เพื่อให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนใหม่ได้รับสิทธิ์ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำซ้อน ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชัน SME Connext ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลโครงการ สิทธิประโยชน์ e-Services มีระบบ AI ออกแบบโลโก้ และกระเป๋าเก็บเอกสารรับรอง โดยในที่ประชุม ประธานได้เสนอแนะให้พัฒนาเป็น "คู่มือและเทรนเนอร์ธุรกิจ" ด้วยการเพิ่มเครื่องมือทำบัญชีง่ายๆ จากการถ่ายรูปใบเสร็จ ระบบ AI ช่วยตรวจสอบสัญญาและเป็นที่ปรึกษา เชื่อมต่อ e-Service ภาครัฐเพื่อขอใบอนุญาตและแจ้งเตือนผล, คูปองส่วนลด และฟังก์ชันจับคู่ธุรกิจ เพื่อผลักดันให้กลายเป็นซูเปอร์แอปและศูนย์กลางช่วยเหลือ SMEs อย่างครบวงจร
08 Oct 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดส่งเสริม SME ทบทวน KPI เน้นผลลัพธ์เศรษฐกิจพร้อมดันมาตรการหนุน EV Conversion
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดส่งเสริม SME ทบทวน KPI เน้นผลลัพธ์เศรษฐกิจพร้อมดันมาตรการหนุน EV Conversion
กรุงเทพฯ 1 ตุลาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 3/2569 โดยที่ประชุมมีมติให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมฯ ร่วมด้วย นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล การประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและอนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล โดยจะนำไปใช้ในการยกระดับศักยภาพ และอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME กว่า 40,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณนี้ได้มุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าสูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) การส่งเสริมการเข้าถึงช่องทางตลาดสากล และ 3) การเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยผ่านการพักชำระหนี้และการฟื้นฟูกิจการ ตลอดจนผลักดันกฎหมายรองรับกติกาการค้าโลกใหม่เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้แสดงความคิดเห็นและข้อสังเกตเกี่ยวกับการแนวทางดำเนินงานโครงการและงบประมาณสำหรับใช้ในการยกระดับผู้ประกอบการ SME ของ สสว. ใน 2 ประเด็นคือ 1) การประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณในบางโครงการ เนื่องจากมีการใช้งบประมาณสูงกว่าผลผลิตที่ดำเนินการได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวชี้วัดความสำเร็จส่วนใหญ่เน้นการวัดในเชิงปริมาณมากกว่าผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริง 2. ตัวชี้วัด (KPI) การดำเนินงานบางโครงการ ยังไม่สามารถสะท้อนถึงผลลัพธ์โดยตรงได้ โดยเฉพาะในโครงการที่มีลักษณะเป็นการให้คำปรึกษาแนะนำ ในช่วงท้าย อธิบดีณัฏฐิญา ได้แสดงความคิดเห็นและข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการปรับปรุงและทบทวนข้อเสนอแนะและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ใน 3 ประเด็นสำคัญ 1) การพิจารณาต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงรถยนต์สันดาปภายในให้เป็นระบบแบตเตอรี่ EV (Conversion) ซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูง รวมถึงการจัดการเรื่องแบตเตอรี่และอุปกรณ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับตัวรถที่จะนำมาดัดแปลง 2) การทำงานร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เกี่ยวกับมาตรฐานของตัว EV Conversion และอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกาศบริหารจัดการเกี่ยวกับการดัดแปลงรถยนต์ และ 3) การทบทวนมาตรการและกฎหมาย ในการให้การสนับสนุนต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
08 Oct 2026