โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2567
กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2567
วันที่ 27 ตุลาคม 2568 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2567 โดยมีข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย จํานวนทั้งสิ้น 96 ราย จําแนกเป็น ชั้นมหาวชิรมงกุฎ 4 ราย ชั้นประถมาภรณ์ข้างเผือก 25 ราย และชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย 67 ราย จัดโดย กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มี นางนฤมล ลือสุขประเสริฐ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อํานวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 อาคารสํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่ง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่วนราชการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสถานที่ที่เหมาะสม ตามขั้นตอนปฏิบัติของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นับเป็นความปลื้มปิติและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
28 ต.ค. 2568
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือ “อธิบดีกรมการข้าว” พลิกโฉมข้าวไทย สู่ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เสริมแกร่ง productivity ให้เกษตรกรไทยทั่วประเทศ ภายใต้กลไกฮีโร่ ตามแนวทาง ESG
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือ “อธิบดีกรมการข้าว” พลิกโฉมข้าวไทย สู่ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เสริมแกร่ง productivity ให้เกษตรกรไทยทั่วประเทศ ภายใต้กลไกฮีโร่ ตามแนวทาง ESG
กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ในโอกาสเข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านการเพิ่มผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตร โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตข้าว เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานข้าวไทย ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ช่วยปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม และนายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการประชุมดังกล่าว มีการหารือร่วมกันถึงแนวทางในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ข้าวไทย ตั้งแต่การพัฒนาระบบการจัดการ การแปรรูปข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร โดยการบูรณาการในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต การพัฒนานวัตกรรม และการบริหารจัดการเชิงอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการต่อยอด ส่งเสริมให้เกิดการยกระดับการผลิตและพัฒนาข้าวไทยให้มีประสิทธิภาพ และจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดการหมุนเวียน เพื่อพัฒนาให้การเพาะปลูกและแปรรูปข้าวของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาใช้ในการเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากข้าวอย่างครบวงจร โดยเน้นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ (1) RICE Playground สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ข้าวเชิงท่องเที่ยวและนวัตกรรมใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน (2) RICE LAB Bio พัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากข้าว เช่น พลาสติกชีวภาพ สีย้อมธรรมชาติ และวัตถุดิบเครื่องสำอาง (3) RICE LAB Wellness พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง (4) RICE LAB Food ยกระดับอาหารจากข้าว เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม เช่น อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแปรรูป (5) RICE LAB Lifestyle พัฒนาไลฟ์สไตล์โปรดักส์จากข้าว เช่น ของตกแต่ง เครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน และ (6) RICE Collab สร้างเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ผลิตทั้งที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และอุตสาหกรรม ตามแนวทางการพัฒนารอย่างยั่งยืน ในด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และการกำกับดูแลที่ดี (Governance) หรือที่รู้จักกันว่า ESG ซึ่งในการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมในครั้งนี้ นับว่าเป็นการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเพิ่มผลผลิตจากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความยั่งยืน จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับและสร้างความชัดเจนในการดำเนินงานร่วมกัน พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการพัฒนาเกษตรกรรมไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของข้าวไทย ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการผลิตและเทคโนโลยีจากภาคอุตสาหกรรมมาใช้ในการสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถปรับตัวและพัฒนาศักยภาพในการผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต
27 ต.ค. 2568
รมว.ธนกร เยี่ยมชม ATTRIC ชูไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์และยางล้อระดับโลก
รมว.ธนกร เยี่ยมชม ATTRIC ชูไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์และยางล้อระดับโลก
ฉะเชิงเทรา - วันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC (Automotive and Tire Testing, Research and Innovation Center) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค และเป็นฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ในระดับโลก โดยมี นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ พร้อมผู้บริหารสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา “ศูนย์ ATTRIC มีบทบาทสำคัญในการให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรฐาน UN R117 ซึ่งครอบคลุมเรื่องความปลอดภัย สมรรถนะ และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบในต่างประเทศ โดย ATTRIC จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการวิจัยและเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่สำคัญ การลงทุนในศูนย์ฯ จะสามารถดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศได้เป็นจำนวนมาก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในตลาดโลก“ รมว.อุตสาหกรรม กล่าว ในโอกาสนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบสถานีชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบชาร์จไวรุ่นใหม่ล่าสุดจาก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Solutions) ชั้นนำของประเทศ ศูนย์ ATTRIC ถือเป็นโครงสร้างทางปัญญา (Knowledge Infrastructure) สำหรับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าของศูนย์ฯ และได้เยี่ยมชมพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) อาคารห้องปฏิบัติการทดสอบการชน อาคารห้องปฏิบัติการทดสอบยางล้อ และอาคารห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทั้งลานสนามทดสอบ ซึ่งมีผู้ประกอบการยางรถยนต์มาใช้บริการสนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ทั้งนี้ ปัจจุบันศูนย์ฯ มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 80 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการอย่างครบวงจรได้ภายในปี 2570
27 ต.ค. 2568
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังโตโยต้า-เอสซีจีฯ ปั้นเอสเอ็มอีไทย สู่สุดยอดโลจิสติกส์ยุคใหม่ ลดต้นทุน-ลดคาร์บอน
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังโตโยต้า-เอสซีจีฯ ปั้นเอสเอ็มอีไทย สู่สุดยอดโลจิสติกส์ยุคใหม่ ลดต้นทุน-ลดคาร์บอน
กรุงเทพฯ 17 ตุลาคม 2568 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาและศึกษาดูงานหัวข้อ "เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าด้วยระบบ TMS และแนวคิด Toyota Production System (TPS) โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กล่าวรายงาน และ Mr. Minoru Chida Executive Vice President-Chief Operating Officer กล่าวที่มาของความร่วมมือ ร่วมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสซีจี เจดับบลิวดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) วิทยากร พร้อมด้วยผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม BSC ชั้น 1 อาคารกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ดีพร้อม พระราม4 (DIPROM Rama IV Campus) การสัมมนาและศึกษาดูงานหัวข้อ "เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าด้วยระบบ TMS และแนวคิด Toyota Production System (TPS)" เป็นการดำเนินงานภายใต้กิจกรรม Commercial Japan Partnership Technologies Corporation (CJPT) ที่ดีพร้อม บูรณาการร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสซีจี เจดับบลิวดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในการจัดเส้นทางและน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสม (Route & Load Optimization) ผ่านระบบ Highly Efficient Transportation Operation Support System (E-TOSS) ซึ่งเครื่องมือนี้เป็นการนำแนวคิด Toyota Production System (TPS) เข้ามาช่วยบริหารจัดการการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า จะส่งผลต่อการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบาย "ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้" ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยด้วยการให้ทักษะใหม่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะในเรื่องโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงซัพพลายเชน มีผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 39 คน จาก 22 กิจการ ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมมนาและศึกษาดูงาน จะมีการคัดเลือกสถานประกอบการ 5 กิจการ เพื่อวิจัยสภาพปัญหาและความเป็นไปได้ในการใช้ระบบ E-TOSS และจะคัดเลือกสถานประกอบการ 2 กิจการ เพื่อรับคำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและทดลองใช้ระบบ E-TOSS ในสถานประกอบการจริงต่อไป
27 ต.ค. 2568
อธิบดีณัฏฐิญา เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จแทนพระองค์ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
อธิบดีณัฏฐิญา เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จแทนพระองค์ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เป็นผู้แทน เข้าเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินแด่พระภิกษุสงฆ์จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และประชาชนเฝ้ารับเสด็จด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ธำรงไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของชาติสืบไป
22 ต.ค. 2568
“ธนกร” นำทีม ก.อุตฯ เปิด Phuket Veggie & Vogue Fair 2025 ดันนวัตกรรมอาหาร–แฟชั่นเจภูเก็ต สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่เทศกาลระดับโลก ร่วมพิธียกเสาโกเต้ง สืบสานประเพณีถือศีลกินผัก 134 ปี คาดเงินสะพัดกว่า 15,000 ล้านบาท
“ธนกร” นำทีม ก.อุตฯ เปิด Phuket Veggie & Vogue Fair 2025 ดันนวัตกรรมอาหาร–แฟชั่นเจภูเก็ต สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่เทศกาลระดับโลก ร่วมพิธียกเสาโกเต้ง สืบสานประเพณีถือศีลกินผัก 134 ปี คาดเงินสะพัดกว่า 15,000 ล้านบาท
จังหวัดภูเก็ต - 20 ตุลาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมแสดงนวัตกรรมอาหารและแฟชั่นเจภูเก็ตประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต (Phuket Veggie & Vogue Fair 2025) มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของผู้ประกอบการอาหารและอาภรณ์ในเทศกาลถือศีลกินผัก กับผู้บริโภคและธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเทศกาลดังกล่าวให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ “MIND Pavilion” และ “Creative Veggie Market“ และพบปะผู้ประกอบการ รวม 26 ราย โดยมี นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงานฯ ซึ่งมี นายศรันศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับคณะฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะผู้บริหารฯ เป็นประธานในพิธียกเสาโกเต้ง เริ่มเทศกาลกินเจของศาลเจ้าแสงธรรม พิธีป้างเอี๋ย (ปล่อยขุนพลทหาร) และอัญเชิญตะเกียง 9 ดวง ซึ่งมี นายสมยศ วงศ์บุญยกุล ประธานกรรมการศาลเจ้าฯ ให้การต้อนรับ ณ ศาลเจ้าแสงธรรม ถนนพังงา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต สำหรับประเพณีถือศีลกินผักของชาวจังหวัดภูเก็ต เป็นเทศกาล (Festival ) ระดับโลก สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 1,000,000 คน มีเงินสะพัดประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยศาลเจ้าแสงธรรม มีอายุกว่า 134 ปี นับเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ในเขตเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณถนนพังงาและถนนถลาง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน ถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจ และเป็นแลนด์มาร์กของเขตเมืองภูเก็ต
22 ต.ค. 2568
รับสมัครเจ้าหน้าที่จ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา
รับสมัครเจ้าหน้าที่จ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา
กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครแล้ว ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่จ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจอุตสาหกรรมไทย . เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 4 พฤศจิกายน 2568 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ 6 พฤศจิกายน 2568 สอบสัมภาษณ์วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 . วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา ใช้โปรแกรม Microsoft Office ได้ดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี ทำงานเป็นทีมได้ สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้ . ส่งใบสมัครทางอีเมล info.bdsu@gmail.com สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณนวลพรรณ 0 2430 6869 ต่อ 1256-58 วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น.
21 ต.ค. 2568
“ดีพร้อม” ปลุกพลังสร้างสุข ดัน SMEs เข้าร่วมกิจกรรม เลิกเหล้า-บุหรี่ ออมเงิน ได้ผลกว่า 17 ล้าน ขึ้นแท่น วิสาหกิจต้นแบบ SHAP ประจำปี 2567
“ดีพร้อม” ปลุกพลังสร้างสุข ดัน SMEs เข้าร่วมกิจกรรม เลิกเหล้า-บุหรี่ ออมเงิน ได้ผลกว่า 17 ล้าน ขึ้นแท่น วิสาหกิจต้นแบบ SHAP ประจำปี 2567
กรุงเทพฯ 16 ตุลาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ช่วยปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลวิสาหกิจต้นแบบ โครงการ SHAP ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามแนวทางมาตรฐานองค์กรแห่งความสุข ร่วมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สสส.) ผู้บริหารจากสถานประกอบการ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม ทีเค. แกรนด์คอนเวนชั่น ชั้น 6 อาคาร ทีเค. แกรนด์คอนเวนชั่น รางวัลวิสาหกิจต้นแบบโครงการ SHAP คือ รางวัลที่มอบให้กับสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นในด้านผลิตภาพและสุขภาวะองค์กร จากโครงการส่งเสริมผลิตภาพและสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Happy and Productivity Workplace : SHAP) โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ดำเนินโครงการ SHAP ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีความมุ่งมั่นในการยกระดับผู้ประกอบการไทยผ่านกลยุทธ์ "4 ให้ 1 ปฏิรูป" ได้แก่ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล และให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีสุขภาวะที่ดีควบคู่กับการยกระดับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย “รองเลขาฯ พลาวุธ” ได้ให้เกียรติมอบรางวัลวิสาหกิจต้นแบบ SHAP เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ SMEs รายอื่น ๆ ซึ่งในปีนี้มีสถานประกอบการส่งใบสมัครเข้าร่วมประกวด จำนวน 50 แห่ง ผ่านเกณฑ์รางวัลวิสาหกิจต้นแบบโครงการ SHAP จำนวน 48 กิจการ แบ่งเป็น ประเภทรางวัลวิสาหกิจต้นแบบ ระดับเพชร 3 กิจการ ระดับแพลทินัม 12 กิจการ ระดับทอง 20 กิจการ รางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบระดับดีเด่น 2 กิจการ และรางวัลวิสาหกิจต้นแบบ ระดับสุขสร้างสรรค์ 11 กิจการ (สละสิทธิ์ 2 กิจการ) และผลการดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตบุคลากรในสถานประกอบการมีในหลายด้าน อาทิ กิจกรรมการลดบุหรี่ ส่งผลให้มีผู้ที่สามารถเลิกสูบบุหรี่จำนวน 51 คน ลดค่าใช้จ่ายได้ 330,320 บาท และผู้ที่ลดการสูบบุหรี่จำนวน 1,748 คน ลดค่าใช้จ่ายได้ 762,490 บาท พร้อมสร้างสมดุลชีวิต ทำให้มีดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ดีขึ้น กิจกรรมการออมสามารถทำให้เกิดการออมเงินได้ 17,335,091 บาท และกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 7,296 คน ทำให้มีผู้ที่สามารถเลิกดื่มเหล้าได้ 190 คน โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 771,156 บาท
20 ต.ค. 2568
ดีพร้อม” โชว์ความสำเร็จสร้าง Hidden Gems ยกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนฯ ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทย รังสรรค์ 93 เมนู เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาท
ดีพร้อม” โชว์ความสำเร็จสร้าง Hidden Gems ยกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนฯ ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทย รังสรรค์ 93 เมนู เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาท
จ.ปทุมธานี 15 ตุลาคม 2568 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานมอบโล่รางวัลและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทย (ภาคกลางและภาคตะวันออก) โดยมี นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงานและมอบวุฒิบัตร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนินท์ มีมนต์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผู้ประกอบการร้านอาหาร และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องธัญบุรี 1 โรงแรมโนโวเทลกรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โชว์ความสำเร็จสร้างร้านอาหารชุมชน (Hidden Gems) ผ่าน “โครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทย (Local Chef Restaurant) (ภาคกลางและภาคตะวันออก)“ จำนวน 31 ร้าน โดยการเพิ่มทักษะในด้านต่าง ๆ อาทิ การคำนวณต้นทุน การบริหารจัดการของเสีย เทคนิคการประกอบอาหาร และสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อนักท่องเที่ยว (เมนูอาหารถิ่น (Amazing Thai Taste)) รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจร้านอาหารและต่อยอดสู่ธุรกิจอื่น ๆ แบบมืออาชีพ พร้อมรังสรรค์เมนูอาหารจากพลังสร้างสรรค์ จำนวน 93 เมนู อาทิ ปลากะพงทอดซอสพะแนง ร้านเดือนโต๊ะเดียว จ.สมุทรสาคร ทอดมันหน่อกะลาปลาแซลมอน ร้าน Sweet Poppy จ.นนทบุรี ยำเมี่ยงตะไคร้กลีบบัว ร้านแกะกะบัว จ.ปทุมธานี แกงเผ็ดผักไห่ยัดไส้ ร้านเสี่ยงเบ้งฟาร์ม บาย มาดามแอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา และปลาช่อนฟู ร้านชัยครับ จ.ฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกร้านอาหารชุมชน จำนวน 9 ร้าน เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย สำหรับการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสร้างสรรค์และต่อยอดผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มีคุณภาพ โดดเด่น แตกต่าง มีอัตลักษณ์ และผ่านการสร้างเรื่องราว (Story Telling) ที่น่าสนใจ พร้อมทั้งการพัฒนาเมนูอาหารถิ่นยอดนิยมให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทำให้ชุมชนมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์อาหารของตนเอง และสามารถต่อยอดกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ ตลอดจนเชื่อมโยงร้านอาหารชุมชนกับสื่อออนไลน์ โดยอาศัย Food Blogger และ Influencer เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน สร้างเครือข่ายเชฟชุมชนที่เข้มแข็ง และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 140 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนีตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยใช้กลไกซอฟต์พาวเวอร์ของดีพร้อม ได้แก่ 1) การสร้างสรรค์และต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม 2) โน้มน้าวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับ และ 3) เผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ สู่สาธารณะในวงกว้าง ซึ่งในปี 2568 ดำเนินการครอบคลุมทั่วประเทศใน 4 ภูมิภาค โดยสะท้อนภาพซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยผ่านการใช้วัฒนธรรมและวัตถุดิบในแต่ละพื้นถิ่นมาสร้างสรรค์ให้ทันสมัย รวมถึงสร้างพื้นที่ให้เชฟท้องถิ่นและผู้ประกอบการชุมชนได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และพัฒนาเมนูพื้นถิ่นให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
17 ต.ค. 2568
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังสถาบันอาหาร ผสานกลไกเร่งเครื่อง ฮาลาล-เกษตรอุตฯ พร้อมดัน Made by Thai หนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
“ดีพร้อม” ผนึกกำลังสถาบันอาหาร ผสานกลไกเร่งเครื่อง ฮาลาล-เกษตรอุตฯ พร้อมดัน Made by Thai หนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
กรุงเทพฯ 14 ตุลาคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กับ สถาบันอาหาร นำโดย นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร พร้อมคณะ โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม(DIPROM) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการหารือครั้งนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายหลักระดับกระทรวงและรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล และเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยการขับเคลื่อนนโยบายฮาลาลของประเทศ ดีพร้อมได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งในการปฏิบัติงานยังคงมีข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งในส่วนของโครงสร้างบุคลากรและการขอรับงบประมาณ โดยยังคงต้องการแรงสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายในการร่วมขับเคลื่อนการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลให้เป็นรูปธรรมต่อไป ในส่วนของการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม ดีพร้อมมุ่งเน้นการขับเคลื่อนใน 3 มิติ ได้แก่ มิติเชิงพื้นที่ มิติระดับฐานราก และมิติการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเห็นว่าสถาบันอาหารสามารถเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและชีวภาพ (Bio) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติเชิงพื้นที่ ร่วมกับการดึงกลไกต่าง ๆ ของดีพร้อมเข้ามาส่งเสริม อาทิ ซอฟต์พาวเวอร์ บรรจุภัณฑ์ ระบบโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืน พร้อมส่งต่อผู้ประกอบการไปยังหน่วยงานเครือข่ายในภูมิภาค อาทิ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อร่วมกันผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่มีมาตรฐาน สามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ในโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ได้ พร้อมกันนี้ มีการหารือถึงแนวทางการเร่งผลักดัน ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industry Transformation Center: ITC) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP รวมถึงการยกระดับและแบ่งปันฐานข้อมูลผู้ประกอบการระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อร่วมกันทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ผ่านศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thai-IDC) ที่มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน ตลอดจนมีความสะดวก ความสวยงาม สร้างความน่าสนใจ และช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายได้อีกทางหนึ่งด้วย
17 ต.ค. 2568