โทรศัพท์ 1358

รมว.พิมพ์ภัทรา โชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อโลก เพื่อเรา นำร่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 7.2 ล้านตันต่อปี
รมว.พิมพ์ภัทรา โชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อโลก เพื่อเรา นำร่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 7.2 ล้านตันต่อปี
กรุงเทพฯ 12 กรกฎาคม 2567 - นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “Moving Green Forward ก้าวไปข้างหน้า เพื่อโลก เพื่อเรา” โดยมีนายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกภัทร วังสุวรรณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายวาที พีระวรานุพงศ์ นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ และมีนายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาสงคราม และภาวะโลกเดือด ซึ่งมีสาเหตุจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นจนเกินสมดุล กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะภาคการผลิตมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบต่อโลก ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปตั้งแต่วันที่เข้ามารับตำแหน่งว่า พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเรื่องของความรู้และเงินทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในวันที่กติกาโลกเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าไปด้วยกัน ผ่านกลไก 3 ด้าน คือ Green Productivity, Green Marketing และ Green Finance นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวต่อว่า ความท้าทายใหญ่ที่สุดของคนในกระทรวงอุตสาหกรรมเวลานี้ คือ เราจะทำอย่างไรให้พี่น้องผู้ประกอบการยังคงอยู่กับเรา ในช่วงที่ผ่านมา เรารับรู้ถึงข่าวสารการปิดตัวของกิจการต่าง ๆ รวมถึงเอสเอ็มอี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินทุน ภาวะการแข่งขันอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนกติกาโลก เหล่านี้คือความท้าทายของรัฐบาล และกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ (EV) ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมและคลอดมาตรการ อีวี 3.5 โดยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทอดทิ้งยานยนต์ดั้งเดิม (ICE) และได้มีการขยายเวลาบังคับใช้มาตรการมาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร 5 และยูโร 6 ไปอีกสองปีข้างหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว ส่วนการสนับสนุนพลังงานสะอาด กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังจะยื่นขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อปลดล็อคโซลาร์รูฟท็อป เพื่อรองรับนโยบายพลังงานสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม ใช้ได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้เรื่องของพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะนักลงทุนในประเทศเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์นักลงทุนต่างประเทศที่กำลังตัดสินใจเข้ามาลงทุนและถามหาพลังงานสะอาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยให้สามารถตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุนได้ ส่วนปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผา ซึ่งเกษตรกรชาวไร่อ้อย มักจะตกเป็นจำเลยว่าเป็นต้นเหตุ ซึ่งเราได้ขอความร่วมมือไปยังจิสด้า และไทยคม เพื่อใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจจุดความร้อน (hot spot) หากพบที่ใดให้ตรวจสอบทันทีว่าเป็นเพราะการเผาของชาวไร่อ้อยหรือไม่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี พบว่า การเผาของชาวไร่อ้อยลดลง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการชดเชยการตัดอ้อยสดลดพีเอ็มที่กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนเงินทุนเพื่อดำเนินการ นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งสร้างการรับรู้ให้ภาคอุตสาหกรรมได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการภาวะโลกร้อนที่เป็นความท้าทายต่อภาคการผลิตของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถนำร่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมได้มากกว่า 7.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ด้านนายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ขานรับทิศทางการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมทั้ง 3 ด้าน โดยเชื่อมกับนโยบาย RESHAPE THE FUTURE :โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคต มุ่งยกระดับให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก (RESHAPE THE INDUSTRY) โดยเฉพาะในเรื่องของการดำเนินธุรกิจที่จะต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรม “Moving Green Forward ก้าวไปข้างหน้า เพื่อโลก เพื่อเรา” ซึ่งภายในงานจะได้เรียนรู้เทรนด์ธุรกิจ องค์ความรู้ และมุมมองการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ครบทุกมิติ ทั้งการบรรยายและเสวนาจากองค์กรและบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการบริหารจัดการด้านอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมกับกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำจากหน่วยงานพันธมิตรที่มาจัดแสดงสินค้านวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การให้แนะนำสินเชื่อสำหรับธุรกิจรักษ์โลกจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ยังมีรูปแบบกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศจำนวนกว่า 1,800 ราย และคาดการณ์ว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1,380 ล้านบาท ทั้งนี้ ดีพร้อม เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608
16 ก.ค. 2024
“รสอ. ดวงดาว” ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs ยั่งยืน (PGS ระยะที่ 11)
“รสอ. ดวงดาว” ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs ยั่งยืน (PGS ระยะที่ 11)
กรุงเทพฯ 11 กรกฎาคม 2567 – นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจข้อตกลงร่วมมือ (MOU) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 11 (PGS 11) “บสย. SMEs ยั่งยืน” โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี และเป็นคณะผู้ลงนามร่วมกับ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐและเอกชน ณ ห้องอินฟินิตี้ 2 โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ถนนรางน้ำ ราชเทวี พิธีลงนามฯ ดังกล่าว เป็นการแสดงความร่วมมือในการช่วยเหลือ SMEs ร่วมกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 11 (PGS 11) โดยให้สถาบันการเงิน ปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลสนับสนุน และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินเป็นลำดับแรก โดยผ่านกลไกการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งจะค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท และกำหนดวงเงินค้ำประกันต่อรายไม่เกิน 40 ล้านบาท
16 ก.ค. 2024
รัฐมนตรีฯ พิมพ์ภัทรา ผลักดันต้นแบบสวนทุเรียนอัจฉริยะ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ตอบโจทย์นโยบาย RESHAPE THE FUTURE นำเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเชิงพื้นที่ เร่งขยายผลแก่เกษตรกรในชุมชนโดยรอบ
รัฐมนตรีฯ พิมพ์ภัทรา ผลักดันต้นแบบสวนทุเรียนอัจฉริยะ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ตอบโจทย์นโยบาย RESHAPE THE FUTURE นำเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเชิงพื้นที่ เร่งขยายผลแก่เกษตรกรในชุมชนโดยรอบ
จ.นครศรีธรรมราช 10 กรกฎาคม 2567 - นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดการอบรม “กิจกรรมส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบให้น้ำอัตโนมัติ” ภายใต้การพัฒนาพื้นที่นำร่องเพาะปลูกทุเรียนเพื่อการเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร โดยนายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเจตนิพิฐ รอดภัย ที่ปรึกษากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นายโดม ถนอมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 นายศุภชัย โจมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง ร่วมเปิดงาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง อำเภอสิชล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการตามนโยบาย RESHAPE THE FUTURE: โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคต ในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคโนโลยี (Digital Disruptions) จึงจำเป็นต้องเร่งให้ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตที่เกิดขึ้น การพัฒนาเชิงพื้นที่ (RESHAPE THE AREA) เพื่อสร้างชุมชนเปลี่ยนก็เป็นสิ่งสำคัญ การเตรียมชุมชนให้ดีพร้อม เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนรอบข้างอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรฐานราก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้ดำเนินกิจกรรม “ส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบให้น้ำอัตโนมัติ” ภายใต้การพัฒนาพื้นที่นำร่องเพาะปลูกทุเรียนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการให้น้ำแบบอัตโนมัติในพื้นที่การเกษตร เป็นโมเดลต้นแบบการนำเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาประยุกต์ในสวนเกษตรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการเอกชน เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับชุมชนเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในกระบวนการผลิต และการพัฒนาบุคลการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยระยะเริ่มแรก ได้นำร่องในพื้นที่ของ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งภายใน จ.นครศรีธรรมราชมีพื้นที่การปลูกทุเรียนกว่า 100,000 ไร่ (ที่มา: ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดนครศรีธรรมราช, สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำเดือนมีนาคม 2567) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โดยดำเนินการให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงระบบแนวท่อ จุดจ่ายน้ำด้วยมินิสปริงเกอร์ ระบบการใช้พลังงานด้วยโซลาร์เซลล์ การควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์ด้วยระบบ IoT ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต ลดจำนวนแรงงาน ลดเวลาการทำงาน และในอนาคตจะเร่งขยายผลไปสู่ชุมชนรอบข้าง และในผลผลิตอื่นๆ ต่อไป โดยผลจากการดำเนินงานจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกชุมชน ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนอื่นที่สนใจ
16 ก.ค. 2024
"ดีพร้อม" เร่งพัฒนาชุมชน หารือ สสส. เตรียมจัดงานมหกรรมเครื่องดื่มชุมชน
"ดีพร้อม" เร่งพัฒนาชุมชน หารือ สสส. เตรียมจัดงานมหกรรมเครื่องดื่มชุมชน
กรุงเทพฯ 11 กรกฎาคม 2567 – นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานประชุมหารือความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) และ เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือเตรียมการจัดงานมหกรรมเครื่องดื่มชุมชน เพื่อพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับทุกชุมชน ที่รวมอัตลักษณ์สำคัญของโกโก้ กาแฟ น้ำหมักและน้ำกลั่นพื้นบ้าน ผสมผสานกับเรื่องราวประจำท้องถิ่น โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4-10 กันยายน 2567 ณ หน้าลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมทั้งมีการหารือเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ ทั้งนี้ ดีพร้อม จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาในด้านของวิสาหกิจชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชุมชน นอกจากนี้ ดีพร้อม ร่วมกับ สสส. จัดกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา “ให้ตับได้พักบ้าง” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ผู้บริหารและพนักงานในสถานประกอบการพร้อมสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน ลงนามเข้าร่วมกิจกรรมกล่าวปฏิญาณตนคนบวชใจ “งดเหล้าเข้าพรรษา”จำนวนกว่า 6,500 คน
16 ก.ค. 2024
“อสอ.ภาสกร” ลงพื้นที่ปากพูนทดสอบเรือ EV ส่งเสริมการท่องเที่ยว
“อสอ.ภาสกร” ลงพื้นที่ปากพูนทดสอบเรือ EV ส่งเสริมการท่องเที่ยว
จ.นครศรีธรรมราช 10 กรกฎาคม 2567 - นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตำบลปากพูนทดสอบระบบเรือไฟฟ้า พร้อมด้วย นายเจตนิพิฐ รอดภัย ที่ปรึกษากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นายโดม ถนอมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช การลงพื้นที่ดังกล่าว เป็นการทดสอบเรือไฟฟ้าภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่มีความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเป็นการลดการปลดปล่อยคาร์บอนตามแนวทางความเป็นกลางทางคาร์บอน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย
11 ก.ค. 2024
“รสอ.วัชรุน” นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม“ไทยคาเมล” ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพภาคอีสานตอนบน
“รสอ.วัชรุน” นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม“ไทยคาเมล” ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพภาคอีสานตอนบน
จ.อุดรธานี 9 กรกฎาคม 2567 - นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการของดีพร้อม ร่วมด้วย นางเกษราภรณ์ โกวิทลวากุล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นายติณห์ เจริญใจ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 นางรุ่งอรุณ เปี่ยมปัจจัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 นางละเอียด มธุรส ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ บริษัท ไทยคาเมลดีเวลลอปเม้นท์ 2018 จำกัด ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี บริษัท ไทยคาเมลดีเวลลอปเม้นท์ 2018 จำกัด (THAICAMEL DEVELOPMENT 2018 COMPANY LIMITED) ผู้ผลิตห้องเย็น ตู้แห้ง รถห้องเย็น รถตู้แห้ง และรถดัดแปลงเพื่อการพาณิชย์ ที่ลูกค้าไว้วางใจ เนื่องจากผลิตจากโรงงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ รวมไปถึงการประกอบตู้บรรทุกรักษาอุณหภูมิ พร้อมศูนย์บริการหลังการขาย ทั้งการซ่อม บำรุงรักษา แห่งเดียวในภาคอีสานตอนบน ด้วยการบริการ ONE STOP SERVICE โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและดิจิทัลให้ดีพร้อม ภายใต้โครงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล หลังเข้าร่วมโครงการของดีพร้อมทำให้กิจการสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์และดิจิทัลเข้าไปสนับสนุนในกระบวนการผลิตและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นกับการดำเนินกิจการ ตลอดจนสามารถต่อยอดกิจการของตนเองไปเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทชั้นนำได้ต่อไปในอนาคต
11 ก.ค. 2024
“รสอ.วัชรุน” นำคณะดีพร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ผู้ประกอบการ คพอ.
“รสอ.วัชรุน” นำคณะดีพร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ผู้ประกอบการ คพอ.
จ.อุดรธานี 8 กรกฎาคม 2567 - นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการของดีพร้อม ร่วมด้วย นางเกษราภรณ์ โกวิทลวากุล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นายติณห์ เจริญใจ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 นางรุ่งอรุณ เปี่ยมปัจจัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 นางละเอียด มธุรส ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยูดี คลีนแอนด์แคร์ อำเภอเมือง การลงพื้นที่ดังกล่าว เป็นการตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ภาคอีสาน โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด ยูดีคลีนแอนด์แคร์ (UD CLEAN & CARE LIMITED PARTNERSHIP) ประกอบธุรกิจประเภท ให้บริการกิจกรรมสนับสนุน บริการทำความสะอาดบ้านเรือน บริการออกแบบติดตั้งผ้าม่าน บริการด้านทำความสะอาดทั่วไปของตัวอาคาร เป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดีพร้อม (คพอ.ดีพร้อม) ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพในการบริหารจัดการ ผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ ไปจนถึงทักษะด้านการบริหารจัดการในทุกมิติ ผ่านกระบวนการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย (Sharing Economy) ตลอดจนการเตรียมความพร้อม SMEs ในการพัฒนาศักยภาพการประกอบธุรกิจให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
11 ก.ค. 2024
“พิมพ์ภัทรา” หารือ “สภาอุตฯ” หลังเผชิญกติกาใหม่โลก ทำ 22 อุตสาหกรรมดั้งเดิมขีดความสามารถการแข่งขันลดลง เร่งหามาตรการรับมือ พร้อมตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม
“พิมพ์ภัทรา” หารือ “สภาอุตฯ” หลังเผชิญกติกาใหม่โลก ทำ 22 อุตสาหกรรมดั้งเดิมขีดความสามารถการแข่งขันลดลง เร่งหามาตรการรับมือ พร้อมตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม
กรุงเทพฯ 9 กรกฎาคม 2567 - นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายบรรจง สุกรีฑา นายใบน้อย สุวรรณชาตรี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้าหารือกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะ ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถนนนางลิ้นจี่ กรุงเทพ นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ตนได้ให้นโยบายตั้งแต่วันแรกของการรับตำแหน่งว่า อยากเห็นกระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการ และนักลงทุนให้เกิดความคล่องตัว อะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย ซึ่งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งในกระบวนการออกใบอนุญาตที่เร็วขึ้น ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น และสิ่งที่เน้นย้ำ คือ เรื่องของนโยบาย Green Productivity เพื่อตอบโจทย์กติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายที่กระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องจับมือกับ ส.อ.ท. เพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึง นโยบายบริหารงาน ส.อ.ท. ในช่วงปี 2567 – 2569 ว่า ต้องยอมรับว่า จากกติกาใหม่ของโลก ตลอดจนข้อตกลงทางการค้า FTA และการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดั้งเดิมมาสู่อุตสาหกรรมใหม่ของ 22 อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก นอกจากนี้ยังรวมถึงอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหามาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นเราได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยมี 4 คณะทำงาน ประกอบด้วย 1) คณะทำงานยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต (S-Curve & Industry Transformation) เพื่อสร้างกลไกและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรม สู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนพัฒนาเอสเอ็มอีให้เข้าถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับกิจการและประเภทอุตสาหกรรม 2) คณะทำงานการพัฒนาอุตสาหกรรม (Circular Economy และ Climate Change) เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ End of Waste พัฒนาระบบและกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการกากอุตสาหกรรม ผลักดันและขับเคลื่อน Circular Material Hub , Circular Economy Model Sandbox ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่ Carbon Neutrality & Climate Change 3) คณะทำงานอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการประกอบกิจการและมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้กับภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนปรับปรุงผังเมืองทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ 4) คณะทำงานพัฒนาอุตสาหกรรม SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
11 ก.ค. 2024
“อธิบดีภาสกร” หารือผู้แทนจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม
“อธิบดีภาสกร” หารือผู้แทนจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม
กรุงเทพฯ 9 กรกฎาคม 2567 – นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ให้การต้อนรับ คณะผู้แทนจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น นำโดย นายโอคามุระ เซย์จิ (Mr. OKAMURA Seiji) ประธานและกรรมการผู้แทนองค์การฯ และคณะ ในโอกาสเข้าหารือพัฒนาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว เป็นการหารือแนวทางการต่อยอดความร่วมมือ ระหว่างดีพร้อมและจังหวัดทตโตะริ ที่ได้มีการลงนาม MOU ร่วมกัน ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย และ ญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดการปรับตัวด้านต่าง ๆ ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลก ภายใต้แนวนโยบายของดีพร้อม โดยองค์การส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดทตโตะริ ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐานของหน่วยงาน อาทิ โครงสร้างและกลยุทธ์ในการส่งเสริมสตาร์ทอัพ ตามหลัก MONOZUKURI ซึ่งเป็นการผลักดันกระบวนการผลิตอัจฉริยะด้วย IoT และการพัฒนาบุคลากรในภาคการผลิตให้มีทักษะทางดิจิทัล และหลัก MACHIZUKURI หรือการเชื่อมโยง startup ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ องค์การฯ ยังได้รับเงินสนับสนุนให้พัฒนา Social Innovation Designer (SID) ภายใต้โครงการ Social Business Innovation Research ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่า จะสามารถผลักดันการเติบโตของกลุ่มสตาร์ทอัพของไทย ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในโลกธุรกิจ พร้อมยินดีสานต่อการดำเนินงานร่วมกับดีพร้อม ทั้งในด้านการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการเข้าร่วมงาน OTAGAI Friends Meeting และ OTAGAI Forum ทั้งนี้จากการหารือ ทั้งสองฝ่ายมีความยินดีที่จะร่วมมือกันเพื่อผลักดันและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่สากล โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ให้สามารถปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้ง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากทั้งสองประเทศได้เข้าสู่สภาวะสังคมผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน
10 ก.ค. 2024
"อธิบดีภาสกร" ร่วมเป็นเกียรติงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
"อธิบดีภาสกร" ร่วมเป็นเกียรติงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2567 – นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมและกล่าวแสดงความยินดีในพิธีเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า WULING Binguo EV โดยมี นายสุรพล สุประดิษฐ์ ประธานบริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด คุณสือ กั๋ว หย่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท PT SGM สาธารณรัฐอินโดนีเซียและคุณเชีย ไห่ เทา รองประธานบริษัท SGMW สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมแถลงข่าวและตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ณ Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานแถลงข่าวดังกล่าว จัดขึ้นโดย บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย อีกทั้งยังได้ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ WULING ในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle : ZEV) ของรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างงานสร้างรายได้ และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย RESHAPE THE FUTURE โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคตของดีพร้อม ที่มุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
10 ก.ค. 2024