โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
โรงงานแปรรูปเนื้อสุกร บมจ. ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ลดพลังงาน – ลดต้นทุน – ลดโลกร้อน
โรงงานแปรรูปเนื้อสุกร บมจ. ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ลดพลังงาน – ลดต้นทุน – ลดโลกร้อน
โรงงานผลิตสุกรของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งปี ๒๕๔๖ ดำาเนินธุรกิจผลิตเนื้อสุกรแปรรูปแช่เย็นและแช่แข็งปัจจุบันมีปริมาณการผลิตประมาณ ๔๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน/ปี การที่กิจการมีความก้าวหน้า เนื่องจากมีการนำระบบมาตรฐานต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างความพร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการแข่งขันเสรีในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีผลในปี ๒๕๕๘ นี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ซีพีเอฟให้ความสำคัญคือ การใช้พลังงานและการจัดหาพลังงานทดแทนสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องของนโยบายการปรับค่าแรงทั่วประเทศหรือเรื่องของพลังงาน หากได้ความช่วยเหลือจากทางการในเรื่องการจัดหาพลังงานทดแทน เช่น การลงทุนในส่วนของโซลาร์เซลล์ ประเทศไทยน่าจะใช้ประโยชน์จากพลังงานตรงนี้ได้มาก” คุณอนันต์ วงษ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพีเอฟ แสดงความเห็น เพื่อปรับปรุงการจัดการด้านพลังงาน บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วม “กิจกรรมการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับอุตสาหกรรม (Total Energy Management: TEM) รุ่นที่ ๑๐” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเมื่อจบกิจกรรมสามารถลดค่าปริมาณการใช้พลังงานรวมได้ ๒,๐๙๕,๐๘๒ MJ/ปี มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง ๑,๘๔๐,๐๕๑ บาท/ปี คิดเป็นร้อยละ ๗.๕๑ จากค่าใช้จ่ายการใช้พลังงานรวมก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ๒๔,๔๙๑,๒๕๔.๘๕ บาท/ปี ซึ่งหากภาคอุตสาหกรรมร่วมมือร่วมใจในการบริหารจัดการพลังงาน จะไม่เพียงยังประโยชน์ ต่อองค์กร แต่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศด้วย คุณอนันต์ วงษ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ๒๖/๒ หมู่ ๗ ถ. สุวินทวงศ์ ต. คลองนครเนื่องเขต อ. เมือง จ. ฉะเชิงเทรา ๒๔๐๐๐ โทรศัพท์ : ๐๓๘ ๕๙๓ ๖๘๔-๖ โทรสาร : ๐๓๘ ๕๙๓ ๖๘๔๗ ที่มา : รายงานประจำปี 2555 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2012
ยูนิเกรนมาร์เกตติ้ง สร้างเอกลักษณ์ ‘ข้าวธรรม’
ยูนิเกรนมาร์เกตติ้ง สร้างเอกลักษณ์ ‘ข้าวธรรม’
สินค้าเกษตรคุณภาพดี สามารถขยับชั้นจากการเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ธรรมดา (Commodity Goods) มาสู่สินค้ามีแบรนด์ได้ เช่น กล้วยหอมโดล แอปเปิ้ลฟูจิ และกีวีเซสปรี เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ของไทยก็เช่น ส้มธนาธร หรือผักผลไม้โครงการหลวง ซึ่งการสร้างแบรนด์และการวางตำแหน่งสินค้าในระดับสูงได้ ย่อมหมายถึงการใส่ใจคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต คุณปนิธิ เหล่าธรรมทัศน์ ซีอีโอ บริษัท ยูนิเกรนมาร์เก็ตติ้ง (1999) จำกัด ผู้คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจค้าข้าวมากว่า ๓๐ ปี มองเห็นโอกาสเดียวกันนี้ จึงได้พัฒนาข้าวพรีเมียมแบรนด์ “ข้าวธรรม” ออกสู่ตลาดด้วยการปูทางเรื่องแบรนด์มาก่อนล่วงหน้าหลายปี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะเป็นการสร้างความแตกต่างจากข้าวในประเทศและต่างประเทศในยุคที่เงื่อนเวลา AEC กระชั้นเข้ามา เนื่องจากหลายประเทศ ในอาเซียนล้วนผลิตข้าวได้จำนวนมากและผู้บริโภคไม่ทราบถึงความแตกต่าง ระยะแรกของการสร้างแบรนด์ในตลาดค้าปลีก ยูนิเกรนฯ พบปัญหามากมาย เนื่องจากเดิมมีความชำนาญด้านค้าส่ง โดยครอบครัวมีประสบการณ์ค้าส่งข้าวมานานถึง ๖๐ ปี แต่ผู้บริหารหมั่นแสวงหาความรู้ใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าร่วม “กิจกรรมพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Cluster)” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในนาม “ไทยฟู๊ดคลัสเตอร์” ผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมคุณปนิธิ เห็นว่ามีประโยชน์อย่างมาก ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม มีการพัฒนาทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการตลาดอย่างต่อเนื่อง “คอนเซ็ปต์ของกลุ่ม คือ ทุกคนในกลุ่มต้องช่วยตัวเองส่วนหนึ่งและทางกรมฯ ช่วยสนับสนุนในส่วนหนึ่ง เช่น ในเรื่องของการออกงานและการอบรม สมาชิกในกลุ่มอาจอยู่คนละสายงาน แต่พอมานั่งคุยกันรับฟังการทำงานในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ทำให้ได้รับความรู้มากขึ้น เหมือนมี consult เพราะว่าเจ้าของธุรกิจมาแนะนำถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยตัวเอง ผมได้ความรู้จากเพื่อน ๆ มากมาย ผมว่าแค่นี้ก็คุ้มค่ามากแล้ว” การมุ่งสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ แบรนด์องค์กร รวมทั้งการผนึกกำลังสร้างแบรนด์ให้กับประเทศไทย จึงเป็นภารกิจสำคัญร่วมกันของผู้ประกอบการไทยในเวลานี้ คุณปนิธิ เหล่าธรรมทัศน์ ซีอีโอ บริษัท ยูนิเกรนมาร์เก็ตติ้ง (1999) จำกัด สำนักงาน : ๑๕๖ ถ. เฉลิมเขตร์ ๑ แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบฯ กทม. ๑๐๑๐๐ โรงงาน : ๕๐/๕ ม. ๑๒ ถ. พุทธมณฑล สาย ๕ ต. ไร่ขิง อ. สามพราน จ. นครปฐม ๗๓๒๑๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๘๑๑ ๙๖๗๐-๓ ที่มา : รายงานประจำปี 2555 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2012
คุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ลมใต้ปีกของ “นกพิราบ”
คุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ลมใต้ปีกของ “นกพิราบ”
แม้ผัก ผลไม้ดอง และอาหารกระป๋องตรา “นกพิราบ” จะเป็นที่รู้จักของสังคมไทยมานานกว่ากึ่งศตวรรษ แต่ก็ไม่อาจหยุดนิ่งในการพัฒนาตรงกันข้าม การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์นกพิราบดำรงอยู่ในใจผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม การผลิตอาหารกระป๋อง คุณภาพวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางนับเป็นหัวใจสำคัญ “เรามีการปรับปรุงกิจการอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพพื้นฐาน แต่ยังมีปัญหาด้านคุณภาพ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ส่งผลต่อวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ ทำให้ยากในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง” คุณวิสุทธิ์ รัชตสวรรค์ กรรมการบริหาร บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด อธิบาย เมื่อมีโอกาสได้เข้าร่วม“กิจกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (Manufacturing Development to Improve Competitiveness Programme : MDICP-PIA)” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำให้ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคนิค SPC (Statistical Process Control) ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องมือพื้นฐานทั่วไป เช่น การปรับปรุงคุณภาพผักหัวห่อแน่น ซึ่งเดิมอุณหภูมิการเพาะปลูกเป็นปัจจัยที่ควบคุม ไม่ได้ แต่สามารถชดเชยด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น ระยะปลูก ปริมาณ ปุ๋ย และอายุตัด หรือการใช้ปัจจัยน้ำหนักต่อพื้นที่ของโคนก้านและปลายก้านมาช่วยคำนวณเพื่อกำหนดขนาดผักหั่น หรือการปรับปรุงรสชาติ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับรสชาติมากกว่ากลิ่นและเนื้อสัมผัส อันนำมาสู่การวิเคราะห์ตรวจสอบทางเคมีและย้อนกลับสู่กระบวนการปลูกและกระบวนการผลิตวัตถุดิบเพื่อให้ได้รสชาติสม่ำเสมอ นอกจากการรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ คุณวิสุทธิ์เห็นว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อทดแทนแรงงาน การหาพันธมิตรจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขยายฐานการผลิตและขยายตลาดเพื่อรองรับ AEC ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป คุณวิสุทธิ์ รัชตสวรรค์ กรรมการบริหาร บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด ๓๗ หมู่ ๑ ซ. สุขสวัสดิ์ ๔๓ ถ. สุขสวัสดิ์ ต. บางครุ อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ ๑๐๑๓๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๘๑๙ ๓๑๑๑ โทรสาร : ๐ ๒๘๑๙ ๓๔๒๒ อีเมล : info@peacecanning.com ที่มา : รายงานประจำปี 2555 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2012
โปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมนูแฟคเจอร์ริง ไม่ละเลยธรรมาภิบาล
โปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมนูแฟคเจอร์ริง ไม่ละเลยธรรมาภิบาล
การเกิดขึ้นของ AEC จะส่งผลให้บริษัทธุรกิจทั้งในและนอกอาเซียนเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น บริษัทเหล่านี้ย่อมต้องมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเชิงการลงทุนหรือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพิจารณาต่อกันคือ ประเด็นด้านธรรมาภิบาล SMEs ไทยจึงไม่ควรละเลยการพัฒนาประเด็นนี้ควบคู่ไปกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต บริษัท โปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมนูแฟคเจอร์ริง จำกัด (PDM) หนึ่งในกลุ่มบริษัท เวลลอย คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและจาระบีคุณภาพสูงสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จาระบีและน้ำมันสำหรับโรงงานอาหาร (Food Grade Grease and Oil) เป็นองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญต่อประเด็นธรรมาภิบาล โดยได้รับรางวัลองค์กรดีเด่นด้านความปลอดภัยถึง ๘ ปีซ้อน และได้รับ CSR-DIW (มาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม) เมื่อปี ๒๕๕๔ คุณวิทวัส บุญญสถิตย์ บริษัท โปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมนูแฟคเจอร์ริง จำกัด (PDM) ๑๒๗๓-๑๒๗๔ ถ.วิเชียรโชฎก ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ๗๔๐๐๐ โทรศัพท์ : ๐๓๔ ๔๒๘ ๐๐๙-๑๓, ๐๓๔ ๔๒๙ ๓๐๒-๕ โทรสาร : ๐๓๔ ๔๒๙ ๓๐๑ เว็บไซต์ : www.pdm.co.th ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
ซันสยาม หล่อลื่นองค์กรด้วยไอที
ซันสยาม หล่อลื่นองค์กรด้วยไอที
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมาก บริษัท ซันสยาม จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นและจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “ซันซอยล์” (SUN’SOIL) จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นองค์กรหนึ่งที่นำไอทีมาเสริมศักยภาพองค์กร “บริษัทมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศในองค์กรตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงงาน โดยเริ่มนำโปรแกรมสำเร็จรูปมาช่วยในการบันทึกบัญชี เมื่อธุรกิจมีการขยายตัว ปริมาณข้อมูลมีมากขึ้น ทำให้ทางบริษัทมีความต้องการที่จะนำระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มาใช้เพื่อช่วยในการจัดการข้อมูลขององค์กรทั้งหมด” คุณสมสรรค์ หังสพฤกษ์ อธิบายถึงความสำคัญของไอที บริษัทจึงตัดสินใจเข้าร่วม ‘โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (ECIT)’ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในปี ๒๕๕๔ เพื่อนำโปรแกรม Enterprise Control System (ECONS) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ระบบบริหารการผลิตออนไลน์มาประยุกต์ใช้ โดยมีบริษัท บิสซิเนส บูลเลทีน เซอร์วิส จำกัด เป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน ๒๕๕๔ และใช้งานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันบริษัทเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ เช่น ทราบข้อมูลสูตรการผลิตและขั้นตอนการผลิตโดยละเอียด ทำให้สามารถวางแผนการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้าแต่ละรายการได้ประมาณร้อยละ ๑-๓ ลดงานที่ซ้ำซ้อนในการรวบรวมและจัดทำรายงาน ทำให้ผู้บริหารได้รับรายงานที่เป็นข้อมูลในการตัดสินใจรวดเร็วขึ้นจากเดิมร้อยละ ๕๐ พัฒนาข้อมูลด้านการผลิต คลังสินค้า และการขายเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ช่วยลดความผิดพลาดในการจัดการกับใบสั่งซื้อและส่งมอบสินค้าได้ทันตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบที่ไม่สูงมากนัก ประหยัดเงินลงทุนด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ผู้ดูแลระบบ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทมีโครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศองค์กรที่แข็งแรง สามารถพัฒนาต่อไปในอนาคตได้ง่ายขึ้น คุณสมสรรค์ หังสพฤกษ์ บริษัท ซันสยาม จำกัด ๓๒๕, ๓๒๗, ๓๒๙ ซ.พัฒนาการ ๓ ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ๑๐๒๕๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๗๑๙ ๘๖๖๒-๔, ๐ ๒๓๑๙ ๒๖๐๙-๑๐ ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
กลุ่มแปรรูปผ้าพื้นเมืองนาบัว จับรสนิยมสากล
กลุ่มแปรรูปผ้าพื้นเมืองนาบัว จับรสนิยมสากล
“ผ้าพื้นเมืองของไทยหลายแห่งมีการผลิตที่ก้าวหน้ากว่าเพื่อนบ้าน เลยมีปัญหาถูกก๊อบปี้สินค้าบ้าง แต่ไม่ต้องห่วง เราจะพยายามหนีให้ไกลเลย ไม่ให้ตามทัน” คุณพนิดา คุณธรรมประธานกลุ่มแปรรูปผ้าพื้นเมืองนาบัวกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยม พลังคุณพนิดาเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าตั้งแต่วัยสาวในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และสังเกตเห็นว่าผู้เฒ่าสูงวัยในหมู่บ้านเน้นทอผ้าผืนมัดหมี่ย้อมคราม มิได้นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นใด เมื่อคุณพนิดาทดลองนำผ้าย้อมครามมาแปรรูปเป็นกล่องทิชชู พวงกุญแจ เสื้อผ้าบุรุษ-สตรี ย่าม และออกร้านที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับที่ดี จึงเดินหน้ารวมกลุ่มแม่บ้านในชุมชน ๖-๗ คน ขยายการผลิตซึ่งต่อมาได้รับการสนับสนุนเงินทุนและอุปกรณ์ตัดเย็บจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ เป็นระยะ อาทิ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กรมประชาสงเคราะห์ และอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นต้น สมาชิกกลุ่มขยายตัวมากขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าอบรม ‘กิจกรรมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการหลักสูตรการพัฒนาออกแบบ’ และได้เข้าร่วม ’กิจกรรมการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Industrial Cluster Development)’ เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผ้าพื้นเมืองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันและรวมกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้ได้วัตถุดิบราคาถูกลง และในปี ๒๕๕๔ ยังได้รับสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ความภูมิใจของคุณพนิดาคือการได้นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไปออกงานแสดงสินค้าในฝรั่งเศสและอิตาลี แม้ยอดขายจะไม่มากมายนัก แต่เป็นการเปิดหูเปิดตาและได้นำสินค้าฝีมือไทยไปอวดโฉมในต่างประเทศ ดังนั้น การค้าเสรีตามข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สำหรับคุณพนิดาแล้ว เป็นความภูมิใจและเป็นโอกาสที่สินค้าไทยมีโอกาสไปได้กว้างไกลขึ้น คุณพนิดา คุณธรรม ประธานกลุ่มแปรรูปผ้าพื้นเมืองนาบัว บ.นาบัว หมู่ 9 ต.นาบัว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี 41150 โทรศัพท์ : 08 1380 0393 ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
ทำเล-อิ่มบุญ ส่งศิลป์ไทยสู่สากล
ทำเล-อิ่มบุญ ส่งศิลป์ไทยสู่สากล
แม้ว่า AEC จะเป็นฐานการตลาดและการผลิตเดียวกัน ทว่าในความเป็นจริงแต่ละประเทศยังมีวัฒนธรรมและมีอัตลักษณ์ของตน จึงเป็นมนต์เสน่ห์ที่ไม่อาจผลิตสินค้าเลียนแบบกันได้ โดยเฉพาะสินค้าหัตถกรรมที่มีจิตวิญญาณ อารยธรรมเฉพาะของแต่ละชุมชน บริษัท ทำเล-อิ่มบุญ จำกัด เริ่มต้นจากการรวมตัวกันในนาม ‘กลุ่มพิทักษ์ชุมชนสร้างงานหัตถกรรมเพื่อการส่งออก’ เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชาวบ้านในตำบลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ภายหลังได้ตั้งเป็นบริษัทเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว สินค้าหลักคือหัตถกรรมเพนต์สีฝีมือของชาวบ้านราว ๒๐-๕๐ คน โดยมีแหล่งจำหน่ายอยู่ที่สวนจตุจักร โดยคุณอังศุมาลิน บุญทา รับหน้าที่ดีไซน์ลวดลายบนกระเป๋า หมวก เนกไท เพื่อให้แบรนด์ Aimbun (อิ่มบุญ) ได้ชิ้นงานที่มีดีไซน์พิเศษ ขณะที่คุณพิทักษ์ บุญทา หมั่นเสริมความรู้ด้านการบริหารธุรกิจอยู่เสมอ โดยได้เข้าร่วมอบรม ‘โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC)’ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ด้านบัญชีและการตลาด ก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีทิศทางยิ่งขึ้น เช่น การสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์อิ่มบุญ การหมั่นออกร้านในงานแสดงสินค้าต่างประเทศ เพื่อมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เป็นต้น นอกจากนั้นยังเข้าร่วม ‘โครงการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนในภาคอุตสาหกรรม (TOPOTOP)’ ซึ่งได้ความรู้ด้านการจัดจำหน่ายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งคุณพิทักษ์ได้นำความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดให้กับเครือข่ายชาวบ้านด้วย กลุ่มลูกค้าหลักของอิ่มบุญคือชาวต่างชาติที่นิยมสินค้าทำมือที่มีชิ้นเดียวในโลก และมีรูปลักษณ์ไม่เหมือนใคร การที่สินค้าต่าง ๆ จะเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้นตามข้อตกลง AEC นั้น จึงเป็นโอกาสของสินค้าหัตถกรรมเพนต์สีจากดอกคำใต้ จังหวัดพะเยาที่จะได้อวดโฉมแก่ผู้บริโภคที่พิสมัยศิลปะมากขึ้น คุณพิทักษ์ บุญทา บริษัท ทำเล-อิ่มบุญ จำกัด ๑๗๔ หมู่ ๗ ต.ดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ๕๖๑๒๐ โทรศัพท์ : ๐๕๔ ๔๙๑ ๕๓๓, ๐๘ ๑๕๖๒ ๗๕๒๙ โทรสาร : ๐๕๔ ๔๙๑ ๕๓๔ เว็บไซต์ : www.aimbun.com ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
เอกลักษณ์หมอนไทย แข่งได้ในอาเซียน
เอกลักษณ์หมอนไทย แข่งได้ในอาเซียน
“ปีที่ผ่านมา ผมไปออกงาน Expo ที่ลาว พบปัญหาภาษีแพงมาก เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าภาษีลดลง ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจะขายได้มากขึ้น เพราะวัฒนธรรมเราใกล้เคียงกัน” คุณนัฐพร มหิพันธ์ ผู้นำกลุ่มด่านเหนือหมอนไทยให้ความเห็นต่อประเด็น AEC ตามข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศสมาชิกจะทยอยลดภาษีลงเป็นระยะ รวมถึงขจัดมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ซึ่งตามแผนงาน กลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) จะลดภาษีและขจัดมาตรการต่าง ๆ ภายใน ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ในระยะ ๓ ปีจากนี้ไป จึงเป็นช่วงเวลาเตรียมตัวของกลุ่มด่านเหนือหมอนไทยในการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน คุณนัฐพรสืบสานความรู้การทำหมอนขิดมาจากบิดามารดา ซึ่งแต่เดิมมักทำผลิตภัณฑ์ในรูปลักษณ์เดิม จำหน่ายในแหล่งเดิม มาสู่การพัฒนาแบบแปลกใหม่และออกหาตลาดมากขึ้น เช่น งานออกร้านแสดงสินค้า งานนิทรรศการ ตลอดจนออกงานในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายได้ดีพอสมควร ทั้งนี้ได้ส่งเสริมให้สมาชิกภายในกลุ่มเข้าอบรมความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เข้ารับบริการ ‘กิจกรรมส่งเสริมนวัตกรรมอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์’ กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๕ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยพัฒนาหมอนรองนั่งขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างดีไซน์ใหม่ให้ผลิตภัณฑ์เดิม ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแตกต่างสามารถตั้งราคาจำหน่ายสูงขึ้นด้วย สิ่งที่คุณนัฐพรกังวลคือการเลียนแบบสินค้า แต่ตราบใดที่ยังรักที่จะทำอาชีพผลิตภัณฑ์จากพื้นเมืองนี้ ก็ต้องฉีกตัวเองออกจากคู่แข่ง หมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง “ต่อไปจะมีผู้บริโภคมากขึ้น เป็นผู้บริโภคทั้งอาเซียน ตราบใดที่เรามุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาก็ยังมีโอกาสอยู่เสมอ” คือคำยืนยันความพร้อมจากผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนเล็ก ๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ คุณนัฐพร มหิพันธ์ ประธานกลุ่มด่านเหนือหมอนไทย ๑๑๖/๒ บ.ด่านเหนือ ต.โพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐ โทรศัพท์ : ๐๘ ๑๙๖๕ ๖๗๓๙ ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
เอราวัณล้านนา เอกลักษณ์ไทยเด่นในสหวัฒนธรรม
เอราวัณล้านนา เอกลักษณ์ไทยเด่นในสหวัฒนธรรม
“วิญญาณของคนไทยในงานหัตถกรรมมีความละเอียดสูง ในโลกนี้ไม่มีใครสู้ได้ ยิ่งโลกก้าวหน้าไปในทางอุตสาหกรรมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นโอกาสของงานหัตถกรรม” คุณธีระพงศ์ คำสิงห์แก้ว ผู้จัดการร้านเอราวัณล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ตอบอย่างมั่นใจต่อคำถามว่า “AEC จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจหัตถกรรมไทยอย่างไรบ้าง” คุณธีระพงศ์เติบโตมาในครอบครัวผู้ผลิตงานหัตถกรรมล้านนาซึ่งเขาให้ความสำคัญกับ ‘การพัฒนาสินค้า (Product Development)’ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องการตลาด การเปิดโลกทัศน์ทางธุรกิจครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อครั้งได้เข้ารับการอบรม ‘โครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.)’ กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เมื่อปี ๒๕๔๙ นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุน ‘เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย’ เมื่อปี ๒๕๕๐ ทำให้ร้านเอราวัณล้านนามีศักยภาพในการขยายธุรกิจด้วยความเปี่ยมประสบการณ์ คุณธีระพงศ์ได้เข้าร่วม ‘โครงการ Creative Lanna’ ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๕๔ รวมทั้งได้รับโอกาสเป็นผู้จัดการศูนย์คัดเลือกและกระจายสินค้าหัตถกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (Northern-Thai Handicraft Center : NTHC) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้มีการเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าที่คุนหมิงและสิบสองปันนา ประเทศจีนเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ๘ เดือน คุณธีระพงศ์จึงลงทุนและรับดำเนินการต่อซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี ความสำเร็จในการทำตลาดร้านเอราวัณล้านนาที่จีนทำให้คุณธีระพงศ์มั่นใจว่า เมื่อเปิดเสรีอาเซียนแล้ว เอกลักษณ์ความเป็นไทยยังคงโดดเด่นท่ามกลางความเป็นสหวัฒนธรรม (multi-culture) “เมื่อคนมีฐานะ ก็มักสนใจงานศิลปะ งานแฮนด์เมดมากขึ้นซึ่งกรณีของจีนน่าจะสะท้อนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับอาเซียนได้เช่นกัน” คุณธีระพงศ์ คำสิงห์แก้ว ร้านเอราวัณล้านนา ๒๑๑ หมู่ ๕ ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๒๐ โทรศัพท์ : ๐๕๓ ๐๑๑ ๖๔๙, ๐๘ ๕๐๓๓ ๐๓๙๒ ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011
บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด รักษาอันดับแข่งขันของประเทศ
บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด รักษาอันดับแข่งขันของประเทศ
แม้การรวมตัว AEC จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูง แต่ประเทศที่มีความชำนาญในบางอุตสาหกรรมอย่างเด่นชัด หากมีการพัฒนาต่อยอดประสิทธิภาพ ก็จะคงความได้เปรียบในการแข่งขันนั้นไว้ได้ สำหรับบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด ผู้บริหารประเมินว่า บริษัทมีความได้เปรียบในด้านการแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิต คุณภาพฝีมือแรงงานและประสิทธิภาพการจัดการของธุรกิจปศุสัตว์และอาหารสัตว์ของประเทศไทยนั้นนับได้ว่าเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเลยทีเดียว การถูกแทรกแซงตลาดจากสินค้านำเข้าจึงเป็นไปได้น้อยมาก แต่ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานและต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ในปี ๒๕๕๔ บริษัทได้เข้าร่วม ‘โครงการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแก่ SMEs ด้วยระบบ LEAN’ ของสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี เช่น ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๒๕ สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา ทีมงานมีความพร้อมและรู้สึกมีส่วนร่วมที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง ซึ่งต่างจากอดีตที่มักรอคำสั่งจากผู้บริหาร เป็นต้น นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแล้ว บริษัทยังพิจารณาการขยายการลงทุนไปตั้งโรงงานในประเทศอื่น ๆ ที่มีปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ต้นทุนต่ำกว่าประเทศไทย “เราต้องรักษาสภาพความเป็นผู้นำในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดต่อไป เพื่อขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศในกลุ่ม AEC ได้ง่ายขึ้น” คุณสรพหล นิติกาญจนา รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด แสดงความเห็นที่บ่งบอกถึงทิศทางการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต คุณสรพหล นิติกาญจนา บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด ๑๔๙ หมู่ ๕ ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ๗๐๑๔๐ โทรศัพท์ : ๐๓๒ ๓๕๘ ๕๘๒, ๐๓๒ ๓๕๘ ๕๘๑, ๐๓๒ ๒๘๑ ๒๐๑, ๐๓๒ ๓๕๘ ๕๘๓, ๐๓๒ ๒๘๑ ๒๐๒-๓, ๐๓๒ ๓๐๓ ๐๐๕-๖ เว็บไซต์ : www.spmgroup-thailand.com ที่มา : รายงานประจำปี 2554 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 ม.ค. 2011