โทรศัพท์ 1358
‘วราวุธ’ นำทีมอุตสาหกรรมขานรับนโยบายงบปี 70 ชูนโยบาย 10 พลัส เร่งปรับตัวรับโลกผันผวน
‘วราวุธ’ นำทีมอุตสาหกรรมขานรับนโยบายงบปี 70 ชูนโยบาย 10 พลัส เร่งปรับตัวรับโลกผันผวน
จังหวัดนนทบุรี - 20 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมทุกหน่วยงาน ร่วมประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายกรัฐมนตรีฯ ระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1. เศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม 2. การต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก เร่งผลักดันเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 3. สังคม ยกระดับการศึกษา สุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน ผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส 4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ยกระบบบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส 5. การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเน้นย้ำให้ใช้จ่ายงบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจัง พร้อมกำหนด “กฎเหล็ก” ว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน และการปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็น ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย (Thailand Future Fund) และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาทิ การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ Hybrid ในภาครัฐ รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว อีกทั้ง รัฐบาลยังให้ความสำคัญของการรักษาอธิปไตยของประเทศ โดยต้องเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยและเพียงพอ ทั้งนี้ ขอให้กองทัพร่วมกับสำนักงบประมาณวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของชาติ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ
21 เม.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ปี 69 รดน้ำขอพร รมว.วราวุธ พร้อมทำงานตามแนวทาง “อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว”
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ปี 69 รดน้ำขอพร รมว.วราวุธ พร้อมทำงานตามแนวทาง “อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว”
กรุงเทพฯ - 16 เม.ย. 69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ารดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ไทยอันดีงาม และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำขอพร นายวราวุธฯ ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงาน พร้อมทั้งให้พรแก่ข้าราชการให้ประสบพบเจอแต่สิ่งที่ดี มีความสุข มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เพื่อที่จะมีพลังในการขับเคลื่อนงานและรับใช้พี่น้องประชาชนในทุกระดับอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนี้ นายวราวุธ ยังได้เน้นย้ำถึงการผลักดันอุตสาหกรรมหนึ่งเดียว โดยขอให้ชาวอุตสาหกรรมทุกคนทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี กลมเกลียว ไม่แบ่งแยกว่าเป็นกรมใดกรมหนึ่ง แต่ให้มองเป้าหมายของกระทรวงเป็นที่ตั้ง เพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการบริการประชาชน “ผมสัญญาว่าจะขอทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีที่ดีต่อเพื่อนข้าราชการทุกคน และพร้อมที่จะรับฟังความรู้ คำแนะนำจากท่านปลัด รวมถึงเพื่อนๆ ชาวอุตสาหกรรม เพื่อให้เราเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง” นายวราวุธฯ กล่าวทิ้งท้าย
17 เม.ย. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” นำประชุมคณะกรรมการพลังงานดีพร้อม ขับเคลื่อนมาตรการลดใช้พลังงานทั้งองค์กร
“รองอธิบดีดุสิต” นำประชุมคณะกรรมการพลังงานดีพร้อม ขับเคลื่อนมาตรการลดใช้พลังงานทั้งองค์กร
กรุงเทพฯ 31 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการด้านการจัดการพลังงานและการลดใช้พลังงาน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานข้อมูลผลการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการ พลังงาน ประจำปี 2567 โดยอาคาร กสอ. เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายสำหรับอาคารควบคุม (กลุ่มอาคารภาครัฐ) ซึ่งผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนกำหนด พร้อมทั้งนำเสนอรายงานการจัดการ พลังงานอาคาร กสอ. ประจำปี 2568 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาการกำหนดมาตรการประหยัดพลังงาน และการปรับรูปแบบการใช้พลังงานให้เหมาะสม ทั้งมาตรการลดการใช้ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง ลิฟต์โดยสาร เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ รวมถึงมาตรการประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม มาตรการประหยัดพลังงานของดีพร้อมจะประสบความสำเร็จได้ย่อมต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรภายในองค์กรทุกระดับ “ในขณะนี้สถานการณ์ด้านพลังงานมีความผันผวนอย่างมากและมีแนวโน้มยาวนาน ขอฝากย้ำให้เจ้าหน้าที่ดีพร้อมทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ร่วมกันประหยัดและช่วยกันดูแลการลดใช้พลังงานให้เป็นไปตามมาตรการและแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งในมุมของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและประชาชนไทย เพื่อช่วยให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในระยะยาว” รองอธิบดีดุสิตกล่าว
17 เม.ย. 2569
”วราวุธ“ ร่วมแสดงยินดี ข่าวสด ก้าวสู่ปีที่ 36
”วราวุธ“ ร่วมแสดงยินดี ข่าวสด ก้าวสู่ปีที่ 36
9 เม.ย.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์ข่าวสด เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้ง ก้าวสู่ปีที่ 36 โดยมี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารในเครือมติชน-ข่าวสด ร่วมต้อนรับ ณ อาคารข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
09 เม.ย. 2569
‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน
‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน
วันที่ 7 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ถือโอกาสเข้ามาทักทายข้าราชการกระทรวงฯ และพูดคุยนโยบายเบื้องต้นก่อนการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ท่านบรรหารเคยดำรงตำแหน่ง ถือว่าเป็นโอกาสได้มาสานงานต่อ โดยในเบื้องต้นได้ให้นโยบายไปว่าการทำงานในช่วงวิกฤตินี้ต้องทำให้เร็ว ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤติ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เมษายนนี้ เบื้องต้นเราจะสนับสนุนโรงงานทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีให้หันมาใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการติดตั้งโซลาร์เพื่อลดใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยจะมีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านเครื่องมือ ทั้งสินเชื่อจากกองทุน เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สินเชื่อดีพร้อมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ซึ่งจะต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ “อุตสาหกรรมยุคนี้จะเดินด้วย ONE MIND คืออุตสาหกรรมเป็นหนึ่งเดียว และได้บอกข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมไปว่า เตรียมเปลี่ยนรองเท้าหนังเป็นรองเท้าผ้าใบ วิ่งลุยงานไปด้วยกัน และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วง” นายวราวุธ กล่าว
09 เม.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
“ปลัดณัฐพล” มอบหมาย “ดีพร้อม” ร่วมเวทีโลก WNEVC 2026 ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่
กรุงเทพฯ 2 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมนานาชาติด้านยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) 2026 โดยมี Mr.Wan Gang ประธานสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย Mr.Zhang Jianwei เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย Mr.Zhang Jinhua ประธานสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก World New Energy Vehicle Congress (WNEVC) เป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ สนับสนุนความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความร่วมมือ BRI (Belt and Road Initiative) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังผลักดันเพื่อเชื่อมโลกผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการลงทุน ซึ่งการที่ประเทศจีนเลือกไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าจีนได้ให้ความสำคัญกับไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญของจีน ที่มีความโดดเด่นทางด้านชิ้นส่วนยานยนต์ คุณภาพแรงงาน และนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการก้าวไปสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) หรือยานยนต์แห่งอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง เช่น การจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) แห่งแรกในอาเซียน และห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ด้วยการบริหารจัดการยานยนต์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนระบบการขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ มีประสิทธิภาพสูง และมีความปลอดภัยในอนาคต
08 เม.ย. 2569
ดีพร้อมลุย “Farm2Factory” อัดเทคโนโลยีเสริมแกร่งโลจิสติกส์ - ลดต้นทุนซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจ หวังสร้างแต้มต่ออุตสาหกรรมไทย
ดีพร้อมลุย “Farm2Factory” อัดเทคโนโลยีเสริมแกร่งโลจิสติกส์ - ลดต้นทุนซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจ หวังสร้างแต้มต่ออุตสาหกรรมไทย
กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “Farm2Factory Supply Chain Connect พลิกโฉมการจัดการโลจิสติกส์พืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ” พร้อมสรุปผลการดำเนินงานด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และมอบเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 10 กิจการ โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กล่าวรายงาน และ รองศาสตราจารย์ปราณี จงสุจริตธรรม นายกสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กล่าวต้อนรับ ณ ห้อง Multipurpose ชั้น 1 สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น TPA29 สุขุมวิท 29 อโศก ภาคเกษตรกรรมนับเป็นต้นน้ำในกระบวนการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย โดยพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกกว่า 16% ของ GDP ภาคการเกษตรของประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงเล็งเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยดำเนินการผ่าน “กิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการจัดการโลจิสติกส์ในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการให้แก่สถานประกอบการในซัพพลายเชน เพื่อลดต้นทุน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการความร่วมมือในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ซัพพลายเชน ประกอบด้วย อ้อย 2 ซัพพลายเชน ปาล์มน้ำมัน 1 ซัพพลายเชน และมันสำปะหลัง 1 ซัพพลายเชน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วม จำนวน 10 กิจการ เพื่อรับการวิเคราะห์กระบวนการซัพพลายเชน วิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์เชิงลึก พัฒนาระบบ IT ต้นแบบที่เหมาะกับสถานประกอบการ รวมถึงการปรับวิธีคิดและวิธีการทำงานโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างจริงจัง วัดผลได้ในเชิงประสิทธิภาพ และลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ได้มีการถอดบทเรียนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับตัวภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบัน รวมถึงต่อยอดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด “ดีพร้อม” เชื่อมั่นว่า กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือในซัพพลายเชนพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
07 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำชับใช้ข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ละเมิด PDPA
“ดีพร้อม” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำชับใช้ข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ละเมิด PDPA
กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมี นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศส.กสอ.)และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคลากรของดีพร้อม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดย ศส.กสอ. ได้ชี้แจงสาระสำคัญในการดำเนินงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นบนเว็บไซต์ของหน่วยงานและสาธารณะบนหลักการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะที่ “จำเป็น” ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง และหลีกเลี่ยงการเปิดเผย “ข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น” รวมถึงแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการดำเนินงานตาม PDPA ของหน่วยงานอย่างถูกต้อง โดยมี สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมให้ข้อเสนอแนะการเปิดเผยสรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่ถูกต้องครบถ้วน และสอดคล้องตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง “รองอธิบดีดุสิต” ได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมตามแนวทาง PDPA โดยเฉพาะข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องนำเข้าสู่ระบบซึ่งนอกจากจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์หรือใช้งานจริงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรบนวิธีการที่ถูกต้องและมีฐานทางกฎหมายรองรับควบคู่กันด้วย
07 เม.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานของดีพร้อม ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานของดีพร้อม ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569
กรุงเทพฯ 1 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2569 ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีพร้อมจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting พิธีการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของดีพร้อม เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน 2569 รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป ขณะเดียวกัน ยังเป็นการขับเคลื่อนดีพร้อมสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการส่งเสริมการนำคุณธรรมมาสร้างความร่วมมือเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมถึงมุ่งส่งเสริมคุณธรรมที่พึงรักษา 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู อันจะเป็นรากฐานให้บุคลากรของดีพร้อม เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ โดยมีคุณธรรมเป้าหมายในส่วนของความดีที่อยากทำ คือ การเสริมสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
02 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” เดินหน้าส่งเสริมคุณธรรม ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ปี 69 เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งมั่นสู่องค์กรคุณธรรม ซื่อสัตย์และโปร่งใส
“ดีพร้อม” เดินหน้าส่งเสริมคุณธรรม ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ปี 69 เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งมั่นสู่องค์กรคุณธรรม ซื่อสัตย์และโปร่งใส
กรุงเทพฯ 26 มีนาคม 2569 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ประชุมคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางบุญเจือ วงษ์เกษม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายเพทาย ล่อใจ รองประธานคณะทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ นายเจตนิพิฐ รอดภัย คณะทำงาน เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานผลการดำเนินกิจกรรม และความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยแต่ละหน่วยงานในสังกัดดีพร้อม สามารถดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 30 ตามที่กำหนดไว้ในแผน ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ คณะทำงานฯ กำชับให้มีการตรวจสอบผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ โดยคณะทำงานฯ เชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐเท่านั้น แต่ยังจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรมให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยโดยรวม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
02 เม.ย. 2569