โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ได้ที่เว็บไซต์ https://dip.thaijobjob.com หัวข้อ รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 - 9 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขานุการกรม 0 2430 6865 ต่อ 1024-1025
21 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล้วยน้ำไท และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ เป็นรางวัลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและยกย่องผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความโดดเด่นในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถยกระดับสินค้าเดิมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด/ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า การออกแบบที่โดดเด่นทั้งด้านความสวยงามและการใช้งาน รวมถึงการเล่าเรื่องและการสร้างแบรนด์ที่ช่วยสร้างการจดจำ ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจึงถือเป็นต้นแบบของธุรกิจที่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนองค์กร จนต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตได้ นอกจากนี้ รางวัลดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทยในระยะยาว ที่ประชุมฯ ได้มีการรายงานความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานการจัดงานในภาพรวม พร้อมนำเสนอข้อมูลสำคัญเพื่อแจ้งในที่ประชุมทราบและพิจารณาร่วมกัน อาทิ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงาน แผนการดำเนินงาน แนวทางการประชาสัมพันธ์ กระบวนการคัดเลือก ตลอดจนคุณสมบัติและข้อกำหนดต่างๆ ของผู้สมัคร ทั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัล รวมถึงเตรียมแผนการดำเนินงานและพิจารณาขั้นตอนการคัดเลือกผู้ประกอบการ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ จูงใจและสามารถดึงศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ความยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับสากล
19 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานหารือแนวทางการดำเนินการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการรายงานผลให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในแต่ละส่วน เพื่อให้สามารถพัฒนาคะแนนการประเมินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของดีพร้อม โดยในปีนี้ได้เน้นย้ำในด้านอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ โดยมีการคัดเลือกกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย มาดำเนินการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อป้งกันการทุจริต โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในเชิงป้องกัน เพื่อควบคุมและลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส
19 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
จังหวัดนครศรีธรรมราช 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2560 จากการรวมตัวของเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร และยกระดับรายได้ของชุมชน เริ่มต้นจากการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ การลดต้นทุนการผลิต และใช้เทคนิคทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดสวนอย่างยั่งยืนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ โดยพื้นที่อำเภอพิปูนเป็นแหล่งปลูกผลไม้สำคัญ เช่น มังคุด มะไฟกา เงาะ ทุเรียน บางช่วงเมื่อผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ทางกลุ่มจึงนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ทอฟฟี่มังคุด กาแฟผสมผงเปลือกมังคุด ไวน์มังคุด ไวน์มะไฟกา น้ำเชื่อมมังคุด น้ำเชื่อมกุหลาบ น้ำเชื่อมมะม่วงเบา น้ำเชื่อมอัญชัน ทุเรียนกวน และผลไม้อบแห้ง โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ได้รับความช่วยเหลือจากดีพร้อมผ่านโครงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน และกลไกการให้บริการของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม จนนำไปสู่การได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่มังคุด และได้ร่วมออกบูธในงาน “ดีพร้อมเสน่ห์ไทย” เพื่อเปิดตลาดผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น “ดีพร้อม” มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในยุคอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการยกระดับศักยภาพการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
19 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำดื่ม เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคทุกชนิด ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP และ อย. โดยบริษัทฯ มีการเข้าร่วมโครงการของดีพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและดิจิทัลมาใช้ภายในโรงงาน เช่น การพัฒนาระบบลมอัด เพื่อลดการสูญเสียลมในเครื่องจักร (Auto Drain Zero Air Loss) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเข้าร่วมเป็นสถานประกอบการต้นแบบ ภายใต้โครงการ “Smart Factory for Local SMEs Towards Thailand 4.0 through Regional Integrated SME Promotion” โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญประเทศญี่ปุ่น ในการติดตั้งระบบเซนเซอร์นับจำนวนการผลิตน้ำดื่มบรรจุแพ็คเทียบกับปริมาณวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตขวด และนำข้อมูลที่ได้มาใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยสามารถลดต้นทุนและบริหารจัดการพลังงานได้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (Service Provider: SP) ที่ผ่านการพัฒนาจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10) โดยปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น (On-the-job Training) เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของที่ปรึกษาในพื้นที่ให้สามารถให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีศักยภาพ
19 พ.ค. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “รมว.วราวุธ” ถก เครือข่ายนักธุรกิจสายกรีน-BNI  พุ่งเป้า ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “รมว.วราวุธ” ถก เครือข่ายนักธุรกิจสายกรีน-BNI  พุ่งเป้า ดัน SMEs ไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
กรุงเทพฯ - 14 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ กลุ่มธุรกิจ “ความยั่งยืน” หรือ BNI (Business Network International Chapter Sustainable) นำโดย นายสุรชัย พิทักษ์พงษ์ภูธร ประธานกลุ่มเครือข่าย BNI โดยมีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม อก. 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจ BNI ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SMEs และตระหนักดีถึงความสำคัญของการจัดการความยั่งยืน ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสของโลก ทั้งจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติตลอดจนนโยบายของประเทศ BNI จึงเสนอตัวเป็น "Execution Partner" หรือพันธมิตรภาคเอกชนในการนำนโยบายภาครัฐไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงในระดับพื้นที่ และเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปนโยบายและมาตรการสนับสนุน โดยแบ่งเป็น แผนงาน Quick Win ระยะ 3 เดือน และแผนงาน ระยะ 6 เดือน โดยคาดหวังว่าจะช่วยให้ SMEs อยู่รอดและรักษาการจ้างงานทั่วประเทศ รวมทั้งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยน SMEs จากผู้รับจ้างผลิตให้เป็น "ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวมูลค่าสูง" นายวราวุธ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเราต้องให้การสนับสนุน SMEs เพราะถ้า SME อยู่ไม่ได้ ฐานพีระมิดหรือเศรษฐกิจของประเทศก็พัง ดังนั้น กระทรวงฯ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุน SME ที่กล้าปรับตัวสู่ความยั่งยืน รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางการสนับสนุน SMEs ที่สอดคล้องกับข้อเสนอของกลุ่มสมาชิกบีเอ็นไอ โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมีวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สำหรับ SMEs ที่ต้องการปรับปรุงสู่ Green Industry หรือลด Carbon Footprint ส่วนประเด็นด้านการแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และนวัตกรรมที่ติดขัด ทางกระทรวงรับช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ด้านมาตรฐาน มอก. ได้แนะนำให้ทางผู้ประกอบการหารือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านมาตรฐานของสถานประกอบการในอนาคต สำหรับกลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจ BNI ที่ส่งตัวแทนสมาชิกมาพูดคุยในวันนี้ประกอบด้วย 20 บริษัท อาทิ ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ผู้ผลิตเสื้อผ้ารีไซเคิล ผู้รับซื้อเหล็กและอะลูมิเนียมเพื่อการรีไซเคิล ปล่องดักจับฝุ่นและควันลดการปล่อยมลพิษในโรงงาน ที่ปรึกษาด้าน Carbon Footprint ที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ ESG และธุรกิจด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์
19 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ลงใต้ ดันอุตสาหกรรมสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยโลจิสติกส์ ยกระดับผู้ประกอบการ-ชุมชน สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ลงใต้ ดันอุตสาหกรรมสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยโลจิสติกส์ ยกระดับผู้ประกอบการ-ชุมชน สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ บริษัท นทีชัย จำกัด ตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัท นทีชัย จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและสุรากลั่นในเครือไทยเบฟเวอเรจ โดย ดีพร้อมได้ให้การสนับสนุนด้านการวางแผนบริหารจัดการวัตถุดิบหลัก (กากน้ำตาล) ในกระบวนการผลิต การลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในภาคอุตสาหกรรม ด้วยเทคนิคการบริหารจัดการคลังสินค้าและระบบขนส่ง ในด้านพลังงาน บริษัทฯ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตสีเขียวโดยนำกากส่าเหล้าซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาผลิตเป็นพลังงานชีวภาพ (Biogas) และพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทาง BCG และ ESG นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังช่วยส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบโรงงาน ผ่านการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นโรงงานต้นแบบที่ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 9999 ด้านการบริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมในชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำและพลังงานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย “ดีพร้อม” มุ่งเน้นการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ อตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการ โลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างโรงงานและชุมชน ภายใต้การพัฒนาศักยภาพเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนให้ดีพร้อม โดยมีการผลิตผลิตภัณฑ์ ปลาดุกร้า ปลาเปรี้ยว น้ำพริกปลาดุกร้า ในการพัฒนาองค์ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี และการมอบโปรแกรมระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Inventory Management System) ให้กับชุมชนด้วย เพื่อสร้างให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
15 พ.ค. 2569
“วราวุธ” หารือ สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน กำชับโรงไฟฟ้า-โรงงาน เข้มงวด ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ ป้องกันความเสี่ยงต่อระบบอุตสาหกรรมไทย
“วราวุธ” หารือ สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน กำชับโรงไฟฟ้า-โรงงาน เข้มงวด ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ ป้องกันความเสี่ยงต่อระบบอุตสาหกรรมไทย
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นายนพเดช กรรณสูต นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน นำคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เข้าพบ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมหารือนโยบายด้านพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานของอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วม โดย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมในการหารือดังกล่าว ณ ห้องประชุม อก.1 อาคารสํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในโอกาสดังกล่าว นายกสมาคมฯ ได้นำเสนอแนวทางยกระดับพลังงานภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการนำร่อง “ตลาดไฟฟ้าเสรี” รูปแบบ Private Grid และ Microgrid เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้าคงเหลือของโรงงาน SPP ตลอดจนการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับการผลิตไฟฟ้าใช้เอง และการผลิตเพื่อซื้อขาย รวมถึงการผลักดัน “Super License” เพื่อปลดล็อกความล่าช้าในการขอใบอนุญาต ช่วยให้ภาคเอกชนเริ่มเดินเครื่องจักรได้ทันทีหลังก่อสร้างเสร็จ ทางด้าน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยศักยภาพของตนเอง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตเป็นพลังงานสะอาด อาทิ 1) ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) 2) ส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 3) ผลักดันโครงการรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุการใช้งาน และ 4) ผลักดันอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยสนับสนุนการใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ไปผลิตเป็น SAF (Sustainable Aviation Fuel) สำหรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอของภาคเอกชน กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมรับไปหารือร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป อย่างไรก็ตาม รมว.อุตสาหกรรม ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่อง Cyber Security โดยกำชับให้โรงไฟฟ้า และโรงงานต่าง ๆ มีระบบป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบอุตสาหกรรมไทย
15 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งหัวโต๊ะประชุม CIO เดินหน้าธรรมาภิบาลข้อมูล-AI Governance มุ่งสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะ” เต็มรูปแบบ
“รองอธิบดีดุสิต” นั่งหัวโต๊ะประชุม CIO เดินหน้าธรรมาภิบาลข้อมูล-AI Governance มุ่งสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะ” เต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ 8 พฤษภาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งขับเคลื่อนองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยมีคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเด็นการลดบทบาทเรื่อง Data Governance ในคณะกรรมการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CIO) ขณะเดียวกันก็เพิ่มบทบาทด้านธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานและลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ การเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Committee) และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Committee) เพื่อให้ครอบคลุมภารกิจสำคัญอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน รวมถึงแนวทาง ยกระดับคะแนนการประเมินความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล ปี 2569 ซึ่งทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ได้มีการ ปรับปรุงคะแนนใหม่ในบาง Pillar “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้ให้ข้อสังเกตการปรับขึ้นของเกณฑ์คะแนนการประเมินฯ ใน Pillar ที่ 2 กระบวนการพัฒนาด้วยข้อมูล (Data-driven Practices) และ Pillar ที่ 7 เทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ (Digital Technology Practices) โดยเห็นว่า ดีพร้อม มีโครงการด้าน IT ที่สามารถตอบโจทย์ประเด็นในแต่ละ Pillar ได้ครอบคลุมอยู่แล้ว เช่น โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง (DIPROM Data Platform) โครงการพัฒนาระบบบริการกลาง (Workflow Automation) อีกทั้งยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานบนพื้นฐานของข้อมูล และตัวอย่างการนำ Private AI มาประยุกต์ใช้กับการทำงานของกระทรวงในด้านกฎหมายและการให้บริการภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในระบบของตนเอง ทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการตรวจสอบย้อนหลัง พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันทบทวนแผนปฏิบัติการดิจิทัลของ กสอ. (พ.ศ. 2566 - 2570) ประจำปี 2569 เพื่อให้สอดรับกับบริบทและสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงให้ความเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน AI ของ กสอ. (พ.ศ. 2569 -2571) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “องค์กรอัจฉริยะ“ (Intelligent Organization) ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานจากรูปแบบเดิมไปสู่ระบบอัตโนมัติและใช้ AI เข้ามาช่วยในการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรภายในองค์กร นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาการดำเนินงานบนแพลตฟอร์ม “Hot Issues” เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารข้อเท็จจริงและชี้แจงประเด็นสำคัญสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
15 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา“ ผนึก สสว. อบรมทีมนักวินิจฉัยมืออาชีพ เตรียมปล่อยทัพลงพื้นที่ช่วยกอบกู้ SMEs ไทย ฟื้นฟูธุรกิจสู้วิกฤตพลังงาน และวิกฤตเศรษฐกิจปี 69 อย่างตรงจุด
“อธิบดีณัฏฐิญา“ ผนึก สสว. อบรมทีมนักวินิจฉัยมืออาชีพ เตรียมปล่อยทัพลงพื้นที่ช่วยกอบกู้ SMEs ไทย ฟื้นฟูธุรกิจสู้วิกฤตพลังงาน และวิกฤตเศรษฐกิจปี 69 อย่างตรงจุด
กรุงเทพฯ 11 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการฝึกอบรม หลักสูตร “การอบรมผู้เชี่ยวชาญ นักวินิจฉัย (ReView A)” พื้นที่ภาคกลาง ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (สสว.) พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ภูนิลวาลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพิเศษและพัฒนาองค์กร จาก สสว. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม โดย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประกายเพชร โรงแรมเอเชีย การจัดฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างกรอบความรู้ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. ให้แก่ทีมผู้เชี่ยวชาญ และทีมนักวินิจฉัยดีพร้อมในพื้นที่ภาคกลาง รวมจำนวน 60 คน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในทีมนักวินิจฉัยที่จะร่วมลงพื้นที่ เพื่อทำการประเมิน วิเคราะห์และวินิจฉัยสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ Rebuild SMEs ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการทั่วประเทศจำนวน 800 กิจการ โดยจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ สงครามภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น โดยดีพร้อม มุ่งเน้นในการเร่งเยียวยาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ปัญหาธุรกิจ โดยทีมนักวินิจฉัยมืออาชีพ เพื่อที่จะได้แนวทางแก้ไขธุรกิจอย่างตรงจุดและเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแรง ทั้งนี้ ดีพร้อม ได้กำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่จะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ของ SMEs ไว้ ดังนี้ 1) การลดต้นทุน (Cost Reduction) เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานและการบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด (Capacity Utilization) 2) การเพิ่มประสิทธิภาพ (Energy Efficiency เน้นการใช้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์หาจุดที่พลังงานรั่วไหลในกระบวนการผลิต 3) การใช้พลังงานทางเลือก (Alternative Energy) เน้นสนับสนุนการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานทดแทน อาทิ ระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และ 4) การเข้าถึงแหล่งทุน ผ่านการเชื่อมโยงสู่ "สินเชื่อพลังงานดีพร้อม" (DIPROM Energy Efficiency) เพื่อนำไปลงทุนในการปรับปรุงเครื่องจักรและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ดีพร้อม ได้ให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยที่แม่นยำ ซึ่งนับว่าเป็น "กุญแจสำคัญ" ในการฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ โดยการส่ง "นักวินิจฉัย" เข้าไปประเมินธุรกิจ เพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุงและให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจร โดยเน้นการให้คำปรึกษาแนะนำที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การพัฒนาวัตถุดิบและระบบ Smart Farming กลางน้ำ คือ การยกระดับระบบโลจิสติกส์ สต็อกสินค้า และประสิทธิภาพเครื่องจักร และปลายน้ำ โดยการสร้างอัตลักษณ์ผ่านบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ จึงกล่าวได้ว่า “เราไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้เขาอยู่รอด แต่เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ ให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
15 พ.ค. 2569