โทรศัพท์ 1358
“ปลัดณัฐพล” ร่วมยินดีเครือสหพัฒน์ เปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเจรจาหาพันธมิตรร่วม ชวนสหพัฒน์ จัดมหกรรมสินค้า X อุตสาหกรรมแฟร์ ย้ำความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน บูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและหนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง
“ปลัดณัฐพล” ร่วมยินดีเครือสหพัฒน์ เปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเจรจาหาพันธมิตรร่วม ชวนสหพัฒน์ จัดมหกรรมสินค้า X อุตสาหกรรมแฟร์ ย้ำความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน บูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและหนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2569 - นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ HALL 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มหกรรม “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” โดยทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรม และแรงบันดาลใจ โดยรวบรวมสินค้าคุณภาพจากบริษัทในเครือกว่า 1,000 รายการ มาให้ประชาชนเลือกซื้อในราคาคุ้มค่า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในการลดค่าครองชีพในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว นับเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันและเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย ทั้ง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง แฟชั่นโชว์ งานสัมมนา รวมถึงไฮไลท์สำคัญ คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่า 20 ฉบับ ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี AI การค้าการลงทุนการตลาด สุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ไลฟ์สไตล์และการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมีพันธมิตรชั้นนำ รวมถึง ภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและเครือสหพัฒน์ มีความสัมพันธ์อันดีและมีความร่วมมือกันมาอย่างแน่นแฟ้นและต่อเนื่อง ซึ่งเครือสหพัฒน์นับเป็นภาคีเครือข่ายภาคเอกชนที่ร่วมเกื้อกูลและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงวิสาหกิจชุมชนไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศอุตสาหกรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
29 มิ.ย. 2569
“รสอ.พลาวุธ”  เป็นประธานประชุมร่วมสภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางยกระดับหัตถกรรมไทย และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน
“รสอ.พลาวุธ”  เป็นประธานประชุมร่วมสภาอุตสาหกรรมฯ หารือแนวทางยกระดับหัตถกรรมไทย และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรม หัตถกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ เป็นการรับฟังและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับของระบบ TSIC (Thailand Social Impact Credit) ซึ่งเป็นกลไกใหม่ในการยกระดับผู้ผลิตไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อแก้ปัญหาผู้ผลิตชุมชนที่ขาดการเชื่อมโยงกับนักออกแบบและแบรนด์สมัยใหม่ ทั้งยังไม่มีระบบรับรองคุณค่าที่แท้จริงการดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรองศักยภาพผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้าสู่ระบบ การเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับนักออกแบบสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่ที่มีความเป็นสากลและร่วมสมัย เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนผลักดันเข้าสู่ตลาด ซึ่งกลไกเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนงานฝีมือชุมชนให้กลายเป็นสินค้ามูลค่า และคาดว่าจะสามารถช่วยยกระดับเพิ่มรายได้ให้แก่ช่างฝีมือในชุมชนได้ ตลอดจนเป็นการรักษาและสืบสานภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาติให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในเวทีสากล ทั้งนี้ รองอธิบดีพลาวุธ ได้ให้ข้อสังเกตและแนวทางสำคัญในการพัฒนาเพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างกระบวนการรับรองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือวัดมูลค่าทางสังคม ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับสากล นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
29 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” แท็กทีม “ดีพร้อม” “JICA” กางแผนพัฒนา RISMEP ปี2 ดัน ผปก.ไทย ในพื้นที่ภูมิภาคสู่ Smart Factory พร้อมปรับ ยกระดับ รับอุตสาหกรรม 5.0
“รองอธิบดีพลาวุธ” แท็กทีม “ดีพร้อม” “JICA” กางแผนพัฒนา RISMEP ปี2 ดัน ผปก.ไทย ในพื้นที่ภูมิภาคสู่ Smart Factory พร้อมปรับ ยกระดับ รับอุตสาหกรรม 5.0
กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการ Smart Factory for Local SMEs Towards Thailand 4.0 Through Regional Integrated SME Promotion (RISMEP) ปีที่ 2 โดยมี นายโคมาฮาชิ ริเอะ ผู้แทนอาวุโสประจำองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น ((Japan International Cooperation Agency: JICA) สำนักงานประเทศไทย พร้อมด้วยนายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม ดร.วรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 นายนพดล อุ่มน้อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 คณะผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น คณะกรรมการประสานงานร่วมโครงการฯ ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) (สวทช.) ผู้แทนจากสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ราชเทวี การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ และทีมบุคลากรของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) (ทีมสนับสนุน (Support Team)) ในพื้นที่นำร่องโครงการ Smart Factory for Local SMEs Towards Thailand 4.0 Through Regional Integrated SME Promotion (RISMEP) ปีที่ 2 (ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 จ.ขอนแก่น และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 จ.สุราษฎร์ธานี) โดยที่ประชุมได้นำเสนอรายละเอียดภาพรวมแผนการดำเนินงาน และขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ที่ปรึกษา และทีมสนับสนุน ซึ่งการดำเนินงานในปีที่ 2 นี้ มุ่งเน้นในการต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากปีที่ 1 สู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยการส่งเสริมให้ “Support Team” ของเครือข่าย RISMEP สามารถเข้าไปดำเนินการจำแนกปัญหา ปรับปรุงกระบวนการผลิต พร้อมการพัฒนาระบบ Internet of Things (IoT) ในสถานประกอบการกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งรายละเอียดและความต้องการด้านกลยุทธ์การบริหารงานแบบญี่ปุ่น (Kaizen) และการนำ IoT ไปประยุกต์ใช้ในสถานประกอบการ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) Support Team ในพื้นที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น และที่ปรึกษา จำนวน 6 กิจการ (พื้นที่นำร่องละ 2 กิจการ) และ 2) Support Team ในพื้นที่ดำเนินการด้วยตนเอง จำนวน 6 กิจการ (พื้นที่นำร่องละ 2 กิจการ) ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบ จะเป็นการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและความพร้อมของสถานประกอบการในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สถานประกอบการอัจฉริยะ (Smart Factory) รวมถึงลงพื้นที่สำรวจเพื่อระบุปัญหา ความต้องการของผู้ประกอบการ และหาแนวทางปรับปรุงสถานประกอบการโดยใช้แนวคิด Kaizen IoT พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์และระบบเก็บข้อมูลเพื่อจับสัญญาณการผลิตและสถานะเครื่องจักร ตลอดจนเฝ้าติดตามวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ต่อเนื่องสำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงสถานประกอบการโดยใช้แนวคิด Kaizen และ IoT เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สถานประกอบการอัจฉริยะ (Smart Factory) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
29 มิ.ย. 2569
”กระทรวงอุตสาหกรรม“ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
”กระทรวงอุตสาหกรรม“ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธ์ วิเศษสินธุ์ นางดวงดาว ขาวเจริญ นายสุนทร แก้วสว่าง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานนันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล นายวัชรุน จุ้ยจำลอง นายกฤศ จันทร์สุวรรณ นายวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ชามาตย์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธี ด้วยความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพรมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
29 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองอู่ทอง ตรวจความเรียบร้อย การเตรียมงานอุตสาหกรรมแฟร์ และกิจกรรมฝึกอาชีพ มุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ชุมชน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองอู่ทอง ตรวจความเรียบร้อย การเตรียมงานอุตสาหกรรมแฟร์ และกิจกรรมฝึกอาชีพ มุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ชุมชน
จ.สุพรรณบุรี 24 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการจัดเตรียมบูธ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน "อุตสาหกรรมแฟร์ สุพรรณบุรี" และการจัดกิจกรรมฝึกอาชีพ “DIPROM Community SkillUp : เพิ่มพลังทักษะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน” พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวอัญชลีย์พร เขียวเกษม ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 8 นายวิชญพรรณ พลอยทับทิม อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวหนึ่งหทัย ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน และนายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน สุพรรณบุรี และหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) จังหวัดสุพรรณบุรี ในการลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการจัดงาน "อุตสาหกรรมแฟร์ สุพรรณบุรี" ครั้งนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้รับฟังความคืบหน้าจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 พร้อมเดินตรวจเยี่ยมพื้นที่การจัดงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผู้ประกอบการและประชาชนที่จะเข้ามาเลือกซื้อสินค้า พร้อมทั้งการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการกว่า 90 ร้านค้า รวมถึงการจัดโซนกิจกรรมไฮไลท์ต่าง ๆ อาทิ การจัดแสดงนวัตกรรมโซลาเซลล์ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และโดรนเพื่อการเกษตร ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 - 28 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ลานหน้าโรบินสัน สุพรรณบุรี โดยมีเป้าหมายว่าการจัดงานตลอดทั้ง 3 วันจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดสุพรรณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจในระดับท้องถิ่นอีกด้วย ต่อจากนั้น “อธิบดีณัฏฐิญา” พร้อมคณะผู้บริหารเดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย บ้านไทยรีสอร์ท จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจความพร้อมการจัดกิจกรรมฝึกอาชีพ “DIPROM Community SkillUp : เพิ่มพลังทักษะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน” ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ประชาชน จำนวน 150 คน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยจะมีการแบ่งกลุ่ม เพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างทักษะอาชีพ 3 หลักสูตร ประกอบด้วย (1) หลักสูตรการทำยาดมสมุนไพรและสเปรย์สมุนไพรไล่ยุง (2) หลักสูตรการทำลูกประคบสมุนไพรผ้าลายไทยและลูกประคบธัญพืชไฮเทค และ (3) การทำยาหม่องสมุนไพร สูตรร้อน สูตรเย็น การจัดทั้ง 2 กิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนแล้ว ยังเป็นการจุดประกายให้ชุมชนเห็นถึงแนวทางประกอบอาชีพเสริมและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม และจะช่วยกระตุ้นให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดสุพรรณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจในระดับท้องถิ่นต่อไป
29 มิ.ย. 2569
”อธิบดีณัฏฐิญา“ นำทีมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
”อธิบดีณัฏฐิญา“ นำทีมผู้บริหารดีพร้อม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี พระราชวัชรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมี นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) ครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) และครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ โดยกำหนดจัดพิธีทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ ภายในพิธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล ก่อนร่วมเจริญจิตภาวนา และกรวดน้ำรับพร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล หลังเสร็จสิ้นพิธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล โดยมีพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป รับบิณฑบาต ณ บริเวณชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ “ปัณรสมวาร” หมายถึง วาระครบ 15 วัน โดยเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี ประกอบด้วยคำว่า “ปัณรส” หมายถึง สิบห้า และ “วาร” หมายถึง วันหรือวาระ ซึ่งนิยมใช้ในพระพุทธศาสนาและราชประเพณี เพื่อเรียกพิธีบำเพ็ญกุศลตามกำหนดวาระ อันเป็นการอุทิศถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในโอกาสสำคัญ
29 มิ.ย. 2569
“ดีพร้อม“ เร่งติดอาวุธ ”นักวินิจฉัยธุรกิจ“ สร้างกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืน
“ดีพร้อม“ เร่งติดอาวุธ ”นักวินิจฉัยธุรกิจ“ สร้างกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 23 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทย (Refresh DIPROM to Rebuild SMEs) ให้ยั่งยืน” ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการอบรมดังกล่าว โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องแซฟไฟร์ 1-2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ถ.ราชปรารภ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทยให้ยั่งยืน” เป็นกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของดีพร้อม ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีทักษะด้านการวิเคราะห์และวินิจฉัยสถานประกอบการ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการแนะนำแนวทางการพัฒนาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการเสริมสร้างกลไกการพัฒนา SMEs ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศในระยะยาว ซึ่งการอบรมหลักสูตรดังกล่าว มีระยะเวลา 7 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรม 58 คน เน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการลงพื้นที่สถานประกอบการ การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการฝึกจัดทำรายงานวินิจฉัยธุรกิจ ให้ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การเงิน การผลิต และเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเสริมสร้างทักษะการประเมินสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ อธิบดีณัฏฐิญา เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทักษะองค์ความรู้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ในทุกพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
29 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเกมรุก คิกออฟ “โครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมฯ” มุ่งยกระดับดีพร้อม รองรับกลไกเชิงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเกมรุก คิกออฟ “โครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมฯ” มุ่งยกระดับดีพร้อม รองรับกลไกเชิงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงโครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และที่ปรึกษาจากสำนักงานเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชี้แจงขอบเขตการดำเนินงาน การวิเคราะห์บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม SME และนำข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการทำงานในระยะต่อไป โดย ”อธิบดีณัฏฐิญา“ เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานของดีพร้อมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยขอให้เร่งทบทวนแผนปฏิบัติราชการ และปรับทิศทางการทำงานของกอง/ศูนย์ภาคทั่วประเทศ พร้อมวางบทบาทในการสนับสนุนและช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งต้นและเติบโตได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะมุ่งเน้นการทำงานที่ยืดหยุ่นตามนโยบาย DIPROM FLEXi เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ตลอดจนการจัดทำแผนรองรับในสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติ สถานการณ์สงคราม วิกฤติด้านพลังงาน นอกจากนั้น ขอให้มุ่งเน้นการส่งเสริมการนำระบบเทคโนโลยี และดิจิทัลเข้ามาใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการส่งเสริมมาตารฐานการผลิตที่ดี ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับธุรกิจผ่านการนำดิจิทัลคอนเทนต์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้ามาใช้ในการบอกเล่าเรื่องราว (story telling) เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจและผู้ประกอบการ สำหรับโครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่นี้ จะแบ่งแผนงานออกเป็น 5 กิจกรรมหลัก เริ่มต้นจาก (1) การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงนโยบาย (Policy Mapping) (2) การจัด Workshop/Focus Group ภายในดีพร้อมเพื่อประเมินขีดความสามารถของหน่วยงาน (3) การลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและศึกษาดูงานใน 4 ภูมิภาคเป้าหมาย ได้แก่ ภาคเหนือ (เชียงใหม่), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น), ภาคตะวันออก (ระยอง) และภาคใต้ (สงขลา) (4) การวิเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน และต้นแบบเครื่องมือจำลองสถานการณ์ธุรกิจ และ (5) จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติงาน รวมถึงหลักสูตรพัฒนาบุคลากรที่ตอบโจทย์และนำไปใช้พัฒนาภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้จริงในระยะต่อไป
29 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ด CEA ทบทวนแผน ปรับกลยุทธ์ พร้อมรับมืองบปี 70 ผลักดันไอเดียสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ด CEA ทบทวนแผน ปรับกลยุทธ์ พร้อมรับมืองบปี 70 ผลักดันไอเดียสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครั้งที่ 6/2569 พร้อมด้วย นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นประธานการประชุม ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการทบทวนแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และพิจารณาแนวทางการดำเนินงานกิจกรรม พร้อมทั้งการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดผลงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยฝ่ายเลขาฯ ได้เสนอขออนุมัติปรับลดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด เนื่องจากงบประมาณภาพรวมในปี 2570 มีแนวโน้มลดลง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงตัวชี้วัด เพื่อให้มีความเหมาะสมและสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โดยมีข้อเสนอในการปรับรูปแบบเป็นการร่วมดำเนินการกับภาคีเครือข่าย เพื่อจัดเทศกาลใหญ่อย่าง Bangkok Design Week และ Chiang Mai Design Week การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยขอให้ฝ่ายบริหารจัดการเรื่องการสื่อสาร (Reputation & Perception) เพื่อทำความเข้าใจกับหน่วยร่วมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน และควรส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงร่วมพิจารณา สำหรับประเด็นการแสวงหาแหล่งทุนและโมเดลธุรกิจใหม่ได้เสนอให้หาทางเพิ่มรายได้ทดแทนงบประมาณที่ถูกปรับลด อาทิ การจัดหาสปอนเซอร์จากภาคเอกชน หรือความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรในต่างประเทศ รวมถึงการขอรับงบสนับสนุนเพิ่มเติมจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือหน่วยงานอื่น ๆ และขอให้มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืน (Sustainable Impact) พร้อมเสนอแนะว่า ควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดที่สะท้อนว่าผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดสร้างสรรค์ไปปรับใช้ ต่อยอด คิดค้น และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งจะถือเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ท้ายนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้กล่าวว่า ตัวชี้วัดของ CEA ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับประเทศ ต้องเชื่อมโยงกับการประเมินศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องรายได้จากการจัดเทศกาล มูลค่าเพิ่มของธุรกิจสร้างสรรค์ต่อ GDP มูลค่าการส่งออก และรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงจำนวนเมืองที่มีศักยภาพ ความหนาแน่นของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การสนับสนุนจากภาครัฐ และจำนวนผู้ประกอบการหรือแรงงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้ CEA ประเมินศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างครอบคลุม
29 มิ.ย. 2569
“นายกฯ อนุทิน“ พร้อมคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “Glow in the Dark” ของดีพร้อม ในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 พร้อมด้วย “ปลัดณัฐพล” ร่วมชื่นชมผลงาน ผปก. ดีพร้อม ที่ร่วมแสดงในมหกรรมสุดยิ่งใหญ่กลางปี
“นายกฯ อนุทิน“ พร้อมคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “Glow in the Dark” ของดีพร้อม ในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 พร้อมด้วย “ปลัดณัฐพล” ร่วมชื่นชมผลงาน ผปก. ดีพร้อม ที่ร่วมแสดงในมหกรรมสุดยิ่งใหญ่กลางปี
จ.นนทบุรี 22 มิถุนายน 2569 - นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงาน "OTOP Midyear 2026 ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ว่า รัฐบาลมุ่งหวังสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ในทุกระดับทั่วประเทศ โดยนำทุนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสินค้า OTOP จะไม่ใช่เพียงของฝากจากชุมชน แต่เป็นตัวแทนสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์อันทรงคุณค่าของคนไทยในสายตาชาวโลก ตลอดจนขับเคลื่อนแบรนด์ Made in Thailand ให้เป็นเครื่องหมายแห่งคุณภาพ ความคุ้มค่า และความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง ถือเป็นโอกาสและเวทีครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จุดประกายแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในการกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน ภายใต้แนวคิด “Glow in the Dark แสงแห่งทางรอด: ส่องประกายภูมิปัญญาไทย สู่อนาคตแห่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และจุดประกายแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรค ผ่านการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสเชิงสร้างสรรค์ จากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาในระดับสากล ผ่าน 2 แนวทางหลัก คือ การพัฒนาวัตถุดิบทางเลือก (Alternative Materials) และการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและการดำเนินงานภายในพื้นที่ DIPROM Pavilion ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ จัดแสดงผลงาน OTOP 4-5 ดาว ที่ผ่านการพัฒนาจากดีพร้อมจำนวน 20 ราย อาทิ เสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ Sleep Beautiful กระเป๋า Upcycling ฝาดึงกระป๋อง Artcrew Armada ผ้าย้อมสีธรรมชาติ BATIK HOUSE หัตถศิลป์ 3 มิติเศษผ้าไหม PIMNADA และกระเป๋าไหมกั้นสีธัญพืช Kuimahai Crafts & Studio ร่วมด้วยงานศาสนศิลป์และประติมากรรมนิลเมืองกาญจน์ล้ำค่าจากมูลนิธิช่างหัตถศิลป์ โซนที่ 2 กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Share & Learn) สร้างการเรียนรู้แนวทางการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ OTOP ถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างสรรค์งานฝีมือ “Eco Creative Zone” ด้วยเวิร์กชอปสร้างอาชีพและรักษ์โลก ทุกวันตลอดการจัดงาน โดยหมุนเวียนกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ ทำกระเป๋าผ้า เพ้นท์หมวก ถุงหอมปลาตะเพียน สบู่แฮนด์เมด เทียนหอม บุหงาร่ำไป ของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติ และปิ่นปักผม และ โซนที่ 3 พื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ได้แก่ ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM BSC) บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจ บริการให้คำปรึกษาด้านเงินทุน และบริการประชาสัมพันธ์การให้บริการของดีพร้อม เพื่อสนับสนุนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการและเลือกซื้อสินค้า OTOP จากผู้ประกอบการกว่า 2,000 รายจากทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 20 - 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี
29 มิ.ย. 2569