โทรศัพท์ 1358
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
กรุงเทพฯ 2 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมนานาชาติด้านยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) 2026 โดยมี Mr.Wan Gang ประธานสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย Mr.Zhang Jianwei เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย Mr.Zhang Jinhua ประธานสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) เป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ สนับสนุนความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความร่วมมือ BRI (Belt and Road Initiative) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังผลักดันเพื่อเชื่อมโลกผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการลงทุน ซึ่งการที่ประเทศจีนเลือกไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าจีนได้ให้ความสำคัญกับไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญของจีน ที่มีความโดดเด่นทางด้านชิ้นส่วนยานยนต์ คุณภาพแรงงาน และนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการก้าวไปสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) หรือยานยนต์แห่งอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง เช่น การจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) แห่งแรกในอาเซียน และห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ด้วยการบริหารจัดการยานยนต์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนระบบการขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ มีประสิทธิภาพสูง และมีความปลอดภัยในอนาคต
08 เม.ย. 2569
ดีพร้อมลุย “Farm2Factory” อัดเทคโนโลยีเสริมแกร่งโลจิสติกส์ - ลดต้นทุนซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจ หวังสร้างแต้มต่ออุตสาหกรรมไทย
ดีพร้อมลุย “Farm2Factory” อัดเทคโนโลยีเสริมแกร่งโลจิสติกส์ - ลดต้นทุนซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจ หวังสร้างแต้มต่ออุตสาหกรรมไทย
กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “Farm2Factory Supply Chain Connect พลิกโฉมการจัดการโลจิสติกส์พืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ” พร้อมสรุปผลการดำเนินงานด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และมอบเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 10 กิจการ โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กล่าวรายงาน และ รองศาสตราจารย์ปราณี จงสุจริตธรรม นายกสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กล่าวต้อนรับ ณ ห้อง Multipurpose ชั้น 1 สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น TPA29 สุขุมวิท 29 อโศก ภาคเกษตรกรรมนับเป็นต้นน้ำในกระบวนการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย โดยพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกกว่า 16% ของ GDP ภาคการเกษตรของประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงเล็งเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยดำเนินการผ่าน “กิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการจัดการโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการให้แก่สถานประกอบการในซัพพลายเชน เพื่อลดต้นทุน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการความร่วมมือในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ซัพพลายเชน ประกอบด้วย อ้อย 2 ซัพพลายเชน ปาล์มน้ำมัน 1 ซัพพลายเชน และมันสำปะหลัง 1 ซัพพลายเชน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วม จำนวน 10 กิจการ เพื่อรับการวิเคราะห์กระบวนการซัพพลายเชน วิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์เชิงลึก พัฒนาระบบ IT ต้นแบบที่เหมาะกับสถานประกอบการ รวมถึงการปรับวิธีคิดและวิธีการทำงานโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างจริงจัง วัดผลได้ในเชิงประสิทธิภาพ และลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ได้มีการถอดบทเรียนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับตัวภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบัน รวมถึงต่อยอดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด “ดีพร้อม” เชื่อมั่นว่า กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
07 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำชับใช้ข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ละเมิด PDPA
“ดีพร้อม” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำชับใช้ข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ละเมิด PDPA
กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมี นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศส.กสอ.)และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคลากรของดีพร้อม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดย ศส.กสอ. ได้ชี้แจงสาระสำคัญในการดำเนินงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นบนเว็บไซต์ของหน่วยงานและสาธารณะบนหลักการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะที่ “จำเป็น” ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง และหลีกเลี่ยงการเปิดเผย “ข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น” รวมถึงแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการดำเนินงานตาม PDPA ของหน่วยงานอย่างถูกต้อง โดยมี สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมให้ข้อเสนอแนะการเปิดเผยสรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่ถูกต้องครบถ้วน และสอดคล้องตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง “รองอธิบดีดุสิต” ได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมตามแนวทาง PDPA โดยเฉพาะข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องนำเข้าสู่ระบบซึ่งนอกจากจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์หรือใช้งานจริงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรบนวิธีการที่ถูกต้องและมีฐานทางกฎหมายรองรับควบคู่กันด้วย
07 เม.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานของดีพร้อม ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานของดีพร้อม ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569
กรุงเทพฯ 1 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2569 ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีพร้อมจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting พิธีการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของดีพร้อม เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569 รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป ขณะเดียวกัน ยังเป็นการขับเคลื่อนดีพร้อมสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการส่งเสริมการนำคุณธรรมมาสร้างความร่วมมือเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมถึงมุ่งส่งเสริมคุณธรรมที่พึงรักษา 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู อันจะเป็นรากฐานให้บุคลากรของดีพร้อม เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ โดยมีคุณธรรมเป้าหมายในส่วนของความดีที่อยากทำ คือ การเสริมสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
02 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าส่งเสริมคุณธรรม ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ปี 69 เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งมั่นสู่องค์กรคุณธรรม ซื่อสัตย์และโปร่งใส
“ดีพร้อม” เดินหน้าส่งเสริมคุณธรรม ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ปี 69 เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งมั่นสู่องค์กรคุณธรรม ซื่อสัตย์และโปร่งใส
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ประชุมคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางบุญเจือ วงษ์เกษม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายเพทาย ล่อใจ รองประธานคณะทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ นายเจตนิพิฐ รอดภัย คณะทำงาน เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานผลการดำเนินกิจกรรม และความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยแต่ละหน่วยงานในสังกัดดีพร้อม สามารถดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 30 ตามที่กำหนดไว้ในแผน ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ คณะทำงานฯ กำชับให้มีการตรวจสอบผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ โดยคณะทำงานฯ เชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐเท่านั้น แต่ยังจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรมให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยโดยรวม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
02 เม.ย. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมเวที TARA Annual Dinner 2026 ชู Future Tech ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมหนุน SME เข้าถึงเทคโนโลยีครบวงจร
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมเวที TARA Annual Dinner 2026 ชู Future Tech ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมหนุน SME เข้าถึงเทคโนโลยีครบวงจร
กรุงเทพฯ 27 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นวิทยากร ในงานเสวนาพิเศษ TARA Annual Dinner 2026 จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (Thai Automation & Robotics Association: TARA) โดยมี ผู้แทนจากกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วม ณ The Banquet Hall at Nathong, Hall1 เขตห้วยขวาง “รองอธิบดีดุสิต” ได้ร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ "Future Tech, Future Business เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ แห่งอนาคต” โดยกล่าวถึงกลไกการสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ว่า ผู้ประกอบการ ที่หลากหลายย่อมต้องการเทคโนโลยีที่แตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายและต้นทุนต่ำ เช่น เครื่องบรรจุผลิตภัณฑ์หรือเครื่องพิมพ์สายกล่อง ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบ Automation และ การใช้ IoT ในภาคเกษตรอุตสาหกรรม ดีพร้อมจึงได้วางแนวทางการส่งเสริมในหลากหลายมิติเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “สินเชื่อดีพร้อมเปย์” เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการนำไปลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 10 ปี รวมถึงมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่ม Startup ที่มีนวัตกรรมและสามารถต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรระยะสั้นด้าน Digital Transformation เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีนำไปสู่การใช้งานจริงภายในองค์กร รวมถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ได้มีโอกาสเข้ามาทดสอบใช้งานเครื่องจักรและเครื่องมือต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน อีกทั้งยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเทคโนโลยีต่างประเทศ เช่น ความร่วมมือกับทาง Tokyo SME ประเทศญี่ปุ่น เพื่อจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ากับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทย ที่ต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการประกอบธุรกิจ
02 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” หารือ RSPO เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานโลกยั่งยืน
“ดีพร้อม” หารือ RSPO เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยสู่มาตรฐานโลกยั่งยืน
กรุงเทพฯ - 25 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติต้อนรับผู้บริหารองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) นำโดย นายธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ Board of Governance, RSPO Mrs. Chuah Su Ming Head, Public Policy and Financial Partnership (Asia) เข้าพบ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมผู้ผลิตอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันของไทยด้วยมาตรฐานปาล์มยั่งยืน โดยมี ผู้แทนจากกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม RSPO เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยมีสมาคมน้ำมันปาล์มมาเลเซียเป็นหลัก สมาชิกปัจจุบันของ RSPO ประกอบด้วย ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากห่วงโซ่คุณค่าของน้ำมันปาล์ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้แปรรูปและผู้ค้า สถาบันการเงิน และองค์กรพัฒนาเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม RSPO ก่อตั้งขึ้น เนื่องจาก สหภาพยุโรปได้กำหนดเงื่อนไขว่า ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่จำหน่ายในสหภาพยุโรป จะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้ต้องมีองค์กรที่ต้องสร้างมาตรฐานน้ำมันปาล์มยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิแรงงานและชุมชน เป็นต้น จุดประสงค์ของการหารือ เพื่อแนะนำ RSPO ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานน้ำมันปาล์มยั่งยืน และวางกรอบระบบการรับรอง รวมทั้งเพื่อทำความรู้จักกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ได้แก่ กสอ. และ สศอ. เป็นต้น โดยอาจพัฒนาความร่วมมือกันเกี่ยวกับโรงงานสกัด หรือโรงงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และการรับรองมาตรฐานของ RSPO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
02 เม.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล“ มอบหมาย ”อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทน อก. ร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ นายกฯ นำทีมเคาะ 7 มาตรการด้านพลังงานช่วยเหลือ ปชช. และภาคธุรกิจ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน – เติมเงินบัตรสวัสดิการ
“ปลัดณัฐพล“ มอบหมาย ”อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทน อก. ร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ นายกฯ นำทีมเคาะ 7 มาตรการด้านพลังงานช่วยเหลือ ปชช. และภาคธุรกิจ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน – เติมเงินบัตรสวัสดิการ
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งพิเศษ/2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) นี้ เพื่อพิจารณามาตรการดูแลประชาชน ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง และความคืบหน้า ความจำเป็น และมาตรการของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องปรับตัวในช่วงที่เผชิญวิกฤตพลังงานของโลก รวมถึงแนวทางการปรับตัวของประเทศไทย และแผนการบริหารจัดการด้านพลังงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก โดย ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชน 7 มาตรการ ได้แก่ 1. ให้กระทรวงการคลังพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม 2. ใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะดำเนินการในระยะเวลาเท่าใด 3. การดูแลกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4. ภาคเกษตรกร ซึ่งสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเป็นเรื่องของราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการโครงการธงเขียวสนับสนุนปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร รวมมถึงสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าด้วย 5. เกษตรกรกลุ่มประมงจะได้รับการเยียวยาโดยใช้ น้ำมัน B20 มีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ ในอัตราที่ 5 - 6 บาท 6. การดูแลคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรือกลุ่มก่อสร้าง ซึ่งอาจจะมีช่วงที่ขาดน้ำมันไม่สามารถใช้งานเครื่องจักรได้ทำให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า โดยพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี โดยทางสำนักงบประมาณได้รับไปดำเนินการ และ 7. การเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการในส่วนของ SME ทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตลอดจนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ธนาคารออมสินจะกำหนดออกมาให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัด พร้อมกำชับส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานตามมติ ครม. ในครั้งที่ผ่านมาด้วย
30 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ระดมทีมดีพร้อม สั่งการรุกเข้ม ออกมาตรการด้านพลังงาน หนุนเอสเอ็มอี พร้อมกำหนดมาตรฐานประเมินผลปี 69 รับมือวิกฤตโลก-สงคราม ชูเทคโนโลยี IoT-Digital ลดต้นทุนพลังงานอุตสาหกรรมไทย
“อธิบดีณัฏฐิญา” ระดมทีมดีพร้อม สั่งการรุกเข้ม ออกมาตรการด้านพลังงาน หนุนเอสเอ็มอี พร้อมกำหนดมาตรฐานประเมินผลปี 69 รับมือวิกฤตโลก-สงคราม ชูเทคโนโลยี IoT-Digital ลดต้นทุนพลังงานอุตสาหกรรมไทย
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางและรูปแบบการติดตาม การประเมินผล และการประเมินความคุ้มค่าการดำเนินโครงการของ กสอ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการด้านพลังงาน ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการประชุม ครม. นัดพิเศษ เพื่อจัดทำแนวทางการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัวจากผลกระทบในสถานการณ์ด้านพลังงาน พร้อมกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของดีพร้อม โดยมีสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (สำนักงาน ก.พ.ร.) เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานการวัดผลให้มีความเป็นสากลผ่านกรอบแนวคิด OECD Model พร้อมบูรณาการเครื่องมือทางวิชาการอย่าง Result Chain และ Value Chain เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้เห็นภาพผลสัมฤทธิ์ว่าโครงการต่างๆ สามารถสร้างผลกระทบต่อ GDP และช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการให้ก้าวข้ามขีดความสามารถท่ามกลางสภาวะความผันผวนของปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกจากวิกฤตพลังงานและสภาวะสงครามได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเกณฑ์ 4E (Economy, Efficiency, Effectiveness และ Equity) มาเป็นบรรทัดฐานในการประเมินความคุ้มค่า เพื่อให้ครอบคลุมมิติที่หลากหลาย เที่ยงธรรม และสะท้อนข้อเท็จจริงได้รอบด้านอีกด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุม โดยท่านอธิบดีณัฏฐิญา และคณะผู้บริหารดีพร้อม ยังได้ให้ชี้แจงในที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากผลกระทบอันเกี่ยวเนื่องจากภาวะสงครามที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยดีพร้อม มีการปรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านพลังงานโดยการนำเทคโนโลยี IoT และ Digital มาช่วยในการเพิ่มผลิตภาพ สร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านกลไกของเกษตรอุตสาหกรรม มีการให้ความรู้ด้านระบบโลจิสติกส์ที่ลดการสูญเสีย การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ การบริหารจัดการสต๊อก ตลอดจนการจัดส่งสินค้า นอกจากนี้ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก็ได้มุ่งเน้นการยกระดับทักษะแรงงานในสาขาที่จำเป็น อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) Digital Transformation การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อผลิตพลังงานทางเลือก ควบคู่กับการบุกตลาดคู่ค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งจะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสต่อภาคเกษตกรรม ภาคการผลิต และ SMEs ไทยให้เติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มตลาดฮาลาล ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในช่วงสภาวการณ์นี้ "ดีพร้อม ยังคงยืนหยัดมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใสถูกต้องตามกฎหมาย ธรรมาภิบาล ด้วยเกณฑ์มาตรฐานการผลิตที่ดีของไทย (GMT) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าไทยภายใต้แนวคิด Made by Thai ที่เน้นการใช้วัตถุดิบและแรงงานในประเทศเป็นหลักอีกด้วย" อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
30 มี.ค. 2569
พลิกเกมธุรกิจ! “อธิบดีณัฏฐิญา” ดันเทคโนโลยี Smart & Reverse Logistics ปรับตัวก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน สร้างจุดเปลี่ยนอุตฯ ไทยให้ดีพร้อม
พลิกเกมธุรกิจ! “อธิบดีณัฏฐิญา” ดันเทคโนโลยี Smart & Reverse Logistics ปรับตัวก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน สร้างจุดเปลี่ยนอุตฯ ไทยให้ดีพร้อม
กรุงเทพฯ - 25 มีนาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “Smart & Reverse Logistics พลิกเกมธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและการจัดการย้อนกลับอัจฉริยะ พร้อมด้วยวิทยากร ดร. ไพฑูรย์ ศิริโอฬาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน และผู้ประกอบการที่สนใจ โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กล.กสอ.) กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการจัดกิจกรรม Smart & Reverse Logistics ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานธุรกิจไทย โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ พัฒนาการเชื่อมโยงวัตถุดิบและตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่ความรวดเร็ว แต่ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมผ่านระบบ Trace to Value หรือการจัดการโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) เพื่อติดตามสินค้าและบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ตามหลัก BCG Model มีเป้าหมายคือการทำให้เกิดขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยในตลาดโลกและลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง 15% ซึ่งมี 20 สถานประกอบการที่ได้รับการยกย่องเป็น "องค์กรต้นแบบ" “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวถึงแนวทางการปรับตัวของ SME ในยุควิกฤตต้นทุนว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการณ์โลกและสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมัน “ดีพร้อม” จึงเร่งผลักดันให้ SME ปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ (1) การบริหารจัดการต้นทุนและโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยี (2) การสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานโดยบริหารจัดการวัตถุดิบและใช้แนวคิด Lean (3) การมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย Reverse Logistics และ (4) การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการขยายตลาดและโอกาสใหม่ผ่าน Digital Transformation และการสำรวจตลาดศักยภาพ เพื่อให้ SME ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำ "เป้าหมายของเราคือการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับ SME ไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตต้นทุน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก"
30 มี.ค. 2569