โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
“ดีพร้อม” จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรสุดยิ่งใหญ่ “AgriTech 2025” มุ่งผลักดัน และยกระดับเกษตรไทยสู่ “เกษตรอัจฉริยะ“
“ดีพร้อม” จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรสุดยิ่งใหญ่ “AgriTech 2025” มุ่งผลักดัน และยกระดับเกษตรไทยสู่ “เกษตรอัจฉริยะ“
จ.นครราชสีมา 9 กันยายน 2568 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน Agritech & Agro-Processing Machinery Fair 2025 ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาเชื่อมโยงเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจเกษตรต้นแบบ โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฎ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 (DIPROM Center 6) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูป และสื่อมวลชน โดยมี ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร กล่าวรายงาน ณ ห้องสูงเนิน ศภ.6 กสอ. การจัดงาน Agritech & Agro-Processing Machinery Fair 2025 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ภารกิจและผลงานด้านการส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมของดีพร้อม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และ ผู้ที่สนใจได้เข้าถึงข้อมูลเทคโนโลยีและผู้ให้บริการเครื่องจักรและเทคโนโลยีทางการเกษตร ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ดีพร้อม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดย สถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ดีพร้อม ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาแรงงาน โดย ดีพร้อม มีบริการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี สนับสนุนเครื่องจักรกลางเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและส่งเสริมเครือข่ายให้บริการแก่ผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน
19 ก.ย. 2568
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นและรณรงค์การแจ้งเบาะแสการกระทำการทุจริต (เรียกรับ...เราร้อง)
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นและรณรงค์การแจ้งเบาะแสการกระทำการทุจริต (เรียกรับ...เราร้อง)
โครงการรณรงค์การแจ้งเบาะแสการกระทำการทุจริต (เรียกรับ…เราร้อง) . สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ Thai Private Sector Collective Action Against Corruption (CAC) ได้ริเริ่มโครงการรณรงค์การแจ้งเบาะแสการกระทำการทุจริตขึ้นในปี 2568 ภายใต้ชื่อโครงการ “เรียกรับ…เราร้อง” เพื่อให้หน่วยงาน องค์กร ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจทราบถึงช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เหมาะสม บทบาทหน้าที่และความสำคัญของการแจ้งเบาะแสการกระทำทุจริต ซึ่งการประกาศเข้าร่วมโครงการนี้ จะช่วยลดปัญหาการทุจริตของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงาน/องค์กร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีจำนวนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 882 คน ขอประกาศว่าหน่วยงาน/องค์กร ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์กร มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการและร่วมเป็นส่วนหนึ่งใรการแจ้งเบาะแสการกระทำทุจริต . คำประกาศเข้าร่วมโครงการรณรงค์การแจ้งเบาะแสการกระทำการทุจริต
19 ก.ย. 2568
“ปลัดณัฐพล” ลงพื้นที่น่านนคร ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ สอจ.น่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และให้แนวทางการแก้ไขและป้องกันระยะยาว ”อธิบดีณัฏฐิญา“ ยินดีสนับสนุนส่งทีมดีพร้อมช่วยดำเนินการพัฒนาและฟื้นฟู มุ่งเน้นสร้างสุขให้บุคลากร
“ปลัดณัฐพล” ลงพื้นที่น่านนคร ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ สอจ.น่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และให้แนวทางการแก้ไขและป้องกันระยะยาว ”อธิบดีณัฏฐิญา“ ยินดีสนับสนุนส่งทีมดีพร้อมช่วยดำเนินการพัฒนาและฟื้นฟู มุ่งเน้นสร้างสุขให้บุคลากร
จ.น่าน 10 กันยายน 2568 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมี นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาส อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (สอจ.น่าน) ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดน่านในครั้งนี้ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 14 อำเภอ นับเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อจังหวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากในปีนี้น้ำมาเร็วและมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน อาคารสำนักงาน รวมถึงบ้านพักของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สอจ.น่าน ก็ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่มีการท่วมขังในระดับสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานขึ้นไปไว้ในที่สูงเพื่อให้พ้นจากระดับน้ำ ทำให้มีเพียงตัวอาคารที่ได้รับผลกระทบในส่วนของคราบน้ำและสีที่มีการหลุดร่อนไปบางส่วน สำหรับบ้านพักของข้าราชการก็ได้รับผลกระทบจากโคลนที่มากับน้ำ ต้องมีการเร่งทำความสะอาดหลังจากน้ำลด ทั้งนี้ ในส่วนของการสำรวจความเสียหายของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดน่าน พบว่า มีผู้ประกอบการจำนวน 32 กิจการ ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท เนื่องจากมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ รวมถึงรถยนต์ และอาคารโรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำ และในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้รับผลกระทบจำนวน 19 กิจการ มูลค่าความเสียหาย 14.90 ล้านบาท โดยความเสียหายจะเป็นในส่วนของเครื่องจักร และอุปกรณ์ทางการเกษตร ขณะนี้ สอจ.น่าน อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านมาตรการขอพักชำระหนี้ของกองทุน “ปลัดณัฐพล” พร้อมคณะผู้บริหารได้เดินสำรวจความเสียหายในจุดต่างๆ และให้คำแนะนำในการวางแผนแก้ไขและป้องกันในระยะยาว โดยคาดการณ์ว่า ปัญหาอุทกภัยจากนี้ไปอาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องและมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ในส่วนของพื้นที่อาคารสำนักงานการป้องกันขั้นต้นจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขท่อระบายน้ำ วางระบบเรื่องไฟฟ้า เพื่อใช้สำหรับการติดตั้งระบบสูบน้ำ กรณีที่ระดับน้ำท่วมขังไม่เกิน 60 เซนติเมตร และระยาวอาจต้องมีการก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำ เพื่อสร้างทางให้น้ำไหล ซึ่งจะต้องดำเนินการในภาพรวม ภายใต้แผนการบริหารงานของจังหวัดน่าน นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ให้กำลังใจแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ สอจ.น่าน พร้อมให้การสนับสนุนในการดำเนินงานปรับปรุงและฟื้นฟูในส่วนของอาคารสำนักงาน และบ้านเรือนประชาชน โดยการนำกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าไปร่วมดำเนินการในพื้นที่ อาทิ โครงการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฝึกอบรมช่างซ่อมรถยนต์ ซึ่งจะสามารถเป็นจุดให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เรื่องการแก้ไขซ่อมแซมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นได้
17 ก.ย. 2568
จุดประกายรายได้ ด้วยการเรียนรู้ออนไลน์ รายได้เสริม หรืออาชีพใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
จุดประกายรายได้ ด้วยการเรียนรู้ออนไลน์ รายได้เสริม หรืออาชีพใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
จุดประกายรายได้ ด้วยการเรียนรู้ออนไลน์ รายได้เสริม หรืออาชีพใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป . เพียงแค่เปิดใจเรียนรู้ผ่าน หลักสูตรออนไลน์ฟรี ก็สามารถนำทักษะที่ได้ไปต่อยอดสร้างรายได้จริงจากที่บ้านได้ทันที ปัจจุบัน ตลาดการเรียนออนไลน์ในไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่ากว่า 555 ล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2024 และคาดว่าจะขยายตัวถึงเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2033 สะท้อนให้เห็นว่า “การเรียนรู้ออนไลน์” ได้กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในการ Upskill และสร้างอาชีพของคนไทยยุคใหม่ . หลักสูตรออนไลน์ฟรี 5 สาขา การเริ่มต้นสู่อาชีพผู้ประกอบการ การประกอบอาหารท้องถิ่นตามวิถีชุมชน ทักษะการตลาดออนไลน์ การแปรรูปผลไม้ตามฤดูกาล การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน . จุดเด่น เรียนฟรี 100% ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เหมาะกับทุกกลุ่มวัย ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ​​​​​​​ จบหลักสูตรรับวุฒิบัตรรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ​​​​​​​ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน สมัครเรียนออนไลน์ฟรีได้ที่ https://learnskill.dsd.go.th ระบบ e-Learning เพิ่มโอกาส สร้างรายได้ เพิ่มโอกาส สร้างรายได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ดร.ฐกร พฤฒิปูรณี รองประธารคณะทำงานพัฒนากำลังคนด้านการศึกษาและแรงงานไทย 06 4828 2365 P.thakorn19@gmail.com สำนักงานเลขานุการ นายฆฤณ กันชัย 08 7259 2444 secretariat@ddf-th.com
17 ก.ย. 2568
“ดีพร้อม” อัปสกิลบุคลากรหัตถกรรมสิ่งทอไทย ปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ โชว์ผลสำเร็จชุมชนต้นแบบ 12 คอลเลกชั่นจาก 4 ภูมิภาค สร้างอัตลักษณ์สิ่งทอชุมชนร่วมสมัยให้โตไกลสู่สากล ตามนโยบาย “อธิบดีณัฏฐิญา”
“ดีพร้อม” อัปสกิลบุคลากรหัตถกรรมสิ่งทอไทย ปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ โชว์ผลสำเร็จชุมชนต้นแบบ 12 คอลเลกชั่นจาก 4 ภูมิภาค สร้างอัตลักษณ์สิ่งทอชุมชนร่วมสมัยให้โตไกลสู่สากล ตามนโยบาย “อธิบดีณัฏฐิญา”
กรุงเทพฯ 11 กันยายน 2568 - นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานประชุมนานาชาติหัตถกรรมสิ่งทอไทย 2568 (Thai Craft Connect Symposium 2025) ร่วมด้วย นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์สาขาแฟชั่น ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนจากกรมหม่อนไหม ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) นักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 5 โรงแรมเอส 31 สุขุมวิท งานประชุมนานาชาติหัตถกรรมสิ่งทอไทย 2568 (Thai Craft Connect Symposium 2025) เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการพัฒนาหัตถกรรมสิ่งทอไทยระหว่างนักออกแบบไทยและนักออกแบบต่างประเทศ ภายใต้โครงการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แฟชั่นและหัตถกรรมสิ่งทอระหว่างประเทศ จัดขึ้นเพื่อแสดงผลงานการสร้างสรรค์พัฒนาสินค้าหัตถกรรมสิ่งทอไทยต้นแบบชุมชนจาก 4 ภูมิภาค จำนวน 12 คอลเลกชั่น ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ และขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่นผ่านการเชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญเชิงวัฒนธรรมในอดีต นักออกแบบรุ่นใหม่ชาวไทย และนักออกแบบต่างประเทศ ซึ่งร่วมกันตีความทุนวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่ผ่านการออกแบบที่ร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “ใช้ทุนวัฒนธรรมและสร้างอัตลักษณ์สิ่งทอชุมชน” นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อนำไปต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหัตถกรรมสิ่งทอชุมชน อันจะก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลและโตไกลได้อย่างยั่งยืน สำหรับกิจกรรมการการพัฒนาหัตถกรรมสิ่งทอไทยระหว่างนักออกแบบไทยและนักออกแบบต่างประเทศ” ดำเนินงานตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้กลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ 1) ให้ทักษะใหม่ 2) ให้เครื่องมือทันสมัย 3) ให้โอกาสโตไกล และ 4) ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน ผ่านการพัฒนาศักยภาพของนักออกแบบให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่ผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยเข้ากับมุมมองและความเชี่ยวชาญของนักออกแบบต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้าง Soft Power DNA ของดีพร้อม ที่เน้นการผสมผสานอัตลักษณ์กับ “การสร้างสรรค์และต่อยอด” ให้เกิดเสน่ห์ คุณค่า และเพิ่มมูลค่า ตลอดจน “โน้มน้าว” ให้เกิดการยอมรับ เปิดใจ และต้องการ “เผยแพร่” ให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก ซึ่งกิจกรรมนี้ มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม จำนวน 106 รายทั่วประเทศ นำเข้าสู่กระบวนการให้องค์ความรู้ในทุกมิติ ศึกษาดูงาน สัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างนักออกแบบไทยและต่างประเทศ ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1) ภาคเหนือ ได้แก่ ชุมชนออนใต้ จ.เชียงใหม่ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านป่าตาล จ.เชียงใหม่ และ ชุมชนต้นแบบกลุ่มปัน(PUN) จ.เชียงใหม่ 2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กลุ่มชุมชนทอผ้าพื้นเมืองเชียงหวาง จ.อุดรธานีขวัญตา handicraft จ.หนองบัวลำภู และฅญาบาติก จ.นครราชสีมา 3) ภาคกลาง : กลุ่มทอผ้าศรีอุทุมพร (วัดโพรงมะเดื่อ) จ.นครปฐม กลุ่มทอผ้าวงเดือน ผ้าจกไท-ยวน จ.นครปฐม และ กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง บ้านเกาะแรต จ.นครปฐม และ 4) ภาคใต้ ได้แก่ ดาหลา ปาเต๊ะ จ.สตูล บ้านยวนบาติก จ.สตูล และสตูลบาติก จ.สตูล จนเกิดการสร้างสรรค์พัฒนาสินค้าหัตถกรรมสิ่งทอไทยต้นแบบชุมชนจาก 4 ภูมิภาค จำนวน 12 คอลเลกชั่นที่นำมาจัดแสดงในงานวันนี้
15 ก.ย. 2568
“ดีพร้อมเลิศรัฐ” !! สุดยอดหน่วยงานคว้า “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด” รางวัลเลิศรัฐ ปี 68 สะท้อนความสำเร็จองค์กรแห่งความเป็นเลิศการวางแผนยุทธ์ศาสตร์และสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
“ดีพร้อมเลิศรัฐ” !! สุดยอดหน่วยงานคว้า “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด” รางวัลเลิศรัฐ ปี 68 สะท้อนความสำเร็จองค์กรแห่งความเป็นเลิศการวางแผนยุทธ์ศาสตร์และสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
จ.นนทบุรี 12 กันยายน 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมรับ “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)” ในงานประกาศผลรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 (ภาครัฐอัจฉริยะขับเคลื่อนอนาคต Smart Government & Smart Services: Driving for the Future) โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ให้เกียรติมอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พลังขับเคลื่อนภาครัฐไทยสู่อนาคต ร่วมด้วย นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับกระทรวง กรม ภูมิภาค และสื่อมวลชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลดังกล่าว ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เป็นหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด” หมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งรางวัลดังกล่าว มาจากผลการดำเนินงาน ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่มีแต่ให้” ด้วยกลยุทธ์ 4 ให้ 1 ปฏิรูป ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการจัดทำยุทธศาสตร์ที่รองรับบริบทของการเปลี่ยนแปลง โดยมีการจัดทำแผนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งกำหนดตัวชี้วัดในการติดตามประเมินผลที่ชัดเจน และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ พร้อมถ่ายทอดตัวชี้วัดดังกล่าวไปสู่ผู้ปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาสมรรถนะหลักของบุคลากรให้ดีพร้อมสามารถปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างดี โดย ”ดีพร้อม“ มีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ทั้งในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน ผ่านกลไกสำคัญต่าง ๆ อาทิ ส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ รวมถึงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ลดต้นทุนโลจิสติกส์แบบครบวงจร และยกระดับอุตสาหกรรม S-Curve โดยมีการติดตามและประเมินผลผ่านระบบ DIPROM E-Services เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการทบทวนและจัดทำแผนปฏิบัติราชการเชิงรุกต่อไป นอกจากนี้ ยังมีผลลัพธ์การดำเนินงานที่เป็นเลิศตามนโยบายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนา Soft Power ในสาขาอาหารและแฟชั่น โดยได้พัฒนาทักษะชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการด้านแฟชั่นถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย และพัฒนาแบรนด์สินค้าและขยายโอกาสทางการตลาดสู่สากล ทั้งนี้ “รางวัลเลิศรัฐ” (Public Sector Excellence Awards : PSEA) ถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่มอบให้หน่วยงานที่มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จ มีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1) รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ 2) รางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม และ 3) รางวัลเลิศรัฐสาขา โดยการมอบรางวัลเลิศรัฐให้แก่หน่วยงานภาครัฐ นับเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาระบบราชการที่สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาการให้บริการและการพัฒนาองค์การของภาครัฐ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศในการปฏิบัติราชการที่สามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการเพื่อพลิกโฉมการบริการที่มีมาตรฐาน และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
15 ก.ย. 2568
ดีพร้อม จับมือ มาเยคาว่า (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบโซ่ความเย็น (Cold Chain) และเครื่องจักรแปรรูปเนื้อสัตว์ ช่วยส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล
ดีพร้อม จับมือ มาเยคาว่า (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบโซ่ความเย็น (Cold Chain) และเครื่องจักรแปรรูปเนื้อสัตว์ ช่วยส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล
กรุงเทพฯ 8 กันยายน 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติร่วมประชุมหารือการส่งเสริมภาคการเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ร่วมกับ บริษัท มาเยคาว่า (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม บริษัท มาเยคาว่า จำกัด (MYCOM) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย นายมาเยคาว่า คิซากุ (Mr. Maekawa Kisaku) ปัจจุบันถือเป็นผู้นำด้านการผลิตคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม ออกแบบและติดตั้งระบบทำความเย็นสำหรับอุตสาหกรรม รวมถึงพัฒนาระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยสาร CFC โดยใช้สารทำความเย็นจากธรรมชาติ มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีการผลิตเครื่องจักรแปรรูปเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์เลาะกระดูกอัตโนมัติที่มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง ซึ่งให้บริการแก่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือต่อเนื่องจากการที่ “ดีพร้อม” ได้ไปดูโรงงานผลิตของ บริษัท มาเยคาว่า จำกัด ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการบริหารจัดการระบบโซ่ความเย็น (Cold Chain) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของไทย โดยการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติควบคู่ไปกับการบริหารจัดการระบบโซ่ความเย็น (Cold Chain) ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งเสริมการลงทุน และการยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ความร่วมมือนี้จะสนับสนุนให้ SMEs ไทย สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล อีกทั้งยังจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของไทย ให้มีขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน สอดรับกับนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ด้วยการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาทักษะบุคลากรให้มีความรู้ในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน
15 ก.ย. 2568
“ปลัดณัฐพล” สั่งการ “อธิบดีณัฏฐิญา“ ลงพื้นที่เมืองล้านนา เปิดตัวศูนย์ออกแบบ Thai-IDC ขยายบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ภูมิภาค เดินหน้าปั้นนักออกแบบมือโปร พร้อมให้บริการครบวงจร
“ปลัดณัฐพล” สั่งการ “อธิบดีณัฏฐิญา“ ลงพื้นที่เมืองล้านนา เปิดตัวศูนย์ออกแบบ Thai-IDC ขยายบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ภูมิภาค เดินหน้าปั้นนักออกแบบมือโปร พร้อมให้บริการครบวงจร
จ.เชียงใหม่ 9 กันยายน 2568 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติร่วมแสดงความยินดีในเปิดกิจกรรม “พัฒนาศักยภาพศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (DIPROM Thailand Industrial Design Center DIPROM Thai-IDC Get set Go)” โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวรายงานและร่วมเปิดกิจกรรมดังกล่าว ร่วมด้วย นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนจากหน่วยงานหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 อ.เมืองเชียงใหม่ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดีในการเปิดตัวศูนย์ออกแบบ Thai-IDC ดีพร้อม และเปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้ปรับตัวเข้าสู่วิถีใหม่ โดยเน้นยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมทุกมิติ รวมถึงเชื่อมโยงการบริการให้บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วยการใช้ “หัว” และ “ใจ” ในการให้บริการพร้อมปั้นอุตสาหกรรมให้เติบโตคู่ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยได้มอบหมาย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งดำเนินการขับเคลื่อนและสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนารูปแบบการให้บริการและบุคลากรของศูนย์ DIPROM Thai-IDC เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ พร้อมเชื่อมโยงการบูรณาการกับหน่วยงานเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากการรับจ้างผลิตสู่การออกแบบและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมถึงยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ดีพร้อมเร่งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ 1 ปฏิรูป โดยเฉพาะการปฏิรูปการทำงานในรูปแบบใหม่ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดีพร้อมได้ขยายเครือข่ายศูนย์ให้บริการควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรนักออกแบบ ซึ่งการเปิดศูนย์ DIPROM Thai-IDC ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 (DIPROM Center 1) จ.เชียงใหม่ เพื่อให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยบุคลากรของดีพร้อมที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายศูนย์ DIPROM Thai-IDC ระหว่างส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งการพัฒนารูปแบบและบริการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความสามารถของบุคลากรดีพร้อมในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ อีกทั้ง การให้บริการเครื่องมือและเครื่องจักรต่าง ๆ ที่สนับสนุนการออกแบบอย่างครบวงจร รวมถึงสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์ DIPROM Thai-IDC มีให้บริการในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ - เอกชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อบูรณาการบริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์อย่างครบวงจร ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้บริการด้านการออกแบบแก่ผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายนักออกแบบ และเกิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 320 ล้านบาท
15 ก.ย. 2568
“ปลัดณัฐพล” แอ่วเหนือ ชื่นชม “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดบ้าน “ดีพร้อม” โชว์ศักยภาพ “DIPROM Center 1 Open House 2025” ยกระดับผู้ประกอบการพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ใช้กลไก 4 ให้ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท
“ปลัดณัฐพล” แอ่วเหนือ ชื่นชม “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดบ้าน “ดีพร้อม” โชว์ศักยภาพ “DIPROM Center 1 Open House 2025” ยกระดับผู้ประกอบการพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ใช้กลไก 4 ให้ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท
จ.เชียงใหม่ 9 กันยายน 2568 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสดีพร้อม “เปิดบ้านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 (DIPROM Center 1 Open House 2025) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวรายงานการขับเคลื่อนนโยบายดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้ : ให้เครื่องมือที่ทันสมัย เปิดบ้านศูนย์ฯ ร่วมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 อ.เมืองเชียงใหม่ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้นโยบาย MIND ใช้ “หัว และ ใจ” โดยเฉพาะการบูรณาการทำงานร่วมกันของภาครัฐ-เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างพลังความร่วมมือที่เข้มแข็งตามแนวทาง “MIND AS One” รวมพลังหลอมรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว นำไปสู่การยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลก ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) รับนโยบายข้างต้น จึงจัดกิจกรรม “เปิดบ้านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1” (DIPROM Center 1 Open House 2025) ในครั้งนี้ ที่สะท้อนถึงศักยภาพหน่วยงานในระดับภูมิภาคของดีพร้อม ซึ่งมีบทบาทเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงทั้งในมิติภารกิจ (Function) ประเด็น (Agenda) และพื้นที่ (Area) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ยกระดับผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ตลอดจนยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างเครือข่าย สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ อันจะนำไปสู่การขยายตลาด กระตุ้นให้เกิดการลงทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาวอีกด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ดีพร้อมดำเนินงานภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งปฏิรูปการทำงานในรูปแบบใหม่ ที่สามารถตอบสนองต่อประเด็นเชิงมหภาคของภาคอุตสาหกรรม ผ่านหน่วยงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีศักยภาพที่หลากหลาย ทั้งด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และการค้าการลงทุน “ดีพร้อม” จึงมุ่งพัฒนากลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในภูมิภาคนี้ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรม “เปิดบ้านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1” (DIPROM Center 1 Open House 2025) ซึ่งเป็นการนำเสนอแนวทางที่สอดรับกับกลยุทธ์ “4 ให้” ประกอบด้วย 1) “ให้ทักษะใหม่” ผ่านการเสวนาและบรรยายพิเศษ (Panel Discussion & Keynote Speech) เพื่อนำเสนอนโยบายภาครัฐ เทรนด์เศรษฐกิจโลก และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ 2) “ให้เครื่องมือที่ทันสมัย” ผ่านการบริการต่าง ๆ ของศูนย์ภาคที่ 1 (Service Hub) ไม่ว่าจะเป็นให้คำปรึกษาแนะนำ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทดลองผลิต และเข้าถึงแหล่งเงินทุนของดีพร้อม 3) “ให้โอกาสโตไกล” ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย (Networking Service) เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้พบกับพันธมิตรทางธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจ และ 4) “ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน” ผ่านนิทรรศการและการจัดแสดงผลสำเร็จการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย (1) ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) (2) ความยั่งยืน (Sustainability) (3) สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และ (4) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC - Creative LANNA) ทั้งนี้ จากการดำเนินงานทั้ง 4 ด้าน ที่ผ่านมา ดีพร้อม สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนกว่า 700 ล้านบาท พัฒนาวิสาหกิจไทย จำนวน 647 ราย และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 48,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งตอกย้ำบทบาทของดีพร้อมที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยอีกด้วย
12 ก.ย. 2568
“รองอธิบดีสุรพล” เข้าร่วมเปิดเวทีประกวด 12 ฝัน ปั้นนักธุรกิจอาหาร มุ่งส่งเสริมศักยภาพ ผปก. รุ่นใหม่ จัดโดย กรมคุมประพฤติ X สถาบันอาหาร กระทรวงอุตฯ หนุนก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างยั่งยืน
“รองอธิบดีสุรพล” เข้าร่วมเปิดเวทีประกวด 12 ฝัน ปั้นนักธุรกิจอาหาร มุ่งส่งเสริมศักยภาพ ผปก. รุ่นใหม่ จัดโดย กรมคุมประพฤติ X สถาบันอาหาร กระทรวงอุตฯ หนุนก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 5 กันยายน 2568 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดกิจกรรมประกวดแผนธุรกิจด้านอาหาร ในโครงการ “สร้างฝันธุรกิจอาหาร” โดยได้รับเกียรติจาก นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลฯ พร้อมด้วย พันตำรวจตรีสุรียา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร การจัดกิจกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่กรมคุมประพฤติ ให้ความสำคัญของการสร้างอาชีพที่สุจริตและมั่นคง โดยต่อยอดจากโครงการ Street Food สร้างอาชีพ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งช่วยจุดประกายให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาตนเองและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ แต่ยังพบว่า มีหลายรายที่ขาดความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจและการเข้าถึงแหล่งทุน ทางกรมคุมประพฤติจึงได้ริเริ่มโครงการนี้เพื่อเสริมทักษะให้ครบวงจร ทั้งด้านการตลาด การจัดทำแผนธุรกิจ และการนำเสนอแก่สถาบันการเงิน โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเลี้ยงชีพ แต่เป็นการให้เครื่องมือเพื่อสร้างโอกาสและความภาคภูมิใจในชีวิต โครงการนี้จะช่วยปูรากฐานให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านอาหารอย่างมั่นคง และไม่หวนกลับไปทำผิดซ้ำอีก ซึ่งโครงการนี้มีผู้เข้ารับการอบรมออนไลน์ด้านธุรกิจอาหารกว่า 51 ราย โดยมีผู้ส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดทั้งหมด 32 แผนธุรกิจ และผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งหมดจำนวน 12 แผนธุรกิจ ซึ่งจะได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อปรับใช้ในธุรกิจจริง พร้อมทั้งมีโอกาสชิงเงินรางวัลเพื่อนำไปต่อยอดกิจการในอนาคต โดย กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมมือกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นพลังสำคัญในการเสริมทักษะอาชีพและสร้างโอกาสคืนคนคุณภาพสู่สังคม ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม
11 ก.ย. 2568