โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
“รองอธิบดีพลาวุธ” ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานหารือแนวทางการดำเนินการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการรายงานผลให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในแต่ละส่วน เพื่อให้สามารถพัฒนาคะแนนการประเมินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของดีพร้อม โดยในปีนี้ได้เน้นย้ำในด้านอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ โดยมีการคัดเลือกกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย มาดำเนินการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อป้งกันการทุจริต โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในเชิงป้องกัน เพื่อควบคุมและลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส
27 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทัพ “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเบิกจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมประกาศเจตนารมณ์และนโยบาย “No Gift Policy” มุ่งทำงานด้วยความโปร่งใส
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทัพ “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเบิกจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมประกาศเจตนารมณ์และนโยบาย “No Gift Policy” มุ่งทำงานด้วยความโปร่งใส
กรุงเทพฯ 20 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว มีการรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) พร้อมทั้งรายงานผลการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” มอบหมายให้รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กำชับหน่วยงานในกำกับเร่งรัดการดำเนินงานโครงการ และเน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานและการให้บริการผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) และ รายงานการดำเนินงานโครงการรฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวถึง การเตรียมการลงพื้นที่ ครม.สัญจร พื้นที่ภาคใต้และการเตรียมความพร้อมของดีพร้อมในการต้อนรับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในโอกาสมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนแก่ข้าราชการและบุคลากรของดีพร้อม พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมข้อมูลที่สอดรับกับข้อสั่งการสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานให้เห็นผล 6 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานน้ำ-พลังงานสะอาด (2) การพัฒนาทักษะแรงงานรองรับ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล (3) ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค (4) ลดอุปสรรคการอนุญาต-ใช้ที่ดินรัฐให้เกิดประโยชน์ (5) ปราบทุจริตสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน และ (6) ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อ เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงท้ายของการประชุม อธิบดีณัฏฐิญา ได้นำทัพข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ “No Gift Policy” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างพร้อมเพรียงกัน
25 พ.ค. 2569
“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ผ้าไทย–เกษตรไบโอ–อาหารไทย” เชื่อมเทคโนโลยี ทุน และตลาด ยกระดับฐานรากเศรษฐกิจไทย
“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ผ้าไทย–เกษตรไบโอ–อาหารไทย” เชื่อมเทคโนโลยี ทุน และตลาด ยกระดับฐานรากเศรษฐกิจไทย
กรุงเทพฯ 21 พฤษภาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ (DIPROM) โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนิกร จำนง และ นายกนก วงษ์ตระหง่าน เลขาธิการคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารและข้าราชการดีพร้อม เข้าร่วมรับฟังนโยบายการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไทย และวิสาหกิจชุมชน ณ ห้อมประชุม ชั้น 6 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” มอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม เงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายตลาด ภายใต้แนวคิดการทำงานเชิงรุกผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศ โดยวางบทบาทให้ดีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย (Industrial Transformation Hub) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Smart & Green Industry) ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศักยภาพการแข่งขัน นวัตกรรม และความยั่งยืน ทั้งนี้ ได้เร่งขับเคลื่อน 3 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง มุ่งส่งเสริมการพัฒนา “ผ้าไทย” ยกระดับเทคโนโลยีเส้นใย นวัตกรรมการทอ และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก (2) อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตั้งแต่ตันน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIO Industry) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (3) อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน พร้อมผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและอาหารแห่งอนาคตเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจไทย นายวราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการลงพื้นที่วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการแบบเฉพาะพื้นที่ เพื่อออกแบบแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด และเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายสนับสนุนให้เข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและตรงจุด พร้อมกันนี้ ยังเร่งช่วยเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ปรับตัวรับกติกาโลกใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero ผ่านการสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว พลังงานสะอาด และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ควบคู่กับการผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานรากไทยในระยะยาว นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ดีพร้อมเพิ่มทักษะและองค์ความรู้แก่บุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่ง รวมทั้งต่อยอดและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไปยังตลาดใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน
22 พ.ค. 2569
“ดีพร้อม” ปั้น “หัวหน้างานยุคใหม่” เสริม Soft Skills สร้างภาวะผู้นำ นำทีมเข้มแข็งด้วยหัวใจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
“ดีพร้อม” ปั้น “หัวหน้างานยุคใหม่” เสริม Soft Skills สร้างภาวะผู้นำ นำทีมเข้มแข็งด้วยหัวใจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “เสริมทักษะหัวหน้างานยุคใหม่ นำพาทีมด้วยหัวใจที่ดีพร้อม” (DIPROM Manager : Leading Team with MIND) โดยมี นางณัฐนภัสสร์ บุญญกูล รักษาการเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องคริสตัล 2 – 4 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “เสริมทักษะหัวหน้างานยุคใหม่ นำพาทีมด้วยหัวใจที่ดีพร้อม” (DIPROM Manager : Leading Team with MIND) เป็นหนึ่งในหลักสูตรสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาบุคลากรของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพหัวหน้างานยุคใหม่ให้พร้อมก้าวทันบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งพัฒนาทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำ ทั้งด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของผู้นำ การโค้ชและบริหารทีมบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ตลอดจนการบริหารความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาหัวหน้างานให้สามารถ “ได้ทั้งงาน และได้ทั้งใจคน” ควบคู่กัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงาน พร้อมส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานในยุคปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีพลังและเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อองค์กร ดีพร้อม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับ โดยเชื่อมั่นว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงต้องมีความรู้และความสามารถในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะในการสื่อสาร ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ และสร้างความเข้าใจร่วมกันภายในทีม เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความร่วมมือในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ขณะเดียวกัน ผู้นำที่ดีจำเป็นต้องมองเห็นศักยภาพของบุคลากรในทีม พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการทำงาน เพื่อหล่อหลอมบุคลากรคุณภาพ และสร้างผลลัพธ์การดำเนินงานที่เข้มแข็ง นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต
22 พ.ค. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 ดันไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอาเซียน    ชี้ลงทุนจีนต้องควบคู่ถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างคนไทยรองรับอุตสาหกรรมศักยภาพ
“ดีพร้อม” เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 ดันไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอาเซียน    ชี้ลงทุนจีนต้องควบคู่ถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างคนไทยรองรับอุตสาหกรรมศักยภาพ
กรุงเทพฯ 14 พฤษภาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมบรรยายในงานสัมมนา “โอกาสความร่วมมือและแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการยกระดับองค์กรและอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัล” ภายใต้โครงการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจระหว่างกรอบความร่วมมือกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (Guangdong - Hong Kong - Macao Greater Bay Area: GBA) กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โดยมี คณะผู้แทนจากโครงการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและ การยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัลระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) - เขตความร่วมมือกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (GBA) ประจำปี 2026 นำโดย นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว และนางสาววรกานต์ ชอบพัฒนา กงสุล ณ นครกว่างโจว ร่วมด้วย ดร.ภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเคเอ็กซ์ ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องอบรม ชั้น 2 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการสัมมนาฯ รองอธิบดีดุสิตฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจศักยภาพ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์และสุขภาพ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว ในส่วนของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัตินั้น กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำในการผลิต และใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียน ผ่านมาตรการด้านการกระตุ้นอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมการผลิต/ธุรกิจบริการให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การสร้างอุปทานมาตรฐานการผลิตระดับสากลและปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เช่น สร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณาการระบบอัตโนมัติ (System Integrator: SI) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center of Robotics Excellence: CoRE) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากภาคการศึกษาไปสู่การผลิตหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ และยกระดับไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนในอนาคต นอกจากนี้ ได้ยกตัวอย่างการนำระบบ IoT, AI และ Big Data มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อยกระดับไปสู่ Industry 4.0 ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ของผู้ผลิตจีน เช่น GAC AION และ BYD ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกระดับภูมิภาคที่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกัน อุตสาหกรรมการแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโรงงานไทยจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบดิจิทัล กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีแนวทางการยกระดับศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการไทยรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาทักษะแรงงานและอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น การส่งวิศวกรไทยไปฝึกงานในโรงงานจีน หรือการส่งผู้เชี่ยวชาญจากจีนมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ผลิตต้นน้ำในประเทศ การบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือกระทรวงแรงงาน เพื่อพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนให้ตรงกับ ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงผลักดันการจัดตั้งศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีไทย-จีน ในรูปแบบ Joint Lab ในพื้นที่ EEC เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนการผสานความร่วมมือกับศูนย์ทดสอบภายในประเทศในการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Digital รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว “ประเทศจีนมีความเชี่ยวชาญด้านโรงงานอัจฉริยะและหุ่นยนต์ในระดับสูง เมื่อผู้ผลิตจีนเข้ามามาลงทุนในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจศักยภาพ ไม่อยากให้เป็นการนำเข้าเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทยด้วย” รองอธิบดีดุสิตฯ กล่าวทิ้งท้าย
22 พ.ค. 2569
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 9 ตำแหน่ง 26 อัตรา สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ได้ที่เว็บไซต์ https://dip.thaijobjob.com หัวข้อ รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 - 9 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขานุการกรม 0 2430 6865 ต่อ 1024-1025
21 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
“รองอธิบดีพลาวุธ" นั่งหัวโต๊ะประชุมพิจารณาเกณฑ์คัดเลือก เตรียมแผนรับสมัคร SMEs ดีเด่น 2569 เฟ้นหาสุดยอด SMEs สายครีเอทีฟ สร้างสินค้าไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณค่า
กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล้วยน้ำไท และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ เป็นรางวัลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและยกย่องผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความโดดเด่นในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถยกระดับสินค้าเดิมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด/ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า การออกแบบที่โดดเด่นทั้งด้านความสวยงามและการใช้งาน รวมถึงการเล่าเรื่องและการสร้างแบรนด์ที่ช่วยสร้างการจดจำ ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจึงถือเป็นต้นแบบของธุรกิจที่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนองค์กร จนต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตได้ นอกจากนี้ รางวัลดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทยในระยะยาว ที่ประชุมฯ ได้มีการรายงานความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานการจัดงานในภาพรวม พร้อมนำเสนอข้อมูลสำคัญเพื่อแจ้งในที่ประชุมทราบและพิจารณาร่วมกัน อาทิ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงาน แผนการดำเนินงาน แนวทางการประชาสัมพันธ์ กระบวนการคัดเลือก ตลอดจนคุณสมบัติและข้อกำหนดต่างๆ ของผู้สมัคร ทั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัล รวมถึงเตรียมแผนการดำเนินงานและพิจารณาขั้นตอนการคัดเลือกผู้ประกอบการ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ จูงใจและสามารถดึงศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์ความยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับสากล
19 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
“รองอธิบดีพลาวุธ”  ประชุมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานหารือแนวทางการดำเนินการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการรายงานผลให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในแต่ละส่วน เพื่อให้สามารถพัฒนาคะแนนการประเมินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของดีพร้อม โดยในปีนี้ได้เน้นย้ำในด้านอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ โดยมีการคัดเลือกกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย มาดำเนินการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อป้งกันการทุจริต โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในเชิงป้องกัน เพื่อควบคุมและลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส
19 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ตะลุยชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ชื่นชมการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
จังหวัดนครศรีธรรมราช 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2560 จากการรวมตัวของเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร และยกระดับรายได้ของชุมชน เริ่มต้นจากการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ การลดต้นทุนการผลิต และใช้เทคนิคทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดสวนอย่างยั่งยืนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ โดยพื้นที่อำเภอพิปูนเป็นแหล่งปลูกผลไม้สำคัญ เช่น มังคุด มะไฟกา เงาะ ทุเรียน บางช่วงเมื่อผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ทางกลุ่มจึงนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ทอฟฟี่มังคุด กาแฟผสมผงเปลือกมังคุด ไวน์มังคุด ไวน์มะไฟกา น้ำเชื่อมมังคุด น้ำเชื่อมกุหลาบ น้ำเชื่อมมะม่วงเบา น้ำเชื่อมอัญชัน ทุเรียนกวน และผลไม้อบแห้ง โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ได้รับความช่วยเหลือจากดีพร้อมผ่านโครงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน และกลไกการให้บริการของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม จนนำไปสู่การได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่มังคุด และได้ร่วมออกบูธในงาน “ดีพร้อมเสน่ห์ไทย” เพื่อเปิดตลาดผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น “ดีพร้อม” มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในยุคอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการยกระดับศักยภาพการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
19 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม อก. ล่องเมืองไชยา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรรมน้ำดื่ม
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และติดตามความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ณ บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัท อินคาวอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำดื่ม เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคทุกชนิด ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP และ อย. โดยบริษัทฯ มีการเข้าร่วมโครงการของดีพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและดิจิทัลมาใช้ภายในโรงงาน เช่น การพัฒนาระบบลมอัด เพื่อลดการสูญเสียลมในเครื่องจักร (Auto Drain Zero Air Loss) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเข้าร่วมเป็นสถานประกอบการต้นแบบ ภายใต้โครงการ “Smart Factory for Local SMEs Towards Thailand 4.0 through Regional Integrated SME Promotion” โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญประเทศญี่ปุ่น ในการติดตั้งระบบเซนเซอร์นับจำนวนการผลิตน้ำดื่มบรรจุแพ็คเทียบกับปริมาณวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตขวด และนำข้อมูลที่ได้มาใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยสามารถลดต้นทุนและบริหารจัดการพลังงานได้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (Service Provider: SP) ที่ผ่านการพัฒนาจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10) โดยปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น (On-the-job Training) เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของที่ปรึกษาในพื้นที่ให้สามารถให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีศักยภาพ
19 พ.ค. 2569