โทรศัพท์ 1358
“ดีพร้อม“ เร่งติดอาวุธ ”นักวินิจฉัยธุรกิจ“ สร้างกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืน
“ดีพร้อม“ เร่งติดอาวุธ ”นักวินิจฉัยธุรกิจ“ สร้างกลไกเสริมแกร่ง SMEs ไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืน
กรุงเทพฯ 23 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทย (Refresh DIPROM to Rebuild SMEs) ให้ยั่งยืน” ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการอบรมดังกล่าว โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องแซฟไฟร์ 1-2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ถ.ราชปรารภ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เสริมพลังนักวินิจฉัยธุรกิจดีพร้อมสู่การยกระดับ SMEs ไทยให้ยั่งยืน” เป็นกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของดีพร้อม ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีทักษะด้านการวิเคราะห์และวินิจฉัยสถานประกอบการ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการแนะนำแนวทางการพัฒนาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการเสริมสร้างกลไกการพัฒนา SMEs ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศในระยะยาว ซึ่งการอบรมหลักสูตรดังกล่าว มีระยะเวลา 7 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรม 58 คน เน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการลงพื้นที่สถานประกอบการ การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการฝึกจัดทำรายงานวินิจฉัยธุรกิจ ให้ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การเงิน การผลิต และเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเสริมสร้างทักษะการประเมินสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ อธิบดีณัฏฐิญา เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทักษะองค์ความรู้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ในทุกพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
29 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเกมรุก คิกออฟ “โครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมฯ” มุ่งยกระดับดีพร้อม รองรับกลไกเชิงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
“อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดเกมรุก คิกออฟ “โครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมฯ” มุ่งยกระดับดีพร้อม รองรับกลไกเชิงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงโครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และที่ปรึกษาจากสำนักงานเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชี้แจงขอบเขตการดำเนินงาน การวิเคราะห์บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม SME และนำข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการทำงานในระยะต่อไป โดย ”อธิบดีณัฏฐิญา“ เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานของดีพร้อมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยขอให้เร่งทบทวนแผนปฏิบัติราชการ และปรับทิศทางการทำงานของกอง/ศูนย์ภาคทั่วประเทศ พร้อมวางบทบาทในการสนับสนุนและช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งต้นและเติบโตได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะมุ่งเน้นการทำงานที่ยืดหยุ่นตามนโยบาย DIPROM FLEXi เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ตลอดจนการจัดทำแผนรองรับในสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติ สถานการณ์สงคราม วิกฤติด้านพลังงาน นอกจากนั้น ขอให้มุ่งเน้นการส่งเสริมการนำระบบเทคโนโลยี และดิจิทัลเข้ามาใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการส่งเสริมมาตารฐานการผลิตที่ดี ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับธุรกิจผ่านการนำดิจิทัลคอนเทนต์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้ามาใช้ในการบอกเล่าเรื่องราว (story telling) เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจและผู้ประกอบการ สำหรับโครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่นี้ จะแบ่งแผนงานออกเป็น 5 กิจกรรมหลัก เริ่มต้นจาก (1) การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงนโยบาย (Policy Mapping) (2) การจัด Workshop/Focus Group ภายในดีพร้อมเพื่อประเมินขีดความสามารถของหน่วยงาน (3) การลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและศึกษาดูงานใน 4 ภูมิภาคเป้าหมาย ได้แก่ ภาคเหนือ (เชียงใหม่), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น), ภาคตะวันออก (ระยอง) และภาคใต้ (สงขลา) (4) การวิเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน และต้นแบบเครื่องมือจำลองสถานการณ์ธุรกิจ และ (5) จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติงาน รวมถึงหลักสูตรพัฒนาบุคลากรที่ตอบโจทย์และนำไปใช้พัฒนาภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้จริงในระยะต่อไป
29 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ด CEA ทบทวนแผน ปรับกลยุทธ์ พร้อมรับมืองบปี 70 ผลักดันไอเดียสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ด CEA ทบทวนแผน ปรับกลยุทธ์ พร้อมรับมืองบปี 70 ผลักดันไอเดียสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครั้งที่ 6/2569 พร้อมด้วย นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นประธานการประชุม ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการทบทวนแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และพิจารณาแนวทางการดำเนินงานกิจกรรม พร้อมทั้งการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดผลงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยฝ่ายเลขาฯ ได้เสนอขออนุมัติปรับลดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด เนื่องจากงบประมาณภาพรวมในปี 2570 มีแนวโน้มลดลง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงตัวชี้วัด เพื่อให้มีความเหมาะสมและสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โดยมีข้อเสนอในการปรับรูปแบบเป็นการร่วมดำเนินการกับภาคีเครือข่าย เพื่อจัดเทศกาลใหญ่อย่าง Bangkok Design Week และ Chiang Mai Design Week การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยขอให้ฝ่ายบริหารจัดการเรื่องการสื่อสาร (Reputation & Perception) เพื่อทำความเข้าใจกับหน่วยร่วมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน และควรส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงร่วมพิจารณา สำหรับประเด็นการแสวงหาแหล่งทุนและโมเดลธุรกิจใหม่ได้เสนอให้หาทางเพิ่มรายได้ทดแทนงบประมาณที่ถูกปรับลด อาทิ การจัดหาสปอนเซอร์จากภาคเอกชน หรือความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรในต่างประเทศ รวมถึงการขอรับงบสนับสนุนเพิ่มเติมจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือหน่วยงานอื่น ๆ และขอให้มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืน (Sustainable Impact) พร้อมเสนอแนะว่า ควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดที่สะท้อนว่าผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดสร้างสรรค์ไปปรับใช้ ต่อยอด คิดค้น และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งจะถือเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ท้ายนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้กล่าวว่า ตัวชี้วัดของ CEA ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับประเทศ ต้องเชื่อมโยงกับการประเมินศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องรายได้จากการจัดเทศกาล มูลค่าเพิ่มของธุรกิจสร้างสรรค์ต่อ GDP มูลค่าการส่งออก และรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงจำนวนเมืองที่มีศักยภาพ ความหนาแน่นของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การสนับสนุนจากภาครัฐ และจำนวนผู้ประกอบการหรือแรงงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้ CEA ประเมินศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างครอบคลุม
29 มิ.ย. 2569
“นายกฯ อนุทิน“ พร้อมคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “Glow in the Dark” ของดีพร้อม ในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 พร้อมด้วย “ปลัดณัฐพล” ร่วมชื่นชมผลงาน ผปก. ดีพร้อม ที่ร่วมแสดงในมหกรรมสุดยิ่งใหญ่กลางปี
“นายกฯ อนุทิน“ พร้อมคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและนิทรรศการ “Glow in the Dark” ของดีพร้อม ในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 พร้อมด้วย “ปลัดณัฐพล” ร่วมชื่นชมผลงาน ผปก. ดีพร้อม ที่ร่วมแสดงในมหกรรมสุดยิ่งใหญ่กลางปี
จ.นนทบุรี 22 มิถุนายน 2569 - นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงาน "OTOP Midyear 2026 ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ว่า รัฐบาลมุ่งหวังสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ในทุกระดับทั่วประเทศ โดยนำทุนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสินค้า OTOP จะไม่ใช่เพียงของฝากจากชุมชน แต่เป็นตัวแทนสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์อันทรงคุณค่าของคนไทยในสายตาชาวโลก ตลอดจนขับเคลื่อนแบรนด์ Made in Thailand ให้เป็นเครื่องหมายแห่งคุณภาพ ความคุ้มค่า และความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง ถือเป็นโอกาสและเวทีครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จุดประกายแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในการกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน ภายใต้แนวคิด “Glow in the Dark แสงแห่งทางรอด: ส่องประกายภูมิปัญญาไทย สู่อนาคตแห่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และจุดประกายแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรค ผ่านการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสเชิงสร้างสรรค์ จากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาในระดับสากล ผ่าน 2 แนวทางหลัก คือ การพัฒนาวัตถุดิบทางเลือก (Alternative Materials) และการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและการดำเนินงานภายในพื้นที่ DIPROM Pavilion ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ จัดแสดงผลงาน OTOP 4-5 ดาว ที่ผ่านการพัฒนาจากดีพร้อมจำนวน 20 ราย อาทิ เสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ Sleep Beautiful กระเป๋า Upcycling ฝาดึงกระป๋อง Artcrew Armada ผ้าย้อมสีธรรมชาติ BATIK HOUSE หัตถศิลป์ 3 มิติเศษผ้าไหม PIMNADA และกระเป๋าไหมกั้นสีธัญพืช Kuimahai Crafts & Studio ร่วมด้วยงานศาสนศิลป์และประติมากรรมนิลเมืองกาญจน์ล้ำค่าจากมูลนิธิช่างหัตถศิลป์ โซนที่ 2 กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Share & Learn) สร้างการเรียนรู้แนวทางการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ OTOP ถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างสรรค์งานฝีมือ “Eco Creative Zone” ด้วยเวิร์กชอปสร้างอาชีพและรักษ์โลก ทุกวันตลอดการจัดงาน โดยหมุนเวียนกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ ทำกระเป๋าผ้า เพ้นท์หมวก ถุงหอมปลาตะเพียน สบู่แฮนด์เมด เทียนหอม บุหงาร่ำไป ของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติ และปิ่นปักผม และ โซนที่ 3 พื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ได้แก่ ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM BSC) บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจ บริการให้คำปรึกษาด้านเงินทุน และบริการประชาสัมพันธ์การให้บริการของดีพร้อม เพื่อสนับสนุนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการและเลือกซื้อสินค้า OTOP จากผู้ประกอบการกว่า 2,000 รายจากทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 20 - 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี
29 มิ.ย. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมประชุม ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือ SME อนุมัติแนวทางเสริมสภาพคล่อง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน หนุนธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
“ดีพร้อม” ร่วมประชุม ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือ SME อนุมัติแนวทางเสริมสภาพคล่อง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน หนุนธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 6/2569 โดยมี นายวิฑูร สุขพูล ประธานกรรมการบริหาร สสว. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงานและมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ของไทย ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยรับทราบรายงานสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจ SME ไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ซึ่งมีมูลค่า GDP SME อยู่ที่ 1.73 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.9 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.1 ของ GDP ประเทศ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจ SME ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากภาคการค้า การบริการ และการก่อสร้าง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ในขณะที่ภาคการผลิตยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านผลผลิตและสภาพอากาศ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญของ สสว. ทั้งในส่วนของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงความก้าวหน้าของโครงการสนับสนุนด้านการเงินและการบริหารจัดการที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา SME ไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ภาคธุรกิจไทยในระยะยาว
23 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีสุรพล” ร่วมประชุมติวเข้มผู้เชี่ยวชาญ 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ พช. เปิดเวทีชี้แจงคณะกรรมการคัดสรรสุดยอด OTOP (OPC) ระดับประเทศ ปี 2569 ค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ไทย
“รองอธิบดีสุรพล” ร่วมประชุมติวเข้มผู้เชี่ยวชาญ 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ พช. เปิดเวทีชี้แจงคณะกรรมการคัดสรรสุดยอด OTOP (OPC) ระดับประเทศ ปี 2569 ค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ไทย
จ.นนทบุรี 17 มิถุนายน 2569 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการและชี้แจงคณะกรรมการ/คณะทำงาน การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2569 (OTOP Product Champion : OPC) ระดับประเทศ โดยมี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม ณ ห้องฟีนิกซ์ 1 - 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อจัดระดับผลิตภัณฑ์ (Product Level) นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) และจัดระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Profile) สำหรับการทำงานเชิงบูรณาการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่ยอมรับ และกระตุ้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมียอดการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รวมทั้งสิ้น 97,863 ราย/กลุ่ม และมีผลิตภัณฑ์รวม 236,151 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการคัดสรรระดับประเทศครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ส่งเข้าคัดสรรจากทั่วประเทศสูงถึงกว่า 17,000 ผลิตภัณฑ์ การคัดสรร OTOP Product Champion หรือ OPC ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดในระดับประเทศและระดับสากล โดยมีคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานสำคัญของประเทศร่วมพิจารณาคัดสรรในแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และสะท้อนมาตรฐานที่แท้จริงของสินค้าไทย ประกอบด้วย (1) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับผิดชอบการคัดสรรฯ ผลิตภัณฑ์ประเภท และผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่ม (2) กระทรวงอุตสาหกรรม รับผิดชอบการคัดสรรฯ ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย (3) กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบการคัดสรรฯ ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และ (4) กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบการคัดสรรฯ ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร นายไพโรจน์ กล่าวในที่ประชุมว่า “โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ในการคัดสรรครั้งนี้ จะเป็นการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพรวมถึงโอกาสทางการตลาดอย่างเข้มข้น” สำหรับผู้ประกอบการ OTOP ทั่วประเทศ ที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเอง สมัครเข้ารับการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2569 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
23 มิ.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล” นำทีมดีพร้อม โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดส่งเสริม SME หาทางออกผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งขับเคลื่อนมาตรการหนุนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือเศรษฐกิจโลก
“ปลัดณัฐพล” นำทีมดีพร้อม โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดส่งเสริม SME หาทางออกผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งขับเคลื่อนมาตรการหนุนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือเศรษฐกิจโลก
กรุงเทพฯ 17 มิถุนายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมมีมติให้ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมฯ ร่วมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการ ทำเนียบรัฐบาล การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) รวมถึงผลสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่ง SME ไทยได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ จึงต้องการให้ภาครัฐกำหนดมาตรการช่วยเหลือในด้านการลดต้นทุน การเสริมสภาพคล่อง และการสนับสนุนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลการรับและเบิกจ่ายเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568) รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567–2569 ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการกำกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการกำกับดูแล การบริหารจัดการงบประมาณ และการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้ ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาการจัดสรรเงินคงเหลือในกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้สนับสนุนภารกิจของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้เป็นไปตามอำนาจและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งดีพร้อมได้รับอนุมัติวงเงินในการยกระดับมาตรฐานฮาลาลสู่สากล พร้อมทั้งได้พิจารณาข้อเสนอการจัดสรรเงินจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการดำเนินงานด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำหนดแนวทางและมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
22 มิ.ย. 2569
ดีพร้อม” หารือค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “Big C” เตรียมหนุน SMEs อุตฯ อาหาร – เกษตรแปรรูป - แฟชั่น ก้าวสู่ขั้นวางทั่วไทย พร้อมขยายโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดีพร้อม” หารือค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “Big C” เตรียมหนุน SMEs อุตฯ อาหาร – เกษตรแปรรูป - แฟชั่น ก้าวสู่ขั้นวางทั่วไทย พร้อมขยายโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 16 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภาพ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ ให้เกียรติต้อนรับคณะผู้บริหารจาก บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (Big C) โดยมี นางวิภาดา ดวงรัตน์ ประธานบริษัทและประธานบริหาร นำคณะฯ พร้อมทั้งหารือแนวทางการคัดเลือกผู้ประกอบการร่วมกันเพื่อจัดจำหน่ายโดย Big C ร่วมด้วย นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมหารือดังกล่าว ณ ห้อมประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือร่วมกันถึงแนวทางการคัดเลือกผู้ประกอบการที่เข้ารับการบริการจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Big C โดยดีพร้อมได้มีการนำเสนอรายละเอียดข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้ทำการคัดเลือกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรแปรรูป และแฟชั่น จำนวน 100 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีศักยภาพทั้งในด้านมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น GMP HACCP อย. รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนเข้าร่วมทดสอบตลาดผ่านงานแฟร์ต่าง ๆ อาทิ THAIFEX OTOP นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อมมีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หรือ DIPROM Center ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความเหมะสมที่ทาง Big C สามารถคัดเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละสาขาของ Big C ทั่วประเทศ โดยดีพร้อมเองจะมีแพลตฟอร์มสำหรับคัดกรองผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อส่งต่อให้กับทาง Big C ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยินดีที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้ากับทาง Big C ทั้งเรื่องมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ การให้บริการเครื่องจักรต่าง ๆ ในการต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ่าน DIPROM ITC รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น
19 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ระดมทีมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 มุ่งมั่นยกระดับผลการประเมิน ITA ในโค้งสุดท้ายของการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
“รองอธิบดีพลาวุธ” ระดมทีมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 มุ่งมั่นยกระดับผลการประเมิน ITA ในโค้งสุดท้ายของการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
กรุงเทพฯ 17 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานที่ประชุมให้รับทราบการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศส.กสอ.) เป็นผู้นำเข้าข้อมูลในฐานะผู้ดูแลระบบ และเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ของหน่วยงาน ทั้งนี้ได้ดำเนินการอัปโหลดข้อมูลลงระบบเรียบร้อย ครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ มีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ดีพร้อม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มีผลการประเมินความเสี่ยงการทุจริตเชิงคุณภาพ “ระบบการประเมินความเสี่ยงการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ” (Corruption Risk Management Systems : CRMS) ด้านการอนุมัติ อนุญาต กระบวนงานพิจารณาอนุมัติ อนุญาตคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ในระดับดีเยี่ยม (Excellent) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน ได้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงการทุจริต เพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตในหน่วยงาน และมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับการประเมิน ในระดับดีเยี่ยม (Excellent) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ มีการร่วมกันพิจารณาการดำเนินการแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้มีการมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำส่งให้คณะทำงานฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน โดยที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขานุการฯ ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของที่ประชุม และเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจวัดให้คะแนน (ITA) ก่อนเผยแพร่ตามแผนที่กำหนด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ในประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการเก็บข้อมูล ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด สำหรับเก็บแบบวัดการรับรู้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าสำนักงาน ป.ป.ช. จะเข้ามาดำเนินการเก็บแบบวัดการรับรู้ฯ ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. พร้อมเน้นย้ำขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการดำเนินการให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
19 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” คุมเข้ม !! เรียกประชุมทีมเงินทุนหมุนเวียนฯ ติดตามผลการดำเนินงาน เน้นย้ำการนำข้อมูลมาใช้วางแผนการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
“รองอธิบดีพลาวุธ” คุมเข้ม !! เรียกประชุมทีมเงินทุนหมุนเวียนฯ ติดตามผลการดำเนินงาน เน้นย้ำการนำข้อมูลมาใช้วางแผนการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 16 มิถุนายน 2569 นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ประจำปีบัญชี 2569 พร้อมด้วย นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการติดตามผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ หน่วยปฏิบัติ ประจำปีบัญชี 2569 พร้อมรับฟังการรายงานตัวชี้วัด และเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยแต่ละหน่วยปฏิบัติได้นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน ที่มีการจัดทำผ่าน แดชบอร์ด (Dashboard) เป็นการรายงานสถานะผลการดำเนินงาน การจัดเตรียมแผนงาน ให้ที่ประชุมทราบ โดยมีการสรุปประเด็นสำคัญจากรายงานผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569) การายงานตัวชี้วัด มีจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 1,490 ราย โดยมีเงินต้นคงเหลือ 198 ล้านบาท และเป็นหนี้ค้างชำระ 105 ล้านบาท ทั้งนี้ ในการรับชำระคืนเงินต้น สามารถดำเนินการได้ร้อยละ 24.21 ของแผนภาพรวมทั้งปี และในส่วนของการบริหารจัดการหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น สามารถลดหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีลง ได้ร้อยละ 38.29 ของหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีทั้งหมด สำหรับหนี้ค้างชำระที่เกิน 1 ปี มีแนวโน้มลดลงจากเดือนก่อน แต่ในภาพรวมยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.31 และในปีบัญชี 2569 เงินทุนหมุนเวียนฯ ได้มีการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SME แล้ว จำนวน 102 ราย เป็นวงเงิน 38.21 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.59 ของแผนภาพรวมทั้งปี
19 มิ.ย. 2569