โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
“อธิบดีณัฏฐิญา” ชูโมเดล “เครื่องจักรประหยัดพลังงาน” ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเครื่องจักร หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ชูโมเดล “เครื่องจักรประหยัดพลังงาน” ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเครื่องจักร หนุน SME เปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
จ.ชลบุรี 18 มีนาคม 69 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9 : DC 9) โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนญ์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9 : DC 9) การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเน้นย้ำความสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยีที่ช่วย “ประหยัดพลังงานของเครื่องจักร” เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการสาธิตการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Retrofit) ร่วมกับการบริหารจัดการการใช้เครื่องจักรของผู้มารับบริการ เช่น กำหนดปริมาณโหลดต่อครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการผลักดันมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ศูนย์ ITC ของ DIPROM Center 9 มีการให้บริการสำคัญแก่ผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ อาทิ - การทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจักร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดสอบการผลิตจริงก่อนตัดสินใจลงทุน พร้อมให้คำปรึกษาด้านการปรับแต่งเครื่องจักรให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น - การถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ในการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรให้เกิดควา แม่นยำ และลดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ - การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบถึงสิทธิประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีสูงสุด 1.5 เท่า สำหรับการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน “ศูนย์ ITC ของ DIPROM Center 9 เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสถานประกอบการในพื้นที่ EEC ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นแล้ว ยังเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวในสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน“ อธิบดีณัฏฐิญากล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับบริการหรือคำปรึกษา สามารถติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์ ITC ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 จังหวัดชลบุรี
24 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน TIF & Food Pack Asia 2026 หนุนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค 5.0 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการผลิตที่ยั่งยืน
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน TIF & Food Pack Asia 2026 หนุนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค 5.0 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการผลิตที่ยั่งยืน
กรุงเทพฯ 18 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน THAILAND INDUSTRIAL FAIR (TIF) & FOOD PACK ASIA 2026 ครั้งที่ 24 โดยมีนายดำริ นามพญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิวิว แอดเวอร์ไทซิ่ง กรุ๊ป จำกัด นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด MICE ในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ เวทีกลาง ฮอลล์ 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา งาน TIF & FOOD PACK ASIA 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart Sustainable Seamless: The Future of Food & Packaging 5.0” ที่มุ่งยกระดับภาคการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน (AI Driven) ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมก้าวสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory ภายในงานมีการจัดแสดงโซลูชันจากบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ กว่า 400 บริษัท เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร Eco-Friendly Packaging เทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาด โซลูชันคาร์บอน ระบบคลังสินค้าและโลจิสติกส์อัจฉริยะ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมคลินิกโรงงานซึ่งจะช่วยแนะนำโซลูชัน ที่เหมาะสมกับธุรกิจ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานระหว่างวันที่ 18 - 21 มีนาคม 2569 รวมแล้วกว่า 20,000 คน และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเจรจาธุรกิจจนนำไปสู่การซื้อขายภายในงานได้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ในส่วนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจหน่วยงานและผลงานความสำเร็จ ประกอบด้วย 1) Digital Mini Classroom เวทีสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ (Business Matching) โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล 2) Digital Clinic by DIPROM คลินิกให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และ 3) Digital Showcase by DIPROM เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจหน่วยงาน/โครงการ แนวคิดและผลงานความสำเร็จ (Success Case) จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นผู้รับบริการเพื่อนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอโครงการที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่อไป “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานจากปัญหาการสู้รบ ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมตลอดทั้ง Supply Chain โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ กระบวนการผลิต/แปรรูป การจัดเก็บและ การขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค และถึงแม้ว่าในอนาคตสงครามจะจบลงแต่วิกฤตด้านพลังงานก็จะยังคงอยู่กับเรา เป็นเรื่องปกติใหม่ หน่วยงานภาครัฐรวมถึงผู้ประกอบการเองจึงจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยงานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สร้างความตระหนักให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตรูปแบบใหม่ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดการใช้พลังงาน หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือเชื้อเพลิงทางเลือก (Alternative Fuels) ทดแทนการใช้น้ำมัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากภาคอุตสาหกรรมได้นำเทคโนโลยีนวัตกรรม และ AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการผลิต ย่อมจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถก้าวข้ามทุกความท้าทายไปสู่การเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
24 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุก EEC สั่งลุย! ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม ดึง มจพ. ระยอง ติวเข้มบุคลากร สร้างทักษะแห่งอนาคต ปรับตัวตามแนวโน้มอุตสาหกรรมโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุก EEC สั่งลุย! ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม ดึง มจพ. ระยอง ติวเข้มบุคลากร สร้างทักษะแห่งอนาคต ปรับตัวตามแนวโน้มอุตสาหกรรมโลก
จ.ระยอง 18 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานที่จัดกิจกรรมต่อยอดองค์ความรู้ของผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม” โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9) เข้าร่วม ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) อำเภอเมืองระยอง โดยการตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการทดสอบยานยนต์และระบบอัตโนมัติในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรมบุคลากรในหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มุ่งเน้นการสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะตรงตามมาตรฐานสากล ในหลักสูตร "ปั้นโปร EV ให้ดีพร้อม" ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาบุคลากรไปสู่ช่างเทคนิคซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการร่วมมือกับศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม มจพ. ซึ่งศูนย์วิจัยฯ ดังกล่าว เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการแก่บุคลากรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม มีหน้าที่ในการให้บริการด้านงานวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งยังดำเนินการจัดฝึกอบรมภายใต้หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ และหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อเป็นการส่งเสริมการก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 "การมาเยือนศูนย์ RTCI ในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะการปรับตัวสู่เทคโนโลยีสะอาดและดิจิทัล ดีพร้อมมุ่งหวังให้บุคลากรที่ผ่านการอบรมมีทักษะแห่งอนาคตที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจใหม่" อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
24 มี.ค. 2569
ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2569
ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี 2569
สำนักงาน ก.พ.ร. ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจ ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐปี พ.ศ. 2569 เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาบริการภาศรัฐและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสามารถแสดงความเห็นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ได้ที่ลิงก์ ​​​​​​​ https://eoffice.opdc.go.th/l/29f5322e หรือสแกน QR code ที่ปรากฏด้านล่าง #ทุกความเห็นมีความหมาย #อำนวยความสะดวก #betterserservice
20 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” อัปเกรด SMEs เกษตรไทย! ปั้น Young Smart Farmer เสริม Future Skill ปี 69 รุกโมเดลธุรกิจอัจฉริยะแบบ Flexi สร้างรายได้ยั่งยืน
“ดีพร้อม” อัปเกรด SMEs เกษตรไทย! ปั้น Young Smart Farmer เสริม Future Skill ปี 69 รุกโมเดลธุรกิจอัจฉริยะแบบ Flexi สร้างรายได้ยั่งยืน
จ.ระยอง 18 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม” ภายใต้ โครงการการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นางสาวอริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 (DIPROM Center 9) วิทยากร และผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง อำเภอเมือง การอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการอัพสกิล (Upskill) – รีสกิล (Reskill) ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ให้มีทักษะแห่งอนาคต (Future skills) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ สอดคล้องตามนโยบาย “DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เนื้อหาภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมได้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ 1) Digital Marketing & AI: การสร้าง Content การตลาดด้วย AI และการใช้เครื่องมืออัจฉริยะเป็นผู้ช่วยในการทำธุรกิจให้เร็วขึ้น 2) การสร้างแบรนด์: เทคนิคการเปลี่ยนสินค้าเกษตรดั้งเดิมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (Value-Added) 3) มาตรฐานสากล: แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน อย., มผช. และมาตรฐานสากลอื่นๆ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด และ 4) การบริหารจัดการ: แนวทางการจัดตั้งและพัฒนากลุ่ม OTOP และวิสาหกิจชุมชนให้ยั่งยืน “การดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ แต่คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
20 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งประธานอนุกรรมการฯ เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ผ่านสินเชื่อดีพร้อมเปย์ หวังดันยอดปล่อยกู้ทะลุเป้า ปี 68 ชี้ NPL มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งประธานอนุกรรมการฯ เดินหน้าเสริมสภาพคล่อง SME ผ่านสินเชื่อดีพร้อมเปย์ หวังดันยอดปล่อยกู้ทะลุเป้า ปี 68 ชี้ NPL มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
กรุงเทพฯ 17 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร 1 ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และและผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานการอนุมัติสินเชื่อประจำปีบัญชี พ.ศ. 2568 และพิจารณาคำขอสินเชื่อเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ดีพร้อม (Working Capital for SMEs) ในวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากสัตว์และอาหารสำเร็จรูป จำนวน 1 ราย ยื่นขอรับบริการสินเชื่อเพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องสับผสมเนื้อสัตว์ที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตสูงขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมเงินทุนหมุนเวียนของ ศภ.7 ศภ.9 และ ศภ.10 พร้อมทั้งติดตามเร่งรัดความคืบหน้าการอนุมัติและจ่ายเงินกู้ตามมติการประชุมคณะอนุกรรมการฯ “รองอธิบดีดุสิต” ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่แต่ละหน่วยงานกำหนด พร้อมเน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารก่อนเสนอในชั้นของคณะกรรมการ บริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ พิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานและติดตามหนี้ค้างชำระซึ่งสะท้อนได้จากสัดส่วน NPL ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
20 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมรับฟังแถลงผลสำเร็จกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) มุ่งยกระดับการผลิตไทยสู่สากล
“ดีพร้อม” ร่วมประชุมรับฟังแถลงผลสำเร็จกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) มุ่งยกระดับการผลิตไทยสู่สากล
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิชาการ ครั้งที่ 5 กิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดี สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (GMT SMEs) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม Salerno ชั้น 4 โรงแรมเดอะพาลาสโซ ดินแดง ในการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานสรุปผลการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานรับรองที่ดี อาทิ การจัดทำร่างเกณฑ์มาตรฐาน และกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่กลุ่มผู้ให้บริการธุรกิจ (Service Provider) จำนวน 111 คน รวมถึงสรุปผลการตรวจประเมินสถานประกอบการจริงจำนวน 21 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย กิจการขนาดเล็ก (S) 13 แห่ง ขนาดกลาง (M) 6 แห่ง ขนาดใหญ่ (L) 1 แห่ง และขนาด Micro 1 แห่ง โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาใน 5 มิติได้แก่ กระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคมและแรงงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ซึ่งได้กำหนดสัดส่วนน้ำหนักโดยคำนึงถึงความสมดุลของจำนวนเกณฑ์ประเมินย่อย และความสำคัญของมิติที่สะท้อน “การผลิตที่ดี” นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบเกณฑ์มาตรฐานรับรองการผลิตที่ดี รวมถึงแนวทางการตรวจประเมินและการรับรอง โดยได้เสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินย่อย ในหมวดที่ 2 ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อให้มีความเหมาะสมและชัดเจนในการประเมินความสอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดแผนการดำเนินการในระยะต่อไป โดยจะมีการจัดงานพิธีปิดและสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จของกิจกรรมฯ ในช่วงเดือนเมษายน 2569 พร้อมจัดทำคลิปวิดีทัศน์สรุปผลและรายงานในรูปแบบ E-Brochure เพื่อขยายผลองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการผลิตที่ดีของประเทศไทยสู่สาธารณะ ต่อไป
20 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ปฏิรูปองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล เปิดตัวระบบ DIPROM E-Service ใหม่ ยกระดับการให้บริการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
“ดีพร้อม” ปฏิรูปองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล เปิดตัวระบบ DIPROM E-Service ใหม่ ยกระดับการให้บริการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและแนะนำการใช้งานระบบบริการดีพร้อม (DIPROM E-Service) สำหรับผู้ปฏิบัติงานกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting โครงการฝึกอบรมจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมทั่วประเทศ จำนวนกว่า 140 คน ได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทการส่งเสริมอุตสาหกรรม ตลอดจนความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการผ่านระบบ DIPROM E-Service ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถตอบข้อสงสัยของผู้ประกอบการในพื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยมุ่งเน้นการทบทวนฟังก์ชั่นการใช้งานจริง เพิ่มทักษะการใช้งานระบบที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ (On-the-job Training) เพื่อยกระดับการให้บริการผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ได้มีการพัฒนาระบบบริการใหม่ภายใต้แพลตฟอร์มเดิมเพื่อให้สามารถรองรับภารกิจที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ได้แก่ การจองใช้งานเครื่องจักร ระบบฐานข้อมูลงานวิจัยและดัชนีอุตสาหกรรม ระบบบริการข้อมูลและเชื่อมโยงธุรกิจต่างประเทศ และระบบ Smart Chatbot “การพัฒนาระบบดิจิทัล เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนดีพร้อมสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่พร้อมรับความท้าทายตามนโยบาย DIPROM FLEXi ผ่าน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Financial) การพัฒนาพื้นที่ (Localization) การเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) การขยายตลาดส่งออก (Export) และการพัฒนานวัตกรรม (Innovation) โดยการก้าวสู่ระบบ E-Service อย่างเต็มตัวในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของดีพร้อม ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” รองอธิบดีดุสิตกล่าว
20 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ปลุกพลัง “กระแสความนิยมผ้าไทย”  หนุน ผปก.อุตฯ สิ่งทอ พัฒนาและต่อยอดผ้าศิลปาชีพฯ สู่แฟชั่นสร้างสรรค์
“ดีพร้อม” ปลุกพลัง “กระแสความนิยมผ้าไทย”  หนุน ผปก.อุตฯ สิ่งทอ พัฒนาและต่อยอดผ้าศิลปาชีพฯ สู่แฟชั่นสร้างสรรค์
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งมอบวุฒิบัตรและรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตถกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai weave, Trendy vibe) ร่วมด้วย ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ ผู้แทนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ดร.จิราภรณ์ วิริยะพงษากุล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย คุณเจน นำชัยศิริ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณวิวัฒน์ หิรัญพฤกษ์ ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1 บางกอกน้อย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริม “ผ้าทอไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ โดย ดีพร้อม ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ดำเนิน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตถกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe)” ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi “ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการสร้าง “พลังกระแสความนิยม” (Trendy Vibe) ให้ผ้าไทย ด้วยการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ พร้อมยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัย ตอบโจทย์การสวมใส่ได้จริง พร้อมการสื่อสารผ่าน Influencer ด้านแฟชั่น เพื่อสร้างกระแสความนิยมและขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โครงการดังกล่าว เน้นการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกและทักษะผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าจากผ้าไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการผสมผสานเทคนิค เทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ รวมถึงขยายโอกาสทางการตลาด พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ตลอดจนสืบสานความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอพื้นเมืองไปสู่ระดับสากล โดยมีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าแฟชั่นจากผ้าไทยผ่านการคัดเลือก จำนวน 15 กิจการทั่วประเทศ เข้าร่วมบ่มเพาะความรู้พื้นฐานคุณค่าผ้าไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางกลยุทธ์แบรนด์ ไปจนถึงสร้างภาพลักษณ์สินค้าในตลาดยุคดิจิทัล พร้อมศึกษาดูงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายธุรกิจ ตลอดจน Workshop Design Camp ที่เปิดพื้นที่ให้ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ อย่างเข้มข้น และนำไปสู่การประกวดผลงานการออกแบบและนำเสนอผลงานชิงรางวัล พร้อมโล่ประกาศนียบัตร /วุฒิบัตร ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณธัณญนันท์ ภิรมย์นพกิจกุล จากแบรนด์ Bhirom.boutiques รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณรัฐพล ทองดี จากแบรนด์ KRAMPHON และคุณภาสกร ข้ามสาม จากแบรนด์ mohhomphrae และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณณัฐธิดา งามขำ จากแบรนด์ หลงฮักฝ้าย คุณปุณยนุช สัมมาวิภาวีกุล จากแบรนด์ ผ้าฝ้ายก๋องแก้ว และคุณศรัณย์ สรรประเสริฐ แบรนด์ SARAN Handcraft ทั้งนี้ ความสำเร็จของ “DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe” ไม่เพียงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย แต่ยังเป็นต้นแบบการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นเมืองไทยสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ระดับสากล สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังผลักดันผ้าไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ
20 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ชี้โอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เร่งปรับตัวสู่ยานยนต์แห่งอนาคต หรืออุตสาหกรรมระบบราง พร้อมหนุนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“ดีพร้อม” ชี้โอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เร่งปรับตัวสู่ยานยนต์แห่งอนาคต หรืออุตสาหกรรมระบบราง พร้อมหนุนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โอกาส (ใหม่) ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต” สัมมนาแบ่งปัน Best Practice จากผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมี นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 202 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวปาฐกถาถึงโอกาสใหม่ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต โดยชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกำลังเผชิญสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี แม้ว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมกลับไม่ได้ขยายตัวตามศักยภาพ ส่วนหนึ่งเกิดจากนักลงทุนบางรายที่เข้ามาขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ไม่ได้ดำเนินการผลิตจริง จึงไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ แม้การผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การผลิตรถกระบะกลับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งนับเป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากรถกระบะถือเป็น “Product Champion” ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านชิ้นส่วนโครงสร้าง ตัวถัง ระบบขับเคลื่อน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนพื้นฐานของรถเครื่องยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว รวมถึงปัจจัยภายใน/ภายนอกที่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน และผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญ เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางการผลิต การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว “ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนที่สำคัญของภูมิภาคตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การประกอบรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญ (Key Parts) การเป็นศูนย์กระจายสินค้า ไปจนถึงการวิจัย ออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ และการทดสอบที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันภาครัฐยังเดินหน้าผลักดันนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เพื่อสร้างฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สู่ยานยนต์แห่งอนาคต (xEV) โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างมาตรการส่งเสริม ZEV และ xEV ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเชื่อมั่นในศักยภาพการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค นโยบายภาครัฐและกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะคอยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถก้าวผ่านทุกความท้าทายและเติบโตได้อย่างมั่นคงไปพร้อมกัน“ รองอธิบดีดุสิต กล่าวทิ้งท้าย
20 มี.ค. 2569