โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อมรับการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ PMQA 2569 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ยึด “คน” เป็นหัวใจของการพัฒนา มุ่งพัฒนาสู่องค์กรสมรรถนะสูง
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อมรับการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ PMQA 2569 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ยึด “คน” เป็นหัวใจของการพัฒนา มุ่งพัฒนาสู่องค์กรสมรรถนะสูง
กรุงเทพฯ 21 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรมการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ สาขารางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ประจำปี 2569 รายหมวด หมวด 5 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) โดยมี นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ประธานคณะกรรมการตรวจประเมิน พร้อมด้วย นางศิริเนตร กล้าหาญ และนางอุไรวรรณ โชติกกำธร กรรมการตรวจประเมิน นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) รางวัลเลิศรัฐ สาขารางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด หมวด 5 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นรางวัลที่มอบให้หน่วยงานภาครัฐที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ตามหลักเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจและยุทธศาสตร์ขององค์กร ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนา และการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งในการตรวจประเมินครั้งนี้ ดีพร้อมได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบ ผ่านการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล การบริหารผลการปฏิบัติงาน การวางเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) และการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำในอนาคต (Succession Plan) เพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความผูกพันของบุคลากร ผ่านการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีความสุข การส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิการที่เหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและระบบสารสนเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Organization) การตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่างผลการดำเนินงานกับหลักเกณฑ์ PMQA ผ่านการนำเสนอข้อมูล การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการตรวจสอบหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคล พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง และส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ประกอบการและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
23 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” ร่วมประชุม บอร์ด สสว. ติดตามสถานการณ์ MSME เสริมความเข้มแข็ง ผปก. ไทย หนุนพัฒนากลไกบริหารกองทุนฯ อย่างมีประสิทธิภาพ
“ดีพร้อม” ร่วมประชุม บอร์ด สสว. ติดตามสถานการณ์ MSME เสริมความเข้มแข็ง ผปก. ไทย หนุนพัฒนากลไกบริหารกองทุนฯ อย่างมีประสิทธิภาพ
กรุงเทพฯ 17 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 7/2569 โดยมี นายวิฑูร สุขพูล ประธานกรรมการบริหาร สสว. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาร่างกฎบัตรคณะอนุกรรมการตรวจสอบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับทบทวนปี 2569 และร่างรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมปี 2568 ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานและผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสถานการณ์ MSME เดือนมิถุนายน 2569 รวมถึงผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดที่ 5.1 บทบาทคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียน ไตรมาสที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน 2569) 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเงิน 2) ด้านที่ไม่ไม่ใช่ด้านการเงิน ตามวัตถุประสงค์และภารกิจของทุนหมุนเวียน 3) ด้านการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน 4) ด้านการบริหารจัดการสารสนเทศ และ 5) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้รับฟังการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สอดดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เพื่อเพิ่มสมรรถนะผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถ รวมทั้งขยายการส่งออกสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก สร้างรายได้เข้าประเทศ
23 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” เปิดฉากพิจารณารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 69 ด้านโลจิสติกส์ฯ ชูเกณฑ์เข้มควบคู่ “MIND 4 มิติ”
“ดีพร้อม” เปิดฉากพิจารณารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 69 ด้านโลจิสติกส์ฯ ชูเกณฑ์เข้มควบคู่ “MIND 4 มิติ”
กรุงเทพฯ 20 กรกฎาคม 2569 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อร่วมกันพิจารณาแผนการดำเนินงานและหลักเกณฑ์การตรวจประเมินผลงาน โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอแผนการดำเนินงานคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ซึ่งกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงาน ตั้งแต่การรับสมัครผลงานผ่านการพิจารณาเอกสารเบื้องต้นที่ยึดหลักเกณฑ์การดำเนินการที่ถูกต้อง และการประชุมครั้งนี้เป็นการพิจารณาในรอบแรก ด้วยการนำเสนอผลงานของสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เพื่อคัดเลือกเข้าสู่รอบการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ และจะเป็นขั้นตอนการพิจารณากลั่นกรองรางวัลเพื่อพิจารณาความเป็นสถานประกอบการที่ดีและยั่งยืน ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางปฏิบัติที่ดี 5 ด้าน ได้แก่ ความโปร่งใส ความรอบรู้ การรักษาความลับข้อมูล การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และการรักษาภาพลักษณ์ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมลงพื้นที่ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการจริงในรอบถัดไป ซึ่งสถานประกอบการจะต้องผ่านเกณฑ์การกลั่นกรองที่เข้มข้นในทุกหมวดวิชา รวมถึงการประเมินตามนโยบายเอ็มไอเอ็นดี หรือ MIND การเติบโตอย่างยั่งยืน 4 มิติ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งใน มิติความสำเร็จทางธุรกิจ เปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ มิติความอยู่ดีกับสังคมโดยรวม สถานประกอบการ ชุมชน และสังคม มิติความลงตัวกับกติกาสากล มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และมิติการกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งนี้ จากการนำเสนอของบริษัทแต่ละราย คณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมกันซักถามในเชิงกลยุทธ์และผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการ อาทิ ความแม่นยำในการพยากรณ์ (Forecast Accuracy) แผนบริหารจัดการความเสี่ยง แผนรองรับการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในมิติต่าง ๆ ตลอดจนระบบการประเมินศักยภาพและการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ได้แสดงศักยภาพและสร้างความมั่นใจว่าสถานประกอบการพร้อมต่อยอดและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ภาคอุตสาหกรรมไทยต่อไป
23 ก.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมเปิดงาน Thailand Content Market 2026 หนุนคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมเปิดงาน Thailand Content Market 2026 หนุนคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก
กรุงเทพฯ 20 กรกฎาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) พร้อมด้วย นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยมี นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งาน TCM2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 กรกฎาคม 2569 โดยความร่วมมือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและเจรจาธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติ เชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์ ผู้ผลิต นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางการค้า การร่วมลงทุน และผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากล พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของภูมิภาค ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทย ผ่านการส่งเสริมทักษะ องค์ความรู้ และการต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทย ควบคู่กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก
23 ก.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำประชุมรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นฯ ปี 69 แต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุน พร้อมคัดกรองคุณสมบัติเอสเอ็มอีศักยภาพ ด้านการบริหารจัดการที่ดี
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำประชุมรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นฯ ปี 69 แต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุน พร้อมคัดกรองคุณสมบัติเอสเอ็มอีศักยภาพ ด้านการบริหารจัดการที่ดี
กรุงเทพฯ 17 กรกฎาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทการบริหารจัดการที่ดี ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วยคณะทำงานจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุน เพื่อทำหน้าที่ช่วยประสานงาน และได้ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สมัครเข้าร่วมรับรางวัลจากทั่วประเทศ โดยยึดตามเกณฑ์การคัดกรอง เพื่อพิจารณาคัดเลือกองค์กรที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้องและโดดเด่น พร้อมทั้งร่วมหารือเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะขององค์กรบางประเภท ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลภาพรวมต่อคณะทำงานฯ และเตรียมแผนการลงพื้นที่ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการจริงในลำดับต่อไป รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ถือเป็นเครื่องหมายสำคัญที่มอบเพื่อเป็นกำลังใจและประกาศเกียรติคุณแด่ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีความมุ่งมั่น วิริยะ อุตสาหะในการวางรากฐานและขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นมาตราฐาน สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ สามารถเป็นองค์กรต้นแบบและกำลังสำคัญช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตได้ในอนาคตต่อไป
21 ก.ค. 2026
พลิกโฉมธุรกิจไทย! “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดฉาก DIPROM Digital Transformation มุ่งสู่เศรษฐกิจยั่งยืน รับฟังเสียงเอกชน มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ดึง AI อุดรอยรั่วผู้ประกอบการ
พลิกโฉมธุรกิจไทย! “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดฉาก DIPROM Digital Transformation มุ่งสู่เศรษฐกิจยั่งยืน รับฟังเสียงเอกชน มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ดึง AI อุดรอยรั่วผู้ประกอบการ
จ.ชลบุรี 15 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “DIPROM Digital Transformation: ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน” พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม องค์กร ภาคเอกชน สถาบันเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา เครือข่ายผู้ประกอบการและสมาคมวิชาชีพ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรม โอ๊ควูดส์ ศรีราชา การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และประเมินสภาพแวดล้อม พร้อมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน Digital Transformation ให้สอดคล้องกับระบบเทคโนโลยีและนโยบายของภาครัฐ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรภาครัฐ เครือข่ายเอกชน และผู้ประกอบการ 100 คน เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร กำลังคน และสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และกำหนดแนวทางการยกระดับผู้ประกอบการสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการกระจายการให้บริการของดีพร้อม จากส่วนกลางลงสู่หน่วยงานในพื้นที่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง พร้อมยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ตั้งในส่วนกลาง และในพื้นที่ให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ความท้าทายสำคัญของดีพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล พบว่า ในการพัฒนาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบมีต้นทุนต่อหน่วยสูงต้องใช้งบประมาณในการพัฒนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาครัฐและผู้ประกอบการมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่จริง เพื่อให้เกิดการจัดสรรงบประมาณที่คุ้มค่า ตรงจุด และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งแนวทางการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมจะต้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ในกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตในยุคปัจจุบัน โดยดีพร้อมจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) และเครื่องมือออนไลน์มาประยุกต์ใช้จริง ทั้งในกระบวนการผลิตและการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดสากล “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ดีพร้อมมุ่งมั่นในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านระบบดิจิทัลและการบูรณาการเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยมี 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1. ประเมินก่อนแก้ ปั้น Big Data สู่ AI เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบประเมินรอยรั่ว (Customer Assessment) เพื่อรวบรวมข้อมูล Big Data เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์และยกระดับการให้บริการของดีพร้อม 2. จับมือภาคี ร่วมขับเคลื่อนโดยการดึงพลังจาก "สถาบันเครือข่าย" ของกระทรวงอุตสาหกรรม สมาคม และมหาวิทยาลัย ร่วมกันผลักดันงานวิจัยและนโยบายรายสาขา 3. มุ่งสู่อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) โดยการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-based) และก้าวสู่ Industry 5.0 ที่คนทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ (Cobot) อย่างปลอดภัย พร้อมผลักดันงานวิจัยนวัตกรรมไทยให้ผลิตได้จริงในเชิงพาณิชย์เพื่อลดต้นทุน และ 4. ดันนโยบายซื้อนำ (Local Content) และ พลังงานทางเลือก เสนอให้ภาครัฐเป็น "ผู้ซื้อรายแรก" เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีฝีมือคนไทย (เช่น โดรน อุปกรณ์ทางการแพทย์) ไม่ให้เป็นเพียงผู้ทดลองผลิต พร้อมหนุนการใช้พลังงานชีวภาพจากพืชเกษตรไทยเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลก นอกจากนี้ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีการศึกษาดูงานที่ บริษัท อัซบิล โปรดักชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเรียนรู้ Industrial Digital Transformation และ Smart Automation จากโรงงานญี่ปุ่น ที่เน้นการใช้ Industrial IoT และ AI ใน Predictive Maintenance, ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ และ Data-Driven Manufacturing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำความรู้ไปต่อยอด จัดกิจกรรม Sharing Session และให้คำปรึกษา SME เรื่อง Digital Retrofit และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับสู่ Smart Factory ได้
21 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” สั่งการ ทรานส์ฟอร์ม ดันเงินทุนหมุนเวียนสู่ “ดิจิทัล 100%” ตั้งเป้าปี 70 ปล่อยสินเชื่อแตะ 100 ล้าน พร้อมคุมเข้ม NPL มุ่งปรับเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้ทันสมัย
“อธิบดีณัฏฐิญา” สั่งการ ทรานส์ฟอร์ม ดันเงินทุนหมุนเวียนสู่ “ดิจิทัล 100%” ตั้งเป้าปี 70 ปล่อยสินเชื่อแตะ 100 ล้าน พร้อมคุมเข้ม NPL มุ่งปรับเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้ทันสมัย
จ.ชลบุรี 16 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "เสริมพลังคน เชื่อมโยงงาน ขับเคลื่อนเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569" พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ไพร์ม ตำบลเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มีเป้าหมายสนับสนุนสินเชื่อ "เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย หรือ ดีพร้อมเปย์ (DIPROM PAY)“ สำหรับผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพ และอุตสาหกรรมรายย่อย เพื่อส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมและอุตสาหกรรมในครอบครัวไทย เน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน แต่เนื่องจากเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงินทุนให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะด้านการประเมินธุรกิจ การวิเคราะห์สินเชื่อ และการติดตาม เร่งรัดหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและผลักดันให้เงินทุนหมุนเวียนฯ เป็นเครื่องมือหลักที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายในการปฏิรูประบบบริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 20-40 ล้านบาทเป็น 70 ล้านบาทในปีปัจจุบัน และตั้งเป้า 100 ล้านบาทในปี 2570 พร้อมปรับปรุงเกณฑ์และควบคุม NPL โดยเน้นลูกหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้ Big Data คัดกรองลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดหนี้เสีย อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวว่า “เงินทุนหมุนเวียน ไม่ใช่เรื่องของบัญชีหรือตัวเลข แต่เป็น "เครื่องมือและโอกาส" ที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน และต่อยอดธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย โดยเน้นความยืดหยุ่น เข้าถึง และตอบโจทย์สถานการณ์โลกในปัจจุบัน ดังนั้น กระบวนการทำงานของเงินทุนหมุนเวียนฯ จะต้องมีความคล่องตัว รวดเร็ว และลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น เดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบ 100% (Digital Transformation) โดยนำระบบสารสนเทศ (E-Service) เข้ามาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้ง 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์สินเชื่อไปจนถึงการทวงถามหนี้ เพื่อให้การทำงานมีความแม่นยำ โปร่งใส ลดภาระงานด้านเอกสาร ตลอดจนการบริหารจัดการและลดหนี้เสีย (NPL Management) ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
21 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” บินตรง ลงเมืองชุมพร เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” บินตรง ลงเมืองชุมพร เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน
จ.ชุมพร 14 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10 : DC10) เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจาก DC10 จำนวน 2 ราย คือ วิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) และวิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร พร้อมเยี่ยมชมและรับฟังความต้องการในการพัฒนาธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) ดำเนินการโดย นางมลิวัลย์ ชัยบุตร ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาจากหลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation - NEC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป (พืชเศรษฐกิจหรือสมุนไพร) ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผลิตภัณฑ์หลักที่ผลิตและจำหน่าย คือ เครื่องสำอางและครีมบำรุงที่แปรรูปจากมะพร้าว อาทิ ครีมทามือน้ำมันมะพร้าว บอดี้ออยล์ลิปบาล์ม โดยผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ มีจุดเด่นในการนำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่างรวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีเหมาะสม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใสใจในการดูแลผิวพรรณ และต้องการผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากวัตถุดิบท้องถิ่นและธรรมชาติ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจทุกชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ อธิบดีณัฏฐิญาและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร โดยมี นายไตรสิทธิ์ ศรีช่วงโชติวัตร ให้การต้อนรับ ซึ่งวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้เกิดจากแนวคิดของสมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์เมืองชุมพรที่มีการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน และนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยเริ่มผลิตสินค้ากาแฟคั่วเมล็ดและคั่วบด รวมทั้งกาแฟแปรรูปต่าง ๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้า แบรนด์ Mithy Coffee นอกจากนี้ มีการนำเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในชุมชน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตรได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรที่ช่วยในการผลิต "เครื่องซีลไนโตรเจน" จาก ดีพร้อม ซึ่งทำให้สามารถบรรจุผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟเพื่อรักษาคุณภาพ และยืดอายุการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟไว้ได้โดยไม่เสียรสชาติ “ความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพอันโดดเด่นของอัตลักษณ์ชุมชนที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยววิถีชุมชนได้ ทั้งนี้ ดีพร้อม โดยการทำงานของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม พัฒนา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดชุมพรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
21 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองชุมพร เดินตามนโยบาย ONE MIND ยกทัพดีพร้อม เสริมทักษะ เปลี่ยนวัตถุดิบในพื้นถิ่นเป็นรายได้ พร้อมแนะขายออนไลน์ ดันรายได้เพิ่ม เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองชุมพร เดินตามนโยบาย ONE MIND ยกทัพดีพร้อม เสริมทักษะ เปลี่ยนวัตถุดิบในพื้นถิ่นเป็นรายได้ พร้อมแนะขายออนไลน์ ดันรายได้เพิ่ม เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน
จ.ชุมพร 14 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐฺญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10 : DC10) นายบุญฤทธิ์ สุนทรลิ้มศิริ ผู้อำนวยการภาค 7 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมต้นตาล ชั้น 3 อาคาร OTOP เทศบาลเมืองชุมพร ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร การจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงส่งเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์ เพื่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างอาชีพให้ชุมชนมีความแข็งแรงอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร ซึ่งการฝึกอบรมในเทศบาลเมืองชุมพร ตำบลท่าตะเภาครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 8 มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน ผ่านการฝึกอบรมระยะสั้น จำนวน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรที่ 1 การทำสบู่ น้ำยาสระผม และหลักสูตรที่ 2 การให้ปรึกษาแนะนำด้านการตลาดออนไลน์ “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ดีพร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุน และการนำศาสตร์ของอุตสาหกรรมเข้ามาพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกพืชและสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นต้นน้ำของกระบวนการผลิต ก่อนเข้าสู่กลางน้ำด้วยกระบวนการแปรรูป และเชื่อมโยงปลายน้ำผ่านการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกายทางความคิดผ่านการเรียนรู้และฝึกทักษะซึ่งเป็น “เครื่องมือ” สำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอด ด้วยการนำทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและพื้นที่ เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น สามารถยกระดับจากเศรษฐกิจครัวเรือนไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และขยายผลสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ผลลัพธ์สำคัญยังเป็นการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับประชาชนในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แม่บ้าน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการจ้างงานในระบบ การมีทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจะช่วยให้คนในชุมชนมีทางเลือกในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาการว่างงาน และลดการย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำในเมืองใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชนในระยะยาว ขณะเดียวกัน กิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
21 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดัน "Eco Move" ยกระดับ SME ไทย ใช้ขนส่งรักษ์โลก ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 345 ตันคาร์บอน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 37 ล้านบาท
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดัน "Eco Move" ยกระดับ SME ไทย ใช้ขนส่งรักษ์โลก ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 345 ตันคาร์บอน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 37 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้ “กิจกรรมส่งเสริมการขนส่งรักษ์โลกตามแนวทาง Eco Move” ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น การจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตสู่อุตสาหกรรมผลิตภาพสีเขียว (Green Productivity) พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการฯ ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 100 ท่าน โอกาสนี้ รองอธิบดีสุรพล ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 10 กิจการ และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการดีเด่น (Success Case) จำนวน 2 กิจการ เพื่อแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติในความสำเร็จ สำหรับกิจกรรม "Eco Move" มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่เหมาะสม ซึ่งผลการดำเนินงานในปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 345 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 37 ล้านบาท ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืนและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างแท้จริง
17 ก.ค. 2026