โทรศัพท์ 1358
“อธิบดีณัฏฐิญา” ขับเคลื่อน “ดีพร้อมคอมมูนิตี้” ผ่านการทำ Content TikTok เสริมแกร่ง ผปก. พร้อม Pitching หาดาวเด่นอวดโฉมผ่านรายการทีวีดัง ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนโตไกลสู่ตลาดไทยและสากล สอดรับนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ของ “รมว.เอกนัฏ”
“อธิบดีณัฏฐิญา” ขับเคลื่อน “ดีพร้อมคอมมูนิตี้” ผ่านการทำ Content TikTok เสริมแกร่ง ผปก. พร้อม Pitching หาดาวเด่นอวดโฉมผ่านรายการทีวีดัง ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนโตไกลสู่ตลาดไทยและสากล สอดรับนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ของ “รมว.เอกนัฏ”
กรุงเทพฯ 4 กุมภาพันธ์ 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “PitchFluencer Academy DIPROM” พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) วิทยากร และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรม โดยมี ดร.อริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเบย์ โฮเทล ศรีนครินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กิจกรรมการผลักดันสินค้าและบริการชุมชนสู่ช่องทางตลาดใหม่ “หลักสูตร PitchFluencer Academy DIPROM” ภายใต้ โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของดีพร้อม (DIPROM) ด้านซอฟต์พาวเวอร์ที่มีการสร้างและพัฒนา Thailand Soft Power DNA ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1) สร้างสรรค์และต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ 2) โน้มน้าว โดยการจูงใจให้เปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด หรือพฤติกรรมความชอบให้หันมาสนใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เช่น Storytelling การเล่าเรื่องราวที่มีคุณค่า และ 3) เผยแพร่ โดยการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือในการเผยแพร่ เช่น Influencer ประกอบกับนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ “ให้โอกาสโตไกล” ด้วยการเสริมทักษะในการสร้างแบรนด์และการนำเสนอสินค้าและบริการให้ผู้ประกอบการชุมชน สามารถเข้าสู่ช่องทางการตลาดและลูกค้ารายใหม่ เพื่อเป็นการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มยอดขายและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจควบคู่กับการปรับตัวให้เข้ากับวิถีใหม่ ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งมาจากหลากหลายกลุ่ม เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย สินค้าเกษตรแปรรูป และต้องการติดอาวุธทางการตลาดพร้อมสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงแบบเข้มข้น ภายในระยะเวลา 3 วัน โดยทีมวิทยากรระดับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI Marketing ด้าน Social Media และนักการตลาดมืออาชีพ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการ อาทิ การประยุกต์ใช้ AI ในการเขียน ออกแบบ วิเคราะห์ตลาด การสร้างคอนเทนต์ สร้างโฆษณา โพสต์ขายสินค้า การสร้างแคมเปญบน TikTok รวมถึงการวางแผนแคมเปญ Influencer Marketing พร้อมการทำคลิป VDO สั้นเพื่อการตลาด ตลอดจนฝึกการนำเสนอสินค้าและบริการสู่ช่องทางตลาดใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยหลังจากการฝึกปฏิบัติดังกล่าวแล้ว จะมีการ Pitching เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการดาวเด่นที่จะมีสิทธิ์ได้ออกทีวีรายการดัง “ SME มีดีให้ดู” ช่อง ททบ.5 และได้โอกาสวางจำหน่ายสินค้าในตลาดเป้าหมายต่อไป
06 ก.พ. 2025
รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ มอบรางวัลใหญ่ให้แก่ผู้โชคดี จากสลากบำรุงสภากาชาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2567
รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ มอบรางวัลใหญ่ให้แก่ผู้โชคดี จากสลากบำรุงสภากาชาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2567
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากการจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะกรรมการจัดงานกาชาดฯ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม โดยมีนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวรายงาน ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ร่วมให้การสนับสนุนของรางวัลของร้านกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดกิจกรรมภายในร้านของกระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยเสด็จพระราชกุศล และเพื่อบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อไป สำหรับรางวัลสลากบำรุงสภากาชาดไทย ร้านกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2567 ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถยนต์ไฟฟ้า MG 4 จำนวน 1 รางวัล ผู้โชคดีได้แก่ คุณธชณัฐ ทองเนื้อห้า รางวัลที่ 2 รถยนต์ SUZUKI Swift จำนวน 1 รางวัล ผู้โชคดีได้แก่ คุณพีรพัฒน์ ไชยซาววงศ์ และรางวัลที่ 3 มี 4 รางวัล ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ YAMAHA จำนวน 2 รางวัล ผู้โชคดี ได้แก่ คุณริมโขง ทองคำ และคุณบุญญดา อู่ไพบูรณ์ และรถจักรยานยนต์ Honda จำนวน 2 รางวัล ผู้โชคดี ได้แก่ คุณพรเทพ พุ่มพวง และคุณน้ำผึ้ง ฉายอำไพ
06 ก.พ. 2025
“ดีมาก” : ดีพร้อม ปังต่อเนื่อง จัด DIMARC 5 Day Trick อัพสกิล ผปก.ภาคเหนือ พลิกธุรกิจชุมชนผ่านคนสร้างเรื่องตามนโยบาย "รมว.เอกนัฏ"
“ดีมาก” : ดีพร้อม ปังต่อเนื่อง จัด DIMARC 5 Day Trick อัพสกิล ผปก.ภาคเหนือ พลิกธุรกิจชุมชนผ่านคนสร้างเรื่องตามนโยบาย "รมว.เอกนัฏ"
จ.เชียงใหม่ 31 มกราคม 2568 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก (Group Camp) ภาคเหนือ (DIMARC 5 Day Trick “พลิกธุรกิจชุมชนและท้องถิ่น”) ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน (DIPROM MIND ALL RISING COMMUNITY-DIMARC “ดีมาก”) โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติขึ้นกล่าวรายงาน ร่วมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ และ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายมนัสพาสน์ สุวรรณเมนะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ ณ ห้องเรือนคุ้ม โรงแรมคุ้มภูคำ อ.เมือง เชียงใหม่ ดร.ณัฐพล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” ของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวกระโดด ด้วยการดึงศักยภาพของผู้ประกอบการพื้นที่ภาคเหนือที่มีความเข้มแข็งทั้งด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์พื้นถิ่น มาพัฒนาเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมในการพัฒนาและดึงศักยภาพผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือให้เข้มแข็งมากขึ้น ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในการดำเนินงานของโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน (DIPROM MIND ALL RISING COMMUNITY-DIMARC “ดีมาก”) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต ยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการสร้างอัตลักษณ์จากพื้นถิ่น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคตตามโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยในกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 250 ราย จากกลุ่มสินค้าที่มีนวัตกรรม ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ผ้าและเครื่องแต่งกาย อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะพัฒนาผู้ประกอบการผ่าน 7 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ 1. Product Innovation : พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนอกกรอบ แต่ไม่นอกเทรนด์ 2. Upcyling : ธุรกิจวิธีชุมชนที่ยังยั่งยืน 3. Story telling & Branding : แบรนด์ที่ใช่.. ไม่ต้องใหญ่ก็ชนะได้ 4. แนวโน้มตลาดผ้า และการพัฒนาสินค้าผ้าและแฟชั่น 5. Sustainable Products Design : ผลิตภัณฑ์ดีไซน์เพื่อความยั่งยืน 6. “ดีไซน์ดีมาก : ของที่ระลึกไทยที่โลกจำ” Great Design: Iconic Thai Souvenirs และ 7. Future Entrepreneur : ผู้ประกอบการผู้สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในอนาคต จากนั้นจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่การแนะนำเชิงลึก เพื่อต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อไปในอนาคต
04 ก.พ. 2025
จิตอาสา ก.อุตฯ ทำความดี ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองรอบวัดบวรฯ น้อมถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
จิตอาสา ก.อุตฯ ทำความดี ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองรอบวัดบวรฯ น้อมถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
30 มกราคม 2568 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ ทำความดีด้วยหัวใจ น้อมถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ด้วยการปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองรอบวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร“ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ ประกอบด้วย การถวายสังฆทาน จากนั้นเป็นพิธีเปิดกิจกรรมฯ โดยจิตอาสาที่ร่วมในพิธีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” จากนั้น ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกันดำเนินการดูดเลนในคลองรอบวัด โดยเรือหรือรถดูดตะกอนเลนขนาดเล็ก และร่วมกันเปิดเครื่องกรองตะกอนน้ำ จำนวน 1 เครื่อง วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี รวมทั้งบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ทรงผนวช และเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ขณะทรงผนวชในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 7 และ รัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังเป็นที่ประทับขณะจำพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก่อนลาผนวชขึ้นครองราชย์ ซึ่งทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาติไทย จากการสำรวจน้ำภายในคลองของวัด พบว่าบริเวณในคลองของวัดมีตะกอนเลนสะสมอย่างมาก ทำให้น้ำมีสีขุ่น เนื่องจากมีการนำน้ำที่มีตะกอนจากโรงกรองน้ำของกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางทิศเหนือเข้ามาใช้ภายในคลอง และยังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เช่น ปลา เต่า เป็นต้น ซึ่งมีการให้อาหารสัตว์ที่อยู่ในคลอง จึงก่อให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหาร อีกทั้ง คลองนี้เป็นคลองที่เป็นระบบปิด ทำให้ตะกอนเลนไม่สามารถไหลสู่ภายนอกได้ จึงก่อให้เกิดการสะสมของตะกอนเลนซึ่งมีค่าความขุ่นสูงหากมองด้วยสายตา จิตกระทรวงอุตสาหกรรมจึงดำเนินการปรับปรุงคุณภาพน้ำดังกล่าว
03 ก.พ. 2025
“ดีพร้อม” โชว์ผลสำเร็จผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย รับลูกต่อนโยบายเรือธง OFOS เพิ่มทักษะบุคลากรแฟชั่นไทยกว่า 2,000 คน คาดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านบาท
“ดีพร้อม” โชว์ผลสำเร็จผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย รับลูกต่อนโยบายเรือธง OFOS เพิ่มทักษะบุคลากรแฟชั่นไทยกว่า 2,000 คน คาดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 29 มกราคม 2568 – ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานมอบวุฒิบัตรและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการที่เข้าผ่านการอบรมในโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น ประจำปี 2567 หรือ Up Skill - Re Skill โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวแถลงผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการดังกล่าว พร้อมด้วย นางดวงดาว ขาวเจริญ และ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ย.ป. ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่น และสื่อมวลชน ณ UNION CO-EVENT SPACE ZONE A ชั้น G ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ กรุงเทพฯ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) แถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น หรือ Up Skill - Re Skill” ประจำปี 2567 ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ 1 ปฏิรูป ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การให้ทักษะใหม่ ด้วยการเพิ่มความรู้ ความสามารถให้กับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ผ่านการยกระดับทักษะที่มีอยู่เดิม (Upskill) และสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน (Reskill) โดยเฉพาะการสร้างทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ไทย สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีองค์ความรู้ สามารถปรับตัวให้อยู่รอด ผ่านนโยบาย “One Family One Soft Power (OFOS)” ใน 14 สาขา และสอดคล้องกับนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โครงการ Up Skill - Re Skill มุ่งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรสาขาแฟชั่นให้มีองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ สามารถนำไปต่อยอดในการประกอบธุรกิจ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้นกว่า 2,000 คน ใน 4 สาขาอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ 1) เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (Apparel) 2) อัญมณีและเครื่องประดับ (Jewelry) 3) หัตถอุตสาหกรรม (Craft) และ 4) ผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty) รวมทั้งสิ้น 17 หลักสูตร โดยวิทยากรมืออาชีพทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ (Workshop) ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ (E-Learning) จำนวน 10 หลักสูตร เผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกับระบบ OFOS โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานและสร้างรายได้จากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมได้กว่า 200 ล้านบาท
03 ก.พ. 2025
”ดีพร้อม“ หารือร่วม บางจาก หนุนแนวทางการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่” ของ รมว.เอกนัฏ
”ดีพร้อม“ หารือร่วม บางจาก หนุนแนวทางการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่” ของ รมว.เอกนัฏ
กรุงเทพฯ 23 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หารือร่วมกับผู้แทนจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การหารือร่วมกันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับภาคเอกชน โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่ได้รับการรับรองและมีเทคโนโลยีการผลิตตามมาตรฐานที่ ICAO กำหนด อาทิ น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil : UCO) กรดน้ำมันปาล์ม (PFAD) และกากน้ำตาล (Molasses) โดยในปี 2570 ประเทศไทยมีแผนในการกำหนดสัดส่วนผสมกับน้ำมัน SAF กับน้ำมันเครื่องบินปกติในอัตราส่วน 1% โดยคาดการณ์ปริมาณการใช้น้ำมัน SAF 19 แสนลิตรต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5-8% ในปี 2580 โดยบางจาก ถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม SAF ของประเทศไทย มีการประกาศแผนธุรกิจการผลิต SAF และอยู่ระหว่างก่อสร้างหน่วยผลิต SAF ในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานครฯ ด้วยกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน ทั้งนี้ “ดีพร้อม” มีการหารือกับหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรมในการศึกษาปริมาณความต้องการใช้ SAF ทั้งด้าน Demand – Supply โดยจะรวบรวมในส่วนของน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม และ SMEs อีกทั้งมีแผนที่จะนำร่องกับอุตสาหกรรมรายใหญ่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Supply ให้กับบางจาก โดยจะเป็นต้นแบบและสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในวงกว้าง สอดคล้องกับแผนพลังงานชาติ และตอบโจทย์นโยบาย "ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส" ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เพื่อให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
28 ม.ค. 2025
“ดีพร้อม” โชว์พลังความสำเร็จซอฟต์พาวเวอร์อาหาร ขานรับนโยบายเรือธงรัฐบาล ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยในเวทีโลก รังสรรค์ 42 เมนู คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท
“ดีพร้อม” โชว์พลังความสำเร็จซอฟต์พาวเวอร์อาหาร ขานรับนโยบายเรือธงรัฐบาล ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยในเวทีโลก รังสรรค์ 42 เมนู คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 23 มกราคม 2568 – ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรมแถลงข่าวผลความสำเร็จและพิธีปิดโครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นไทย โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวรายงานข้อมูลผลการดำเนินงาน พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ นายชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน Phenix Auditorium Hall ประตูน้ำ ราชเทวี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินโครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นไทย (Local Chef Restaurant) ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ 1 ปฏิรูป ที่มุ่งส่งเสริม พัฒนา และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในทุก ๆ ด้านอย่างตรงจุด เพื่อยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และสร้างทักษะใหม่ (Reskill) โดยเฉพาะการสร้างทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ไทย ซึ่งสอดรับกับกลไก OFOS (One Family One Soft power) ) หรือ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งตามแนวนโยบายเรือธงสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล โดยการดำเนินงานโครงการนี้ มุ่งเน้นการสร้างอาชีพและกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านวัฒนธรรมอาหารถิ่น โดยนำเอาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูอาหารพร้อมผลักดันให้เกิดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ จำนวน 42 เมนู เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งมีการพัฒนาบุคลากรและพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เติบโตและเข้มแข็ง ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะดวก สะอาด โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการปรับใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน (Local Wisdom) ซึ่งเป็นศักยภาพของคนไทยและทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย เพื่อยกระดับด้านมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นศูนย์กลางอาหารระดับโลก (Global Food Hub) โดยดีพร้อม ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นอาหารไทย จำนวน 540 ร้าน / 2,160 คน ภายในระยะเวลา 4 ปี โดยในปี 2567 ได้พัฒนาไปแล้ว จำนวน 40 ร้าน 160 คน ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในปี 2568 มีเป้าหมายดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จำนวน 100 ร้าน 400 คน ครอบคลุมทั่วประเทศ และคาดว่าจะเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท
28 ม.ค. 2025
“ดีพร้อม ” ผนึกกำลัง 4 พันธมิตร ยกระดับ SMEs ปรับตัวให้รอดด้วยการดำเนินธุรกิจตามกติกาใหม่ ด้วยแนวคิด BCG Model สอดรับนโยบาย รมว. เอกนัฏ
“ดีพร้อม ” ผนึกกำลัง 4 พันธมิตร ยกระดับ SMEs ปรับตัวให้รอดด้วยการดำเนินธุรกิจตามกติกาใหม่ ด้วยแนวคิด BCG Model สอดรับนโยบาย รมว. เอกนัฏ
กรุงเทพฯ 23 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Climate Game เมื่อความยั่งยืนเป็นกติกาใหม่ของโลก SMEs ปรับตัวอย่างไรให้รอด” ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้ในโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนายอาทิตย์ พัฒนพงศ์ชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเดอะ มี โฮเทล ศรีนครินทร์ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้ในการนำแนวคิด BCG Model มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ ให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตที่สอดคล้องตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเชื่อมโยงสู่การขอมาตรฐาน หรือฉลากสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือเป็นกลไกสนับสนุนและส่งเสริมให้ SMEs มีทางรอดด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนจาก 4 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย EXIM Bank และ SME D Bank รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนของดีพร้อมด้วย นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจาก BOI เพื่อให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับ SMEs ให้มีแต้มต่อทางธุรกิจอีกด้วย นางสาวณัฏฐิญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อมดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 4 ให้ และ 1 ปฏิรูป ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้พร้อมปรับตัว สามารถปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ พร้อมยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจสีเขียว ตามโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
28 ม.ค. 2025
“อธิบดีณัฏฐิญา“ พร้อมผลักดันส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เดินหน้าลดการปล่อย CO2 ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
“อธิบดีณัฏฐิญา“ พร้อมผลักดันส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เดินหน้าลดการปล่อย CO2 ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ
กรุงเทพฯ 22 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร ผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ปัจจุบันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) เข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการบินและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อโลกยั่งยืน เนื่องจากช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 80% ตลอดห่วงโซ่ของเชื้อเพลิงเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบเดิมที่มาจากฟอสซิล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย "ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส" ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ “ดีพร้อม” จึงได้จัดประชุมเพื่อหาแนวทางการนำน้ำมันใช้แล้วจากการประกอบอาหารในภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต SAF มาใช้ในอุตสาหกรรมการบินเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล การประชุมครั้งนี้ มีการหารือถึงแนวทางการศึกษาปริมาณความต้องการใช้ SAF ทั้งด้าน Demand - Supply โดยจะรวบรวมในส่วนของน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้งานแล้วทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและ SMEs รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำมาเติมเต็มในส่วนของ Supply ให้เหมาะสมสอดคล้องกับแผนพลังงานชาติ รวมถึงการศึกษาระบบโลจิสติกส์ขนส่งน้ำมันพืชใช้แล้ว การนำโมลาซหรือกากน้ำตาลมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต และการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ก่อนเข้าสู่กระบวนการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และศึกษาโรงงานนำร่องในการทดสอบโมเดลและการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จของการขับเคลื่อนการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนต่อไป
28 ม.ค. 2025
“อธิบดีณัฏฐิญา” เผยแผน “ดีพร้อม” ขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ผ่าน “NBT มีคำตอบ” รับนโยบาย "รมว. เอกนัฏ"
“อธิบดีณัฏฐิญา” เผยแผน “ดีพร้อม” ขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ผ่าน “NBT มีคำตอบ” รับนโยบาย "รมว. เอกนัฏ"
กรุงเทพฯ 17 มกราคม 2568 – นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ในรายการ NBT มีคำตอบ เกี่ยวกับแผนการขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ซึ่งดำเนินรายการโดยนายเจตน์ เลิศจรูญวิทย์ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ตามนโยบาย "ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส"ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผ่านการสร้างและพัฒนา Thailand Soft Power DNA 3 แนวทาง คือ 1) สร้างสรรค์และ ต่อยอด 2) โน้มน้าว โดยการจูงใจให้เปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด หรือพฤติกรรม และ 3) เผยแพร่ โดยการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือในการเผยแพร่ ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ 5 เสาหลัก คือ 1) ศึกษาและพัฒนาทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ 2) พัฒนาบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทย 3) พัฒนาธุรกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถของซอฟต์พาวเวอร์ไทย 4) ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับสากล และ 5) สนับสนุนปัจจัยเอื้อในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ทั้งนี้ ดีพร้อม ได้รับมอบหมายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ใน 2 สาขา ได้แก่ สาขาอาหารและสาขาแฟชั่น ในส่วนสาขาอาหารมีแผนการขับเคลื่อนผ่าน 4 กิจกรรมสำคัญ คือ 1) ยกระดับหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งเชฟอาหารไทย ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ และพัฒนาคุณภาพอาหาร เพื่อให้ได้ใบรับรองจากหน่วยงานที่มีมาตรฐาน เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ 2) พัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นอาหารไทย ด้วยการคัดเลือกชุมชนเป้าหมาย เพื่อนำมาเสริมองค์ความรู้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนจนมีศักยภาพสู่การเป็น 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) 3) ยกระดับศูนย์นวัตกรรมอาหารชุมชน ด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้วัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ และ 4) การใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางอาหารระดับโลก (Global Food Hub) โดยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอาหารไทยในตลาดโลก สำหรับสาขาแฟชั่น มุ่งเน้นการขับเคลื่อน 4 สาขา ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (Apparel) อัญมณีและเครื่องประดับ (Jewelry) หัตถอุตสาหกรรม (Craft) และผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty) ผ่านกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นไทยสู่สากล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีองค์ความรู้ สามารถนำอัตลักษณ์ที่เป็นทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นให้มีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับสู่การเป็น Hero Brand และการเป็นแบรนด์ระดับสากลต่อไป ตลอดจนส่งเสริมการขยายโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมด้วย
28 ม.ค. 2025