โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และผ่านออนไลน์ระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ มีการรายงานผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และ ผลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่ง “ดีพร้อม” ได้ขับเคลื่อนและดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ได้ครบถ้วนตามตัวชี้วัดเป็นไปตามมาตรฐาน การบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ผ่านเกณฑ์ การประเมินศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับโล่รางวัลระดับทองแดง ตามเกณฑ์การประเมินผลที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและใช้ประกอบการพิจารณาการส่งผลงาน เข้าประกวดศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นระดับเงินต่อไป ทั้งนี้ คณะทำงานได้มีมติเห็นชอบการเพิ่ม ช่องทางการให้บริการข้อมูลข่าวสารอีก 1 ช่องทาง ได้แก่ Line OA: Dipromlibraryhub เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสงค์ติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสารจากดีพร้อม รวมถึงมอบหมายให้มีการจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้นต่อไป
23 ม.ค. 2569
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้การต้อนรับ Dr. KATO Tomohiko Chief Representative ผู้แทนจากองค์การพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพลังงานใหม่แห่งประเทศญี่ปุ่น (New Energy and Industrial Technology Development Organization: NEDO) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างดีพร้อม และ NEDO ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการหารือครั้งนี้ “รองอธิบดีดุสิต” ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของดีพร้อม ในปี 2569 ภายใต้นโยบาย “DIPROM Flexi” ที่ต้องการให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้วิสาหกิจไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกันถึงการขยายฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Driven Vehicle: xEV) อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ และอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือโครงการความร่วมมือใหม่ที่ดำเนินการในรูปแบบรายโครงการ (Project-based MOU/LOI) ซึ่งจะช่วยให้กลไกความร่วมมือมีความรวดเร็วสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Dr. KATO Tomohiko กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี NEDO ได้มีการดำเนินโครงการสาธิต ในประเทศไทย มากกว่า 30 โครงการ เพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านกองทุนนวัตกรรมสีเขียวและการสนับสนุน Startup/SMEs พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าประเทศไทย คือ พันธมิตรที่สำคัญที่สุด ในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
23 ม.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการการดำเนินงาน "โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)" พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการเร่งด่วน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ซึ่งเป็นโครงการที่เร่งดำเนินการเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ขาดสภาพคล่อง และสูญเสียโอกาสทางการค้า ดีพร้อม จะดำเนินการผ่านกลไกเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาในหลากหลายสาขาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกลไกที่สามารถให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีระบบ รวดเร็ว โดยมีการส่งต่อบริการไปยังหน่วยร่วมและเครือข่ายบริการอื่นๆ ภายใต้ดีพร้อมได้อย่างตรงจุด โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนกว่า 800 ราย ผ่านการดำเนินการเป็น 4 ระยะ คือ (1) คัดกรองสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินระดับความเสียหายของสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการตามความเร่งด่วนและประเภทของปัญหานำไปสู่ (2) การวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในสถานประกอบการ โดยการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่โรงงานหรือสถานประกอบการ เพื่อแก้ไขปัญหาการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน การจัดการสต็อกสินค้าในภาวะวิกฤต และการวางแผนธุรกิจใหม่เพื่อให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมการเสริมแกร่ง องค์ความรู้ ช่องทางตลาด Digital Marketing ด้านการเงิน และการเชื่อมโยงตลาด (3) เจรจาการค้า ผ่านการจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าใหม่ ๆ และการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางการกระจายสินค้าที่ยั่งยืนและมั่นคง และ (4) พัฒนานักวินิจฉัยกว่า 360 คน ได้แก่ กลุ่ม A : นักวินิจฉัยที่มีองค์ความรู้ สามารถให้บริการได้ เพื่อทบทวนพื้นฐานการวินิจฉัยสถานประกอบการ การใช้เครื่องมือการวินิจฉัยสถานประกอบการภายใต้โครงการ รวมถึงแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการ และ กลุ่ม B : ที่ปรึกษาที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวินิจฉัย หรือเจ้าหน้าที่ดีพร้อม โดยดีพร้อม คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 840 ล้านบาท
23 ม.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นางสาวณฐิณี สงกุมาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน นางสาวสาวิตรี เพ็งผาสุก ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบราชการ 1 (สำนักงาน ก.พ.) และคณะ ในโอกาสร่วมประชุมหารือการจัดทำ (ร่าง) คำชี้แจงการแบ่งส่วนราชการภายในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือแผนการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการตามมติ ก.พ.ร. และคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดตั้งหน่วยงานระดับกองขึ้นใหม่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ “กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม (กอ.กสอ.)“ และ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ศว.กสอ.)” ภายใต้กรอบอัตรากำลังเดิมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและแก้ปัญหาการติดหล่มรายได้ปานกลางของประเทศ และเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ (Single Agency) ในการขับเคลื่อนภารกิจเฉพาะด้าน ดังนี้ (1) กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม หรือ กอ.กสอ. มีภารกิจมุ่งเน้นการยกระดับเกษตรกรสู่ "นักธุรกิจเกษตร" ตั้งแต่ "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ" โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) และสารสกัดมูลค่าสูง (Nutraceuticals) พร้อมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกษตรครอบคลุมทั้ง Value Chain ซึ่งโครงสร้างใหม่จะทำให้การมอบหมาย สั่งการและการตัดสินใจมีความรวดเร็วและเป็นเอกภาพมากขึ้น (Specialization) เพื่อให้ผลลัพธ์ (Output) และตัวชี้วัดมีความชัดเจน เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้สูงสุด เน้นการทำงานเชิงรุกผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐเกิดความคุ้มค่า และผลักดันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้เติบโตอย่างยั่งยืน (2) ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ ศว.กสอ. มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทดสอบและพัฒนาวัสดุ (Lab Scale) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ถูก Disrupt เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และวัสดุจากชีวภาพ (Bio-based Materials) โดยใช้จังหวัดลำปางเป็นศูนย์กลาง (Lampang Bio-Hub) เชื่อมโยงฐานทรัพยากรท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่เน้นอุตสาหกรรมวัสดุ (Materials Industry) ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation): เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากร/แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) มาเป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้มข้น (Technology Intensive) และการยกระดับครั้งนี้เพื่อรองรับการเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัสดุแห่งอนาคต ที่เน้นนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ “การปรับโครงสร้างดีพร้อมในครั้งนี้ จะทำให้มีความ "คล่องตัว (Agility)" และ "ยืดหยุ่น (Resilience)" มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้ SME ไทยอยู่รอด สามารถปรับตัว รู้เท่าทันกับกระแสโลก อาทิ ภัยสงคราม ทุนเทา ภัยธรรมชาติอันเกิดจากสภาวะโลกร้อน ด้วยการนำแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) มาขับเคลื่อนและสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการไทยเพื่อดำเนินธุรกิจควบคู่กับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดนี้ จะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลกในระยะยาว” อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
19 ม.ค. 2569
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ (DIPROM SkillUp) ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นางอรพิน อุดมธนะธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 โรงแรม เดอะ บาซาร์ โฮเทล ถนนรัชดาภิเษก กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นสร้างกรอบความคิด เพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ธุรกิจในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะและองค์ความรู้เฉพาะด้าน (Hard Skills) อาทิ เทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และข้อมูลธุรกิจ รวมถึงทักษะทางสังคม (Soft Skills) อาทิ การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการนำเสนอ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจสมัยใหม่ที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูล ความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความตื่นรู้สามารถปรับ กำหนดบทบาท และมีความรู้เชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปบริหารจัดการธุรกิจให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของโลก สำหรับกิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 140 คน โดยมีการบรรยายใน 4 หัวข้อ ดังนี้ 1. “คิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกใหม่ให้ธุรกิจ” เน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สู่สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดย นายตรีชิต เมธารัตนโชติ Co-Founder & CEO บริษัท มีผักดี จำกัด (Veget Deli) 2.”คิดอย่างนักกลยุทธ์ มองอย่างผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต” การแบ่งปันหลักคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อการวางแผนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth 3. “กลยุทธ์พิชิตยอดขายทะลุเป้า” การถ่ายทอดกลยุทธ์ตลาดออนไลน์และการขายยุคใหม่นำไปสู่อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย นายธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และ 4. “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนธุรกิจด้วย AI” การเรียนรู้เครื่องมือ AI ที่จำเป็นสำหรับ SME และเทคนิคการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดย นายธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ Founder & CEO Solution Impact “กิจกรรมในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักและยกระดับความคิดเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยการได้รับฟังแนวคิดจากท่านวิทยากรผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นตัวจริงในแวดวงธุรกิจ จะเป็นการช่วยกำหนดทิศทางและสร้างกรอบความคิดให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด อยู่ได้ และอยู่เป็น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผกผันในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับนโยบาย “DIPROM FLEXI – ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งเน้นการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตจากภายในอย่างยั่งยืน“ อธิบดีณัฏฐิญา กล่าว
19 ม.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งนายโสภณ ชารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุมครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการฯ และผู้ร่วมประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้นำเสนอถึงประเด็นมาตรฐานของไทยว่าควรได้รับการยอมรับในระดับสากล และเห็นควรให้มีการผลักดันข้อตกลงการยอมรับร่วม (MRA) เพื่อแก้ปัญหาการปฏิเสธสินค้าสมุนไพรไทยในบางประเทศ แม้จะผ่านมาตรฐานภายในประเทศแล้วก็ตาม เพื่อให้สินค้าไทยสามารถส่งออกได้ ในส่วนของรายงานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the year ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล และกระชายดำ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยขมิ้นชันมีมูลค่าคาดการณ์ในปี 2569 สูงถึง 799 ล้านบาท ทั้งนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการนำเข้าขมิ้นชันที่มีปริมาณสูงในปัจจุบัน โดยนำเสนอให้มีการส่งเสริมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำผ่านระบบการปลูกที่ผูกพัน และการบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปลูกที่เพียงพอต่อความต้องการและสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการจัดทำ (ร่าง) แผนบูรณาการนำสมุนไพรสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. 2571 และความคืบหน้าการกำหนดรหัสสถิติ สำหรับสมุนไพร เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลการค้าที่เป็นระบบ พร้อมกันนี้ยังได้สรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งพบว่ามีรายการยาจากสมุนไพรเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติแล้วกว่า 131 รายการ และมีการสั่งใช้ยาสมุนไพรในระบบสาธารณสุขสูงถึง 22.55 ล้านครั้ง สะท้อนถึงความสำเร็จในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดูแลสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เนินการยกระดับผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร SMEs ผ่านโครงการ "OPOAI – C Next Steps" ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบหลักจากสมุนไพรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 48.60 และในส่วนของดีพร้อม ได้มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่านการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และมียอดขายขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13 รวมถึงดำเนินกิจกรรมยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรเข้าสู่มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 70 กิจการ ได้มีความรู้ ความเข้าใจในการยื่นรับรองมาตรฐาน GMP นำไปสู่การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในอนาคต
19 ม.ค. 2569
กสอ. ดำเนินการจัดทำแผนฯ พร้อมประกาศนโยบายขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
กสอ. ดำเนินการจัดทำแผนฯ พร้อมประกาศนโยบายขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ได้กำหนดเกณฑ์การประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ จัดทำแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมประกาศนโยบายขับเคลื่อนการเป็นองค์กรคุณธรรม โดยกำหนดคุณธรรมเป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้” และ “ความดีที่อยากทำ” ที่สอดคล้องกับหลักคุณธรรมเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ตามเกณฑ์การประเมินองค์กรคุณธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อยด้วยนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ว่าจะพัฒนาและส่งเสริมจริยธรรมที่สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมจริยธรรมภาครัฐ บทบาทภารกิจ สภาพปัญหาด้านจริยธรรมและวัฒนธรรมองค์กร บุคลากรมีการปฏิบัติตนตามหลักมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม และข้อกำหนดจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในหน่วยงาน ด้วยการปลูกฝังระเบียบวินัย ค่านิยมที่พึงประสงค์ โดยน้อมนำคุณธรรมหลัก 3 ประการ ได้แก่ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนา การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมกันสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทย รวมถึงคุณธรรมที่พึงประสงค์ 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู สำหรับวางรากฐานให้บุคลากรมีส่วนร่วม สร้างสังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน นำไปสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับบุคลากรเป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ ภายใต้องค์กรธรรมาภิบาล ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ จึงได้กำหนดคุณธรรมเป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้” และ “ความดีที่อยากทำ” ดังนี้ 1. ปัญหาที่อยากแก้ ๑.๑ การสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาชนและภาคประชาสังคมในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม 2. ความดีที่อยากทำ 2.1 การเสริมสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.2 การปฏิบัติตนตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม และข้อกำหนดจริยธรรม 2.3 การยกย่องเชิดชู ประกาศเกียรติคุณเจ้าหน้าที่ ที่ทำความดีจนเป็นแบบอย่าง 2.4 การปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม 2.5 การมีจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่น สังคม ประชาชน ส่วนรวม โดยมิหวังผลตอบแทน 2.6 การมีจิตอาสาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 2.7 การสืบสานประเพณี และวิถีวัฒนธรรมไทยอันดีงาม 2.8 การยึดมั่นปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความตั้งใจในการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ต่อไป
16 ม.ค. 2569
“ดีพร้อม” ปั้นทัพข้าราชการยุคใหม่! ชูหลักสูตร General Program for DIPROM Officers-GP ติดอาวุธทักษะเชิงลึก พร้อมส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เติบโต
“ดีพร้อม” ปั้นทัพข้าราชการยุคใหม่! ชูหลักสูตร General Program for DIPROM Officers-GP ติดอาวุธทักษะเชิงลึก พร้อมส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เติบโต
กรุงเทพฯ 9 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรให้กับข้าราชการรุ่นใหม่ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม” (General Program for DIPROM Officers-GP) พร้อมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะเจ้าหน้าที่ (DIPROM) ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) โครงการฝึกอบรม "ความรู้พื้นฐานเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม" มุ่งเน้นการฝึกฝนให้ข้าราชการใหม่ได้ใช้องค์ความรู้ และเรียนรู้การใช้เครื่องมือทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาธุรกิจและเรียนรู้การทำงานแบบมืออาชีพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้เติบโต โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยผู้เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของการเป็นนักส่งเสริม การเชื่อมโยงภารกิจและการส่งต่อบริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้และการ Workshop เพื่อสามารถนำไปช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ของตน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล “บุคลากรของดีพร้อมยุคใหม่ ต้องไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่จะต้องเป็นนักส่งเสริมที่เข้าใจสถานการณ์และสภาพปัญหาของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ สามารถวิเคราะห์ปัญหาของผู้ประกอบการได้อย่างแม่นยำ เพื่อส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์และสร้างความเข้มแข็งในภาคธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้ในโลกยุคใหม่อย่างมั่นคง โดยทุกคนนั้นจะเป็นกำลังสำคัญของทีมดีพร้อมต่อไปในอนาคต” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
13 ม.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบนโยบายขุนพลดีพร้อม วางแผนการทำงานปี 69 เน้นสู่องค์กรความเป็นสมาร์ทภาครัฐ พร้อมกำชับเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบนโยบายขุนพลดีพร้อม วางแผนการทำงานปี 69 เน้นสู่องค์กรความเป็นสมาร์ทภาครัฐ พร้อมกำชับเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 7 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว มีการรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2568) โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติเร่งรัดการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานและการให้บริการผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ผลการใช้จ่ายงบประมาณและการดำเนินงานในภาพรวมของปี 2569 จะเป็นตัวสะท้อนและเชื่อมโยงในการขอรับจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2570 ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ดังนี้ (1) คำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (2) ผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2569 ณ ไตรมาสที่ 1 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568) (3) การพัฒนาและให้บริการระบบสารสนเทศกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ระบบ GDCC e-Office ระบบ DIPROM SME Self Assessment และระบบ Consult Self Declaration) (4) การดำเนินโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์อาหาร (5) การดำเนินกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (6) โครงการการส่งเสริมการรวมกลุ่มรองรับนิคม SME (7) แนวทางการดำเนินงานสตาร์ทอัพ (Startup) ประจำปี 2569 และ (8) การดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ประจำปี 2569 “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โดยเน้นการขับเคลื่อนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและดิจิทัล และความคิดสร้างสรรค์เพื่อรองรับอุตสาหกรรม 5.0 นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะดวก ประหยัด และลดต้นทุนของวัสดุในการปฏิบัติงาน รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ไฟฟ้า รวมถึงการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการปฏิงานให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่องค์กรที่มีความสมาร์ทในอนาคต และในโอกาสนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้กล่าวชื่นชมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของดีพร้อมด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย (1) การขับเคลื่อนผู้ประกอบการและบูณาการความร่วมมือผ่านโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ในเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ (2) ความภาคภูมิใจจากรางวัลต่าง ๆ ได้แก่ 2.1) รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ในระดับกรม ด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs 2.2) รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด” หมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ 2.3) รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริม การจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2568 (ประเภทจ้างงานเกินกว่ากว่ากฎหมายกำหนด) และ 2.4) รางวัลศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ปี 2566 – 2668) อีกด้วย
13 ม.ค. 2569
“รมว.ธนกร” เปิด “บ้านดีพร้อมพระราม 4” โชว์ผลงานปั้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ดึงนวัตกรรม & ความคิดสร้างสรรค์ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ความยั่งยืนรองรับอุตฯ 5.0
“รมว.ธนกร” เปิด “บ้านดีพร้อมพระราม 4” โชว์ผลงานปั้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ดึงนวัตกรรม & ความคิดสร้างสรรค์ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ความยั่งยืนรองรับอุตฯ 5.0
กรุงเทพฯ 8 มกราคม 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม “เปิดบ้านดีพร้อมพระราม 4 (DIPROM Rama IV Open House)“ ร่วมด้วย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ-เอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมต้นกล้า สถาบันพลาสติก ซอยตรีมิตร กล้วยน้ำไท คลองเตย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ควบคู่กับการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ รวมถึงเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการยกระดับทักษะ ฝึกอบรม และเชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อให้มีสมรรถนะ สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 5.0 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้สามารถเติบโตเคียงคู่กับชุมชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ผ่านการทำงานเป็นทีมเดียวกัน ตามนโยบาย “MIND as One” ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบัน และหน่วยงานพันธมิตรภาคีเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม สมาคมต่าง ๆ ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี มาตรฐาน ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเชื่อมโยงปัจจัยการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมอันจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืนในระยะยาว นางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรม "เปิดบ้านดีพร้อมพระราม 4" (DIPROM Rama IV Open House) ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ดึงนวัตกรรม & ความคิดสร้างสรรค์ ดันอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนการให้บริการเครื่องมือใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ โดรน ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทน อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือกับหน่วยงานร่วมดำเนินการที่เป็นคอมมูนิตี้อย่างรอบด้าน นอกจากนี้ มีการนำเสนอบริการของดีพร้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การแสดงผลงานเด่น การอบรมสัมมนา และการจัด Work shop เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต และในโอกาสนี้ รมว.ธนกร ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติก จำนวน 3 ฉบับ ระหว่าง สถาบันพลาสติก ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นการ “ดึง” ศักยภาพและนวัตกรรมจากทุกภาคส่วน และ “ดัน” ผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตควบคู่กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างยั่งยืน
13 ม.ค. 2569