โทรศัพท์ 1358
“ดีพร้อม” ผนึกภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน OTOP Midyear 2026 ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้สู่ชุมชน
“ดีพร้อม” ผนึกภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน OTOP Midyear 2026 ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้สู่ชุมชน
กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการแถลงข่าวการจัดงาน OTOP Midyear 2026 โดยได้รับเกียรติจาก นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน การแถลงข่าวครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประกาศความพร้อมในการจัดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับประเทศ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเครือข่ายชุมชนจากทั่วประเทศ พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด และการเชื่อมโยงสู่ช่องทางการจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชุมชน ภายในงาน OTOP Midyear 2026 จะรวบรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศ ทั้งสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ไทย และการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้า OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศได้ระหว่างวันที่ 20 – 28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
15 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมร่วมกับ FA หารือแนวทางสนับสนุน SME THAI ส่งเสริมเครือข่าย พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมร่วมกับ FA หารือแนวทางสนับสนุน SME THAI ส่งเสริมเครือข่าย พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยมี นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายณัฐพล แสงฟ้า นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย (Fa SME Thai) และคณะผู้แทนสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย (FA SME THAI) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี ในการหารือครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยจะมีการจัดงานครบรอบ 45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทอง นี้ ถือเป็นเวทีแห่งการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของเครือข่าย คพอ. และผู้ประกอบการ SME ไทยในภาคอุตสาหกรรมจากทั่วประเทศ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของ ''ดีพร้อม' โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันให้เกียรติเข้าร่วมในงาน ซึ่งเป็นโอกาสในการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงแนวคิดในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมของไทยให้เติบโต โดยภายในงานจะมีกิจกรรม Business Networking & Exhibition การออกบูธแสดงสินค้าและนวัตกรรมของสมาชิก คพอ. และการจัดพื้นที่สำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) พร้อมทั้งเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในงานดังกล่าว “การจัดงานครบรอบ 45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการรวมพลังที่ยิ่งใหญ่ของ SMEs ไทย ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภาพใหญ่ทั้งประเทศ” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
15 มิ.ย. 2569
“ดีพร้อม” หนุน SMEs ไทย สร้างแต้มต่อใหม่ผ่านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก รับเทรนด์เศรษฐกิจ BCG พร้อมเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ “Green Pack Challenge 2026” “ปลุก” แพคเกจจิ้งดีไซน์ล้ำ “ปรับ” สินค้าไทยใช้วัสดุรักษ์โลก
“ดีพร้อม” หนุน SMEs ไทย สร้างแต้มต่อใหม่ผ่านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก รับเทรนด์เศรษฐกิจ BCG พร้อมเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ “Green Pack Challenge 2026” “ปลุก” แพคเกจจิ้งดีไซน์ล้ำ “ปรับ” สินค้าไทยใช้วัสดุรักษ์โลก
กรุงเทพฯ 10 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบรางวัลการประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก 2026 ก้าวข้ามพลาสติกกับ DIPROM (The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM) พร้อมกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยมี นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่ดีพร้อม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้องจูปีเตอร์ 5 อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รองอธิบดีพลาวุธ กล่าวว่า “บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก’ ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่คือหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมูลค่าสูงที่อาจสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งผู้ประกอบการไทยหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้น ดีพร้อม จึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ภายใต้การดำเนินงานศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ DIPROM Thai-IDC ผ่าน 4 กลยุทธ์ ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกแบบและสร้างสรรค์ การส่งเสริมนวัตกรรมวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเชื่อมโยงนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนการต่อยอดต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรม “The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM” เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้ประกอบการ SMEs ได้ร่วมแสดงศักยภาพผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่สามารถทดแทนการใช้พลาสติกได้ ภายใต้แนวคิด “Industrial-driven Design” หรือการออกแบบที่เชื่อมโยงกับการผลิตจริงในภาคอุตสาหกรรม ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักออกแบบบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ของไทยให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านดีไซน์ เทคโนโลยี วัสดุรักษ์โลก และภาคการผลิตเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างต้นแบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ตลาดโลก สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้สมัคร จำนวน 33 ทีม ทั่วประเทศ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายภูดิศ ปัญญาวานิชกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากผลงาน “รักษ์คู่ (Green Mate Bi-Pod)” ภาชนะจากชานอ้อย เยื่อไผ่ เคลือบผิวด้วยไขรำข้าว รวมฟังก์ชันกินและดื่มให้อยู่ในชิ้นเดียว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว และช่วยลดปริมาณขยะในงานเทศกาล รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวคนโปรด งานวิไลศิริวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน “BOXgourmand2026” บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่เมื่อใช้งานเสร็จแล้วสามารถส่งต่อเปลี่ยนเป็นอาหารสัตว์ได้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ นางสาวนฤพร องค์มรดก สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จากผลงาน “Lotus - Straw Bowl” ชามทรงใบบัวจากเยื่อฟางข้าวและแป้งมันสำปะหลัง ที่มีแกนท่อตรงกลาง ช่วยให้ผู้บริโภคถือชามอาหารและแก้วน้ำได้พร้อมกันในมือเดียว ซึ่งผลงานต้นแบบทั้งหมดจะได้รับโอกาสพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และโอกาสทางการตลาดในอนาคต เพื่อผลักดันต้นแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
15 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม หารือร่วม สมาพันธ์ SME ไทย ปั้นมาตรการหนุนรายย่อย เสริมความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อม จัดทำแผนเสนอ รมว.วราวุธ
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม หารือร่วม สมาพันธ์ SME ไทย ปั้นมาตรการหนุนรายย่อย เสริมความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อม จัดทำแผนเสนอ รมว.วราวุธ
กรุงเทพฯ 8 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเตรียมการเพื่อเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ของคณะผู้บริหารสมาพันธ์ SME ไทย นำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย ร่วมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม(DIPROM) ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวถึง แนวทางการปฏิบัติงานของดีพร้อม ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi ควบคู่กับการผลักดันแนวคิด Made by Thai ที่เน้นการใช้วัตถุดิบและแรงงานภายในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน DIPROM Pay และโครงการ Angel Fund ซึ่งดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหนุนให้ผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมสามารถเข้าสู่ตลาดได้จริง นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการดำเนินโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ไทย ซึ่งสอดรับตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในที่ประชุม มีการหารือร่วมกันถึงความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ มิติในด้านการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยให้มีการเพิ่ม KPI ด้านผลกระทบเชิงสังคมที่ช่วยสะท้อนการเสริมแกร่งได้อย่างแท้จริง มิติการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและโรงงาน ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสินค้าต่างชาติที่เข้ามาทุ่มตลาดในประเทศ มิติทางด้านเทคโนโลยีและการตลาด โดยการนำระบบ AI และเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ มิติการตลาดทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อผลักดันสินค้าที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของไทย ควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้าน Soft Power ให้สามารถเข้าถงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อและรายการต่าง ๆ ที่จะช่วยในการโปรโมตสินค้าในเครือข่ายร่วมกัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ Data Analysis เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่และอุตสาหกรรม นำไปสู่การออกแบบมาตรการสนับสนุนที่ตรงจุด พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี ช่องทางการตลาด และแหล่งเงินทุน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบูรณาการพลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
15 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำทีมดีพร้อม หารือร่วม กรมธุรกิจพลังงาน ทบทวนสัดส่วนผสมไบโอดีเซล B100 ดันกลไกการทำงานภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ พร้อมรับอนาคตพลังงานใหม่
“รองอธิบดีพลาวุธ” นำทีมดีพร้อม หารือร่วม กรมธุรกิจพลังงาน ทบทวนสัดส่วนผสมไบโอดีเซล B100 ดันกลไกการทำงานภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ พร้อมรับอนาคตพลังงานใหม่
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมประชุมหารือแนวทางการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และนางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม โดยมี นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม 6 ชั้น 15 ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต ในโอกาสนี้ กรมธุรกิจพลังงาน ได้หารือในที่ประชุมเรื่องแนวทางการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และแนวทางการส่งเสริมและกํากับดูแลการผลิตไบโอดีเซล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดย รองอธิบดีพลาวุธ ได้เสนอเครื่องมือและกลไกที่จะสนับสนุนการผลิตไบโอดีเซลตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ผ่านโครงการ/กิจกรรม และกลไกต่างๆ ของดีพร้อม โดยที่ประชุมได้เสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต 3 ข้อหลักๆ ได้แก่ การบริหารวัตถุดิบ เครื่องจักรในกระบวนการผลิต การออก พรบ. / กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
15 มิ.ย. 2569
“ดีพร้อม” มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรสุจริต ยกระดับบุคลากรภาครัฐ เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม สู่การให้บริการประชาชนด้วยหัวใจ
“ดีพร้อม” มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรสุจริต ยกระดับบุคลากรภาครัฐ เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม สู่การให้บริการประชาชนด้วยหัวใจ
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting การอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก อาจารย์วรภา ชัยเลิศวณิชกุล วิทยากรจากสถาบันพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ ที่ปรึกษาอิสระด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านจริยธรรมของสำนักงาน ก.พ. เป็นผู้บรรยายให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรฐานทางจริยธรรม รวมถึงให้ความรู้ด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของทางราชการ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติราชการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการให้บริการประชาชนด้วยหัวใจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของภาครัฐ โดยมุ่งเน้นให้ผู้อบรมสามารถ นำองค์ความรู้ แนวคิด และแนวทางปฏิบัติที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต “ดีพร้อม” ฐานะหน่วยงานภาครัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย “บุคลากร” ถือเป็นหัวใจสำคัญและกลไกในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะการบริหารราชการสมัยใหม่ที่ต้องอาศัยความโปร่งใส ความถูกต้อง และการยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมในการปฏิบัติงาน โดยการอบรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ รับทราบแนวทางการปฏิบัติงาน และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการทำงานอย่างมีคุณธรรมให้แก่บุคลากร “ดีพร้อม” ผ่านการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม
15 มิ.ย. 2569
"ดีพร้อม" ผนึกกำลัง "สถาบันอาหาร" ขับเคลื่อน Halal Ecosystem สร้างโอกาสเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย
"ดีพร้อม" ผนึกกำลัง "สถาบันอาหาร" ขับเคลื่อน Halal Ecosystem สร้างโอกาสเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย
กรุงเทพฯ 8 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทยของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม การประชุมครั้งนี้ มีการหารือร่วมกับสถาบันอาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอข้อมูลแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ในโอกาสที่จะมีการหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) ซึ่งถือเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย รองรับการเติบโตของตลาดฮาลาลโลก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ยาและเวชภัณฑ์ แฟชั่น โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมา ดีพร้อม ได้ดำเนินงานส่งเสริมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาลาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการสนับสนุนการขยายตลาดและการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมฐานรากสำคัญของประเทศ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอาหารในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 เป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ ให้สามารถยกระดับศักยภาพการผลิต พัฒนามาตรฐานสินค้า ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะมีการนำเสนอในโอกาสการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีต่อไป นอกจากนี้ ดีพร้อมยังได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) ดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับมาตรฐานสินค้า สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลก ผ่านการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศอย่างยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก
10 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีสุรพล” นำทีมคณะทำงานรางวัลอุตสาหกรรม ปี 69 เดินหน้า กำหนดเกณฑ์เข้ม “Global SME” มุ่งยกระดับ ผปก.ไทยตามนโยบาย MIND 4 มิติ
“รองอธิบดีสุรพล” นำทีมคณะทำงานรางวัลอุตสาหกรรม ปี 69 เดินหน้า กำหนดเกณฑ์เข้ม “Global SME” มุ่งยกระดับ ผปก.ไทยตามนโยบาย MIND 4 มิติ
กรุงเทพฯ 5 มิถุนายน 2569 - นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทการบริหารธุรกิจสู่สากล (Global SME) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้พิจารณาแผนการดำเนินงาน ขอบเขตและหลักเกณฑ์การตรวจประเมินรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภท Global SME ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานที่รัดกุม ตั้งแต่กระบวนการเปิดรับสมัครและการตรวจเอกสาร การนำเสนอผลงาน ไปจนถึงการลงพื้นที่ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการจริง และพิธีมอบรางวัล สำหรับหลักเกณฑ์การประกวดและพิจารณาคะแนนในปีนี้ แบ่งเป็นคะแนนหลักเกณฑ์เฉพาะด้านและคะแนนที่เชื่อมโยงกับนโยบาย "MIND 4 มิติ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน" ซึ่งคณะทำงานฯ ได้ตั้งเป้าเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงให้เข้ามาร่วมสรรหาและรับรางวัลในปีนี้เพิ่มมากขึ้น โดยดีพร้อมจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
10 มิ.ย. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ "กมธ.อุตสาหกรรม" เดินหน้ายกระดับ SMEs ไทย ให้ FLEXi พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและเศรษฐกิจโลกผันผวน
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ "กมธ.อุตสาหกรรม" เดินหน้ายกระดับ SMEs ไทย ให้ FLEXi พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและเศรษฐกิจโลกผันผวน
กรุงเทพฯ 4 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เพื่อหารือและให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยในปัจจุบัน โดยมี นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายจิตติ บรรจุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 310 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ในการประชุมครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ นโยบายและแผนการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม มาตรการรองรับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การพัฒนาและยกระดับ SMEs ไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงแนวทางการปรับตัวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนของสหภาพยุโรป (CBAM) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต ทั้งนี้ ดีพร้อมได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เพื่อยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวน SMEs มากกว่า 3.25 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของผู้ประกอบการทั้งหมดของประเทศ และมีการจ้างงานกว่า 13.4 ล้านคน หรือร้อยละ 69 ของการจ้างงานทั้งประเทศ ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยดีพร้อมมีกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเน้น “ประคอง” ผู้ประกอบการในระยะสั้น ผ่านมาตรการลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน ควบคู่กับการ “ยกระดับ” ขีดความสามารถในระยะยาว ผ่านการเพิ่มผลิตภาพ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และการผลักดันอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรองรับกติกาการค้าโลกในอนาคต นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการ “Rebuild SMEs” เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผ่านการวินิจฉัยธุรกิจเชิงลึก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาดดิจิทัล การจับคู่ธุรกิจ และการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ “ดีพร้อมเปย์ (DIPROM PAY)” เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย รวมถึงแนวคิดการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม SMEs เพื่อพัฒนาเครือข่ายและห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดเป็นภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง และปรับเปลี่ยนระบบนิเวศอุตสาหกรรมให้เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย ONE MIND ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในเวทีเศรษฐกิจโลกต่อไป
08 มิ.ย. 2569
กระทรวงอุตฯ เดินเกมรุก “ONE MIND” สั่งการ “ดีพร้อม” ผนึก “สสว.” คิกออฟ ‘Rebuild SMEs’ เร่งฟื้นฟูและเสริมแกร่ง พร้อมยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย กว่า 800 กิจการ สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 840 ล้านบาท
กระทรวงอุตฯ เดินเกมรุก “ONE MIND” สั่งการ “ดีพร้อม” ผนึก “สสว.” คิกออฟ ‘Rebuild SMEs’ เร่งฟื้นฟูและเสริมแกร่ง พร้อมยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย กว่า 800 กิจการ สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 840 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 4 มิถุนายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) พร้อมทั้งให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โดย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดย ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร สสว. หน่วยงานเครือข่าย และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน และการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักที่เพิ่มสัดส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างกลไก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” โดยมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บูรณาการเพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยการให้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี เงินทุน และเชื่อมโยงตลาด ผ่านโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกควบคู่ไปกับการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งต่อ SMEs ให้สามารถเข้าถึงการให้บริการต่าง ๆ ของหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค รวมถึงเชื่อมโยงเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่าง SME D Bank กองทุนประชารัฐ ซึ่งเป็นถุงเงินของกระทรวงอุตสาหกรรมที่พร้อมให้บริการสินเชื่อผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมอีกด้วย ด้าน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ดีพร้อม ได้รับงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 120 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ไทยอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเริ่มต้นจาก “การวินิจฉัยองค์กร” ที่แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและจุดอ่อนที่แท้จริงของผู้ประกอบการ นำไปสู่การวางแผนกลยุทธ์และให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกผ่านวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เชื่อมโยงแหล่งเงินทุน และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อให้ SMEs สามารถปรับโมเดลธุรกิจให้พร้อมรองรับความเสี่ยงและสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs ไม่เพียงแค่ "อยู่รอด" แต่สามารถ "เติบโต" และ "สร้างมูลค่าใหม่" ในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะสามารถยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย จำนวน 800 กิจการ และจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 840 ล้านบาท ด้าน ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ Rebuild SMEs ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ที่จะช่วย 'ฟื้นฟู' และ 'ต่อยอด' ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นระบบ โดย “ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกันระหว่าง สสว. และ ดีพร้อม แต่คือ การรวมพลังเพื่อสร้าง “ระบบสนับสนุน SMEs ไทยยุคใหม่” ที่ตอบโจทย์การปรับตัวให้รองรับสภาพแวดล้อมในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อแข่งขัน และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต"
08 มิ.ย. 2569