โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
ดีพร้อม เผยผลสำเร็จของโครงการ “จีเนียส อะคาเดมี่ ซีซั่น 3 - 100 วัน สู่ธุรกิจวิถีใหม่” พร้อมประกาศผลผู้ประกอบการอัจฉริยะภาคเกษตรอุตสาหกรรมที่ชนะในหลักสูตรฯ
ดีพร้อม เผยผลสำเร็จของโครงการ “จีเนียส อะคาเดมี่ ซีซั่น 3 - 100 วัน สู่ธุรกิจวิถีใหม่” พร้อมประกาศผลผู้ประกอบการอัจฉริยะภาคเกษตรอุตสาหกรรมที่ชนะในหลักสูตรฯ
กรุงเทพฯ 30 ตุลาคม 2564 – นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบอัจฉริยะ (Genius Academy) ซีซั่น 3 พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้จบหลักสูตร ร่วมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ดีพร้อม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กสอ. กล่าวสรุปกิจกรรม ณ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ปทุมวัน Genius Academy เป็นกิจกรรม ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร โดยมุ่งส่งเสริม พัฒนา SMEs และ วิสาหกิจชุมชน ให้เกิดความเข้มแข็งและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงให้มีความคิดสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตสู่การแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ ซีซั่น 3 ภายใต้ แนวคิด “100 Days to Dream ปั้นฝันสู่ผู้ประกอบการอัจฉริยะ” ซึ่งได้พัฒนาและยกระดับธุรกิจเกษตร ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ โดยโค้ชทางธุรกิจที่ร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเพื่อการต่อยอดแบรนด์สินค้าภาคเกษตรไทย และการพัฒนาวิสัยทัศน์ควบคู่ไปกับการพัฒนาแผนการทำงาน ตลอดจนกลยุทธ์ทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนตลอดกิจกรรมกว่า 16 หน่วยงาน เพื่อช่วยผลักดันและเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ได้เป็นที่รู้จักในตลาดสากล ขณะเดียวกัน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังได้มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ผู้ประกอบการที่เรียนผ่านหลักสูตร ทั้งสิ้น 161 รายและมอบประกาศเกียรตินิยมแก่ผู้ประกอบการที่ชนะในหลักสูตร โดยแบ่งเป็น รางวัลพิเศษ Success Case จำนวน 10 รางวัล และรางวัล Best of the Best จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักเกาะยอ ผลิตภัณฑ์ปลากะพงขาวรมควัน 2. บริษัท โอวีวา คอร์ป จำกัด ผลิตภัณฑ์ชามัซแบบยูเอชที และ 3. บริษัท แข็งแรงทุกวัน จำกัด ผลิตภัณฑ์เส้นไข่ขาวและแกงพร้อมทาน ทั้งนี้ คาดว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะมีรายได้/มูลค่าผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณการ รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ### PR.DIProm (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
01 พ.ย. 2564
กิจกรรม “รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเป็นแนวทางการจัดทำโครงการเสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566 ของ กสอ.”
กิจกรรม “รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเป็นแนวทางการจัดทำโครงการเสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566 ของ กสอ.”
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้จัดกิจกรรม “รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเป็นแนวทางการจัดทำโครงการเสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566 ของ กสอ.” จัดขึ้นในระหว่างเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน 2564 ซึ่ง กสอ. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้สวนเสียทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณประจำปี โดยกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรมทั้งสิ้น 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯและภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม สมาพันธ์เอสเอ็มอี สภาอุตสาหกรรม หอการค้าและสภาหอการค้า ผู้นำชุมชน ที่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง พลิกฟื้น อยู่รอด และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ ปัญหาที่แท้จริง ข้อเสนอแนะ และจำนวนของ SMEs ที่รับบริการในพื้นที่ จากกลุ่มเป้าหมายและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ และสอดคล้องกับสถานการณปัจจุบันที่เกิดขึ้น เช่น การแพรระบาดของโรค COVID-19 เป็นต้น พร้อมทั้งนำข้อมูลที่รวบรวมและประมวลผลจากการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว นำไปพัฒนาเป็นแนวทางการดำเนินโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566 ของ กสอ. ต่อไป
01 พ.ย. 2564
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมการฝึกอบรม “ปั๊มธุรกิจ ปลุกยอดขาย ปั้นโอกาสจากเครือข่าย ธุรกิจในยุค New Normal” ภายใต้ “กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.)” รุ่น 381 กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2565
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมการฝึกอบรม “ปั๊มธุรกิจ ปลุกยอดขาย ปั้นโอกาสจากเครือข่าย ธุรกิจในยุค New Normal” ภายใต้ “กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.)” รุ่น 381 กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2565
กลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการ กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมการฝึกอบรม “ปั๊มธุรกิจ ปลุกยอดขาย ปั้นโอกาสจากเครือข่าย ธุรกิจในยุค New Normal” ภายใต้ “กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.)” รุ่น 381 กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2565 รับสมัคร วันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน 2564 สัมภาษณ์ผ่าน ZOOM วันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2564 ประกาศผลผู้ผ่านการสัมภาษณ์ วันที่ 27 ธันวาคม 2564 เริ่มเรียน ช่วงที่ 1 : เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ช่วงที่ 2 : เดือนเมษายน 2565 หลักสูตร HyBrid (Offline + Online) 15 วัน จำนวน 25 ราย ***หมายเหตุ*** ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องมีผลการรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม คุณสมบัติผู้สมัคร ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หุ้นส่วน ทายาท หรือผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องดำเนินธุรกิจมาไม่น้อยกว่า 3 ปี ติดต่อสอบถาม 02-430-6869 ต่อ 1271 dipsmes.edu@gmail.com
29 ต.ค. 2564
เปิดรับสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตร  New Wave New Gen "ติดปีกคลื่นลูกใหม่ก้าวสู่ธุรกิจยุค New Normal" (ภายใต้โครงการ NEC : New Entrepreneur Creation)
เปิดรับสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตร New Wave New Gen "ติดปีกคลื่นลูกใหม่ก้าวสู่ธุรกิจยุค New Normal" (ภายใต้โครงการ NEC : New Entrepreneur Creation)
โอกาสสำหรับผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมาถึงแล้ว กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดรับสมัคร ‼️‼️ เข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตร New Wave New Gen "ติดปีกคลื่นลูกใหม่ก้าวสู่ธุรกิจยุค New Normal" (ภายใต้โครงการ NEC : New Entrepreneur Creation) เรียนรู้การสร้างแบรนด์ในยุค New Normal, รอบรู้เรื่องการเงินและบัญชี การวางแผนภาษี, กลยุทธ์การทำ Content ออนไลน์อย่างไรให้ปัง, การออกแบบธุรกิจ และผลิตภัณฑ์อย่างไรให้โดนใจลูกค้า เป็นต้น ด่วน.. รับเพียง 35 ท่านเท่านั้น‼️ อบรมระหว่าง วันที่ 12 - 14 มกราคม, วันที่ 19 - 22 มกราคม และวันที่ 26 - 29 มกราคม 2565 คุณสมบัติผู้สมัคร เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 - 60 ปี ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนี้ เริ่มต้นธุรกิจมาแล้วไม่เกิน 3 ปี หรือ ทายาททางธุรกิจ หรือ ผู้ที่มีความตั้งใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจ สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถสแกน QR Code ใบสมัคร หรือตามลิงค์ด้านล่าง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2430-6873 ต่อ 1651 061-5097878
26 ต.ค. 2564
“อธิบดีณัฐพล” นำคณะดีพร้อม ลงพื้นที่กรุงเก่า ส่งมอบ “ถุงปันน้ำใจ” ให้ผู้ประสบอุกภัย
“อธิบดีณัฐพล” นำคณะดีพร้อม ลงพื้นที่กรุงเก่า ส่งมอบ “ถุงปันน้ำใจ” ให้ผู้ประสบอุกภัย
จ.อยุธยา 21 ตุลาคม 2564 - นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสากรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ดีพร้อม นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กสอ. นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา เลขานุการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กสอ. และนายวุฒิธร มิลินทจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด และเจ้าหน้าที่ ดีพร้อม ลงพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมส่งมอบ “ถุงปันน้ำใจ” ให้ผู้ประสบอุกภัย จำนวน 1,645 ถุง เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องที่ผู้ประสบอุทกภัยในตำบลสำเภาล่มและตำบลปราสาททอง โดยมี นาง ซาร่าห์ วิเศษศักดิ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสำเภาล่ม และนายกเทศมนตรีตำบลปราสาททอง เป็นผู้แทนรับมอบในครั้งนี้ ### PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน /ภาพข่าว
25 ต.ค. 2564
ดีพร้อม เดินหน้าเพิ่มศักยภาพ e-Commerce เร่งส่งเสริมผู้ประกอบการให้ รอด พร้อม โต! ด้วย Social Commerce
ดีพร้อม เดินหน้าเพิ่มศักยภาพ e-Commerce เร่งส่งเสริมผู้ประกอบการให้ รอด พร้อม โต! ด้วย Social Commerce
กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2564 - นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมเพิ่มศักยภาพ e-Commerce ให้ดีพร้อมในยุคโควิดและการสัมมนาเรื่อง “การทำการตลาดออนไลน์ ด้วย Social Commerce อยู่ได้ไปรอดในยุคโควิด” ร่วมด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมี นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวรายงาน ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Facebook Live กิจกรรมเพิ่มศักยภาพ e-Commerce ให้ดีพร้อมในยุคโควิด จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในยุคโควิดที่ยังมีอยู่ให้มีความรู้และทักษะ ในด้านการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Social Commerce พร้อมกับเพิ่มศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างครบวงจรและมียอดขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการค้าออนไลน์มีองค์ความรู้ในการเข้าถึงการขายสินค้าให้กับภาครัฐ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่การตลาดที่มีการใช้ข้อมูล การบริหารจัดการร้านค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media หรือ e-Commerce 2.0 ผ่านการดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 1. Online Training จัดฝึกอบรมออนไลน์ด้านการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Social Commerce แก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 6,000 คน ให้เหมาะสมตามประเภทอุตสาหกรรมของกลุ่มเป้าหมาย 2. Online Coaching การให้คำปรึกษาแนะนำแบบกลุ่มทางออนไลน์ด้านการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Social Commerce แก่กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการคัดเลือก จำนวนไม่น้อยกว่า 600 คน 3. Market Testing การทดสอบการทำการตลาด แก่กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการคัดเลือก จำนวนไม่น้อยกว่า 300 คน เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย ประชาสัมพันธ์สินค้า และเป็นแนวทางแก่ผู้ประกอบการในการทำการตลาดผ่าน Social Commerce โดยมีแผนการดำเนินงานเป็นระยะเวลา 120 วัน ซึ่งคาดว่าผลจะก่อให้เกิดการค้าเชื่อมโยงระหว่างผู้ชื้อและผู้ขาย กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค และก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นโดยรวมไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ### PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน /ภาพข่าว
20 ต.ค. 2564
ดีพร้อม โชว์พลังคลัสเตอร์หุ่นยนต์ รวมกลุ่มฝ่าวิกฤตสร้างระบบอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ ลดนําเข้า ตปท.
ดีพร้อม โชว์พลังคลัสเตอร์หุ่นยนต์ รวมกลุ่มฝ่าวิกฤตสร้างระบบอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ ลดนําเข้า ตปท.
กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2564 – นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะสื่อมวลชนและคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ชมสถานประกอบการ “คลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ” ที่ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน ตามแนวนโยบายผลักดัน 12 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom คลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ได้รวมตัวและบูรณาการการทํางานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562 ประกอบด้วยธุรกิจ SMEs จํานวน 22 บริษัท ที่มีเป้าหมายและจุดยืนร่วมกันคือการเพิ่มกําลังการผลิต การลดนําเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การนําความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทมาช่วยแก้จุดอ่อน (Pain Point) ของพันธมิตร รวมถึงผลักดันให้ธุรกิจ SMEs มีโอกาสได้ใช้หุ่นยนต์เพื่อให้แข่งขันได้ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้านกําลังแรงงาน และการลดต้นทุนด้านต่าง ๆ ซึ่งผลกจากการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ดังกล่าว ก่อให้เกิดการซื้อขายระบบเทคโนโลยีรวมถึงหุ่นยนต์ระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจประมาณ 95 ล้านบาท หรือ 4.75 ล้านบาทต่อกิจการ และยังมีแนวทางที่จะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดการนําหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ได้แก่ 1. การดึงกลุ่มสถานประกอบการ ที่มีความต้องการใช้หุ่นยนต์เข้ามาร่วมในกลุ่มคลัสเตอร์ดังกล่าว เพื่อทราบถึงความต้องการ นำไปต่อยอดสู่เทคโนโลยีเพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น 2. การส่งเสริม และเชื่อมโยงผ่านกลไกด้านการเงิน 3. จัดหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ในด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาช่วยให้ความรู้ หรือเทคนิค เพื่อลดภาระ ค่าใช้จ่ายในด้านที่ปรึกษา 4. ส่งเสริมแผนงานด้านการตลาดในช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้เกิดมูลค่าและ การเป็นที่รู้จักที่มากขึ้นต่อไป การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ หรือ "คลัสเตอร์" มีจํานวนกลุ่มอุตสาหกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จํานวน 123 กลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่ว ประเทศ และสิ่งที่น่าสนใจพบว่าคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ถือเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ประกอบการ ตลอดจนเป็นการปูทางสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ### PR.DIProm (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2564 – นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะสื่อมวลชนและคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ชมสถานประกอบการ “คลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ” ที่ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน ตามแนวนโยบายผลักดัน 12 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom คลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ได้รวมตัวและบูรณาการการทํางานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562 ประกอบด้วยธุรกิจ SMEs จํานวน 22 บริษัท ที่มีเป้าหมายและจุดยืนร่วมกันคือการเพิ่มกําลังการผลิต การลดนําเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การนําความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทมาช่วยแก้จุดอ่อน (Pain Point) ของพันธมิตร รวมถึงผลักดันให้ธุรกิจ SMEs มีโอกาสได้ใช้หุ่นยนต์เพื่อให้แข่งขันได้ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้านกําลังแรงงาน และการลดต้นทุนด้านต่าง ๆ ซึ่งผลกจากการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ดังกล่าว ก่อให้เกิดการซื้อขายระบบเทคโนโลยีรวมถึงหุ่นยนต์ระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจประมาณ 95 ล้านบาท หรือ 4.75 ล้านบาทต่อกิจการ และยังมีแนวทางที่จะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดการนําหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ได้แก่ 1. การดึงกลุ่มสถานประกอบการ ที่มีความต้องการใช้หุ่นยนต์เข้ามาร่วมในกลุ่มคลัสเตอร์ดังกล่าว เพื่อทราบถึงความต้องการ นำไปต่อยอดสู่เทคโนโลยีเพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น 2. การส่งเสริม และเชื่อมโยงผ่านกลไกด้านการเงิน 3. จัดหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ในด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาช่วยให้ความรู้ หรือเทคนิค เพื่อลดภาระ ค่าใช้จ่ายในด้านที่ปรึกษา 4. ส่งเสริมแผนงานด้านการตลาดในช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้เกิดมูลค่าและ การเป็นที่รู้จักที่มากขึ้นต่อไป การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ หรือ "คลัสเตอร์" มีจํานวนกลุ่มอุตสาหกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จํานวน 123 กลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่ว ประเทศ และสิ่งที่น่าสนใจพบว่าคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ถือเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ประกอบการ ตลอดจนเป็นการปูทางสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ### PR.DIProm (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
20 ต.ค. 2564
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “พืชกระท่อม” การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และแนวทางการใช้ประโยชน์
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “พืชกระท่อม” การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และแนวทางการใช้ประโยชน์
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมขอเชิญร่วมงานสัมมนา “พืชกระท่อม” การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และแนวทางการใช้ประโยชน์ งานนี้ห้ามพลาด ท่านจะมองเห็นภาพและโอกาสการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ประกอบการภาคเกษตรอุตสาหกรรม นักธุรกิจเกษตร เกษตรกรรายย่อย และประชาชนทั่วไปที่สนใจ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดงานสัมมนา “พืชกระท่อม” การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และแนวทางการใช้ประโยชน์ ในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 08.30 – 12.00 น. “ท่านจะได้รับเกร็ดความรู้ด้านการพัฒนาและแนวทางการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม รวมทั้งเป็นแนวทางในการต่อยอดและขยายผลการใช้พืชกระท่อมในเชิงอุตสาหกรรมต่อไป” ในงานนี้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ถึง 4 ท่าน จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาให้ความรู้เกี่ยวกับพืชกระท่อมในหัวข้อหลัก ดังนี้ ผลของพืชกระท่อมต่อคนและสัตว์ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดย ผศ.ดร.สมชาย ศรีวิริยะจันทร์ หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การใช้งานพืชกระท่อมในทางการแพทย์แผนไทย โดยคุณเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ นักวิชาการด้านการแพทย์พื้นบ้านไทย การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่มีพืชกระท่อมเป็นองค์ประกอบ โดย ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แนวทางการพัฒนาและแนวทางการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม โดย ภญ.ดร.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการกองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งในงานจะมีผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นประธานในพิธีเปิด สนใจรีบลงทะเบียน ด่วน‼ ตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม 2564
20 ต.ค. 2564