โทรศัพท์ 1358
"รองอธิบดีพลาวุธ" ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม "เอส.เจ.อีควิปเมนท์ฯ" ชื่นชมวิสัยทัศน์การทำธุรกิจตามแนวทาง BCG Model เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดันมาตรฐาน สร้างความยั่งยืนให้เครื่องมือแพทย์ไทยสู่ระดับสากล
"รองอธิบดีพลาวุธ" ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม "เอส.เจ.อีควิปเมนท์ฯ" ชื่นชมวิสัยทัศน์การทำธุรกิจตามแนวทาง BCG Model เน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดันมาตรฐาน สร้างความยั่งยืนให้เครื่องมือแพทย์ไทยสู่ระดับสากล
จ.ลำพูน 7 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท เอส.เจ.อีควิปเมนท์ แอนด์ แคร์ จำกัด พร้อมด้วย นางสาวจินดา ธนาดำรงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ DIPROM Center 1 โดยมี นายเสกสรร คชพรม กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ ณ ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน บริษัท เอส.เจ.อีควิปเมนท์ แอนด์ แคร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ในทางการแพทย์ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายหน้ากากอนามัย และกระดาษทิชชู่เช็ดหน้า ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน ควบคู่กับการดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม อาทิ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานทดแทน ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ด้วยการแชร์เที่ยวขนส่งสินค้าร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการปรับรูปแบบการจำหน่ายกระดาษทิชชูจากเดิมแบบพร้อมแกะใช้งาน มาเป็น “ทิชชูรีฟีลยกแพค” เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ลดการใช้พลาสติก พร้อมปรับราคาจำหน่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุน โดยยังคงรักษาคุณภาพสินค้าไว้ในมาตรฐานเดิม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งฝั่งคู่ค้าและผู้บริโภค “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้กล่าวชื่นชมผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ การลดต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนการนำซอฟต์แวร์ ระบบ ERP และ AI มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยปัจจุบันมีการนำมาใช้งานด้านบัญชี การบริหารสินค้า และวัตถุดิบคงคลัง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับการบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งได้แนะนำแนวทางการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ผ่านบริการของโตโยต้า ซึ่งมีระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าแบบเที่ยวเปล่า หรือ Backhaul เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยปัจจุบันได้มีการนำร่องดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือเป็นแห่งแรก สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้เติบโต พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำว่า “ดีพร้อม” มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นด้าน Carbon Credit และ Net Zero ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการในปัจจุบันจำเป็นต้องตระหนักและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและกติกาการค้าโลกต่อไปในอนาคต
11 พ.ค. 2026
“ครัวดินสู่ฟ้า : ดีพร้อม x ไทยแอร์เอเชีย” เชื่อมครัวชุมชนสู่ประสบการณ์ความอร่อยบนเครื่อง ติดอาวุธผู้ประกอบการ ปลดล็อกมูลค่าอาหาร Local สู่ภาคการบิน พร้อมเสริมโอกาสสู่ตลาดอาหารพรีเมี่ยม
“ครัวดินสู่ฟ้า : ดีพร้อม x ไทยแอร์เอเชีย” เชื่อมครัวชุมชนสู่ประสบการณ์ความอร่อยบนเครื่อง ติดอาวุธผู้ประกอบการ ปลดล็อกมูลค่าอาหาร Local สู่ภาคการบิน พร้อมเสริมโอกาสสู่ตลาดอาหารพรีเมี่ยม
กรุงเทพฯ 7 พฤษภาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานแถลงผลสำเร็จ “กิจกรรมยกระดับอาหารท้องถิ่นจากครัวดินสู่ฟ้า” พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าเเละบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ โรงแรมอัศวิน คอนเวนชัน หลักสี่ อธิบดีณัฏฐิญา เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ “อาหารถิ่นไทย” ที่ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมสำคัญและมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดโลก ดีพร้อม จึงเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรม “ยกระดับอาหารท้องถิ่นจากครัวดินสู่ฟ้า” เพื่อผลักดันของดีชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและเชื่อมโยงเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีมาตรฐานด้านอาหารระดับสากล กิจกรรมดังกล่าว มุ่งพัฒนาและบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การบริหารต้นทุน การสร้างมูลค่าเพิ่ม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องราวสินค้า (Storytelling) ควบคู่กับองค์ความรู้เฉพาะด้านสำหรับการพัฒนาอาหารบนเครื่องบิน อาทิ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้โดยสาร การออกแบบเมนูและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการให้บริการบนเที่ยวบิน รวมถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมการบินร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ดีพร้อม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบ 5 กลุ่มจากทั่วประเทศ ได้แก่ ร้านน้องโจ๊ก จ.กระบี่ ที่โดดเด่นด้านเครื่องแกงใต้, เฮือนคำนาง จ.ขอนแก่น ผู้พัฒนาข้าวเหนียวฮางไฟด้วยนวัตกรรม, ลุงอเนก จ.เพชรบุรี ผู้สืบสานขนมหม้อแกง GI จากน้ำตาลโตนดแท้, Rin Interfood จ.สมุทรสาคร ที่ยกระดับปลาเค็มรวนด้วยเทคโนโลยีการถนอมอาหาร และ Trulyhill กาแฟอินทรีย์ Single Origin จากอมก๋อย ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ โดยผู้ประกอบการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาสูตร การผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดระดับสากลและการให้บริการบนเที่ยวบินในอนาคต “หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารถิ่น ไม่ใช่เพียงการรักษารสชาติดั้งเดิม แต่คือการต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชนให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ผ่านแนวคิด “ครัวดินสู่ฟ้า” ที่ผสานเสน่ห์ของชุมชนและท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับพรีเมียม เพื่อสร้างเป็นประสบการณ์และวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของไทยได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีณัฏฐิญากล่าวทิ้งท้าย
11 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองนครพิงค์ ตรวจเยี่ยม DC 1 มอบนโยบาย เน้นย้ำการพัฒนาทักษะองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ให้สามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองนครพิงค์ ตรวจเยี่ยม DC 1 มอบนโยบาย เน้นย้ำการพัฒนาทักษะองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ให้สามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 หรือ DIPROM Center 1 พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากรดีพร้อม โดยมี นางสาวจินดา ธนาดำรงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ DIPROM Center 1 ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมหิรัญญิการ์ DIPROM Center 1 ในการประชุมครั้งนี้ “รองอธิบดีพลาวุธ” ได้มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลกในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถเป็นที่พึ่งพาของผู้ประกอบการ และขอให้เจ้าหน้าที่ DC1 ร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยยังคงให้ใช้แนวทาง WFH (Work from Home) หรือ WFA (Work from Anywhere) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง ภายใต้วิกฤตด้านพลังงานในปัจจุบัน ยังคงให้มีการควบคุมการใช้รถยนต์ราชการร่วมเส้นทาง ควบคุมการเปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิห้องที่เหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่แนวในทางดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญของเพิ่มทักษะความรู้ให้บุคลากรดีพร้อม และการขับเคลื่อนโครงการ / กิจกรรมต่างๆ ภายใต้นโยบาย ONE MIND ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมโดยการบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน ผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ประกอบด้วย เสาที่ 1 People Engagement การฟังเสียงประชาชนด้วยระบบที่รวมทุกช่องทางปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว เสาที่ 2 Policy Execution การวางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาล พร้อมตั้งเป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสาที่ 3 Legal Reform การปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง และ เสาที่ 4 Minister’s Passion การทำงานภายใต้โจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมทั้งการตอบสนองนโยบายในเรื่องผู้สูงอายุ และคนพิการ พร้อมทั้งร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SME รวมถึงเรื่องตลาดคาร์บอนเครดิตรองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ ซึ่งล้วนถือเป็นประเด็นใหม่ที่ดีพร้อมต้องให้ความสำคัญในการดำเนินงานในภาพรวมต่อไปในอนาคต ช่วงท้ายของการประชุม รองอธิบดีพลาวุธ ได้มอบโอวาทและให้แนวทางการทำงานแก่บุคลากรดีพร้อม DC 1 โดยเน้นย้ำให้มีการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะใหม่ๆ โดยใช้โอกาสจากการลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ต่างๆ ของดีพร้อม เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ฝึกฝน อาทิ ทักษะการตั้งคำถาม เก็บข้อมูล การพูดคุยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ตลอดจนทักษะการเป็นนักวินิจฉัย เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้นั้นไปต่อยอดและพัฒนาตนเองให้สามารถเป็นที่ปรึกษามืออาชีพ และเป็นที่พึ่งพาของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทยได้ต่อไป
11 พ.ค. 2026
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
กระทรวงอุตฯ ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
จ.สุพรรณบุรี 1 พฤษภาคม 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ร่วมด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 DIPROM Center 8 : DC8) ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเร่งนำนโยบายดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคอย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน การจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ “8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43 และผำผงอบแห้ง “DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานได้จริง สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
08 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมประชุมบอร์ดนโยบายการขนส่งทางราง พร้อมส่งเสริมการผลิตรถไฟในประเทศ มั่นใจช่วยอุตสาหกรรมเศรษฐกิจไทยโตได้ในระยะยาว
กรุงเทพฯ 30 เมษายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคมนาคม (อาคาร 2 ชั้น 4) กระทรวงคมนาคม ป้อมปราบศัตรูพ่าย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting การประชุมในวันนี้เป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนระบบการขนส่งทางรางของประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 รวมถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนาการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเข้ากับแหล่งอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) และศูนย์กระจายสินค้าทั่วภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้ามาสู่ระบบรางซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในการนี้ “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยเสนอแนะให้โครงสร้างคณะอนุกรรมการจัดทำมาตรฐานการขนส่งทางรางมีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนตามระยะของการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาคม หรือกลุ่มอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้พิจารณานำการกำหนดค่าใช้ประโยชน์จากราง (Access Charge) ที่จะเก็บจากภาคเอกชนมาเป็นเครื่องมือ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น การให้สิทธิประโยชน์พิเศษหรือคิดอัตราค่าใช้รางที่ถูกลง สำหรับเอกชนที่มีการประกอบยานยนต์ราง หรือมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้ขานรับแนวคิดดังกล่าวโดยระบุว่าคณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจในการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะมีผลผูกพันไปถึงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สามารถใช้กลไกภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้าง Demand ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมระบบราง ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งจากการเป็นฐานผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมทั้งเครือข่าย Supply Chain วัตถุดิบ และบุคลากรที่มีทักษะสูง สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตและประกอบยานยนต์รางในประเทศได้ทันที และพร้อมที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ต้องการสร้างขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม
06 พ.ค. 2026
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
”อธิบดีณัฏฐิญา“ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตฯ ร่วมลงนาม MOU ผนึกกำลัง 6 องค์กรภาคีเครือข่าย มุ่งสร้างสุขภาวะวัยทำงาน สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย
จ.นนทบุรี 30 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานมหกรรมรณรงค์ “Be Healthy More Productivity” ขับเคลื่อนสุขภาวะวัยทำงานสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงานในครั้งนี้ มีการนำเสนอทิศทางและนโยบายการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของหลายภาคส่วน (Policy & Collaboration) โดยมุ่งเน้นการยกระดับสุขภาวะแรงงานไทยในสถานประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ และการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาวะ นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาคีสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระกรวฃการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพแห่งชาติ เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพิธีมอบรางวัล “Thailand Be Healthy More Productivity” และการมอบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการส่งเสริมสุขภาพที่รวบรวมนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย
05 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีมดีพร้อม ขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ปลูกต้นไม้เสริมภูมิทัศน์ ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม “รวมใจดีพร้อม ลดโลกร้อน ด้วยพื้นที่สีเขียว” เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ภายในหน่วยงาน โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย สำนักงานเลขานุการกรม ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้รอบบริเวณอาคาร เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดมลพิษทางอากาศ และบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นและสวยงามยังช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความสามัคคีภายในองค์กร อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของดีพร้อม ในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
01 พ.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมกำหนดทิศทาง CEA มุ่งยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมกำหนดทิศทาง CEA มุ่งยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4/2569 พร้อมด้วย นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) ผ่านออนไลน์ในระบบ Zoom Meeting โดยมี นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นประธานการประชุม ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันพิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลายประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การทบทวนกรอบวงเงินคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เบื้องต้น (Pre-ceiling) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การขออนุมัติเงินสนับสนุนเทศกาลสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ขับเคลื่อนการจัดเทศกาลสร้างสรรค์ไทยสู่สากล (Design Thinking 14) สำหรับผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (Festival Creators) รวมถึงรับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไตรมาสที่ 2 ภายใต้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์กรมหาชนตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร. นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังได้พิจารณาแผนการดำเนินงานของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงาน ตลอดจนเห็นชอบการทบทวนโครงสร้างกรอบอัตรากำลัง เพื่อรองรับภารกิจใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ การบูรณาการตัวชี้วัดองค์กรและแผนงานร่วมกับเครือข่าย และการขยายพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารงานทั้งเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ รองรับการขยายตัวของภารกิจในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
01 พ.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมคณะอนุฯ ส่งเสริมการค้า ขับเคลื่อนกลไก เดินหน้าหนุน ผปก. ไทย เสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมคณะอนุฯ ส่งเสริมการค้า ขับเคลื่อนกลไก เดินหน้าหนุน ผปก. ไทย เสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าด้านการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ครั้งที่ 2/2569 โดยมี รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุม 1147 ชั้น 11 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Zoom Meeting ในการประชุม ได้มีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับคำสั่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าด้านการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ครั้งที่ 1/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำกิจกรรมให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย และรายงานผลการดำเนินกิจกรรมการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย และเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านสิทธิ หน้าที่ และข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งมีแผนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความช่วยเหลืออย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ การเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
29 เม.ย. 2026
“ดีพร้อม” ร่วมรับเสด็จฯ เปิดประชุมวิชาการ สวทช. ครั้งที่ 21 โชว์นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต
“ดีพร้อม” ร่วมรับเสด็จฯ เปิดประชุมวิชาการ สวทช. ครั้งที่ 21 โชว์นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต
จ.ปทุมธานี 24 เมษายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครั้งที่ 21 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง การประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยเด่น นิทรรศการเทคโนโลยีสมัยใหม่ เวทีเสวนาวิชาการจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมนวัตกรรมในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน์ รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันและการประกวดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับประเทศ รวม 4 รายการ ได้แก่ ผู้ชนะเลิศการประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติ NSTDA Micro-mouse Contest ครั้งที่ 2 (NMMC 2026) จำนวน 3 ราย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 (IDC 2026) จำนวน 5 ราย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 (NSC 2025) จำนวน 8 ราย และผู้ชนะเลิศการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 (YSC 2026) จำนวน 7 ราย จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในหลายมิติ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอนการทำงาน และยกระดับระบบราชการสู่ดิจิทัล การจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต
27 เม.ย. 2026