โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
ปลัดฯ ณัฐพล ระดมหัวกะทิ MIND วางแนวทางบทบาทภารกิจ โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในของ อก.
ปลัดฯ ณัฐพล ระดมหัวกะทิ MIND วางแนวทางบทบาทภารกิจ โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในของ อก.
กรุงเทพฯ 24 สิงหาคม 2566 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมหารือการปรับปรุงบทบาทภารกิจและโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) โดยมีนายเอกภัทร วังสุวรรณ นายวันชัย พนมชัย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวิชญ์ นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณิรดา วิสุทธิชาติธาดา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting รองปลัดฯ ณัฏฐิญา กล่าวถึงแนวทางการแบ่งส่วนราชการมี 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 การมอบอำนาจการแบ่งส่วนราชการภายในกรม โดยไม่เพิ่มจำนวนกอง ซึ่งประกอบด้วย 1) การจัดโครงสร้างส่วนราชการระดับกองโดยไม่เพิ่มจำนวนกองในภาพรวมของส่วนราชการ ตามกฎกระทรวง 2) การจัดหน่วยงานของราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาคใหม่ โดยไม่เพิ่มจำนวนหน่วยงาน และ 3) การจัดหน่วยงานในต่างประเทศใหม่ โดยไม่เพิ่มจำนวนหน่วยงาน ส่วนกรณีที่ 2 การเสนอจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มใหม่ สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอขอจัดตั้งกองบริหารทรัพยากรบุคคลเพิ่มใหม่ จำนวน 1 กอง และทบทวนภารกิจและโครงสร้างกองกลาง ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกองกฎหมาย เพื่อให้มีค่างาน และครอบคลุมภารกิจการดำเนินงานอย่างครบถ้วนมากขึ้น หลังจากนั้น หน่วยงานในสังกัด อก. ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานการปรับปรุงบทบาทภารกิจและโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายใน อก. ดังนี้ 1) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เสนอการยกระดับมาตรฐานงานกำกับดูแลให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ลดปัญหาที่เกิดจากการประกอบกิจการอุตสาหกรรม 2) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เสนอปรับบทบาทภารกิจกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และเสนอจัดตั้งกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมและศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใหม่ 3) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เสนอขอจัดตั้งสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขตเพิ่ม 4 เขต ได้แก่ เขต 4 ภูเก็ต เขต 5 พิษณุโลก เขต 6 สระบุรี และเขต 7 ราชบุรี 4) สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เสนอขอจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกองอุตสาหกรรมชีวภาพ เพิ่มขึ้นใหม่ 5) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เสนอปรับปรุงภารกิจกองกำกับองค์กรด้านการมาตรฐาน กองควบคุมมาตรฐาน กองส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐาน และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ยังคงภารกิจ โครงสร้าง และอัตรากำลังเท่าเดิม ส่วนภารกิจที่ต้องทบทวนร่วมกับ สปอ. คืองานความร่วมมือระหว่างประเทศ และการประชุมเจรจากับองค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศ รวมถึงด้านอุตสาหกรรม และภารกิจเพิ่ม คือ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายว่า การปรับปรุงบทบาทภารกิจและโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายใน อก. หรือข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรม ควรวางแนวทางให้ครอบคลุมสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และให้สอดคล้องกับการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย และฝากเรื่องการทบทวนภารกิจและโครงสร้างกองกฎหมาย การขอเพิ่มอัตรากำลังและจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนงานอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นการเฉพาะเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลโรงงานได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะหน่วยงานของ กรอ. สอน. กสอ. กพร. ในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ โดยให้เป็นการจัดหน่วยงานของราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค และให้มีการกำหนดภารกิจการดำเนินงานในลักษณะเฉพาะหรือตามความเชี่ยวชาญเชิงพื้นที่ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วน สมอ. ฝากถึงการตั้งกองส่งเสริมมาตรฐานหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริการพัฒนาระบบการทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐมีมาตรฐานในระดับสากล และ สศอ. ภารกิจที่เพิ่มเข้ามา คือ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ หรือ กอช. อาจหาแนวทางพัฒนาสู่การเป็นสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติในอนาคต ### PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน
28 ส.ค 2566
“อธิบดีใบน้อย” ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานน้ำดื่มย่านบางละมุง
“อธิบดีใบน้อย” ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานน้ำดื่มย่านบางละมุง
จ.ชลบุรี 25 สิงหาคม 2566 - นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายเขมลัทธ์ พัฒนสิน ผู้จัดการฝ่ายผลิต ให้การต้อนรับและสรุปภาพรวม ณ บริษัท น้ำดื่มบางละมุง จำกัด อำเภอบางละมุง บริษัท น้ำดื่มบางละมุง จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำดื่มคุณภาพรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีกว่า 60 ปี ภายใต้แบรนด์ไทเกอร์ และรับจ้างผลิตแบบ OEM กว่า 400 แบรนด์ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ประสบปัญหาด้านต่างๆ ได้แก่ พื้นที่คลังสินค้าไม่เพียงพอ การผลิตเกินออเดอร์ สต๊อกสินค้าคลาดเคลื่อน ได้เข้าร่วมกิจกรรมการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ภายใต้โครงการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภายในองค์กรของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา จนทำให้สามารถลดต้นทุนที่เกิดจากปัญหาข้างต้นได้ อาทิ ลดค่าการก่อสร้างคลังสินค้าใหม่ ลดสินค้าเกินสต๊อก ลดค่าเสียโอกาสในการขาย ควบคุมสินค้าที่เกินออเดอร์ รวมลดต้นทุนได้กว่าสิบล้านบาท ### PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
28 ส.ค 2566
“อธิบดีใบน้อย” มอบนโยบายแก่บุคลากร เครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม
“อธิบดีใบน้อย” มอบนโยบายแก่บุคลากร เครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม
จ.ชลบุรี 25 สิงหาคม 2566 - นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวมอบนโยบายแนวทางการบูรณาการความร่วมมือของเครือข่ายเพื่อให้บริการแก่เอสเอ็มอีในพื้นที่ ในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ธุรกิจโตไว ไปกับเครือข่ายบริการ SMEs” (DIPROM SMEs Support Network Conference) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เจ้าหน้าที่หน่วยงานเครือข่ายให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BDSP) และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (SP) ในพื้นที่ ณ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ไพรม์ พัทยา งานดังกล่าว เป็นการขับเคลื่อนและยกระดับธุรกิจด้านโตไว (Speed) ให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ เครือข่ายให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BDSP) และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (SP) ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย อีกทั้ง ดีพร้อม ยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงการให้บริการเครือข่าย (One Stop Service) ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการบริการแก่ผู้ประกอบการได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เช่น การให้บริการทดลองเครื่องจักร การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ อันเป็นปัจจัยพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจ รวมทั้งเติบโตในเศรษฐกิจและสังคมโลกยุคใหม่อย่างมั่นคงต่อไป ### PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
28 ส.ค 2566
ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการดีพร้อม กับ “โครงการสินเชื่อพิเศษ ระยะสั้น”
ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการดีพร้อม กับ “โครงการสินเชื่อพิเศษ ระยะสั้น”
ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการดีพร้อม “โครงการสินเชื่อพิเศษ ระยะสั้น” อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี วงเงินสูงสุด 100,000 บาท ผ่อนนานสูงสุด 2 ปี ไม่มีหลักประกัน สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 15 กันยายน พ.ศ.2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 08 4276 3730 ด่วนๆ เลยนะคะ @diprom_wc65 เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด
28 ส.ค 2566
ขอเชิญชวนเที่ยวงานอุตสาหกรรมแฟร์ MID YEAR SALE
ขอเชิญชวนเที่ยวงานอุตสาหกรรมแฟร์ MID YEAR SALE
ช้อปสนุก ลดกระหน่ำ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ขอเชิญชวนเที่ยวงานอุตสาหกรรมแฟร์ MID YEAR SALE ห้ามพลาด 28-30 สิงหาคม พ.ศ.2566 นี้ 07:30 - 14:30 น. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ถ.พระรามที่ 6 https://goo.gl/maps/wrADXMGRS4QA6tDy7 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม คุณต้อม 08 9785 2151 คุณน้อย 08 6416 8650
25 ส.ค 2566
กระทรวงอุตฯ เสิร์ฟ “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ปั้นเชฟชุมชน ดัน Soft Power อาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
กระทรวงอุตฯ เสิร์ฟ “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ปั้นเชฟชุมชน ดัน Soft Power อาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
กรุงเทพฯ 24 สิงหาคม 2566 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานเปิดตัว “โครงการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power ด้านอาหาร” ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมี นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ และมีนายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) ร่วมเป็นเกียรติ และมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมแพรวา ชั้น 7 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) (กล้วยน้ำไท) พระรามที่ 4 คลองเตย โครงการการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power ด้านอาหาร หรือเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม เป็นการมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในสาขาอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ด้วยการนำอัตลักษณ์ หรือจุดเด่นของวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์ต่อยอดอาหารพื้นถิ่นของแต่ละชุมชนให้เกิดความโดดเด่นและจุดขายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างเชฟชุมชนดีพร้อม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร การสร้างเนื้อหาและนวัตกรรมที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด ตลอดจนการเสริมเทคนิคสรรค์สร้างรูปแบบการจัดจานให้ดูน่าสนใจ และยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสานต่อยอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างมนต์เสน่ห์อาหารพื้นถิ่นดั้งเดิมให้กลายเป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม 22 เมนู ที่มีคุณค่าและเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้านำร่อง 22 ชุมชนทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้กว่า 25 ล้าน โดยเป็นการดำเนินงานที่ใช้นโยบาย 4 มิติ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการสร้างและกระจายรายได้ให้กับประชาชน สร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาเป็นหลักดำเนินงาน นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เยี่ยมชม pilot plant ที่มีเครื่องคัดแยกวัตถุดิบและเครื่องคัดแยกเส้นใย ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเส้นใยสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ และอุตสาหกรรมกระดาษ และเป็นการรองรับการให้บริการแก่อุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมวัสดุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมวัสดุอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์อนาคตได้อย่างยั่งยืน ## PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
25 ส.ค 2566
"รสอ.วาที" ลงพื้นที่เยี่ยมชมกลุ่มศรียะลาบาติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีมายา
"รสอ.วาที" ลงพื้นที่เยี่ยมชมกลุ่มศรียะลาบาติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีมายา
จ.ยะลา 23 สิงหาคม 2566 - นายวาที พีระวรานุพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมและพบปะกลุ่มศรียะลาบาติก พร้อมด้วย นางสาววรรณี พุฒแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 11 นายโดม ถนอมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส นายสมบัติ สุวรรณมณี อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ ผู้นำกลุ่มศรียะลาบาติก ให้การต้อนรับ ณ กลุ่มศรียะลาบาติก ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา กลุ่มศรียะลาบาติก เป็นกลุ่มที่ได้อนุรักษ์ภูมิปัญญาและกรรมวิธีการผลิตผ้าพื้นเมืองลายโบราณและต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน ตลอดจนการสร้างสรรค์กระบวนการผลิตผ้าบาติก ให้มีรูปแบบที่ทันสมัยเข้ากับความต้องการในตลาดปัจจุบัน รวมถึงการต่อยอดการตลาดในอนาคต นอกจากนี้ รสอ.วาที ยังได้เข้าเยี่ยมชมกลุ่มชุมชนหน้าถ้ำ ผู้ผลิตภัณฑ์ผ้าสีมายาที่ได้มีการสร้างลวดลายมัดย้อมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยดีพร้อมได้ส่งเสริมและพัฒาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่ม โดยการนำผ้ามาแช่ไว้ใน ‘น้ำดินมายา’ ที่ได้มาจากการสกัดดินพิเศษจากถ้ำ ทำให้เกิดอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ## PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
24 ส.ค 2566
"รสอ.วาที" ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงาน Hand in Hand เพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
"รสอ.วาที" ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงาน Hand in Hand เพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
จ.นราธิวาส - จ.ยะลา 22 สิงหาคม 2566 - นายวาที พีระวรานุพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Hand in Hand) ร่วมด้วย นางสาววรรณี พุฒแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 11 นายโดม ถนอมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส นายสมบัติ สุวรรณมณี อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และภาคีเครือข่าย ณ โรงงานแฮนด์อินแฮนด์ อำเภอรือเสาะ และอำเภอรามัน โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ดีพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการ และการตลาดของโรงงาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะการผลิตแรงงานการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อันเป็นปัจจัยในการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนต่อไป ## PR.DIPROM (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
24 ส.ค 2566
Brand Awareness  สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ให้มีความโดดเด่น และน่าจดจำ
Brand Awareness สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ให้มีความโดดเด่น และน่าจดจำ
Brand Awareness สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ สีไม่ได้เป็นสิ่งที่ให้สีสันความสดใส หรือความสวยงามได้เพียงเท่านั้น แต่สียังมีความสามารถในการสร้าง Brand Awareness ให้มีความโดดเด่น และน่าจดจำในแง่ของการตลาดได้อีกด้วย วันนี้ ดีพร้อมจะมาแบ่งปันทริคการเลือกใช้สีให้เป๊ะ ให้ปัง และสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดีแต่ก่อนนั้นเราต้องรู้ก่อนว่าสีแต่ละสีนั้นมีความสามารถที่จะสื่อความหมาย หรืออารมณ์อย่างไรได้บ้าง มาดูกันเลย สีแดง กระตุ้นอารมณ์ให้รู้สึกถึงความตื่นเต้น ท้าทาย ร้อนแรง สีเหลือง สื่อได้ถึงความสดใส สนุกสนาน และพลังอำนาจ สีน้ำเงิน บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือ สุขุม สง่า สีเขียว สัญลักษณ์ของความเป็นธรรมชาติ สุขภาพดี ความปลอดภัย สีม่วง ให้ความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย สีขาว บ่งบอกถึงความสะอาด บริสุทธิ์ ความสงบ สีดำ แสดงถึงความมีพลัง น่าหลงไหล สง่างาม ชวนลุ่มหลง นอกจากนี้ สีขาวกับสีดำยังเป็นสีสุดคลาสสิกที่สามารถนำมาใช้ได้กับสินค้าทุกประเภท เมื่อเรารู้ว่า สีต่าง ๆ นั้นสามารถสื่ออารมณ์แบบไหนได้บ้างแล้ว ทีนี้ เราก็ไปดูวิธีการใช้สีให้เกิด Brand Awareness ได้เลย ที่มา : เว็บไซต์ business.ais
24 ส.ค 2566
โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ปี 2567
โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ปี 2567
โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ปี 2567 (City &Community Innovation Challenge 2024) หลักการและเหตุผล ในปัจจุบันแนวโน้มการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองและชุมชน (Innovation for urbanization) จะมีแนวคิดมาจากการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างหน่วยงานด้านการปกครอง องค์กรเอกชน องค์กรภาคสังคม และภาคประชาชน เป็นแนวคิดในกาทำงนร่วมกันหรือเรียกว่า "การร่วมรังสรรค์" (Co-creation) ทำให้ สำนักงานแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ได้ดำเนินการ การเปิดรับข้อเสนอโครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ประจำปี 2567 (City & Community Innovation Challenge 2024) ที่สามารถผลักดันไปสู่การใช้งานจริง เพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นท้าทายที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของเมืองและชุมชน โดยเปิดรับข้อเสนอแนวคิดการพัฒนาในหลากหลายมิติ จากนั้นจะมีการตัดสินแนวคิดที่ดีและมีโอกาสในการขยายผล ซึ่งองค์กรที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อนำไปดำเนินการจริงในพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ที่ สนช. กำหนด ภายในระยะเวลา 12 เดือนของการดำเนินงาน ซึ่งเมื่อดำเนินโครงการนำร่องแล้วเสร็จ สามารถขยายผลแนวคิด เทคโนโลยี โอกาสทางสังคม และธุรกิจ ไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป โดยมีหัวข้อที่เปิดรับสมัครประจำปีงบประมาณ 2567 ดังนี้ นวัตกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Innovation) นวัตกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness Tourism Innovation) นวัตกรรมการเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ (Local Experiential Tourism Innovation) นวัตกรรมความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (Safe and Secure Tourism Innovation) นวัตกรรมการท่องเที่ยวด้านอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น (lingredients Tourism นวัตกรรมการท่องเที่ยวด้ารอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น (Gastronomic and locali ingredients Tourism Innovation) นวัตกรรมการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและความบันเทิง (Cultural and Entertainment Tourism Innovayion) นวัตกรรมเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม (Innovation for Environmental Management) น้ำจืด, ทะเลและชายฝั่ง, มหาสมุทร (Freshwater, Marine and Coastal, Ocean) ฝุ่น, ควัน และการจัดการไฟป่า (Dust, Smoke, and Forest Fire management) การจัดการขยะและของเสีย (Waste management) วัสดุหมุนเวียน (Circular Materials) พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) นวัตกรรมที่สร้างความเสมอถาคและสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (Innovation for Gender Equality and Diversity Support) การสริมสร้างพลังอำนาจของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Women and LGBTQ+'s Empowerment) การลดต้นทุนด้านความปลอดภัย และการป้องกันปัญหาความรุนแรงบนฐานเพศภาวะ (Gender-based Security Cost Reduction and Violence Prevention) การเข้าถึงบริการสุขภาพ สุขภาวะทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ (Healthcare Service Access and Sexual and Reproductive Health) การส่งเสริมสภาพแวล้อมที่เป็นมิตรกับทุกเพศ (Encouraging All-gender-friendly Environment) การเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐนทางวัฒนธรรมและสังคมเพื่อลดอคติทางเพศ (Change of Cultur and Social Norms for Reducing Gender Bias) คุณสมบัติของผู้เสนอโครงการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจขององค์กรปกครองนั้นด้วยนวัตกรรม องค์กรเอกชน หรือ มหาวิทยาลัย ที่มีส่วนร่วมกับเมืองหรือชุมชน มีการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้หรือประโยชน์ให้กับพลเมือง โดยใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน มูลนิธิ สมาคม วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ ที่ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ และส่งผลกระทบอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ช่องทางการติดต่อ city.social@nia.or.th 02 017 5555 ต่อ 542, 546-548, 550-552 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 73/2 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
23 ส.ค 2566