โทรศัพท์ 1358
“อธิบดีณัฏฐิญา” สั่งการ ทรานส์ฟอร์ม ดันเงินทุนหมุนเวียนสู่ “ดิจิทัล 100%” ตั้งเป้าปี 70 ปล่อยสินเชื่อแตะ 100 ล้าน พร้อมคุมเข้ม NPL มุ่งปรับเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้ทันสมัย
“อธิบดีณัฏฐิญา” สั่งการ ทรานส์ฟอร์ม ดันเงินทุนหมุนเวียนสู่ “ดิจิทัล 100%” ตั้งเป้าปี 70 ปล่อยสินเชื่อแตะ 100 ล้าน พร้อมคุมเข้ม NPL มุ่งปรับเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้ทันสมัย
จ.ชลบุรี 16 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "เสริมพลังคน เชื่อมโยงงาน ขับเคลื่อนเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569" พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) โดยมี นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ไพร์ม ตำบลเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มีเป้าหมายสนับสนุนสินเชื่อ "เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย หรือ ดีพร้อมเปย์ (DIPROM PAY)“ สำหรับผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพ และอุตสาหกรรมรายย่อย เพื่อส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมและอุตสาหกรรมในครอบครัวไทย เน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน แต่เนื่องจากเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงินทุนให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะด้านการประเมินธุรกิจ การวิเคราะห์สินเชื่อ และการติดตาม เร่งรัดหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและผลักดันให้เงินทุนหมุนเวียนฯ เป็นเครื่องมือหลักที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายในการปฏิรูประบบบริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 20-40 ล้านบาทเป็น 70 ล้านบาทในปีปัจจุบัน และตั้งเป้า 100 ล้านบาทในปี 2570 พร้อมปรับปรุงเกณฑ์และควบคุม NPL โดยเน้นลูกหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้ Big Data คัดกรองลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดหนี้เสีย อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวว่า “เงินทุนหมุนเวียน ไม่ใช่เรื่องของบัญชีหรือตัวเลข แต่เป็น "เครื่องมือและโอกาส" ที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน และต่อยอดธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย โดยเน้นความยืดหยุ่น เข้าถึง และตอบโจทย์สถานการณ์โลกในปัจจุบัน ดังนั้น กระบวนการทำงานของเงินทุนหมุนเวียนฯ จะต้องมีความคล่องตัว รวดเร็ว และลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น เดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบ 100% (Digital Transformation) โดยนำระบบสารสนเทศ (E-Service) เข้ามาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้ง 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์สินเชื่อไปจนถึงการทวงถามหนี้ เพื่อให้การทำงานมีความแม่นยำ โปร่งใส ลดภาระงานด้านเอกสาร ตลอดจนการบริหารจัดการและลดหนี้เสีย (NPL Management) ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
21 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” บินตรง ลงเมืองชุมพร เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” บินตรง ลงเมืองชุมพร เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน
จ.ชุมพร 14 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10 : DC10) เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจาก DC10 จำนวน 2 ราย คือ วิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) และวิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร พร้อมเยี่ยมชมและรับฟังความต้องการในการพัฒนาธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) ดำเนินการโดย นางมลิวัลย์ ชัยบุตร ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาจากหลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation - NEC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป (พืชเศรษฐกิจหรือสมุนไพร) ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผลิตภัณฑ์หลักที่ผลิตและจำหน่าย คือ เครื่องสำอางและครีมบำรุงที่แปรรูปจากมะพร้าว อาทิ ครีมทามือน้ำมันมะพร้าว บอดี้ออยล์ลิปบาล์ม โดยผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ มีจุดเด่นในการนำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่างรวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีเหมาะสม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใสใจในการดูแลผิวพรรณ และต้องการผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากวัตถุดิบท้องถิ่นและธรรมชาติ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการใช้วัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจทุกชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ อธิบดีณัฏฐิญาและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร โดยมี นายไตรสิทธิ์ ศรีช่วงโชติวัตร ให้การต้อนรับ ซึ่งวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้เกิดจากแนวคิดของสมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์เมืองชุมพรที่มีการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน และนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยเริ่มผลิตสินค้ากาแฟคั่วเมล็ดและคั่วบด รวมทั้งกาแฟแปรรูปต่าง ๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้า แบรนด์ Mithy Coffee นอกจากนี้ มีการนำเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในชุมชน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตรได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรที่ช่วยในการผลิต "เครื่องซีลไนโตรเจน" จาก ดีพร้อม ซึ่งทำให้สามารถบรรจุผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟเพื่อรักษาคุณภาพ และยืดอายุการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟไว้ได้โดยไม่เสียรสชาติ “ความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพอันโดดเด่นของอัตลักษณ์ชุมชนที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยววิถีชุมชนได้ ทั้งนี้ ดีพร้อม โดยการทำงานของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม พัฒนา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดชุมพรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
21 ก.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองชุมพร เดินตามนโยบาย ONE MIND ยกทัพดีพร้อม เสริมทักษะ เปลี่ยนวัตถุดิบในพื้นถิ่นเป็นรายได้ พร้อมแนะขายออนไลน์ ดันรายได้เพิ่ม เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ลุยเมืองชุมพร เดินตามนโยบาย ONE MIND ยกทัพดีพร้อม เสริมทักษะ เปลี่ยนวัตถุดิบในพื้นถิ่นเป็นรายได้ พร้อมแนะขายออนไลน์ ดันรายได้เพิ่ม เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน
จ.ชุมพร 14 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐฺญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10 : DC10) นายบุญฤทธิ์ สุนทรลิ้มศิริ ผู้อำนวยการภาค 7 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) และผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมต้นตาล ชั้น 3 อาคาร OTOP เทศบาลเมืองชุมพร ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร การจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงส่งเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์ เพื่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างอาชีพให้ชุมชนมีความแข็งแรงอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร ซึ่งการฝึกอบรมในเทศบาลเมืองชุมพร ตำบลท่าตะเภาครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 8 มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน ผ่านการฝึกอบรมระยะสั้น จำนวน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรที่ 1 การทำสบู่ น้ำยาสระผม และหลักสูตรที่ 2 การให้ปรึกษาแนะนำด้านการตลาดออนไลน์ “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ดีพร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุน และการนำศาสตร์ของอุตสาหกรรมเข้ามาพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกพืชและสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นต้นน้ำของกระบวนการผลิต ก่อนเข้าสู่กลางน้ำด้วยกระบวนการแปรรูป และเชื่อมโยงปลายน้ำผ่านการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกายทางความคิดผ่านการเรียนรู้และฝึกทักษะซึ่งเป็น “เครื่องมือ” สำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอด ด้วยการนำทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและพื้นที่ เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น สามารถยกระดับจากเศรษฐกิจครัวเรือนไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และขยายผลสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ผลลัพธ์สำคัญยังเป็นการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับประชาชนในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แม่บ้าน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการจ้างงานในระบบ การมีทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจะช่วยให้คนในชุมชนมีทางเลือกในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาการว่างงาน และลดการย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำในเมืองใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชนในระยะยาว ขณะเดียวกัน กิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
21 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดัน "Eco Move" ยกระดับ SME ไทย ใช้ขนส่งรักษ์โลก ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 345 ตันคาร์บอน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 37 ล้านบาท
“ดีพร้อม” เดินหน้าผลักดัน "Eco Move" ยกระดับ SME ไทย ใช้ขนส่งรักษ์โลก ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 345 ตันคาร์บอน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 37 ล้านบาท
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้ “กิจกรรมส่งเสริมการขนส่งรักษ์โลกตามแนวทาง Eco Move” ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น การจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตสู่อุตสาหกรรมผลิตภาพสีเขียว (Green Productivity) พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการฯ ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 100 ท่าน โอกาสนี้ รองอธิบดีสุรพล ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 10 กิจการ และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการดีเด่น (Success Case) จำนวน 2 กิจการ เพื่อแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติในความสำเร็จ สำหรับกิจกรรม "Eco Move" มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่เหมาะสม ซึ่งผลการดำเนินงานในปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 345 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 37 ล้านบาท ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืนและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างแท้จริง
17 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” รวมพลังปรับภูมิทัศน์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
“ดีพร้อม” รวมพลังปรับภูมิทัศน์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาวหนึ่งหทัย ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน และ นางสาวจินดา ธนาดำรง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ นำคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ร่วมกิจกรรม "ปรับภูมิทัศน์ กสอ." เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 4 (DIPROM Rama IV Campus) กล้วยน้ำไท คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมได้ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคารที่ทำการ ด้วยการร่วมกันปลูกต้นไม้นานาชนิด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับองค์กร รวมถึงเป็นการสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ร่มรื่น และสะอาดตาให้กับผู้มาติดต่อราชการ อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีให้กับบุคลากรอีกด้วย
13 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” ผนึกภาคีเตรียมจัด “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” สร้างพลังเยาวชนอนุรักษ์ทะเล พร้อมเปิดเวทีผู้ประกอบการรักษ์โลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
“ดีพร้อม” ผนึกภาคีเตรียมจัด “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” สร้างพลังเยาวชนอนุรักษ์ทะเล พร้อมเปิดเวทีผู้ประกอบการรักษ์โลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมหารือรายละเอียดการดำเนินกิจกรรม “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ด้วยมือเรา” ครั้งที่ 2/2569 โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางสาวศิรินันท์ ศิริพานิช รองประธานอนุกรรมการฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ และนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางพงษ์ศิริ วรรณศรี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และนางสาวหนึ่งหทัย ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมด้านรูปแบบกิจกรรม แผนการดำเนินงาน และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ประกอบด้วย Immersive Experience ถ่ายทอดเรื่องราวใต้ท้องทะเลผ่านเทคโนโลยี 360 องศา Exhibition นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเล Community Market ตลาดรวบรวมผลิตภัณฑ์จากชุมชนและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Talk & Workshop เวทีเสวนาและกิจกรรมเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการพื้นที่ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล พร้อมส่งต่อแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบสู่สังคมในวงกว้าง การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ดีพร้อม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในโซน Community Market โดยรวบรวมสินค้านวัตกรรมและผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และสะท้อนบทบาทของผู้ประกอบการไทยในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ดีพร้อมและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ยังได้จัดกิจกรรม Sea Sharing – Mini Talk ถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลผ่านหัวข้อที่หลากหลาย ได้แก่ Upcycle Magic: ชุบชีวิตเศษวัสดุสู่หัตถกรรม ร่วมสมัยมูลค่าสูง, Climate Change: ต่อยมหายใจให้ปะการัง มาตรฐานปัง ทะเลรอด โลกไม่ร้อน, ความงามที่ไม่ทำร้ายท้องทะเล, ขนส่งเขียว เพื่อท้องทะเลสีฟ้า, Waste to Wonder: การแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ สู่วัสดุสร้างสรรค์และเครื่องประดับยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น กิจกรรม Upcycle จากฝาขวดพลาสติก ร้อยสร้อยข้อมือ พวงกุญแจสไตล์น่ารัก พร้อมรักษ์ทะเล เรียนรู้การนำฝาขวดพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นลูกปัดรีไซเคิลและสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้และลดปริมาณขยะพลาสติก รวมถึงกิจกรรม Sea Soul XO Workshop Paint Your Ocean Companion ชวนผู้เข้าร่วมสร้างสรรค์และเพ้นท์ฟิกเกอร์จากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ผ่านการแปรรูปเป็นวัสดุมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กิจกรรม “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ด้วยมือเรา” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5 เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยและร่วมขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน
13 ก.ค. 2026
“นายกฯ อนุทิน” เปิดฉากยิ่งใหญ่!! "International Healthcare Week 2026" มหกรรมสุขภาพระดับเอเชีย พร้อมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของ “ดีพร้อม”
“นายกฯ อนุทิน” เปิดฉากยิ่งใหญ่!! "International Healthcare Week 2026" มหกรรมสุขภาพระดับเอเชีย พร้อมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของ “ดีพร้อม”
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “International Healthcare Week 2026” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริม อุตสาหกรรม นายกิตติโชติ ศุภกำเนิด ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ งานแสดงสินค้านานาชาติระดับเอเชีย International Healthcare Week 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thailand Gateway to Southeast Asia Health Hub” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ และเวลเนสของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ซื้อ และบุคลากรทางการ แพทย์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 54 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือใน อุตสาหกรรมสุขภาพอย่างครบวงจร ภายในงานมีไฮไลท์ที่สำคัญคือ การผนึกกำลังของ 4 งานแสดงสินค้าด้าน การแพทย์ ได้แก่ 1) CPHI South East Asia 2) World Health Expo 3) Medtec Southeast Asia และ 4) Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ซึ่งได้รวบรวมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม เครื่องมือและ อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงบริการด้านสุขภาพ ยา และเภสัชภัณฑ์ ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม สุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการประชุมและสัมมนาทางวิชาการ การเจรจาจับคู่ ธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจากทั่วโลกอีกด้วย ในส่วนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมออกบูธจัดนิทรรศการใน Zone 2 Innovation to Commercial โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ได้รับการพัฒนาตามโจทย์จากโรงเรียนแพทย์ เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดย “ดีพร้อม” มีส่วนช่วยในการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นการใช้งานผลิตภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ไทย ประกอบด้วย ถุงกันน้ำสำหรับผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง (PD Shower Bags) ขวดให้ความชื้น ในออกซิเจน (Oxygen Humidifier) ขวดรองรับสารคัดหลั่งเลือด (Suction Canister) ชุดถุงให้อาหารทางสายยาง (Enteral Feeding Bag Set) สายให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube: NG Tube) เฝือกดามกระดูกที่มีโครงสร้าง ช่วยลดการอับชื้น (Orthopedic Cast) เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ (Automated Dispensing Machine) นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังมีการให้บริการคลีนิคอุตสาหกรรม โดยจัดเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางการแก้ไข ปัญหาแก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งเผยแพร่งานบริการและตัวอย่างความสำเร็จของดีพร้อมให้เป็นที่รู้จัก ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าชมงานได้ระหว่างวันที่ 8 - 10 กรกฎาคม 2569
13 ก.ค. 2026
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองล้านนา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ จากหน่วยงานรัฐ-เอกชนภาคเหนือ ลุยพลิกโจทย์พื้นที่สู่การยกระดับ ผปก.ไทย ด้วยพลังทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
“รองอธิบดีพลาวุธ” บินตรงเมืองล้านนา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ จากหน่วยงานรัฐ-เอกชนภาคเหนือ ลุยพลิกโจทย์พื้นที่สู่การยกระดับ ผปก.ไทย ด้วยพลังทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
จ.เชียงใหม่ 9 กรกฎาคม 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับภูมิภาค ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมด้วย นายวรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 นางเกษสุดา ดอนเมือง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 นางสาวจิรประภา ขจรบุญ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมจังหวัดเและผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาหอการค้าจังหวัด ผู้แทนสถาบันการเงิน ผู้แทนสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ ห้องเพชรรัตน์ ชั้น 3 โรงแรมดิเอ็มเพรส อ.เมืองเชียงใหม่ และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับภูมิภาคในพื้นทึ่ภาคเหนือ จัดขึ้นภายใต้โครงการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาภาคความอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 117 ท่าน จาก 21 จังหวัด อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการเพิ่มขีดความสามารถและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาวต่อไป โดยผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสะท้อนถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จะได้นำไปศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย รวมถึงกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การส่งเสริมผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนปรับปรุงการดำเนินงาน พร้อมพัฒนากลไกและรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การจัดทำโครงการที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการพัฒนาที่มุ่งเน้นเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งสอดรับกับนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการรวมพลังทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาของประชาชน ด้วยการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) พร้อมการบูรณาการในการตอบสนองการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว
13 ก.ค. 2026
อก.- กห. - อว. ดัน “Defense Tech เมดอินไทยแลนด์” ขับเคลื่อน THAIDEF-EX 2026 เวทีแรก เชื่อม งานวิจัย สู่ ภาคการผลิต "ดีพร้อม" นำทัพรวมพลังผู้ประกอบการ หนุน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ระดับสากล
อก.- กห. - อว. ดัน “Defense Tech เมดอินไทยแลนด์” ขับเคลื่อน THAIDEF-EX 2026 เวทีแรก เชื่อม งานวิจัย สู่ ภาคการผลิต "ดีพร้อม" นำทัพรวมพลังผู้ประกอบการ หนุน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ระดับสากล
กรุงเทพฯ 8 กรกฎาคม 2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “การจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026: THAIDEF-EX 2026 พร้อมทั้งให้เกียรติเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อความมั่นคงและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน) การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้ แนวคิด “Power of Self Reliance: พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศมาแสดง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปิดพื้นที่ให้ ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การผลิตและการใช้งานจริง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล โดย นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพ รวมทั้งผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นส่วนและระบบวิศวกรรม หากสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และภาคการผลิตเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยจากผู้ผลิตชิ้นส่วนให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายในงานมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และ นวัตกรรม เพื่อความมั่นคงและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคการผลิต ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการพัฒนากระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามระบบมาตรฐานยุทโธปกรณ์ ภายในงานดังกล่าว นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การปรับตัวอุตสาหกรรมไทย และทางเลือกใหม่ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โดยกล่าวถึงสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งด้านความมั่นคงและเชิงพาณิชย์ หรือ Dual-use Technology หนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูงคือ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรน ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ภาคเกษตร การกู้ภัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ขณะที่ยานยนต์หุ้มเกราะและอุตสาหกรรมต่อเรือของไทยเริ่มสร้างโอกาสทางการส่งออกไปยังหลายประเทศ ทั้งในอาเซียน ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน กระทรวงอุตสาหกรรมได้ผลักดันการจัดตั้งเขตปลอดอากรสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสำเร็จตั้งแต่ปี 2568 เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบ พร้อมเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างภาษี ลดขั้นตอนการส่งออกยุทโธปกรณ์ และผลักดันศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างหารือกับสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาแหล่งทุนเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ และร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนครบวงจร
10 ก.ค. 2026
“ดีพร้อม” ร่วมขับเคลื่อนสินค้า MiT หนุน SMEs ไทย เพิ่มโอกาสจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ยกระดับ Local Content สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
“ดีพร้อม” ร่วมขับเคลื่อนสินค้า MiT หนุน SMEs ไทย เพิ่มโอกาสจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ยกระดับ Local Content สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 6 กรกฎาคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยนายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางเปมิกา ปาลวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณากรอบการดำเนินงานและมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) การขึ้นทะเบียนสินค้า MiT เพื่อสร้างแต้มต่อด้านราคาให้กับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าภายในประเทศ มุ่งสู่เป้าหมายปี 2570 ที่ต้องการให้สัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยการกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไทยเป็นลำดับแรก เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ระบบราง การแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องอาศัย Demand ภาครัฐเป็นหลัก พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการขอรับรองและออกเครื่องหมายสินค้า MiT การแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรอง MiT รวมถึงแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้า MiT เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างเอกชนกับภาครัฐ (Business to Government: B2G) พร้อมร่วมรับฟังสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา เพื่อวางกรอบนโยบายการดำเนินงานและยกระดับการตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและสินค้าไม่ได้มาตรฐานในอนาคต “รองอธิบดีดุสิตฯ” ได้สอบถามที่ประชุมเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การจัดการผลิตและนำเข้า หลักเกณฑ์การคำนวณ Local Content การคำนวณครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าการตลาด และกำไรหรือไม่ รวมถึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลักดันให้การดำเนินงานของคณะกรรมการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การรายงานข้อมูลรายเดือนของผู้ประกอบการผ่านระบบ i-Single Form การยกระดับระบบ QR Code บนใบรับรอง MiT ควรเชื่อมต่อไปยังใบอนุญาตของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้ทันที ในลักษณะเดียวกับใบ มอก. และ ECO Sticker เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ระบบราง การแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องอาศัย Demand ภาครัฐเป็นหลักนั้น เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดรายผลิตภัณฑ์ แต่สามารถใช้กลไกในการกำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการกำหนดเงื่อนไขการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศในการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดให้มีการประกอบขั้นสุดท้ายในประเทศหรือมีสัดส่วนการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยในไทย ซึ่งไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การการค้าโลก (WTO Agreement on Government Procurement) และไม่เคยเปิดตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐภายใต้การตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศมาก่อน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงมาตรการ “MiT Plus” เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์ภาคเอกชน เช่น การหารือร่วมกับกรมสรรพากรเพื่อกำหนดมาตรการภาษี การหารือร่วมกับ BOI เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เช่น กลุ่ม Data Center หรืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ต้องใช้สินค้า MiT อย่างน้อย 60% แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้าง Value Chain ขึ้นในระบบเศรษฐกิจของไทย
09 ก.ค. 2026