โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
เนื้อปูม้าแกะ คุณภาพดี พร้อมรับประทาน
เนื้อปูม้าแกะ คุณภาพดี พร้อมรับประทาน
กว่า 18 ปีที่คุณอุไร สุขสวัสดิ์ รับช่วงกิจการแพประมงต่อจาก คุณพ่อคุณแม่ เรียกว่าเป็นทายาทรุ่นที่สองที่มีแนวความคิดและการพัฒนาธุรกิจที่แตกต่าง จนสร้างการเติบโตให้กับห้างหุ้นส่วนจํากัด โชคอุดมรัชฎ์ 118 สู่การกลายเป็นผู้นําในเรื่อง “ปู” ของภาคใต้ หรือ หากจะกล่าวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปูเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยมีแพปูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็ไม่ผิด จากจุดเริ่มต้นธุรกิจแพประมงที่ครอบครัวคุณอุไรเป็น “ผู้ลงทุน” หรือนายทุนเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เข้าไปประกอบกิจการด้วยตนเองจนถูกโกง ทำให้คุณอุไรตัดสินใจ “ลงทุนให้กับตัวเอง” ตั้งแต่ซื้อท่าเทียบเรือวางระบบธุรกิจ และขยายธุรกิจด้วยตัวเอง ปิดประตูการเป็นนายทุนแล้วก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว จากเรือ 3 ลำในตอนนั้น ปัจจุบันขยายเป็น 13 ลำ มีท่าเทียบเรือ โรงงานต้ม โรงงานบรรจุ ร้านค้า จัดจําหน่าย ทุกกระบวนการได้มาตรฐานและมีคุณภาพระดับส่งออก ทว่าปัญหาสำคัญที่ในการดำเนินธุรกิจของคุณอุไรก็คือ “ธรรมชาติ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมกะเกณฑ์ได้อย่างแท้จริง บางช่วงผลผลิตมีมากแต่ความต้องการมีน้อย ก็ขายไม่ได้ราคาจนขาดทุน คุณอุไร จึงคิดหาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมการยกระดับสถานประกอบการรองรับเศรษฐกิจวิถีใหม่และพัฒนา ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดในเศรษฐกิจวิถีใหม่ ซึ่งเป็นกิจกรรมการ ให้คำปรึกษาแนะนําเชิงลึก จนได้ผลลัพธ์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ “ปูม้า แกะเนื้อนึ่งพร้อมทาน ตรามหาสมุทร” เนื้อปูม้าแกะคุณภาพดี พร้อมรับประทาน ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน นำมาแปรรูปเพื่อรักษาความสดใหม่ด้วยการพาสเจอร์ไรส์ และบรรจุสุญญากาศ เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ได้เนื้อปูที่สะอาด ปลอดภัย และเก็บรักษาได้นานโดยการแช่เย็น ในแง่บรรจุภัณฑ์ยังใส่ใจเป็นพิเศษด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ 2 ชั้น ชั้นในเป็นกล่องพลาสติกเพื่อถนอมอาหาร ไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก บรรจุในซองพลาสติกลามิเนต สกรีนแบบฉลากสินค้าแสดง แบบเต็มถุงสวยงาม มีปริมาณน้ำหนักสุทธิ 500 กรัมต่อถุง บรรจุภัณฑ์ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่นี้ทำให้คุณอุไรมี กําไรเพิ่มขึ้น 42.43% และมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 46.80% นับว่าตอบโจทย์ธุรกิจอย่างยิ่ง นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว คุณอุไรยังได้รับ คำปรึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานฮาลาลให้กับสินค้า ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือที่จะช่วยขยายตลาดรองรับการส่งออก ในอนาคต และคุณอุไรยังนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาระบบการบริหารจัดการในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ สอดรับกับการขยายตัวของยอดขายและลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ ที่ได้นำความรู้จากโครงการไปต่อยอดพัฒนาด้วยเช่นกัน จากความอุตสาหะและความตั้งใจจริงในการประกอบธุรกิจ ทำให้วันนี้ ห้างหุ้นส่วนจํากัด โชคอุดมรัชฎ์ 118 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด สินค้าจากปูและอาหารทะเลระดับประเทศ ทำให้คนไทย มีปูสดใหม่กินได้ทุกฤดูกาล - คุณอุไร สุขสวัสดิ์ - ห้างหุ้นส่วนจํากัด โชคอุดมรัชฎ์ 118 - 119/1 หมู่ 8 ชอย 31 ถ.นาเกลือ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 - 08 1828 1771 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
โพลสตาร์ ยกระดับบริการด้วยโลจิสติกส์ยุคใหม่ พร้อมส่งความสุขทุกเส้นทาง
โพลสตาร์ ยกระดับบริการด้วยโลจิสติกส์ยุคใหม่ พร้อมส่งความสุขทุกเส้นทาง
“โพลสตาร์” แบรนด์น้ำดื่มสะอาด มาตรฐานปลอดภัย ที่อยู่คู่กับ คนเชียงใหม่และภาคเหนือมากว่า 30 ปี การันตีด้วยลูกค้าประจำ ที่ยังคงใช้บริการต่อเนื่อง พร้อมด้วยลูกค้าและคู่ค้าที่ต้องการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งให้ความไว้วางใจใช้บริการ OEM กับทาง บริษัทมาอย่างยาวนาน คุณบุษบากร สุรินทร์ ผู้บริหาร บริษัท เชียงใหม่โพลสตาร์ (1992) จำกัด เจ้าของแบรนด์น้ำดื่มโพลสตาร์เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้น ในการทำธุรกิจว่า เกิดจากความต้องการผลิตน้ำดื่มที่มีคุณภาพ จำหน่ายให้คนในท้องถิ่น เพราะในสมัยนั้นโรงงานผลิตน้ำดื่ม ในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีน้อย เมื่อแรกเปิดกิจการก็มีลูกค้าเข้ามา อย่างต่อเนื่อง โดยคุณบุษบากรเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ น้ำดื่มคือ“คุณภาพและมาตรฐาน” ซึ่งทางบริษัทใส่ใจเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น น้ำดื่มโพลสตาร์จึงได้รับมาตรฐาน อย. มาตรฐานการผลิตระดับ สากล ISO9001:2015 มาตรฐาน GMP รวมถึงมาตรฐาน HACCP อีกสิ่งที่เป็นหัวใจในการทำธุรกิจน้ำดื่มก็คือ “การจัดส่งน้ำดื่ม” ซึ่ง เป็นต้นทุนที่สำคัญ ยิ่งมีลูกค้าจำนวนมาก การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นหัวใจที่จะช่วยให้ธุรกิจมีกำไรและ เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ในทางตรงกันข้ามหากมีความผิดพลาด ที่ทำให้ต้องเพิ่มเที่ยวพิเศษในการขนส่งน้ำดื่มบ่อย ๆ ก็จะทำให้ ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่คุณบุษบากรต้องการแก้ไข ดังนั้น ทางบริษัทจึงเข้าร่วมโครงการกับดีพร้อม ในกิจกรรมการเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม ปี 2565 ผลที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการก็คือ ทางบริษัทสามารถพัฒนาระบบเก็บข้อมูลและติดตามเส้นทางการเดินรถ ขนส่งน้ำ ทำให้มีข้อมูลพิกัดการส่งน้ำให้แก่ลูกค้าที่ชัดเจน ในทุกๆ เส้นทางเดินรถ ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบการบริหารจัดการการขนส่งเพิ่มขึ้นได้ถึง 66.67% ทำให้แก้ไขปัญหาในเรื่องการเพิ่มเที่ยวพิเศษในการขนส่ง น้ำดื่มได้ จึงช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งภายในประเทศ ลงได้ 13.48% คิดเป็นเงิน 54,400 บาทโดยประมาณต่อปี นอกจากแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดอย่างน่าพอใจแล้วผลพลอยได้ที่เกิดจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการยังทำให้บริษัทมีองค์ความรู้ในการวิเคราะห์ประมวลผล ข้อมูลที่จัดเก็บได้ในหลายด้าน เช่น นำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนการผลิต ให้ลดของเสียได้วางแผนการขนส่ง การหาเส้นทางการจัดส่งน้ำที่คุ้มค่าและลดความผิดพลาด รวมถึงการสร้างมาตรฐานการดำเนินงานร่วมกับผู้ค้าร่วมเป็นต้น - คุณบุษบากร สุรินทร์ - บริษัท เชียงใหม่โพลสตาร์ (1992) จำกัด - 82/1 ม.15 ถ.คันคลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 - 0 5380 5885, 0 5380 4926 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
April's Bakery กำไรปัง จากของเสียเป็นศูนย์
April's Bakery กำไรปัง จากของเสียเป็นศูนย์
หากเอ่ยถึง “พายสูตรฮ่องกง” แป้งบางเนื้อแน่น เชื่อว่าหลายคนต้อง นึกถึง “เอพริล เบเกอรี่” (April's Bakery) เพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่นำ สูตรพายฮ่องกงยอดฮิตมาดัดแปลงจนใครกินเป็นต้องติดใจ โดยเฉพาะ “พายหมูแดง” ที่เป็นรสขึ้นชื่อเรียกว่าโด่งดังไม่แพ้ต้นตำรับเลยทีเดียว ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน คุณกนกกัญจน์ มธุรพร หรือคูณอร ได้มีโอกาสชิมพายสูตรฮ่องกงเจ้าดังที่เพื่อนและน้องสาวฝากซื้อกลับเมืองไทย ด้วยรสชาติที่แตกต่างจากขนมเปี๊ยะที่เคยกิน ทำให้คุณอร ปิ๊งไอเดียแกะสูตรทดลองทำขายดูบ้าง โดยเริ่มต้นในห้องครัว ปรุงไส้ ปั้นมืออย่างตั้งใจทุกลูก กระทั่งได้สูตรที่มั่นใจจึงเริ่มทำขาย จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตอบรับอย่างล้นหลาม คือการ ปรับรสชาติใหม่ให้เข้ากับลิ้นของคนไทย เพราะคนฮ่องกงติดเค็มมากกว่า แต่คนไทยชอบรสออกหวาน ส่วนเนื้อหมูก็ไม่ใช้หมูติดมัน เหมือนต้นตำรับ เพื่อให้ดีต่อสุขภาพ และนี่คือที่มาของสูตรพาย ไส้หมูแดงจากฮ่องกง เจ้าแรกของเมืองไทย ที่มีความโดดเด่นตรง แป้งบาง เนื้อแน่น มีให้เลือกมากกว่า 40 ไส้ในปัจจุบัน หลังสร้างแบรนด์ได้ 5 ปี เอพริล เบเกอรี่ ก็ขยายธุรกิจสู่การวางขาย ในร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นทั้งความสำเร็จและ ความท้าทาย เพราะข้อกำหนดที่เข้มงวดในด้านมาตรฐาน บวกกับ จำนวนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้คุณอรต้องย้ายโรงงานจากตึกแถวสี่คูหา มาเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านชานเมืองโดยมีคนงาน กว่า 100 คน กำลังการผลิตวันละ 1 แสนลูกต่อวัน แม้จะมีเครื่องจักรอันทันสมัยเข้ามาเสริมทัพการผลิต แต่บางขั้นตอนยังคงต้องอาศัยแรงงานเพราะจุดเด่นของ แบรนด์คือ “ขนมเปี๊ยะที่ปั้นด้วยมือ” ทำให้แตกต่างจาก โรงงานทั่วไป นำมาซึ่งปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตจาก การที่มีของเสียเกิดขึ้นเยอะมาก ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อ การดำเนินธุรกิจ ประจำปีงบประมาณ 2565 ของดีพร้อม หลังได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางโรงงานก็สามารถ ลดของเสียในกระบวนการผลิตได้ในเวลาอันสั้น อีกทั้ง พนักงานที่ได้รับการอบรมยังเกิดความตระหนักและเข้าใจ ในการจัดการของเสียจนถึงขั้นคิดค้นวิธีลดของเสียให้เป็น ศูนย์หรือ Zero Waste ได้เอง ซึ่งช่วยให้สามารถลดของเสีย เป็นศูนย์ได้ต่อเนื่องถึง 4 เดือน ทำให้ผลประกอบการของธุรกิจดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึงกว่า 3 ล้านบาท เมื่อต้นทุนลด กำไรก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การแก้ไข ปัญหาอย่างตรงจุดแม้ใช้เวลาไม่นานแต่ผลลัพธ์กลับยอดเยี่ยม ทำให้บริษัทฯ ตั้งใจเข้าร่วมโครงการอื่น ๆ ของดี พร้อมเพื่อให้ธุรกิจพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง สูตรเด็ดพาย ฮ่องกงอาจเปิดเผยไม่ได้ แต่สูตรลดต้นทุนเพิ่มกำไรจาก แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ ทุกธุรกิจสามารถนำไปใช้ได้ทันที! - คุณกนกกัญจน์ มธุรพร - บริษัท สิงหา ฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด - 190/65 หมู่ที่ 8 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 10290 - Email : ornaprils@gmail.com ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
“ยศศิริ” ปลาหมึกกร๊อบกรอบเดลิเวอรี่ ของดีแม่กลอง
“ยศศิริ” ปลาหมึกกร๊อบกรอบเดลิเวอรี่ ของดีแม่กลอง
หากพูดถึงอาหารทะเลแปรรูป เชื่อว่าหลาย ๆ คน ต้องนึกถึง “ปลาหมึก แปรรูป” ไม่ว่าจะเป็นแบบแฉะ แบบกรอบ แบบแผ่น แบบเส้น ล้วนแล้ว แต่เป็นอาหารว่างของขบเคี้ยวที่รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว หรือซื้อ หาเป็นของฝากที่ถูกใจผู้รับก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน ในตลาดของฝากกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนมากผู้ผลิตจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน หรือโรงงานที่มีทำเลอยู่ใกล้ทะเล เนื่องจาก “ความสด” และราคาของวัตถุดิบ เป็น ตัวกำหนดคุณภาพของสินค้าประเภทนี้ และหากสถานที่ผลิตตั้งอยู่ ห่างไกลจากแหล่งวัตถุดิบก็จะทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เราจึง มักจะพบว่าเจ้าของกิจการส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมี ความเชี่ยวชาญในการแปรรูปอาหารทะเลมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับปลาหมึกแปรรูปแบรนด์ “ยศศิริ” ที่ถือกำเนิดจาก ความชื่นชอบในวัตถุดิบหลักอย่าง “ปลาหมึก” เป็นที่ตั้ง โดยมี คุณพัชรินทร์ สินบริสุทธิ์ และครอบครัวเป็นผู้บริหารกิจการ จนกลาย เป็นหนึ่งในของดีจากแม่กลองที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ สำหรับ สินค้าขายดีขึ้นชื่อของยศศิริก็คือ “ปลาหมึกกรอบ” ที่มีให้เลือกทั้งแบบแผ่นและแบบม้วนเกลียว จุดเด่นของสินค้าภายใต้แบรนด์ยุคศิริก็คือ รสชาติและคุณภาพ ที่ไม่ว่าคนซื้อจะซื้อรับประทานเอง ซื้อเป็นของฝาก หรือซื้อไปขายต่อ ก็ล้วนแล้วแต่ชื่นชอบ ส่งผลให้ยอดขายของยศศิริเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคง ผ่านสองช่องทางหลักได้แก่ การขายส่งในตลาดของฝากและขายปลีก ทว่า ปัจจัยที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการ ประกอบกิจการก็คือ การบริหารจัดการธุรกิจในรูปแบบ ครอบครัว ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยากต่อการควบคุมต้นทุน อีกทั้งการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันยังเป็นสิ่งที่ต้องอาศัย ข้อมูลและความรู้ ทั้งในด้านช่องทางการตลาดและ การทำการตลาดออนไลน์ เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้ธุรกิจพร้อมต่อยอดช่องทางการตลาด ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้ คุณพัชรินทร์และ ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับดีพร้อม โดย ได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับตัวเข้าสู่ตลาดออนไลน์อย่างทันท่วงที ทำให้ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ไม่มากนัก และยังได้รับการสนับสนุนในด้านการ ประชาสัมพันธ์โปรโมทสินค้า ทำการตลาดออฟไลน์ ร่วมกับดีพร้อม ทำให้มีลูกค้าติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้น ส่งผล ให้ยอดขายและกำไรของยศศิริเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นอกจากผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในเรื่องยอดขายแล้ว อีกสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการอบรมกับดีพร้อม ได้ช่วยแก้ปัญหาในการบริหารจัดการทำให้สิ่งที่เคยติดขัดถูกแก้ไขในหลาย ๆ จุดแม้การแข่งขันในตลาดของฝากโดยเฉพาะอาหารทะเลแปรรูปจะมีสูง แต่ก็ยังมีโอกาสและความสำเร็จรอผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริงเสมอ เช่นเดียวกับยศศิริที่ก้าวจากธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ สู่วันนี้ที่ขึ้นแท่น แบรนด์ปลาหมึกกรอบเดลิเวอรี่ ของดีจากแม่กลองได้อย่างภาคภูมิ - คุณพัชรินทร์ สินบริสุทธิ์ - ยศศิริ ปลาหมึกอบกรอบ - 67/2 หมู่ 6 ซอย ศาลากลางบ้านแหลมใหญ่ อ.เมือง สมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม 75000 - 09 5562 9516 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
หมูสับเทียมจาก “นํามะพร้าว”
หมูสับเทียมจาก “นํามะพร้าว”
ปัจจุบันหลาย ๆ คนคงจะรู้จัก “เนื้อสัตว์เทียมจากพืช (Plant Based Meat)” ซึ่งจัดเป็นอาหารแห่งอนาคตหรือ Future Food ที่กําลัง อินเทรนด์รับกระแสรักสุขภาพ กระแสลดน้ำหนัก รวมถึงกระแส การรับประทานอาหารวีแกนของผู้ที่รับประทานแต่ผักกับผลไม้และคาร์โบไฮเดรตจากธรรมชาติ โดยปกติแล้ว Plant Based Meat จะทำจากโปรตีนทางเลือก ได้แก่ พืช เห็ด และธัญพืชต่าง ๆ แต่ประเทศไทยของเรามีผู้ประกอบการที่สามารถคิดค้นสูตรการทำเนื้อสัตว์เทียมจาก “น้ำมะพร้าว” และเห็ด พร้อมจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย คนไทยจึงมีโอกาสได้รับประทานอาหารแห่งอนาคตในราคาที่จับต้องได้ และผู้ที่พัฒนาสินค้าดังกล่าวขึ้นมาก็คือ บริษัท แสงทับทิม อินเตอร์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ เส้นวุ้นน้ำมะพร้าวและไข่มุกน้ำมะพร้าวแบรนด์ “แสงทับทิม” ที่เคย สร้างเสียงฮือฮาให้กับตลาดมาก่อนหน้านี้ คุณนนทนี แสงทับทิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงทับทิม อินเตอร์ จํากัด ทายาทกิจการรุ่นที่สองได้เล่าให้ฟังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แสงทับทิมกลายเป็นแบรนด์อาหารที่โด่งดังในระดับสากลว่า หลังจากที่เข้ามารับช่วงบริหารกิจการต่อจากคุณพ่อคุณแม่ คุณนนทนีก็ได้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตแบบครอบครัวมาสู่การผลิตแบบโรงงานที่ได้มาตรฐาน และตัดสินใจเข้ารับการอบรมและเข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับดีพร้อม เพื่อคิดค้นสินค้าที่มีจุดเด่นและสร้างความแตกต่าง กระทั่งสามารถพัฒนา “เส้นวุ้นน้ำมะพร้าว” ได้สำเร็จ หลังออกสู่ตลาดได้รับการตอบรับสูงมากจนกลายเป็นโปรดักส์ฮีโร่ของแสงทับทิมทันที จากนั้นคุณนนทนีและทีมผู้เชี่ยวชาญจากดีพร้อมก็ร่วมกัน คิดค้นพัฒนาสินค้าที่ใช้น้ำมะพร้าวเป็นวัตถุดิบ อย่างไม่หยุดยั้ง เรียกว่าจากอาหารหวาน กลายมาเป็น วัตถุดิบที่ทำเป็นอาหารคาวได้หลากหลายเมนู ตอบโจทย์ สายสุขภาพทุกมิติ เพราะไม่มีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาล ไขมัน สายคีโตก็ทานได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต หรือ สายไดเอทลดน้ำหนักยิ่งทานดี ทานได้ทุกเพศ ทุกวัยแม้จะมีสินค้าที่โดดเด่นแต่แสงทับทิมยังคงไม่หยุดการพัฒนา ด้วยรู้ว่ากระแสอาหารแห่งอนาคตจะช่วยต่อยอด ธุรกิจให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ทำให้ล่าสุดสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หมูสับเทียมที่ผลิตจากวุ้นเส้นน้ำมะพร้าวและเห็ดนางรมหลวง ออกมาได้สำเร็จ และเช่นเคยคือเป็นสินค้าจดสิทธิบัตรได้รับการรับรองมาตรฐานมากมาย ทั้งมาตรฐานอาหารวีแกนจากอิตาลี และล่าสุดยังได้รับ เหรียญทองจากการประกวดที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย ภายใต้ความภาคภูมิใจและความสำเร็จที่ได้รับ อย่างล้นหลามทั้งในและต่างประเทศ มีเคล็ดไม่ลับที่แบ่งปัน ได้นั่นคือ “การพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง” และ “การรู้จุดแข็งของตัวเอง” โดยคุณนนทนีได้ฝากถึงผู้ประกอบการ รายอื่น ๆ ว่า การเข้าร่วมโครงการกับดีพร้อมไม่เพียงทำให้ได้ รับความช่วยเหลืออย่างตรงจุด แต่ยังเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ ขยายศักยภาพ สร้างฝันผู้ประกอบการให้เป็นจริงที่สำคัญคือต่อยอดได้อย่างไม่หลงทางอีกด้วย - คุณนนทนี แสงทับทิม - บริษัท แสงทับทิม อินเตอร์ จํากัด - 9 15/4 หมู่ 2 ต.วัดประดู่ ต.วัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 75110 - 089 923 1998 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
วิสาหกิจชุมชน ปักผ้าฝ้ายบ้านป่าปุ๊ รวมอัตลักษณ์แห่งชาติพันธุ์ ผ่านผืนผ้า สู่สินค้าที่จับต้องได้
วิสาหกิจชุมชน ปักผ้าฝ้ายบ้านป่าปุ๊ รวมอัตลักษณ์แห่งชาติพันธุ์ ผ่านผืนผ้า สู่สินค้าที่จับต้องได้
สินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ หากมีคุณภาพไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนย่อมส่อง ประกายคุณค่าออกมาได้เสมอ เช่นเดียวกับผลงานของ “วิสาหกิจ ชุมชนปักผ้าฝ้ายบ้านป่า” ที่เน้นผลิตสินค้าที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น กะเหรี่ยง ไทใหญ่ ม้ง ลาหู่ พื้นเมือง ล้านนา และชาติพันธุ์อื่น ๆ ผืนผ้าทุกชิ้นปักด้วยมือ บ้างแต่งด้วยลูกเดือย ผสาน การตัดเย็บจากผ้าทอของสมาชิกในชุมชน ทำให้สินค้าแต่ละชุดแต่ละชิ้น มีความสวยงามแปลกตา และทรงคุณค่าจนได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คุณรวิวรรณ กองวัฒนาสุภา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปักผ้าฝ้าย บ้านป่าปุ๊ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มจนเกิดเป็นธุรกิจว่า เดิมที่คุณรวิวรรณและครอบครัวทำธุรกิจขายเสื้อผ้าอยู่แล้ว แต่เป็น เสื้อผ้าธรรมดาแบบซื้อมาขายไปที่ไม่มีจุดเด่น ธุรกิจจึงไม่สร้างกำไรมากนัก กระทั่งได้เข้ารับการอบรมภายใต้โครงการหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จึงปิ๊งไอเดียทดลองนำสินค้าในร้านมาปรับปรุง เพิ่มลายปัก เข้าไปทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ต่อมาจึงเกิดแนวคิดรวมกลุ่มคนในชุมชนตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อนำผ้าและผลงานของคนในชุมชนมาออกแบบ ตัดเย็บให้เข้ากับยุคสมัย และจำหน่ายกระทั่งปัจจุบัน ด้วยจุดเด่นในการดึงอัตลักษณ์เรื่องราว เรื่องเล่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มานำเสนอผ่านผืนผ้าที่ปักด้วยมือทุกชิ้น จึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าจนเป็นที่ต้องการ ของตลาด แต่อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งก็คือ ความที่เป็น สินค้าทำมือและเป็นงานละเอียด ทําให้ใช้ระยะเวลาใน การผลิตต่อชิ้นนาน ไม่สามารถรองรับความต้องการเป็น ปริมาณมาก ๆ ในเวลาอันสั้นได้ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังต้องการเปิดสู่ตลาดใหม่ ๆ เพื่อให้ สินค้าได้ถูกบอกต่อในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณรวิวรรณเอง ก็ได้เข้าร่วมโครงการกับดีพร้อม ในโครงการอบรมเพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการออกแบบ ให้ตรงกลุ่ม ตรงใจลูกค้า คุณรวิวรรณเล่าว่าไม่เพียง ได้เปิดโลกด้านการดีไซน์ การออกแบบ แต่ยังได้เรียนรู้ เรื่องตลาด ได้สร้างเครือข่าย ทั้งสองมิติช่วยให้ธุรกิจเติบโต และมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของทาง กลุ่มได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากกำไรและยอดขายของสินค้าแล้ว สิ่งที่ คุณรวิวรรณคิดว่าเป็นความสำเร็จในการทำธุรกิจก็คือการได้ช่วยเหลือคนในชุมชน จากที่เคยมีแต่รายได้จากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว เสื้อผ้าส่วนใหญ่ทำเก็บไว้ใช้ใน ครัวเรือนยามว่างเท่านั้น แต่ปัจจุบันสามารถทำขายได้ และ เป็นที่ต้องการในท้องตลาดจนทำไม่ทันขาย ทำให้ชาวบ้าน ในชุมชนไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นต่างจังหวัดอีกต่อไป นอกจากสร้างรายได้ให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์และรักษาวัฒนธรรมประเพณีการแต่งกายของชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนไม่สูญหายไป ตามกาลเวลาอีกด้วย - คุณรวิวรรณ กองวัฒนาสุภา - วิสาหกิจชุมชนปักผ้าฝ้ายบ้านป่าปุ๊ - 82 หมู่ที่ 2 ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน 58000 - 08 6924 8919, 09 5416 5974 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
ผสานศิลป์ ผสานลาย เปลี่ยนผ้าไหมมัดหมี่ เป็นสินค้าสุดชิคที่ใคร ๆ ก็อยากใช้
ผสานศิลป์ ผสานลาย เปลี่ยนผ้าไหมมัดหมี่ เป็นสินค้าสุดชิคที่ใคร ๆ ก็อยากใช้
อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีของดีประจำถิ่นที่เลื่องลือเป็นที่รู้จักมาช้านาน นั่นคือ “ผ้าไหมมัดหมี่” ซึ่งมีความสวยงามถึงขั้นได้รับคัดเลือกให้นำส่งเข้าสู่วังสวนจิตรลดา โดยผู้ที่เป็นตัวแทนนำลายมัดหมี่ประจำถิ่นเข้าสู่การเป็นสมาชิกของวังสวนจิตรลดาในสมัยนั้นก็คือคุณบุญสิน ราษร์เจริญ คุณแม่ของคุณสุภาณี ภูแล่นที่ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2556 และ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย คนปัจจุบัน คุณสุภาณีได้เล่าถึงเรื่องราวอันน่าประทับใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น การรวมกลุ่มญาติ ๆ พี่ป้าน้าอา จนเกิดเป็นกลุ่มสหกรณ์ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2539 ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่าหนึ่งร้อยราย ส่งผลให้คุณแม่บุญสินได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น แห่งชาติ ประจำปี 2555 จากการเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่ชุมชนมากว่าสองทศวรรษ หนึ่งในจุดเด่นของผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย คือลวดลายอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาอย่างยาวนาน ทว่า ด้วย การแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน การทอผ้าฝืนหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรงต่อยอดสั่งซื้อสั่งผลิตของทางกลุ่ม การตัดราคาสินค้า ประกอบกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปต่าง ๆ เหล่านี้เป็นที่มาที่ทำให้ต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางกลุ่มจึงได้เข้าร่วมโครงการยกระดับศักยภาพ เศรษฐกิจชุมชน กิจกรรม สืบสาน สร้างสรรค์ ผสานอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่า กับดีพร้อม จนสามารถพัฒนา “กระเป๋าถือผ้าไหมมัดหมี่ลายเรขาคณิต” ซึ่งเป็นลวดลายใหม่ที่มีความสวยงาม เป็นที่ต้องตาต้องใจผู้พบเห็น สอดคล้องกับโจทย์ ในการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ให้ตรงตามความต้องการของ ตลาดได้ตรงจุด นอกจากนี้ อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาอบรมความรู้ยังได้สอนการให้สีด้วยวงจรสี ซึ่งเป็น ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อการพัฒนาสีสันและลวดลาย ของผ้าทอให้ยกระดับไปอีกขั้นจากเดิม ผู้ทอจะคิดสีและลวดลายเองตามประสบการณ์หรือตามความชอบซึ่งบางครั้งก็ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด การได้เข้าร่วมโครงการจึงเปิดมิติใหม่ให้กับทางกลุ่มได้นําองค์ความรู้ ไปต่อยอดพัฒนาสินค้าจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การผสานศิลป์ ผสานลาย ต่อยอดภูมิปัญญา ด้วยองค์ความรู้ใหม่ จึงเปลี่ยนผ้าไหมมัดหมี่อันทรงคุณค่า ให้เป็นสินค้าสุดชิคที่ใคร ๆ ก็อยากใช้ ครองใจทั้งฐานลูกค้าเดิมพร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ตอบโจทย์ - คุณสุภาณี ภูแล่นที่ - วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ - 13 หมู่ 2 ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น 40180 - 08 3656 5644 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
ดีพร้อมจัดให้ “เรือนมงคล” พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จนขายได้และขายดี
ดีพร้อมจัดให้ “เรือนมงคล” พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จนขายได้และขายดี
ตลาดของฝากของดีประจำจังหวัดยังน่าสนใจและมีโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่ตั้งใจจริงเสมอ ยิ่งเมื่อได้พบกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ก็ยิ่งติดปีกให้ผู้ประกอบการสานฝัน สร้างแบรนด์สู่ความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนเช่น Success Case “เรือนมงคล” แบรนด์ ของฝากหมี่โคราช ผัดไทยซอสสําเร็จรูปประจำเมืองย่าโม คุณกนกอร ศรีคง เจ้าของธุรกิจผู้ปั้นแบรนด์เรือนมงคลด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดโรงงานอบเส้น รับผลิตในรูปแบบ OEM มียอดขาย หลายหลักต่อเดือน ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เดิมที่คุณกนกอร ประกอบอาชีพเป็นนักโภชนาการในโรงพยาบาล แต่มีเหตุให้ต้อง ลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลคุณแม่ และในตอนนั้นนั่นเองที่เกิดปิ๊งไอเดียทำธุรกิจจากการเห็นคนซื้อ “เส้นหมี่โคราช” เป็นของฝาก แต่สุดท้ายต้องทิ้งขว้างเพราะผัดไม่เป็น จึงอยากพัฒนาซอสสําเร็จรูป ที่ใช้ได้ง่ายไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถผัดหมี่โคราชให้อร่อยเหมือนต้นตํารับได้ เมื่อพัฒนาสูตรและเริ่มต้นจําหน่ายก็ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็น อย่างดี แต่หมี่โคราชเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มแถมยังมีคู่แข่งในพื้นที่ด้วยกันหลายเจ้า ทำให้คุณกนกอรเริ่มคิดถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถต่อยอดขยายตลาดไปได้ทั่วประเทศ จนมาลงตัวที่การทำ “ซอสผัดไทย” สําเร็จรูปเพิ่มอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ด้วยความรักในเมนูอาหารประจำท้องถิ่น บวกกับความรู้ด้านโภชนาการและความเข้าใจในเรื่องเทรนด์สุขภาพ ทำให้คุณกนกอรอยากพัฒนาเส้นผัดไทยที่ดีต่อสุขภาพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับดีพร้อม เพื่อรับคำปรึกษา และจากจุดนี้เองทำให้เกิด “ผัดไทย เส้นสุขภาพ” เส้นไรซ์เบอรี่และเส้นข้าวกล้อง ที่เหนียวนุ่ม ลื่น ผัดง่าย กลิ่นไม่แรง เก็บได้ยาวนานแถมยังดีต่อสุขภาพ ออกสู่ตลาด มาพร้อมซอสปรุงสําเร็จรูปที่เข้มข้น ครบรสใครได้กินเป็นต้องติดใจ ส่งผลให้ยอดขายดีเกินคาดเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่มาแรงของเรือนมงคล เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม เกิดจากการให้คำปรึกษาอย่างเข้าถึง โดยคุณกนกอรเล่าว่ารู้สึกประทับใจทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้มาก ตั้งแต่ทีมอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาในเชิงลึกทั้งด้านวิชาการ เทคนิควิธีการอบเส้น การจัดการโรงงาน การปรุงน้ำซอส การออกแบบและจัดทำบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงการขายและ ทำการตลาด เรียกว่าตั้งแต่พัฒนาสินค้าจนส่งขายถึงมือ ผู้บริโภคได้ทีมผู้เชี่ยวชาญคอยโค้ชให้ทุกจุด สอนอย่างเต็มที่แม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 อาจารย์ก็ยังออนไลน์มาให้คำปรึกษา จนกระทั่งสินค้าผลิตสำเร็จได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานต่าง ๆ พร้อมส่งขาย จนขายได้ขายดีทั้งหมดนี้เป็นฝีมือและการดูแลอย่างตั้งใจ ของทีมงานจากดีพร้อม ทำให้คุณกนกอรเกิดความเชื่อมั่นในการเดินหน้าขยายธุรกิจและอยากให้ผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่อาจจะมีปัญหา ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาให้ คำปรึกษาก็สามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการกับดีพร้อมได้ เพื่อประสบความสำเร็จอย่างถึงพร้อมเหมือนเคสของเรือนมงคลนั่นเอง - คุณกนกอร ศรีดง - เรือนมงคล - 21 ถ.สําราญราษฎร์ ซอย 4 ต.โนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา 30160 - 08 9910 4892 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
“ปลาร้าสนทรี” เหยาะฟิน รินนัว สู่ครัวโลก
“ปลาร้าสนทรี” เหยาะฟิน รินนัว สู่ครัวโลก
จากเจ้าของร้านอาหารอิสานที่ผูกพันกับ “ปลาร้า” มาตั้งแต่เล็กจนโต ทำให้คุณไพศาล ทรงทรัพย์วัฒนา รู้ดีว่าปลาร้าอร่อยเป็นแบบไหน จึงลงมือทำปลาร้าใช้เอง จากทำใช้ในร้านจนลูกค้าติดใจขอร้องให้ทำ บรรจุขวดขาย ไม่นานก็ทำไม่ทันขายเพราะออร์เดอร์ล้นหลาม ทำให้ คุณไพศาลและครอบครัวตัดสินใจรวมกลุ่มกันขึ้นเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มน้ำปลาร้าปรุงสุกสุนทรี พร้อมนำเครื่องจักรมาใช้ผลิตน้ำปลาร้า บรรจุขวดเต็มรูปแบบ ตั้งเป็นโรงงานผลิตและแบรนด์ “ปลาร้าสุนทรี” นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จุดเด่นของน้ำปลาร้าสุนทรีไม่ได้อยู่ที่ “ความอร่อย” เพียงอย่างเดียว เพราะเด่นตั้งแต่ “โมเดลธุรกิจ” ที่คิดไปถึงความยั่งยืนและการเติบโต ในอนาคตตั้งแต่ก้าวแรก เรียกว่าทางแบรนด์ต้องการผลิตสินค้า “เกรดส่งออก” ขายทั่วโลก เพื่อให้ในกลุ่มมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ จึงจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทในชื่อ เอทตี้เอท เทรดดิ้ง จำกัดเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ด้วยเจตนารมย์ในการตั้งกลุ่มที่ต้องการเอื้อประโยชน์กับชุมชน ทำให้ น้ำปลาร้าสุนทรีเน้นใช้วัตถุดิบอินทรีย์จากชุมชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น ปลาในท้องถิ่น หรือปลาร้าหมักที่ผลิตในชุมชน นำมาผ่านกรรมวิธีการ ผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ออกมาเป็นสินค้าเกรด พรีเมี่ยมที่การันตีด้วยมาตรฐานรับรองมากมาย ตั้งแต่ อย. GMP (เปลี่ยนเป็น GHP) HACCP ฮาลาล ฯ และที่สร้าง ความภาคภูมิใจให้กับแบรนด์อย่างสูงก็คือ การได้ รับรางวัลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ดีเด่นจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา ต่อเนื่องถึง 2 ปีซ้อน คือใน ปี 2564-2565 ที่ผ่านมา ด้านสินค้าก็มีการพัฒนาไม่หยุดยั้งโดยได้รับการสนับสนุน จากดีพร้อม นำเครื่องจักรและองค์ความรู้มาช่วยในการ ลดต้นทุนการผลิต พัฒนาต่อยอดน้ำปลาร้าให้เป็นปลาร้า ปรุงสุกชนิดครีม ปลาร้าก้อนปรุงรส กระทั่งผลิตภัณฑ์ ตัวใหม่ล่าสุด “ซุปก้อนแกงอ่อม” ที่พกพาขึ้นเครื่องบินไปฟินกันได้ทั่วโลก นอกจากนี้คุณไพศาลยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนา ศักยภาพผู้ประกอบการสู่การเป็นสมาร์ท SME และ โกลบอล SME เพื่อนำพาแบรนด์ปลาร้าสุนทรีให้โตไว และโตไกลสู่ครัวโลก ซึ่งปัจจุบัน สามารถส่งออกสู่ตลาด ต่างประเทศทั้ง ลาว เวียดนาม แอฟริกาใต้ อังกฤษ ฯ ท้ายสุดนี้เคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์ปลาร้าสุนทรีที่เหล่าผู้บริหารยึดถือก็คือ “การมีเป้าหมายที่ชัดเจน” เช่นเดียวกับการตั้งเป้าสู่สากลตั้งแต่จุดเริ่มต้น แม้เกิด ปัญหาอุปสรรคขึ้นเช่นในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายและกิจกรรมทางการตลาดลดลง แต่แบรนด์กลับพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยหันมาพัฒนากระบวนการภายใน ทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานครบถ้วน เมื่อสถานการณ์ คลี่คลายจึงพร้อมนำของดีสู่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ทันที - คุณสุนทรี ไชยครุฑ - บริษัท เอทตี้เอท เทรดดิ้ง จำกัด - 233 หมู่ 4 ต.นายม อ.อำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 37000 - 09 4441 9545 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566
ผ้าไหมต้องไม่เชย “สะเลเต” เนรมิตกระเป๋าสุดชิคจากผ้าไทย จนใคร ๆ ก็อยากใช้
ผ้าไหมต้องไม่เชย “สะเลเต” เนรมิตกระเป๋าสุดชิคจากผ้าไทย จนใคร ๆ ก็อยากใช้
“สะเลเต” คือชื่อดอกไม้หอมแห่งภาคอิสานที่มีกลิ่นหอมฟุ้ง เปรียบเหมือนผ้าไหมภาคอิสานที่มีชื่อเสียงขจรขจาย และนี่คือความหมายเบื้องหลังชื่อแบรนด์กระเป๋าสุดเก๋ “สะเลเต” ที่วันนี้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ ที่น่าจับตาสำหรับธุรกิจสินค้าหัตถกรรมไทย คุณนงนุช บํารุงกุล เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์สะเลเตเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจคือความชื่นชอบในกระเป๋าหนังซึ่งเธอไปเข้าคอร์สเรียนเพื่อออกแบบตัดเย็บด้วยตัวเอง โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือ ต้องการทำกระเป๋าที่มีอัตลักษณ์ไทย จึงเริ่มจากอะไรที่จับต้องได้ง่ายก่อนก็คือผ้าไหมไทย แต่จะทำยังไงให้คนซื้อกระเป๋าผ้าไหมสามารถนําไปใช้ได้แบบ เอนกประสงค์ซื้อไปแล้วรู้สึกคุ้มค่า คุณนงนุชจึงเลือกการออกแบบให้มีรูปทรงร่วมสมัย สามารถถือคู่กับชุดที่ใส่ในชีวิตประจำวัน ชุดทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้คู่กับชุดไทยเพียงอย่างเดียว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลบคําว่า “เชย” ที่เคยเป็นกรอบความคิดปิดกั้นการใช้งานผ้าไหมไทยให้เจือจางลง และด้วยแนวความคิดที่ชัดเจนนี้ ทำให้กระเป๋าภายใต้แบรนด์สะเลเต มีทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยแถมยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว หลังส่งกระเป๋ารูปทรงต่าง ๆ ออกสู่ตลาด คุณนงนุช ก็พบว่า สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญในการเติบโตของแบรนด์ยังคงเป็นจุดที่เธอคิดถึงตั้งแต่ต้น นั่นก็คือการจํากัดความผ้าไทยโดยเฉพาะผ้าไหมให้เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม แต่ด้วยความที่เธอคิดถึงจุดนี้ตั้งแต่ต้นทำให้แบรนด์สะเลเต สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนคนรุ่นใหม่ให้ถือกระเป๋าผ้าไหมเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ นอกจากผ้าไหมแล้ว ในปัจจุบันสะเลเตยังมีการนำ “ผ้าฝ้าย” มาตัดเย็บร่วมกับหนังแท้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามไม่แพ้ผ้าไหมและใช้ต้นทุนต่ำกว่า ราคาขายจึงจับต้องได้มากยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นวัยทำงาน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลลัพธ์จากการเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอเข้าสู่ มาตรฐานอุตสาหกรรม (Thailand Textiles Tag) กับดีพร้อม นอกจากนี้คุณนงนุชยังได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์ให้ได้รับเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้บริโภคได้ และเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปิดตลาดออนไลน์ที่ลูกค้าไม่สามารถจับต้องสินค้าด้วยตัวเอง การมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพยืนยันจากหน่วยงานทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสินค้า ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น โดยคุณนงนุชมั่นใจว่า จะสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของยอดจําหน่ายเดิม คิดเป็นเงินประมาณ 2,000,000 บาทต่อปี - คุณนงนุช บํารุงกุล - บริษัท สะเลเต สตูดิโอ จํากัด - 4/147 ซ.หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ถ.มาเจริญ แขวง หนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160 - 06 2269 4261 ที่มา : รายงานประจำปี 2565 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
18 ส.ค 2566