โทรศัพท์ 1358
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
จ.สุพรรณบุรี 1 พฤษภาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ร่วมด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 DIPROM Center 8 : DC8) ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเร่งนำนโยบายดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคอย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน การจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ “8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43 และผำผงอบแห้ง “DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานได้จริง สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
08 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
กรุงเทพฯ 30 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคมนาคม (อาคาร 2 ชั้น 4) กระทรวงคมนาคม ป้อมปราบศัตรูพ่าย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมในวันนี้เป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนระบบการขนส่งทางรางของประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 รวมถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนาการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเข้ากับแหล่งอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) และศูนย์กระจายสินค้าทั่วภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้ามาสู่ระบบรางซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในการนี้ “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยเสนอแนะให้โครงสร้างคณะอนุกรรมการจัดทำมาตรฐานการขนส่งทางรางมีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนตามระยะของการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาคม หรือกลุ่มอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้พิจารณานำการกำหนดค่าใช้ประโยชน์จากราง (Access Charge) ที่จะเก็บจากภาคเอกชนมาเป็นเครื่องมือ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น การให้สิทธิประโยชน์พิเศษหรือคิดอัตราค่าใช้รางที่ถูกลง สำหรับเอกชนที่มีการประกอบยานยนต์ราง หรือมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้ขานรับแนวคิดดังกล่าวโดยระบุว่าคณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจในการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะมีผลผูกพันไปถึงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สามารถใช้กลไกภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้าง Demand ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมระบบราง ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งจากการเป็นฐานผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมทั้งเครือข่าย Supply Chain วัตถุดิบ และบุคลากรที่มีทักษะสูง สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตและประกอบยานยนต์รางในประเทศได้ทันที และพร้อมที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ต้องการสร้างขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม
06 พ.ค. 2569
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
จ.นนทบุรี 30 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานมหกรรมรณรงค์ “Be Healthy More Productivity” ขับเคลื่อนสุขภาวะวัยทำงานสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงานในครั้งนี้ มีการนำเสนอทิศทางและนโยบายการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของหลายภาคส่วน (Policy & Collaboration) โดยมุ่งเน้นการยกระดับสุขภาวะแรงงานไทยในสถานประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ และการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาวะ นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาคีสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระกรวฃการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพแห่งชาติ เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพิธีมอบรางวัล “Thailand Be Healthy More Productivity” และการมอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการส่งเสริมสุขภาพที่รวบรวมนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย
05 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม “รวมใจดีพร้อม ลดโลกร้อน ด้วยพื้นที่สีเขียว” เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ภายในหน่วยงาน โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย สำนักงานเลขานุการกรม ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้รอบบริเวณอาคาร เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดมลพิษทางอากาศ และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นและสวยงามยังช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสามัคคีภายในองค์กร อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของดีพร้อม ในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
01 พ.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมกำหนดทิศทาง CEA มุ่งยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมกำหนดทิศทาง CEA มุ่งยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4/2569 พร้อมด้วย นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ผ่านออนไลน์ในระบบ Zoom Meeting โดยมี นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นประธานการประชุม ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันพิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลายประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การทบทวนกรอบวงเงินคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เบื้องต้น (Pre-ceiling) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การขออนุมัติเงินสนับสนุนเทศกาลสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ขับเคลื่อนการจัดเทศกาลสร้างสรรค์ไทยสู่สากล (Design Thinking 14) สำหรับผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (Festival Creators) รวมถึงรับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไตรมาสที่ 2 ภายใต้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์กรมหาชนตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร. นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังได้พิจารณาแผนการดำเนินงานของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนเห็นชอบการทบทวนโครงสร้างกรอบอัตรากำลัง เพื่อรองรับภารกิจใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ การบูรณาการตัวชี้วัดองค์กรและแผนงานร่วมกับเครือข่าย และการขยายพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารงานทั้งเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ รองรับการขยายตัวของภารกิจในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
01 พ.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมคณะอนุฯ ส่งเสริมการค้า ขับเคลื่อนกลไก เดินหน้าหนุน ผปก. ไทย เสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมคณะอนุฯ ส่งเสริมการค้า ขับเคลื่อนกลไก เดินหน้าหนุน ผปก. ไทย เสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าด้านการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ครั้งที่ 2/2569 โดยมี รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุม 1147 ชั้น 11 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting ในการประชุม ได้มีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับคำสั่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าด้านการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ครั้งที่ 1/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำกิจกรรมให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย และรายงานผลการดำเนินกิจกรรมการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย และเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านสิทธิ หน้าที่ และข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งมีแผนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความช่วยเหลืออย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ การเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
29 เม.ย. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมรับเสด็จฯ เปิดประชุมวิชาการ สวทช. ครั้งที่ 21 โชว์นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต
“ดีพร้อม” ร่วมรับเสด็จฯ เปิดประชุมวิชาการ สวทช. ครั้งที่ 21 โชว์นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต
จ.ปทุมธานี 24 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครั้งที่ 21 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง การประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยเด่น นิทรรศการเทคโนโลยีสมัยใหม่ เวทีเสวนาวิชาการจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมนวัตกรรมในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน์ รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันและการประกวดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับประเทศ รวม 4 รายการ ได้แก่ ผู้ชนะเลิศการประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติ NSTDA Micro-mouse Contest ครั้งที่ 2 (NMMC 2026) จำนวน 3 ราย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 (IDC 2026) จำนวน 5 ราย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 (NSC 2025) จำนวน 8 ราย และผู้ชนะเลิศการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 (YSC 2026) จำนวน 7 ราย จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในหลายมิติ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอนการทำงาน และยกระดับระบบราชการสู่ดิจิทัล การจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต
27 เม.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธฯ” ร่วมเปิดงาน JGAB 2026 ผลักดันผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่สู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีโลก
“รองอธิบดีพลาวุธฯ” ร่วมเปิดงาน JGAB 2026 ผลักดันผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่สู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีโลก
กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 – นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) โดยมี นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล ประธานสมาคมค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ (CISPI) และ นางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ JGAB Playhouse ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติชั้นนำ รวมพลังกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และพันธมิตรเครือข่าย เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ค้า และนักสะสมอัญมณีจากทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ๆ ที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมูลค่าสูงในภาพรวม ดีพร้อมและภาคีเครือข่าย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้สามารถปรับตัวสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในงานนี้ ดีพร้อมได้นำผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า ได้แก่ แบรนด์ Dhanu ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมผ่านกิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand ของดีพร้อม โดยแบรนด์ดังกล่าวมุ่งเน้นการถ่ายทอดศิลปะเครื่องทองไทยผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับสากล ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของโลกในอนาคต
27 เม.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา เฟ้นหาบุคลากรคุณภาพ รับทุนรัฐปี 68 มุ่งสร้างบุคลากรศักยภาพสูง ยกระดับอุตสาหกรรมไทย”
“อธิบดีณัฏฐิญา เฟ้นหาบุคลากรคุณภาพ รับทุนรัฐปี 68 มุ่งสร้างบุคลากรศักยภาพสูง ยกระดับอุตสาหกรรมไทย”
กรุงเทพฯ 20 เมษายน 2569 – นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการรับทุนรัฐบาลตามความต้องการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านการจัดสรรทุนรัฐบาลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เพื่อเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้ให้แก่ข้าราชการในสังกัดดีพร้อม โดยคณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพเพื่อรับทุนรัฐบาล ทั้งในส่วนของทุนพัฒนาบุคลากรภาครัฐสำหรับผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาหรือฝึกอบรมจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ และการเปิดรับสมัครคัดเลือกข้าราชการเพื่อรับทุนในสาขาที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำถึงกระบวนการติดตามและวางแผนการปฏิบัติงานของบุคลากรภายหลังสำเร็จการศึกษา โดยมุ่งหวังให้ข้าราชการที่ได้รับทุนสามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกลับมาต่อยอดและปรับใช้ในภารกิจของดีพร้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
24 เม.ย. 2569
“รมว.วราวุธ” กางโรดแมป “ONE MIND” พลิกอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ ปั้น 4 เสาหลัก ดันเศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัลเชื่อมโลก คุณภาพชีวิต ยกระดับเอสเอ็มอีสู่ Global Value Chain
“รมว.วราวุธ” กางโรดแมป “ONE MIND” พลิกอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ ปั้น 4 เสาหลัก ดันเศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัลเชื่อมโลก คุณภาพชีวิต ยกระดับเอสเอ็มอีสู่ Global Value Chain
กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมด้วย นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น Zoom Meeting โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : กระทรวงอุตสาหกรรม Facebook : ท็อป วราวุธ ศิลปะอาชา และ Facebook / YouTube / TikTok : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการโดยเน้นย้ำความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนด้วยหลักการ “ONE MIND” หรือการรวมพลังทุกหน่วยงานในกระทรวงให้สื่อสารและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจโลกและคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งพลิกโฉมกระทรวงอุตสาหกรรม โดยวางโครงสร้างการทำงานใหม่ ประกอบด้วย เสาที่ 1 People Engagement การฟังเสียงประชาชน ยุติความเดือดร้อนด้วยระบบช่องทางรวมทุกปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว พร้อมระบบติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาแบบรายเดือน เสาที่ 2 Policy Execution วางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาล ตั้งเป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งดิจิทัล AI, เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ EV การแพทย์และสุขภาพ ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรในพื้นที่ชุมชน พร้อมสร้างอาชีพ และสร้างสะพานเชื่อมทักษะให้กับคนไทย โดยเฉพาะนักศึกษา ผู้สูงอายุ คนพิการ วิสาหกิจชุมชน SME พร้อมผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอัจฉริยะ "New Engine" ให้เป็นพรีเมียม สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ดันไทยเป็น Medical Food Hub ของเอเชีย และผลักดันผ้าไทยและงานคราฟต์สู่แบรนด์สากล รวมถึงดิจิทัลเทคโนโลยีจะดึงเม็ดเงินลงทุน Data Center & Cloud Services ระดับโลก โดยเร่งสร้างระบบนิเวศ ของ EV และระบบซื้อขายคาร์บอน เสาที่ 3 Legal Reform ผ่านระบบราชการทันใจ เป้าหมาย คือ จะต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน มุ่งเป้ามาตรฐาน OECD ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง มีการประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ และรายงานความก้าวหน้าให้ รวอ. และที่ประชุมผู้บริหารของกระทรวงทุกเดือน และเสาที่ 4 สุดท้าย Minister’s Passion คือ โจทย์สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ นโยบายผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับโลก และสืบสานต่อยอดจากฐานเดิมที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยวางฐานรากไว้ เช่น จากอิสเทิร์นซีบอร์ดสู่โครงการ EEC ขณะเดียวกัน ยังมีกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือ การตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสภาพัฒน์ฯ และ BOI พร้อมผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SME รวมทั้งการรีสกิลและอับสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิตรองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ "Passion ของผม คือ การตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป เราจะเปลี่ยนความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของคนไทยทุกคน" นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย
23 เม.ย. 2569