โทรศัพท์ 1358

“อธิบดีณัฏฐิญา” ประกาศความสำเร็จ งาน "DIPROM Creative & Innovation 2026" ชูนวัตกรรม Generative AI ยกระดับ 50 ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล คาดกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านบาท
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประกาศความสำเร็จ งาน "DIPROM Creative & Innovation 2026" ชูนวัตกรรม Generative AI ยกระดับ 50 ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล คาดกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 2 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานแถลงความสำเร็จในการจัดงาน "DIPROM Creative & Innovation 2026" พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มุ่งมั่นการดำเนืนงานภายใต้นโยบาย DIPROM Flexi เพื่อปลดล็อกขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจสู่ตลาด และการจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีความต้องการสอดคล้องกัน รวมทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Generative AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และขยายช่องทางการตลาด โดยการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม, สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย, และของขวัญของตกแต่งบ้าน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ (Mood Consumption) และกระแสความยั่งยืนของโลก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 30 ล้านบาท รวมถึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอย่างครบวงจร ทั้งการผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่โมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ การขยายตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตร เช่น Shopee, Lazada และ TikTok รวมถึงการส่งเสริมการส่งออกในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชนและสินค้าโอทอป (OTOP) ถือเป็นฐานรากเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ดีพร้อม มุ่งมั่นในการพัฒนาและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ (1) การใส่ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity & Innovation) มาใช้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและสร้างเรื่องราว เพื่อเพิ่มมูลค่าผ่าน Soft Power (2) การผลักดันและส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าชุมชนและโอทอป (OTOP) เข้าสู่โมเดิร์นเทรดและตลาดต่างประเทศ พร้อมการขยายช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok และ (3) การสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำและเครื่องจักรที่ตั้งอยู่ใน Pilot Plant ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ในการทดลองการผลิต และ (4) การสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่านบริการ "เงินทุนหมุนเวียน หรือ ดีพร้อมเปย์" โดยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 2% นอกจากนี้ ยังมีการส่งต่อให้กับกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ, ธนาคาร SME Bank และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุนเงินทุนในวงเงินที่สูงขึ้น
06 ก.ค. 2026
“วราวุธ” หนุน “DIPROM Community SkillUp” สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดันรายได้เพิ่ม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจชุมชน ผ่านการต่อยอด เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในท้องถิ่น
“วราวุธ” หนุน “DIPROM Community SkillUp” สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดันรายได้เพิ่ม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจชุมชน ผ่านการต่อยอด เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในท้องถิ่น
จ.สุพรรณบุรี 3 กรกฎาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “DIPROM Community SkillUp : เพิ่มพลังทักษะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน” ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวราย มีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นางดวงดาว ขาวเจริญ นายสุนทร แก้วสว่าง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล นายกฤศ จันทร์สุวรรณ นายวัชรุน จุ้ยจำลอง นายวีรพงศ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้เข้าอบรมเข้าร่วมด้วย รมว.วราวุธ ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนมีทักษะอาชีพ มีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ​กระทรวงอุตสาหกรรม จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ “DIPROM Community SkillUp” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยโครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการฝึกอบรมทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะการนำทรัพยากรและวัตถุดิบในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้ครัวเรือน และพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจในระดับชุมชน ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ระดับประเทศ ​สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 3 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ การผลิตยาดมและสเปรย์สมุนไพรไล่ยุง การผลิตลูกประคบสมุนไพรผ้าลายไทยและลูกประคบธัญพืชไฮเทค ซึ่งได้รับการพัฒนาสูตรให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลและฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายหรือการแข่งขันกีฬาได้ ตลอดจนการผลิตยาหม่องสมุนไพรสูตรร้อนและสูตรเย็น โดยทุกหลักสูตรได้รับการออกแบบให้ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น ต้นทุนการผลิตไม่สูง สามารถดำเนินการได้จริงในระดับครัวเรือน มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรและ ภูมิปัญญาของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยผลลัพธ์สำคัญที่คาดหวังจากโครงการนี้ คือการสร้างผู้ประกอบการฐานรากให้เกิดขึ้นในชุมชนมากขึ้น โดยประชาชนที่เข้ารับการอบรมจะได้รับทั้งองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริม หรือพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้ ช่วยขยายฐานผู้ประกอบการของประเทศ เพิ่มความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในวงกว้าง พร้อมทั้งสามารถเชื่อมโยงสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง อาทิ เครือข่ายการแพทย์แผนไทย ร้านนวดแผนไทย สถานประกอบการสปา ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงร้านของฝากและสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผ่านการอบรม ​นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับผู้ผ่านการฝึกทักษะจาก โครงการ “DIPROM Community SkillUp” จำนวน 150 คน จะสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ ผ่านการนำทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาต่อยอดโดยใช้ภูมิปัญญาและทุนทางสัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและพื้นที่ เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น สามารถยกระดับจากเศรษฐกิจครัวเรือนไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และขยายผลสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลลัพธ์สำคัญคือการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับประชาชนในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แม่บ้าน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการจ้างงานในระบบ การมีทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจะช่วยให้คนในชุมชนมีทางเลือกในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาการว่างงาน และลดการย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำในเมืองใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชนในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ​ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด อันจะนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานรากรุ่นใหม่ การสร้างงานในท้องถิ่น การเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน และการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืนต่อไป
06 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบ “เลขาฯ วีระพล” ถ่ายทอดภารกิจ ดีพร้อม เชื่อมโยงการทำงาน สอจ. ชูโมเดลหนุนยกระดับศักยภาพ ผปก. ตอบโจทย์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบ “เลขาฯ วีระพล” ถ่ายทอดภารกิจ ดีพร้อม เชื่อมโยงการทำงาน สอจ. ชูโมเดลหนุนยกระดับศักยภาพ ผปก. ตอบโจทย์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่
กรุงเทพฯ 1 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ลสล.กสอ.) เป็นผู้แทนบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ภารกิจของ ”ดีพร้อม“ ที่เชื่อมโยงกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด” ในการฝึกอบรมหลักสูตร “เตรียมความพร้อมเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด” รุ่นที่ 3 โดยมี ข้าราชการจาก 7 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 40 คน เข้าร่วมรับฟัง ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ถ.พระรามที่ 6 รองเมือง ปทุมวัน สำหรับการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ภารกิจของ “ดีพร้อม” ที่เชื่อมโยงกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับทราบถึงภาพรวมโครงสร้าง บทบาทภารกิจ อัตรากำลัง รวมถึงนโยบายและมาตรการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ยังได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมไทย และสถานการณ์ของ SMEs ไทย ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน จึงมีความจำเป็นที่ทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องดำเนินการตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ในการร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ โดยเน้นการกำกับดูแลควบคู่กับการส่งเสริมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย ดีพร้อม ส่งเสริมการทำงานร่วมกันในพื้นที่ระหว่างศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (ศภ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ในการส่งต่อข้อมูลของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงการให้บริการต่าง ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายเชิงพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างรายละเอียดโครงการ/กิจกรรมของดีพร้อมในการให้บริการตามแนวทาง DIPROM FLEXi ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีแผนการดำเนินการในเชิงพื้นที่ที่สอดรับกับเศรษฐกิจที่มีศักยภาพและแผนการพัฒนาในพื้นที่นั้น ๆ โดยแต่ละโครงการ/กิจกรรมได้วางแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาผ่าน 3P ประกอบด้วย บุคลากร (People) กระบวนการ (Process) ผลิตภัณฑ์ (Product) และ 1M ตลาด (Market) นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังมีปัจจัยเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ DIPROM Center ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ที่มีเครื่องจักรให้บริการในการทดสอบต้นแบบผลิตภัณฑ์กว่า 200 เครื่องจักร พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำในการวางแผนโมเดลธุรกิจ รวมถึงมีศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM Business Service Center (BSC)) ที่คอยให้บริการข้อมูลธุรกิจ การให้คำปรึกษาแนะนำทางธุกิจ และการให้บริการของดีพร้อมอย่างครบวงจร ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยังมีแหล่งเงินทุนอย่างดีพร้อมเปย์ (DIPROM Pay) เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับในการลงทุนและปรับปรุงธุรกิจให้มีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำและการบริหารจัดการยุคใหม่ที่ต้องครอบคลุมทั้งงานด้านนโยบาย การกำกับดูแลโรงงานและเหมืองแร่ ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI พลังงานสะอาด และการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงานควบคู่ไปกับการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
06 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ปั้น “นักวินิจฉัยธุรกิจรุ่นใหม่” หนุนกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมเน้นย้ำส่งไม้ต่อทักษะวินิจฉัยแก่บุคลากรดีพร้อม หวังยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ปั้น “นักวินิจฉัยธุรกิจรุ่นใหม่” หนุนกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมเน้นย้ำส่งไม้ต่อทักษะวินิจฉัยแก่บุคลากรดีพร้อม หวังยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา ให้เกียรติมอบวุฒิบัตรและกล่าวแสดงความยินดี แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทย ให้ยั่งยืน (Refresh DIPROM to Rebuild SMEs)” ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค จำนวน 58 คน ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนสถานประกอบการ คณะวิทยากร และเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทยให้ยั่งยืน” ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของดีพร้อมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สู่การเป็น “นักวินิจฉัยธุรกิจ” ที่มีทักษะในการวิเคราะห์สถานประกอบการอย่างเป็นระบบ สามารถประเมินทั้งปัญหา ศักยภาพ และโอกาสในการพัฒนาของผู้ประกอบการได้อย่างรอบด้าน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม 7 วัน เจ้าหน้าที่ดีพร้อมทั้ง 58 คน ได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เข้มข้น ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยลงพื้นที่ฝึกวินิจฉัยธุรกิจ ณ สถานประกอบการ เรียนรู้การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำมาประเมินสภาพแวดล้อมทางธุรกิจผ่านการวิเคราะห์ SWOT ก่อนนำผลการวิเคราะห์ไปจัดทำแผนกลยุทธ์พร้อมเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเครื่องมือและกลไกการสนับสนุนของดีพร้อมที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ฝึกจัดทำและนำเสนอรายงานผลการวินิจฉัยต่อผู้บริหารดีพร้อม ผู้บริหารสถานประกอบการ และคณะวิทยากร เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการให้คำปรึกษาให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs แต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ให้เกียรติมอบวุฒิบัตรและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม พร้อมเน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการอบรมนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกับผู้ประกอบการ ซึ่งการวินิจฉัยธุรกิจที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เพียงแค่การระบุปัญหา แต่ต้องสามารถให้คำแนะนำได้ว่าจะใช้กลไกหรือเครื่องมือใดของดีพร้อมในการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมศักยภาพในการปรับตัวของผู้ประกอบการให้เท่าทันต่อบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังขอให้ผู้ผ่านการอบรมซึ่งเปรียบเสมือน “แม่ไก่” ทำหน้าที่ขยายผลองค์ความรู้ไปยังบุคลากรภายในหน่วยงาน ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยธุรกิจที่สามารถสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
03 ก.ค. 2026
“ปลัดณัฐพล” นำทีมดีพร้อม และ “อธิบดีณัฏฐิญา” เยี่ยมชมของดีของเด็ดจาก OTOP อ่างทอง พร้อมซัพพอร์ตลุยขับเคลื่อน 3 มิติ เร่งเยียวยา-พัฒนาครบวงจร
“ปลัดณัฐพล” นำทีมดีพร้อม และ “อธิบดีณัฏฐิญา” เยี่ยมชมของดีของเด็ดจาก OTOP อ่างทอง พร้อมซัพพอร์ตลุยขับเคลื่อน 3 มิติ เร่งเยียวยา-พัฒนาครบวงจร
กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2569 - นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เยี่ยมชมและรับฟังความต้องการของผู้ประกอบการ OTOP จากจังหวัดอ่างทอง ที่มาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ณ อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต โดยมี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติร่วมเยี่ยมชมในครั้งนี้ จากการจัดกิจกรรมนำสินค้าท้องถิ่นและของดีประจำจังหวัดที่นำมาวางจำหน่าย ณ บริเวณรอบสระมรกต อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นแนวคิดการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน สร้างโอกาสในการช่วยเพิ่มรายได้ เป็นแหล่งพักผ่อน และเป็นช่องทางโปรโมทสินค้า OTOP ประจำจังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยในครั้งนี้เป็นการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองจำนวนกว่า 20 บูธ มาจัดแสดงและจำหน่ายภายในบริเวณรัฐสภา “ปลัดณัฐพล” ชื่นชมผู้ประกอบการพร้อมยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ขานรับนโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการฐานราก และการมาเยี่ยมชมในครั้งนี้พร้อมที่จะรับฟังความต้องการของผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดอ่างทอง เพื่อรับทราบปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจโดยตรง และจะเดินหน้าเร่งให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยอธิบดีณัฏฐิญา กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการที่มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในงาน พบว่า ผู้ประกอบการ OTOP ส่วนใหญ่ยังต้องการการสนับสนุนในหลายด้าน ซึ่งดีพร้อมได้วางแนวทางช่วยเหลือใน 3 มิติหลัก ดังนี้ 1) การพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐาน โดยมุ่งยกระดับการออกแบบฉลาก บรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีการยืดอายุผลิตภัณฑ์ (Shelf life) รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อผลักดันให้สินค้าได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค 2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนและเงินทุนสำหรับสต๊อกสินค้า โดยเตรียมประสานกลไกทางการเงินและสินเชื่อภายใต้เครือข่ายของดีพร้อม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการขับเคลื่อนธุรกิจ และ 3) การขยายช่องทางตลาดที่มุ่งพัฒนาศักยภาพทั้งการค้าแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยเน้นการสร้างโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อนำสินค้า OTOP ที่มีศักยภาพเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) หรือห้างค้าปลีกสมัยใหม่ พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของดีพร้อม เพื่อรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และรับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ อันจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
03 ก.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งเครื่อง !! เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ต่อเนื่อง ไฟเขียวอนุมัติสินเชื่อให้ ผปก. เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เข้มแข็งและเติบโต
“รองอธิบดีพลาวุธ” ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งเครื่อง !! เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ต่อเนื่อง ไฟเขียวอนุมัติสินเชื่อให้ ผปก. เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เข้มแข็งและเติบโต
กรุงเทพฯ 29 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริการบริหาร 2 ครั้งที่ 2/2569 โดยมี คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาคำขอกู้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย (1) ผู้ประกอบการจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตเสื้อกีฬา ชุดวอร์ม ชุดนักเรียน นำเสนอโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 (DIPROM Center 1: DC1) ผู้ประกอบการมีความประสงค์นำสินเชื่อไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ และ (2) ผู้ประกอบการจากจังหวัดสุรินทร์ โดยประกอบธุรกิจผลิตเครื่องประดับประเภทเครื่องเงิน นำเสนอโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 (DIPROM Center 6 :DC6) ซึ่งผู้ประกอบการมีความประสงค์นำสินเชื่อไปใช้ในการสำรองวัตถุดิบและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาเอกสารและคุณสมบัติของผู้ขอกู้ และมีมติเห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้ผู้นำเสนอดำเนินการแก้ไขบทวิเคราะห์ให้มีความสมบูรณ์ตามที่คณะอนุกรรมการฯ ให้ข้อแนะนำ เพื่อให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานและติดตามหนี้ค้างชำระซึ่งสะท้อนได้จากสัดส่วน NPL ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
03 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ถกบอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯ ลุยปรับโครงสร้างหนี้ ผปก.รายย่อย หวังลดเสี่ยงหนี้เสีย เสริมสภาพคล่องธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ถกบอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯ ลุยปรับโครงสร้างหนี้ ผปก.รายย่อย หวังลดเสี่ยงหนี้เสีย เสริมสภาพคล่องธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ครั้งที่ 4/2569 ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ร่วมกันพิจารณาร่างหลักการและรายละเอียดมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้แนวคิด DIPROM ยกระดับ ปรับโครงสร้างหนี้ ขับเคลื่อนธุรกิจกิจไทยยั่งยืน ผ่าน ”โครงการดีพร้อมปรับหนี้ SMEs ไปต่อได้“ หรือ DIPROM PAY RE-BOOST เพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือ และลดผลกระทบของลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนฯ ที่ประสบปัญหาทางการเงิน ให้สามารถชำระเงินคืนแก่เงินทุนหมุนเวียนฯ ได้ปกติ และดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้ รวมถึงเป็นการบริหารความเสี่ยงทางการเงินในการป้องกันการเกิดหนี้เสีย (NPL) ตลอดจนช่วยให้เงินทุนหมุนเวียนฯ ได้รับชำระหนี้คืนในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการนำเงินที่ได้รับชำระหนี้ไปบริหารจัดการ และให้บริการสินเชื่อกับผู้ประกอบการธุรกิจรายอื่นต่อไป โดยที่ประชุมให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับกลไกสำหรับการพิจารณากลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงองค์ประกอบและกฎระเบียบต่าง ๆ พร้อมทั้งมีมติให้ฝ่ายเลขาฯ ยกร่างมาตรการดังกล่าว พร้อมจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการฯ ให้ข้อเสนอแนะ และนำมาให้คณะกรรมการฯ พิจารณาอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ ยังร่วมกันพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของแผนการบริหารความเสี่ยงของเงินทุนทุนหมุนเวียนฯ ระหว่างปีบัญชี 2569 ครั้งที่ 2 ไตรมาสที่ 3 โดยฝ่ายเลขาฯ ได้นำเสนอเครื่องมือสารสนเทศที่นำมาใช้ในการติดตามและกำกับความเสี่ยง เพื่อให้การดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ มีความต่อเนื่องเกิดประสิทธิภาพและเห็นผลการดำเนินงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรรมภายใต้แผนบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานเงินทุนทุนเวียนฯ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ให้คณะกรรมการฯ รับทราบด้วย
03 ก.ค. 2026
รมว.วราวุธ เปิด “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี“ โชว์ศักยภาพการผลิต เพิ่มช่องทางตลาดเชิงรุก ทุบราคาโรงงาน บูรณาการผ่าน ONE MIND วางเป้าหมายกระจายรายได้ เชื่อมเศรษฐกิจท้องถิ่นไทยอย่างไร้รอยต่อ
รมว.วราวุธ เปิด “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี“ โชว์ศักยภาพการผลิต เพิ่มช่องทางตลาดเชิงรุก ทุบราคาโรงงาน บูรณาการผ่าน ONE MIND วางเป้าหมายกระจายรายได้ เชื่อมเศรษฐกิจท้องถิ่นไทยอย่างไร้รอยต่อ
จ.สุพรรณบุรี 27 มิถุนายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” เพื่อเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ นางดวงดาว ขาวเจริญ นายสุนทร แก้วสว่าง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล นายกฤศ จันทร์สุวรรณ นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวชิระ ไม้แพ นิติกรทรงคุณวุฒิ นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย การจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี” เป็นการผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในพื้นที่ นำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตรแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเทคโนโลยีการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และสินค้าเอสเอ็มอีคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาโรงงาน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม คาดมีประชาชนเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 51,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท “อุตสาหกรรมแฟร์ @สุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งมาตรการเชิงรุกของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและประชาชน ผู้ประกอบการได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพสินค้า สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ทดสอบตลาด และขยายเครือข่ายทางธุรกิจ ขณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต” นายวราวุธกล่าว นายวราวุธ กล่าวว่า การเลือกจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการเกษตร อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางของพื้นที่ภาคกลางฝั่งตะวันตก มีการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 90 ร้านค้า แบ่งเป็น 6 โซน ประกอบด้วย สินค้าและเทคโนโลยีการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินค้า SMEs และ OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ตลอดจนสินค้าจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงลานอาหารจากผู้ประกอบการฟู้ดทรัคในพื้นที่ ไฮไลต์สำคัญของงานคือการจำหน่ายสินค้าในราคาโรงงาน ซึ่งต่ำกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะ “สินค้านาทีทอง” ที่นำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังเป็นประเด็นสำคัญของประชาชนในปัจจุบัน นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และแนวทางการติดตั้งอย่างปลอดภัย การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) การลดการใช้พลังงาน การขับเคลื่อนพืชพลังงานและเอทานอล ตลอดจนการสาธิตการประกอบและซ่อมแซมโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า บริการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) กิจกรรมร่วมสนุกพร้อมของรางวัล และการแสดงจากศิลปินในพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ การจับจ่ายใช้สอย และการพักผ่อนในงานเดียว ด้านนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและยกระดับวิสาหกิจชุมชน SMEs และผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือการสร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสามารถขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยจังหวัดสุพรรณบุรีมีจุดแข็งทั้งด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัด เช่น ข้าว แห้ว ปลาสลิด ขนมสาลี่ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับชุมชน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์สินค้าคุณภาพของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการ และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ชุมชน และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการขนส่งในพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน เป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
29 มิ.ย. 2026
“ปลัดณัฐพล” ร่วมยินดีเครือสหพัฒน์ เปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเจรจาหาพันธมิตรร่วม ชวนสหพัฒน์ จัดมหกรรมสินค้า X อุตสาหกรรมแฟร์ ย้ำความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน บูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและหนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง
“ปลัดณัฐพล” ร่วมยินดีเครือสหพัฒน์ เปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเจรจาหาพันธมิตรร่วม ชวนสหพัฒน์ จัดมหกรรมสินค้า X อุตสาหกรรมแฟร์ ย้ำความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน บูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและหนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2569 - นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ HALL 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มหกรรม “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” โดยทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรม และแรงบันดาลใจ โดยรวบรวมสินค้าคุณภาพจากบริษัทในเครือกว่า 1,000 รายการ มาให้ประชาชนเลือกซื้อในราคาคุ้มค่า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในการลดค่าครองชีพในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว นับเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันและเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย ทั้ง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง แฟชั่นโชว์ งานสัมมนา รวมถึงไฮไลท์สำคัญ คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่า 20 ฉบับ ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี AI การค้าการลงทุนการตลาด สุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ไลฟ์สไตล์และการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมีพันธมิตรชั้นนำ รวมถึง ภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและเครือสหพัฒน์ มีความสัมพันธ์อันดีและมีความร่วมมือกันมาอย่างแน่นแฟ้นและต่อเนื่อง ซึ่งเครือสหพัฒน์นับเป็นภาคีเครือข่ายภาคเอกชนที่ร่วมเกื้อกูลและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงวิสาหกิจชุมชนไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศอุตสาหกรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
29 มิ.ย. 2026
“รสอ.พลาวุธ”  เป็นประธานประชุมร่วมสภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางยกระดับหัตถกรรมไทย และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน
“รสอ.พลาวุธ”  เป็นประธานประชุมร่วมสภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางยกระดับหัตถกรรมไทย และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรม หัตถกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ เป็นการรับฟังและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับของระบบ TSIC (Thailand Social Impact Credit) ซึ่งเป็นกลไกใหม่ในการยกระดับผู้ผลิตไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อแก้ปัญหาผู้ผลิตชุมชนที่ขาดการเชื่อมโยงกับนักออกแบบและแบรนด์สมัยใหม่ ทั้งยังไม่มีระบบรับรองคุณค่าที่แท้จริงการดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรองศักยภาพผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้าสู่ระบบ การเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับนักออกแบบสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่ที่มีความเป็นสากลและร่วมสมัย เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนผลักดันเข้าสู่ตลาด ซึ่งกลไกเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนงานฝีมือชุมชนให้กลายเป็นสินค้ามูลค่า และคาดว่าจะสามารถช่วยยกระดับเพิ่มรายได้ให้แก่ช่างฝีมือในชุมชนได้ ตลอดจนเป็นการรักษาและสืบสานภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาติให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในเวทีสากล ทั้งนี้ รองอธิบดีพลาวุธ ได้ให้ข้อสังเกตและแนวทางสำคัญในการพัฒนาเพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างกระบวนการรับรองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือวัดมูลค่าทางสังคม ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับสากล นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
29 มิ.ย. 2026