โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
ITA ปี 2569
ITA ปี 2569
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM)
23 เม.ย. 2026
“รมว.วราวุธ” กางโรดแมป “ONE MIND” พลิกอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ ปั้น 4 เสาหลัก ดันเศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัลเชื่อมโลก คุณภาพชีวิต ยกระดับเอสเอ็มอีสู่ Global Value Chain
“รมว.วราวุธ” กางโรดแมป “ONE MIND” พลิกอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ ปั้น 4 เสาหลัก ดันเศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัลเชื่อมโลก คุณภาพชีวิต ยกระดับเอสเอ็มอีสู่ Global Value Chain
กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมด้วย นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น Zoom Meeting โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : กระทรวงอุตสาหกรรม Facebook : ท็อป วราวุธ ศิลปะอาชา และ Facebook / YouTube / TikTok : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการโดยเน้นย้ำความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนด้วยหลักการ “ONE MIND” หรือการรวมพลังทุกหน่วยงานในกระทรวงให้สื่อสารและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจโลกและคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งพลิกโฉมกระทรวงอุตสาหกรรม โดยวางโครงสร้างการทำงานใหม่ ประกอบด้วย เสาที่ 1 People Engagement การฟังเสียงประชาชน ยุติความเดือดร้อนด้วยระบบช่องทางรวมทุกปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว พร้อมระบบติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาแบบรายเดือน เสาที่ 2 Policy Execution วางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาล ตั้งเป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งดิจิทัล AI, เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ EV การแพทย์และสุขภาพ ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรในพื้นที่ชุมชน พร้อมสร้างอาชีพ และสร้างสะพานเชื่อมทักษะให้กับคนไทย โดยเฉพาะนักศึกษา ผู้สูงอายุ คนพิการ วิสาหกิจชุมชน SME พร้อมผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอัจฉริยะ "New Engine" ให้เป็นพรีเมียม สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ดันไทยเป็น Medical Food Hub ของเอเชีย และผลักดันผ้าไทยและงานคราฟต์สู่แบรนด์สากล รวมถึงดิจิทัลเทคโนโลยีจะดึงเม็ดเงินลงทุน Data Center & Cloud Services ระดับโลก โดยเร่งสร้างระบบนิเวศ ของ EV และระบบซื้อขายคาร์บอน เสาที่ 3 Legal Reform ผ่านระบบราชการทันใจ เป้าหมาย คือ จะต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน มุ่งเป้ามาตรฐาน OECD ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง มีการประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ และรายงานความก้าวหน้าให้ รวอ. และที่ประชุมผู้บริหารของกระทรวงทุกเดือน และเสาที่ 4 สุดท้าย Minister’s Passion คือ โจทย์สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ นโยบายผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับโลก และสืบสานต่อยอดจากฐานเดิมที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยวางฐานรากไว้ เช่น จากอิสเทิร์นซีบอร์ดสู่โครงการ EEC ขณะเดียวกัน ยังมีกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือ การตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสภาพัฒน์ฯ และ BOI พร้อมผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SME รวมทั้งการรีสกิลและอับสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิตรองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ "Passion ของผม คือ การตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป เราจะเปลี่ยนความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของคนไทยทุกคน" นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย
23 เม.ย. 2026
‘วราวุธ’ นำทีมอุตสาหกรรมขานรับนโยบายงบปี 70 ชูนโยบาย 10 พลัส เร่งปรับตัวรับโลกผันผวน
‘วราวุธ’ นำทีมอุตสาหกรรมขานรับนโยบายงบปี 70 ชูนโยบาย 10 พลัส เร่งปรับตัวรับโลกผันผวน
จังหวัดนนทบุรี - 20 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมทุกหน่วยงาน ร่วมประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายกรัฐมนตรีฯ ระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1. เศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม 2. การต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก เร่งผลักดันเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 3. สังคม ยกระดับการศึกษา สุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน ผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส 4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ยกระบบบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส 5. การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเน้นย้ำให้ใช้จ่ายงบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจัง พร้อมกำหนด “กฎเหล็ก” ว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน และการปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็น ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย (Thailand Future Fund) และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาทิ การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ Hybrid ในภาครัฐ รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว อีกทั้ง รัฐบาลยังให้ความสำคัญของการรักษาอธิปไตยของประเทศ โดยต้องเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยและเพียงพอ ทั้งนี้ ขอให้กองทัพร่วมกับสำนักงบประมาณวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของชาติ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ
21 เม.ย. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ปี 69 รดน้ำขอพร รมว.วราวุธ พร้อมทำงานตามแนวทาง “อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว”
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ปี 69 รดน้ำขอพร รมว.วราวุธ พร้อมทำงานตามแนวทาง “อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว”
กรุงเทพฯ - 16 เม.ย. 69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ารดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ไทยอันดีงาม และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำขอพร นายวราวุธฯ ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงาน พร้อมทั้งให้พรแก่ข้าราชการให้ประสบพบเจอแต่สิ่งที่ดี มีความสุข มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เพื่อที่จะมีพลังในการขับเคลื่อนงานและรับใช้พี่น้องประชาชนในทุกระดับอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนี้ นายวราวุธ ยังได้เน้นย้ำถึงการผลักดันอุตสาหกรรมหนึ่งเดียว โดยขอให้ชาวอุตสาหกรรมทุกคนทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี กลมเกลียว ไม่แบ่งแยกว่าเป็นกรมใดกรมหนึ่ง แต่ให้มองเป้าหมายของกระทรวงเป็นที่ตั้ง เพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการบริการประชาชน “ผมสัญญาว่าจะขอทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีที่ดีต่อเพื่อนข้าราชการทุกคน และพร้อมที่จะรับฟังความรู้ คำแนะนำจากท่านปลัด รวมถึงเพื่อนๆ ชาวอุตสาหกรรม เพื่อให้เราเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง” นายวราวุธฯ กล่าวทิ้งท้าย
17 เม.ย. 2026
“รองอธิบดีดุสิต” นำประชุมคณะกรรมการพลังงานดีพร้อม ขับเคลื่อนมาตรการลดใช้พลังงานทั้งองค์กร
“รองอธิบดีดุสิต” นำประชุมคณะกรรมการพลังงานดีพร้อม ขับเคลื่อนมาตรการลดใช้พลังงานทั้งองค์กร
กรุงเทพฯ 31 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการด้านการจัดการพลังงานและการลดใช้พลังงาน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานข้อมูลผลการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการ พลังงาน ประจำปี 2567 โดยอาคาร กสอ. เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายสำหรับอาคารควบคุม (กลุ่มอาคารภาครัฐ) ซึ่งผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนกำหนด พร้อมทั้งนำเสนอรายงานการจัดการ พลังงานอาคาร กสอ. ประจำปี 2568 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาการกำหนดมาตรการประหยัดพลังงาน และการปรับรูปแบบการใช้พลังงานให้เหมาะสม ทั้งมาตรการลดการใช้ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง ลิฟต์โดยสาร เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ รวมถึงมาตรการประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม มาตรการประหยัดพลังงานของดีพร้อมจะประสบความสำเร็จได้ย่อมต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรภายในองค์กรทุกระดับ “ในขณะนี้สถานการณ์ด้านพลังงานมีความผันผวนอย่างมากและมีแนวโน้มยาวนาน ขอฝากย้ำให้เจ้าหน้าที่ดีพร้อมทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ร่วมกันประหยัดและช่วยกันดูแลการลดใช้พลังงานให้เป็นไปตามมาตรการและแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งในมุมของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและประชาชนไทย เพื่อช่วยให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในระยะยาว” รองอธิบดีดุสิตกล่าว
17 เม.ย. 2026
ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ “Thailand - Japan Business Matching Event in Tokyo 2026" ในธีม Factory Solutions ที่จะจัดขึ้นแบบ On-site
ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ “Thailand - Japan Business Matching Event in Tokyo 2026" ในธีม Factory Solutions ที่จะจัดขึ้นแบบ On-site
ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ “Thailand - Japan Business Matching Event in Tokyo 2026" ในธีม Factory Solutions ที่จะจัดขึ้นแบบ On-site ดำเนินการโดย : กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) สำหรับผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีความสนใจ ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานในการผลิต/การบริหาร/การจัดการสิ่งแวดล้อม ต้องการปรับปรุงสภาพแวดล้อม/สิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ กำลังจัดหา/ต้องการเครื่องจักร เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมจากญี่ปุ่นไปใช้ในสถานประกอบการ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมฯ ฟรี ภายในวันที่ 10 เม.ย. 2569 ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก (สูงสุด 10 บริษัท) จะได้รับการสนับสนุน ดังนี้ นัดหมายเจรจาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทคู่ค้าชาวญี่ปุ่น 7-10 บริษัท พร้อมล่ามแปลภาษา เงินอุดหนุนสำหรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และที่พัก* ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สำหรับระยะเวลา 3 วัน 2 คืน *มูลค่า 250,000 เยน* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ผู้จัดกำหนด)
17 เม.ย. 2026
”วราวุธ“ ร่วมแสดงยินดี ข่าวสด ก้าวสู่ปีที่ 36
”วราวุธ“ ร่วมแสดงยินดี ข่าวสด ก้าวสู่ปีที่ 36
9 เม.ย.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์ข่าวสด เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้ง ก้าวสู่ปีที่ 36 โดยมี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารในเครือมติชน-ข่าวสด ร่วมต้อนรับ ณ อาคารข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
09 เม.ย. 2026
‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน
‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน
วันที่ 7 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ถือโอกาสเข้ามาทักทายข้าราชการกระทรวงฯ และพูดคุยนโยบายเบื้องต้นก่อนการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ท่านบรรหารเคยดำรงตำแหน่ง ถือว่าเป็นโอกาสได้มาสานงานต่อ โดยในเบื้องต้นได้ให้นโยบายไปว่าการทำงานในช่วงวิกฤตินี้ต้องทำให้เร็ว ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤติ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เมษายนนี้ เบื้องต้นเราจะสนับสนุนโรงงานทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีให้หันมาใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการติดตั้งโซลาร์เพื่อลดใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยจะมีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านเครื่องมือ ทั้งสินเชื่อจากกองทุน เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สินเชื่อดีพร้อมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ซึ่งจะต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ “อุตสาหกรรมยุคนี้จะเดินด้วย ONE MIND คืออุตสาหกรรมเป็นหนึ่งเดียว และได้บอกข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมไปว่า เตรียมเปลี่ยนรองเท้าหนังเป็นรองเท้าผ้าใบ วิ่งลุยงานไปด้วยกัน และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วง” นายวราวุธ กล่าว
09 เม.ย. 2026
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
กรุงเทพฯ 2 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมนานาชาติด้านยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) 2026 โดยมี Mr.Wan Gang ประธานสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย Mr.Zhang Jianwei เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย Mr.Zhang Jinhua ประธานสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) เป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ สนับสนุนความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความร่วมมือ BRI (Belt and Road Initiative) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังผลักดันเพื่อเชื่อมโลกผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการลงทุน ซึ่งการที่ประเทศจีนเลือกไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าจีนได้ให้ความสำคัญกับไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญของจีน ที่มีความโดดเด่นทางด้านชิ้นส่วนยานยนต์ คุณภาพแรงงาน และนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการก้าวไปสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) หรือยานยนต์แห่งอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง เช่น การจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) แห่งแรกในอาเซียน และห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ด้วยการบริหารจัดการยานยนต์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนระบบการขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ มีประสิทธิภาพสูง และมีความปลอดภัยในอนาคต
08 เม.ย. 2026