โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” ดัน “คนดีพร้อม” ผ่านการตอบรับทุนรัฐบาล ปี68 แล้ว4ราย ได้ไปต่อทั้งทุนศึกษา และทุนอบรม “ปลัดณัฐพล” หนุนทุนรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง นำผู้บริหาร ถกทุน ก.พ. ปี 69 “ดีพร้อม” เฮได้จัดสรรอีก 3 ทุนรัฐบาล เตรียมติดสปีดพัฒนาคนดีพร้อมสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่
“อธิบดีณัฏฐิญา” ดัน “คนดีพร้อม” ผ่านการตอบรับทุนรัฐบาล ปี68 แล้ว4ราย ได้ไปต่อทั้งทุนศึกษา และทุนอบรม “ปลัดณัฐพล” หนุนทุนรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง นำผู้บริหาร ถกทุน ก.พ. ปี 69 “ดีพร้อม” เฮได้จัดสรรอีก 3 ทุนรัฐบาล เตรียมติดสปีดพัฒนาคนดีพร้อมสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่
กรุงเทพฯ 8 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ของ อก. ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ร่วมด้วย คณะกรรมการฯ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำเสนอรายละเอียดวาระต่าง ๆ ของการประชุม ดังนี้ 1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) 2) กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จากสำนักงาน ก.พ. (ทุนพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ซึ่งเป็นทุนสำหรับผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษา หรือฝึกอบรมจากสถาบันการศึกษา) จำนวน 7 ทุน โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้รับการจัดสรร จำนวน 3 ทุน ได้แก่ 1) ทุนศึกษา : สาขาวิชา (Business and Administration) 2) ทุนฝึกอบรม สาขาวิชา Insurance and Risk Management / Supply Chain Risk Management และ 3) ทุนฝึกอบรม สาขาวิชา Digital Supply Chain / Supply Chain Resilience /Global Logistics ขณะเดียวกัน ฝ่ายเลขาฯ ยังได้นำเสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ของแต่ละหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรทุนดังกล่าว โดยคณะกรรมการฯ ร่วมกันพิจารณาให้ข้อเสนอแนะร่วมกัน และมีมติในการจัดทำองค์ประกอบของคำสั่งคณะอนุกรรมการฯ ให้หัวหน้าส่วนราชการเป็นประธานฯ รองหัวหน้าส่วนราชการที่กำกับดูแลด้านบุคลลากรเป็นรองประธานฯ พร้อมทั้งให้ระดับผู้อำนวยการทุกหน่วยงานในสังกัดภายในของหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรร่วมเป็นคณะอนุกรรมการฯ และระดับเลขานุการกรมเป็นฝ่ายเลขา นอกจากนี้ แต่ละหน่วยที่ได้รับการจัดสรรทุนของรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ยังได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานอีกด้วย ซึ่ง ดีพร้อม ได้รับการจัดสรรทุนดังกล่าว สามารถคว้าได้ถึง 4 ราย
11 พ.ค. 2026
“ดีพร้อม x โตโยต้า” ผนึกกำลังดันโมเดลธุรกิจใหม่ Share Logistics ใช้รถเที่ยวกลับ ลดต้นทุนค่าขนส่ง ช่วยผู้ประกอบการไทย ฝ่าวิกฤตพลังงาน ดันภาคเหนือสู่ต้นแบบโลจิสติกส์ยั่งยืน
“ดีพร้อม x โตโยต้า” ผนึกกำลังดันโมเดลธุรกิจใหม่ Share Logistics ใช้รถเที่ยวกลับ ลดต้นทุนค่าขนส่ง ช่วยผู้ประกอบการไทย ฝ่าวิกฤตพลังงาน ดันภาคเหนือสู่ต้นแบบโลจิสติกส์ยั่งยืน
จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็น หัวข้อ “ฝ่าวิกฤตพลังงาน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ด้วยทางเลือกขนส่งเที่ยวกลับ (Backhaul)” โดยมี นางสาวจินดา ธนาดำรงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 พร้อมคณะผู้บริหารจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำโดย นายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร และนางสาวลัชชานันท์ มากพานิชย์วัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ นายสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชนและผู้ประกอบการเข้าร่วม ณ ห้องประชุมหิรัญญิการ์ DIPROM Center 1 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการ “Share Logistics” หรือการใช้ทรัพยากรร่วมกันด้านโลจิสติกส์ ผ่านการใช้ประโยชน์จาก “รถเที่ยวกลับ” (Backhaul) ของเครือข่ายขนส่งอะไหล่โตโยต้า ที่เดิมต้องวิ่งกลับแบบเที่ยวเปล่า มาพัฒนาเป็นพื้นที่ขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน และกลุ่ม OTOP ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้ประมาณ 30–50% พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 50% สอดรับแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รองอธิบดีพลาวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก การสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสามารถปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องตามนโยบาย “One MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือในการทำงานจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สามารถเติบโต และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางอุตสาหกรรมคู่ชุมชน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 หรือ DIPROM Center 1 (DC1) เป็นพื้นที่นำร่อง (Northern Sandbox) ในการขับเคลื่อนโมเดลความร่วมมือนี้ เนื่องจากภาคเหนือมีศักยภาพสูงด้านสินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร สิ่งทอ งานหัตถกรรม และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์อย่างเหมาะสม โดยเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโมเดล “Resource Sharing” ด้านโลจิสติกส์ ที่ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นต้นแบบขยายผลสู่ภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต ภายในเวทีรับฟังความคิดเห็น ผู้ประกอบการให้ความสนใจบริการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ เช่น งาน OTOP Mid Year และ THAIFEX พร้อมเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าอาหาร การป้องกันการปนเปื้อน การรองรับสินค้าที่มีอายุจำกัด เช่น ของสด ผลไม้ และสินค้าเกษตร รวมถึงแนวทางการขยายเส้นทางขนส่งข้ามภูมิภาคในอนาคต ซึ่งทางโตโยต้าพร้อมนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาระบบต่อไป พร้อมทั้ง มีการจัดแคมเปญพิเศษ มอบส่วนลดค่าขนส่ง 50% สำหรับผู้ใช้บริการครั้งแรก เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตพลังงาน ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 โดยหลังจากนี้จะมีการลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านการจัดแพ็กสินค้าและการบริหารพื้นที่ขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการใช้งานจริง โดย DC1 จะทำหน้าที่ประสานงานและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
11 พ.ค. 2026
ดีพร้อม ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ปั้น “นิคมอุตสาหกรรม SME” เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน EV-อิเล็กทรอนิกส์โลก
ดีพร้อม ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ปั้น “นิคมอุตสาหกรรม SME” เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน EV-อิเล็กทรอนิกส์โลก
กรุงเทพฯ 6 พฤษภาคม 2569 นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทางรอด SME ไทย สู่การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต: อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” และกิจกรรม “The Experian Path: พลิกมุมมอง สร้างแรงบันดาลใจ” ภายใต้กิจกรรมสนับสนุนการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรม เมเปิล เขตบางนา การจัดฝึกอบรมครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของ 5 หน่วยงานภาครัฐ (กสอ. กนอ. กรอ. SME D Bank และ สป.อว.) เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมต้นแบบ พัฒนาเครือข่ายและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้ SME ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รองอธิบดีพลาวุธ กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมเป็นแรงหนุนสำคัญให้ SME ไทยสามารถฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อให้ภาคการผลิตไทยเติบโตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ด้วยการดำเนินกิจกรรม “นิคมอุตสาหกรรม SME" เพื่อช่วย SME ไทย ที่ประสบปัญหาโดยเฉพาะด้านการตลาดจากวิกฤตการณ์ปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยง SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทรายใหญ่ หรือ Big Brother ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พร้อมจุดประกายไฟให้ SME ต้องรอด ด้วยการปรับตัว เช่น ยกระดับมาตรฐานคุณภาพและการผลิต เพื่อเชื่อมสู่ห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม นโยบาย "นิคมฯ SME" มุ่งเน้นการลดต้นทุนการลงทุนและโลจิสติกส์ ซึ่งดีพร้อมมีกลไกการดำเนินงานผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ด้วยการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก กิจกรรม Business Matching และศึกษาดูงานนวัตกรรมความล้ำสมัยของบริษัท Big Brother เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับ SME ไทยสู่ระดับสากล โดยผู้ประกอบการ SME ทั้ง 20 กิจการ ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จะได้สัมผัสกับการถอดรหัสความต้องการของ Big Brother, สิทธิประโยชน์จาก BOI, การยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว (GI), การวัดระดับความพร้อมสู่ Industry 4.0 ด้วย Thailand i4.0 CheckUp การเยี่ยมชมนวัตกรรมและความสำเร็จของ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐ ตลอดจนโอกาสการก้าวสู่การเป็นคู่ค้ากับบริษัทรายใหญ่ในประเทศอย่างมืออาชีพเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พลิกมุมมอง และเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว
11 พ.ค. 2026
"รองอธิบดีพลาวุธ" ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม "เอส.เจ.อีควิปเมนท์ฯ" ชื่นชมวิสัยทัศน์การทำธุรกิจตามแนวทาง BCG Model เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดันมาตรฐาน สร้างความยั่งยืนให้เครื่องมือแพทย์ไทยสู่ระดับสากล
"รองอธิบดีพลาวุธ" ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม "เอส.เจ.อีควิปเมนท์ฯ" ชื่นชมวิสัยทัศน์การทำธุรกิจตามแนวทาง BCG Model เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดันมาตรฐาน สร้างความยั่งยืนให้เครื่องมือแพทย์ไทยสู่ระดับสากล
จ.ลำพูน 7 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท เอส.เจ.อีควิปเมนท์ แอนด์ แคร์ จำกัด พร้อมด้วย นางสาวจินดา ธนาดำรงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ DIPROM Center 1 โดยมี นายเสกสรร คชพรม กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ ณ ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน บริษัท เอส.เจ.อีควิปเมนท์ แอนด์ แคร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ในทางการแพทย์ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายหน้ากากอนามัย และกระดาษทิชชู่เช็ดหน้า ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน ควบคู่กับการดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม อาทิ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานทดแทน ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ด้วยการแชร์เที่ยวขนส่งสินค้าร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการปรับรูปแบบการจำหน่ายกระดาษทิชชูจากเดิมแบบพร้อมแกะใช้งาน มาเป็น “ทิชชูรีฟีลยกแพค” เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ลดการใช้พลาสติก พร้อมปรับราคาจำหน่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุน โดยยังคงรักษาคุณภาพสินค้าไว้ในมาตรฐานเดิม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งฝั่งคู่ค้าและผู้บริโภค “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้กล่าวชื่นชมผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ การลดต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนการนำซอฟต์แวร์ ระบบ ERP และ AI มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยปัจจุบันมีการนำมาใช้งานด้านบัญชี การบริหารสินค้า และวัตถุดิบคงคลัง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับการบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งได้แนะนำแนวทางการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ผ่านบริการของโตโยต้า ซึ่งมีระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าแบบเที่ยวเปล่า หรือ Backhaul เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยปัจจุบันได้มีการนำร่องดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือเป็นแห่งแรก สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้เติบโต พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำว่า “ดีพร้อม” มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นด้าน Carbon Credit และ Net Zero ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการในปัจจุบันจำเป็นต้องตระหนักและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและกติกาการค้าโลกต่อไปในอนาคต
11 พ.ค. 2026
“ครัวดินสู่ฟ้า : ดีพร้อม x ไทยแอร์เอเชีย” เชื่อมครัวชุมชนสู่ประสบการณ์ความอร่อยบนเครื่อง ติดอาวุธผู้ประกอบการ ปลดล็อกมูลค่าอาหาร Local สู่ภาคการบิน พร้อมเสริมโอกาสสู่ตลาดอาหารพรีเมี่ยม
“ครัวดินสู่ฟ้า : ดีพร้อม x ไทยแอร์เอเชีย” เชื่อมครัวชุมชนสู่ประสบการณ์ความอร่อยบนเครื่อง ติดอาวุธผู้ประกอบการ ปลดล็อกมูลค่าอาหาร Local สู่ภาคการบิน พร้อมเสริมโอกาสสู่ตลาดอาหารพรีเมี่ยม
กรุงเทพฯ 7 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานแถลงผลสำเร็จ “กิจกรรมยกระดับอาหารท้องถิ่นจากครัวดินสู่ฟ้า” พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าเเละบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ โรงแรมอัศวิน คอนเวนชัน หลักสี่ อธิบดีณัฏฐิญา เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ “อาหารถิ่นไทย” ที่ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมสำคัญและมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดโลก ดีพร้อม จึงเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรม “ยกระดับอาหารท้องถิ่นจากครัวดินสู่ฟ้า” เพื่อผลักดันของดีชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและเชื่อมโยงเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีมาตรฐานด้านอาหารระดับสากล กิจกรรมดังกล่าว มุ่งพัฒนาและบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การบริหารต้นทุน การสร้างมูลค่าเพิ่ม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องราวสินค้า (Storytelling) ควบคู่กับองค์ความรู้เฉพาะด้านสำหรับการพัฒนาอาหารบนเครื่องบิน อาทิ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้โดยสาร การออกแบบเมนูและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการให้บริการบนเที่ยวบิน รวมถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมการบินร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ดีพร้อม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบ 5 กลุ่มจากทั่วประเทศ ได้แก่ ร้านน้องโจ๊ก จ.กระบี่ ที่โดดเด่นด้านเครื่องแกงใต้, เฮือนคำนาง จ.ขอนแก่น ผู้พัฒนาข้าวเหนียวฮางไฟด้วยนวัตกรรม, ลุงอเนก จ.เพชรบุรี ผู้สืบสานขนมหม้อแกง GI จากน้ำตาลโตนดแท้, Rin Interfood จ.สมุทรสาคร ที่ยกระดับปลาเค็มรวนด้วยเทคโนโลยีการถนอมอาหาร และ Trulyhill กาแฟอินทรีย์ Single Origin จากอมก๋อย ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ โดยผู้ประกอบการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาสูตร การผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดระดับสากลและการให้บริการบนเที่ยวบินในอนาคต “หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารถิ่น ไม่ใช่เพียงการรักษารสชาติดั้งเดิม แต่คือการต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ผ่านแนวคิด “ครัวดินสู่ฟ้า” ที่ผสานเสน่ห์ของชุมชนและท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับพรีเมียม เพื่อสร้างเป็นประสบการณ์และวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของไทยได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีณัฏฐิญากล่าวทิ้งท้าย
11 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองนครพิงค์ ตรวจเยี่ยม DC 1 มอบนโยบาย เน้นย้ำการพัฒนาทักษะองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ให้สามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองนครพิงค์ ตรวจเยี่ยม DC 1 มอบนโยบาย เน้นย้ำการพัฒนาทักษะองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ให้สามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 หรือ DIPROM Center 1 พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากรดีพร้อม โดยมี นางสาวจินดา ธนาดำรงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ DIPROM Center 1 ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมหิรัญญิการ์ DIPROM Center 1 ในการประชุมครั้งนี้ “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลกในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถเป็นที่พึ่งพาของผู้ประกอบการ และขอให้เจ้าหน้าที่ DC1 ร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยยังคงให้ใช้แนวทาง WFH (Work from Home) หรือ WFA (Work from Anywhere) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง ภายใต้วิกฤตด้านพลังงานในปัจจุบัน ยังคงให้มีการควบคุมการใช้รถยนต์ราชการร่วมเส้นทาง ควบคุมการเปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิห้องที่เหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่แนวในทางดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญของเพิ่มทักษะความรู้ให้บุคลากรดีพร้อม และการขับเคลื่อนโครงการ / กิจกรรมต่างๆ ภายใต้นโยบาย ONE MIND ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมโดยการบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน ผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ประกอบด้วย เสาที่ 1 People Engagement การฟังเสียงประชาชนด้วยระบบที่รวมทุกช่องทางปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว เสาที่ 2 Policy Execution การวางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาล พร้อมตั้งเป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสาที่ 3 Legal Reform การปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง และ เสาที่ 4 Minister’s Passion การทำงานภายใต้โจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมทั้งการตอบสนองนโยบายในเรื่องผู้สูงอายุ และคนพิการ พร้อมทั้งร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SME รวมถึงเรื่องตลาดคาร์บอนเครดิตรองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ ซึ่งล้วนถือเป็นประเด็นใหม่ที่ดีพร้อมต้องให้ความสำคัญในการดำเนินงานในภาพรวมต่อไปในอนาคต ช่วงท้ายของการประชุม รองอธิบดีพลาวุธ ได้มอบโอวาทและให้แนวทางการทำงานแก่บุคลากรดีพร้อม DC 1 โดยเน้นย้ำให้มีการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะใหม่ๆ โดยใช้โอกาสจากการลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ต่างๆ ของดีพร้อม เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ฝึกฝน อาทิ ทักษะการตั้งคำถาม เก็บข้อมูล การพูดคุยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ตลอดจนทักษะการเป็นนักวินิจฉัย เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้นั้นไปต่อยอดและพัฒนาตนเองให้สามารถเป็นที่ปรึกษามืออาชีพ และเป็นที่พึ่งพาของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทยได้ต่อไป
11 พ.ค. 2026
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
จ.สุพรรณบุรี 1 พฤษภาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ร่วมด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 DIPROM Center 8 : DC8) ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเร่งนำนโยบายดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคอย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน การจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ “8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43 และผำผงอบแห้ง “DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานได้จริง สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
08 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
กรุงเทพฯ 30 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคมนาคม (อาคาร 2 ชั้น 4) กระทรวงคมนาคม ป้อมปราบศัตรูพ่าย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมในวันนี้เป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนระบบการขนส่งทางรางของประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 รวมถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนาการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเข้ากับแหล่งอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) และศูนย์กระจายสินค้าทั่วภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้ามาสู่ระบบรางซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในการนี้ “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยเสนอแนะให้โครงสร้างคณะอนุกรรมการจัดทำมาตรฐานการขนส่งทางรางมีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนตามระยะของการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาคม หรือกลุ่มอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้พิจารณานำการกำหนดค่าใช้ประโยชน์จากราง (Access Charge) ที่จะเก็บจากภาคเอกชนมาเป็นเครื่องมือ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น การให้สิทธิประโยชน์พิเศษหรือคิดอัตราค่าใช้รางที่ถูกลง สำหรับเอกชนที่มีการประกอบยานยนต์ราง หรือมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้ขานรับแนวคิดดังกล่าวโดยระบุว่าคณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจในการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะมีผลผูกพันไปถึงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สามารถใช้กลไกภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้าง Demand ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมระบบราง ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งจากการเป็นฐานผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมทั้งเครือข่าย Supply Chain วัตถุดิบ และบุคลากรที่มีทักษะสูง สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตและประกอบยานยนต์รางในประเทศได้ทันที และพร้อมที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ต้องการสร้างขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม
06 พ.ค. 2026
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
จ.นนทบุรี 30 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานมหกรรมรณรงค์ “Be Healthy More Productivity” ขับเคลื่อนสุขภาวะวัยทำงานสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงานในครั้งนี้ มีการนำเสนอทิศทางและนโยบายการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของหลายภาคส่วน (Policy & Collaboration) โดยมุ่งเน้นการยกระดับสุขภาวะแรงงานไทยในสถานประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ และการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาวะ นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาคีสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระกรวฃการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพแห่งชาติ เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพิธีมอบรางวัล “Thailand Be Healthy More Productivity” และการมอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการส่งเสริมสุขภาพที่รวบรวมนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย
05 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม “รวมใจดีพร้อม ลดโลกร้อน ด้วยพื้นที่สีเขียว” เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ภายในหน่วยงาน โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย สำนักงานเลขานุการกรม ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้รอบบริเวณอาคาร เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดมลพิษทางอากาศ และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นและสวยงามยังช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสามัคคีภายในองค์กร อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของดีพร้อม ในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
01 พ.ค. 2026