โทรศัพท์ 1358
"ดีพร้อม" ร่วมยินดีครบรอบ 134 ปี ทรัพยากรธรณี
"ดีพร้อม" ร่วมยินดีครบรอบ 134 ปี ทรัพยากรธรณี
กรุงเทพฯ 23 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทรัพยากรธรณี ครบรอบ 134 ปี ณ อาคารกรมทรัพยากรธรณี ชั้น 1
26 ม.ค. 2026
“จ่าเอก ยศสิงห์” นำทีม “ปลัดณัฐพล” และ “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือจับมือ วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) ยกระดับ “เกษตรอุตสาหกรรม”พร้อมชูโมเดลชิซูโอกะ ปั้นอุตสาหกรรม S-Curve
“จ่าเอก ยศสิงห์” นำทีม “ปลัดณัฐพล” และ “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือจับมือ วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) ยกระดับ “เกษตรอุตสาหกรรม”พร้อมชูโมเดลชิซูโอกะ ปั้นอุตสาหกรรม S-Curve
จ. ฉะเชิงเทรา 20 มกราคม 2569 - จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการเยี่ยมชมบริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายเรียวตะ นาคามูระ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD Industrial Estate) อำเภอบางปะกง บริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในเครือ นาคามูระ คิโคะ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก และจัดจำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ การฉีดขึ้นรูปด้วยเรซิ่น อุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรม (Jig) ที่ช่วยประหยัดพลังงาน โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย และในการเยี่ยมชมครั้งนี้ นายเรียวตะ นาคามูระ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ได้ให้การต้อนรับพร้อมนำชมเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรด้วยเครื่องจักรที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้น เช่น เครื่อง Screw Press ที่สามารถสกัดน้ำสับปะรดพร้อมแยกกากได้ในครั้งเดียวโดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีด (Nozzle) และตะแกรงกรองกากที่ถูกออกแบบมาพิเศษ เครื่อง Spray Dried ที่มีเทคโนโลยีหัวพ่นความละเอียดสูงคล้ายไอน้ำ ซึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าของวัตถุดิบจากกระบวนการแปรรูปที่ใช้ความร้อนสูง เป็นต้น พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดการลดของเสียในกระบวนการผลิต หรือ ECO FEED: Recycle Food Waste into Feed โดยการนำเศษอาหารที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาทำการคัดแยกและแปรรูปด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษวัตถุดิบทางการเกษตร หรือของเสียจากกระบวนการแปรรูปอาหาร (ตัวอย่างเช่น กากสับปะรด) มาพัฒนาเป็น ไบโอพลาสติก (Bioplastics) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “ดร.ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความร่วมมือผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกัน โดยมีแผนงานสำคัญ ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง การนำเครื่องจักรต้นแบบมาทดลองใช้งานจริงใน DIPROM Center เพื่อหาแนวทางปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตของไทย ไปสู่ยุค “เกษตรอุตสาหกรรม” ที่ทันสมัย และ “นวัตกรรมการแพทย์” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเต็มตัว โดยมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตลอด Supply Chainด้วยการนำเครื่องจักร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ(Robotics and Automation) รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นและเครือข่ายพันธมิตรของดีพร้อม มาช่วยยกระดับวัตถุดิบต้นน้ำในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เช่น ข้าว พืชหัว และผลไม้ ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้มีการหารือเรื่องการนำแนวคิด Biorefinery และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในระดับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ (Waste) จากกระบวนการผลิตให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในเชิงชีวภาพ และการลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดย “ดีพร้อม” สามารถดำเนินการผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง รวมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จังหวัดลำปาง และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ผ่านการถอดบทเรียน “ชิซูโอกะโมเดล” ซึ่งจะเป็นการจุดประกายความรู้และการทดสอบเครื่องจักรต้นแบบ (Recalibration) ให้เหมาะสมกับพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย “การได้มีโอกาสเยี่ยมชมบริษัทฯ ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยี 3D และเครื่องจักรสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการนำไปต่อยอดความร่วมมือในอนาคตต่อไป” จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวทิ้งท้าย
26 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และผ่านออนไลน์ระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ มีการรายงานผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และ ผลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่ง “ดีพร้อม” ได้ขับเคลื่อนและดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ได้ครบถ้วนตามตัวชี้วัดเป็นไปตามมาตรฐาน การบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ผ่านเกณฑ์ การประเมินศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับโล่รางวัลระดับทองแดง ตามเกณฑ์การประเมินผลที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและใช้ประกอบการพิจารณาการส่งผลงาน เข้าประกวดศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นระดับเงินต่อไป ทั้งนี้ คณะทำงานได้มีมติเห็นชอบการเพิ่ม ช่องทางการให้บริการข้อมูลข่าวสารอีก 1 ช่องทาง ได้แก่ Line OA: Dipromlibraryhub เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสงค์ติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสารจากดีพร้อม รวมถึงมอบหมายให้มีการจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้นต่อไป
23 ม.ค. 2026
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้การต้อนรับ Dr. KATO Tomohiko Chief Representative ผู้แทนจากองค์การพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพลังงานใหม่แห่งประเทศญี่ปุ่น (New Energy and Industrial Technology Development Organization: NEDO) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างดีพร้อม และ NEDO ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการหารือครั้งนี้ “รองอธิบดีดุสิต” ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของดีพร้อม ในปี 2569 ภายใต้นโยบาย “DIPROM Flexi” ที่ต้องการให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้วิสาหกิจไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกันถึงการขยายฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Driven Vehicle: xEV) อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ และอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือโครงการความร่วมมือใหม่ที่ดำเนินการในรูปแบบรายโครงการ (Project-based MOU/LOI) ซึ่งจะช่วยให้กลไกความร่วมมือมีความรวดเร็วสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Dr. KATO Tomohiko กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี NEDO ได้มีการดำเนินโครงการสาธิต ในประเทศไทย มากกว่า 30 โครงการ เพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านกองทุนนวัตกรรมสีเขียวและการสนับสนุน Startup/SMEs พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าประเทศไทย คือ พันธมิตรที่สำคัญที่สุด ในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
23 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการการดำเนินงาน "โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)" พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการเร่งด่วน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ซึ่งเป็นโครงการที่เร่งดำเนินการเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ขาดสภาพคล่อง และสูญเสียโอกาสทางการค้า ดีพร้อม จะดำเนินการผ่านกลไกเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาในหลากหลายสาขาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกลไกที่สามารถให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีระบบ รวดเร็ว โดยมีการส่งต่อบริการไปยังหน่วยร่วมและเครือข่ายบริการอื่นๆ ภายใต้ดีพร้อมได้อย่างตรงจุด โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนกว่า 800 ราย ผ่านการดำเนินการเป็น 4 ระยะ คือ (1) คัดกรองสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินระดับความเสียหายของสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการตามความเร่งด่วนและประเภทของปัญหานำไปสู่ (2) การวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในสถานประกอบการ โดยการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่โรงงานหรือสถานประกอบการ เพื่อแก้ไขปัญหาการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน การจัดการสต็อกสินค้าในภาวะวิกฤต และการวางแผนธุรกิจใหม่เพื่อให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมการเสริมแกร่ง องค์ความรู้ ช่องทางตลาด Digital Marketing ด้านการเงิน และการเชื่อมโยงตลาด (3) เจรจาการค้า ผ่านการจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าใหม่ ๆ และการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางการกระจายสินค้าที่ยั่งยืนและมั่นคง และ (4) พัฒนานักวินิจฉัยกว่า 360 คน ได้แก่ กลุ่ม A : นักวินิจฉัยที่มีองค์ความรู้ สามารถให้บริการได้ เพื่อทบทวนพื้นฐานการวินิจฉัยสถานประกอบการ การใช้เครื่องมือการวินิจฉัยสถานประกอบการภายใต้โครงการ รวมถึงแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการ และ กลุ่ม B : ที่ปรึกษาที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวินิจฉัย หรือเจ้าหน้าที่ดีพร้อม โดยดีพร้อม คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 840 ล้านบาท
23 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นางสาวณฐิณี สงกุมาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน นางสาวสาวิตรี เพ็งผาสุก ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบราชการ 1 (สำนักงาน ก.พ.) และคณะ ในโอกาสร่วมประชุมหารือการจัดทำ (ร่าง) คำชี้แจงการแบ่งส่วนราชการภายในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือแผนการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการตามมติ ก.พ.ร. และคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดตั้งหน่วยงานระดับกองขึ้นใหม่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ “กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม (กอ.กสอ.)“ และ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ศว.กสอ.)” ภายใต้กรอบอัตรากำลังเดิมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและแก้ปัญหาการติดหล่มรายได้ปานกลางของประเทศ และเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ (Single Agency) ในการขับเคลื่อนภารกิจเฉพาะด้าน ดังนี้ (1) กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม หรือ กอ.กสอ. มีภารกิจมุ่งเน้นการยกระดับเกษตรกรสู่ "นักธุรกิจเกษตร" ตั้งแต่ "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ" โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) และสารสกัดมูลค่าสูง (Nutraceuticals) พร้อมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกษตรครอบคลุมทั้ง Value Chain ซึ่งโครงสร้างใหม่จะทำให้การมอบหมาย สั่งการและการตัดสินใจมีความรวดเร็วและเป็นเอกภาพมากขึ้น (Specialization) เพื่อให้ผลลัพธ์ (Output) และตัวชี้วัดมีความชัดเจน เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้สูงสุด เน้นการทำงานเชิงรุกผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐเกิดความคุ้มค่า และผลักดันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้เติบโตอย่างยั่งยืน (2) ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ ศว.กสอ. มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทดสอบและพัฒนาวัสดุ (Lab Scale) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ถูก Disrupt เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และวัสดุจากชีวภาพ (Bio-based Materials) โดยใช้จังหวัดลำปางเป็นศูนย์กลาง (Lampang Bio-Hub) เชื่อมโยงฐานทรัพยากรท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่เน้นอุตสาหกรรมวัสดุ (Materials Industry) ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation): เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากร/แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) มาเป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้มข้น (Technology Intensive) และการยกระดับครั้งนี้เพื่อรองรับการเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัสดุแห่งอนาคต ที่เน้นนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ “การปรับโครงสร้างดีพร้อมในครั้งนี้ จะทำให้มีความ "คล่องตัว (Agility)" และ "ยืดหยุ่น (Resilience)" มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้ SME ไทยอยู่รอด สามารถปรับตัว รู้เท่าทันกับกระแสโลก อาทิ ภัยสงคราม ทุนเทา ภัยธรรมชาติอันเกิดจากสภาวะโลกร้อน ด้วยการนำแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) มาขับเคลื่อนและสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการไทยเพื่อดำเนินธุรกิจควบคู่กับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดนี้ จะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลกในระยะยาว” อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
19 ม.ค. 2026
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ (DIPROM SkillUp) ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นางอรพิน อุดมธนะธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 โรงแรม เดอะ บาซาร์ โฮเทล ถนนรัชดาภิเษก กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นสร้างกรอบความคิด เพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ธุรกิจในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะและองค์ความรู้เฉพาะด้าน (Hard Skills) อาทิ เทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และข้อมูลธุรกิจ รวมถึงทักษะทางสังคม (Soft Skills) อาทิ การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการนำเสนอ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจสมัยใหม่ที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูล ความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความตื่นรู้สามารถปรับ กำหนดบทบาท และมีความรู้เชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปบริหารจัดการธุรกิจให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของโลก สำหรับกิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 140 คน โดยมีการบรรยายใน 4 หัวข้อ ดังนี้ 1. “คิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกใหม่ให้ธุรกิจ” เน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สู่สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดย นายตรีชิต เมธารัตนโชติ Co-Founder & CEO บริษัท มีผักดี จำกัด (Veget Deli) 2.”คิดอย่างนักกลยุทธ์ มองอย่างผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต” การแบ่งปันหลักคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อการวางแผนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth 3. “กลยุทธ์พิชิตยอดขายทะลุเป้า” การถ่ายทอดกลยุทธ์ตลาดออนไลน์และการขายยุคใหม่นำไปสู่อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย นายธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และ 4. “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนธุรกิจด้วย AI” การเรียนรู้เครื่องมือ AI ที่จำเป็นสำหรับ SME และเทคนิคการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดย นายธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ Founder & CEO Solution Impact “กิจกรรมในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักและยกระดับความคิดเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยการได้รับฟังแนวคิดจากท่านวิทยากรผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นตัวจริงในแวดวงธุรกิจ จะเป็นการช่วยกำหนดทิศทางและสร้างกรอบความคิดให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด อยู่ได้ และอยู่เป็น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผกผันในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับนโยบาย “DIPROM FLEXI – ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งเน้นการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตจากภายในอย่างยั่งยืน“ อธิบดีณัฏฐิญา กล่าว
19 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งนายโสภณ ชารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุมครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการฯ และผู้ร่วมประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้นำเสนอถึงประเด็นมาตรฐานของไทยว่าควรได้รับการยอมรับในระดับสากล และเห็นควรให้มีการผลักดันข้อตกลงการยอมรับร่วม (MRA) เพื่อแก้ปัญหาการปฏิเสธสินค้าสมุนไพรไทยในบางประเทศ แม้จะผ่านมาตรฐานภายในประเทศแล้วก็ตาม เพื่อให้สินค้าไทยสามารถส่งออกได้ ในส่วนของรายงานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the year ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล และกระชายดำ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยขมิ้นชันมีมูลค่าคาดการณ์ในปี 2569 สูงถึง 799 ล้านบาท ทั้งนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการนำเข้าขมิ้นชันที่มีปริมาณสูงในปัจจุบัน โดยนำเสนอให้มีการส่งเสริมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำผ่านระบบการปลูกที่ผูกพัน และการบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปลูกที่เพียงพอต่อความต้องการและสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการจัดทำ (ร่าง) แผนบูรณาการนำสมุนไพรสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. 2571 และความคืบหน้าการกำหนดรหัสสถิติ สำหรับสมุนไพร เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลการค้าที่เป็นระบบ พร้อมกันนี้ยังได้สรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งพบว่ามีรายการยาจากสมุนไพรเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติแล้วกว่า 131 รายการ และมีการสั่งใช้ยาสมุนไพรในระบบสาธารณสุขสูงถึง 22.55 ล้านครั้ง สะท้อนถึงความสำเร็จในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดูแลสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เนินการยกระดับผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร SMEs ผ่านโครงการ "OPOAI – C Next Steps" ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบหลักจากสมุนไพรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 48.60 และในส่วนของดีพร้อม ได้มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่านการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และมียอดขายขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13 รวมถึงดำเนินกิจกรรมยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรเข้าสู่มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 70 กิจการ ได้มีความรู้ ความเข้าใจในการยื่นรับรองมาตรฐาน GMP นำไปสู่การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในอนาคต
19 ม.ค. 2026
“ดีพร้อม” ปั้นทัพข้าราชการยุคใหม่! ชูหลักสูตร General Program for DIPROM Officers-GP ติดอาวุธทักษะเชิงลึก พร้อมส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เติบโต
“ดีพร้อม” ปั้นทัพข้าราชการยุคใหม่! ชูหลักสูตร General Program for DIPROM Officers-GP ติดอาวุธทักษะเชิงลึก พร้อมส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เติบโต
กรุงเทพฯ 9 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรให้กับข้าราชการรุ่นใหม่ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม” (General Program for DIPROM Officers-GP) พร้อมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะเจ้าหน้าที่ (DIPROM) ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) โครงการฝึกอบรม "ความรู้พื้นฐานเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม" มุ่งเน้นการฝึกฝนให้ข้าราชการใหม่ได้ใช้องค์ความรู้ และเรียนรู้การใช้เครื่องมือทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาธุรกิจและเรียนรู้การทำงานแบบมืออาชีพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้เติบโต โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยผู้เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของการเป็นนักส่งเสริม การเชื่อมโยงภารกิจและการส่งต่อบริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้และการ Workshop เพื่อสามารถนำไปช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ของตน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล “บุคลากรของดีพร้อมยุคใหม่ ต้องไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่จะต้องเป็นนักส่งเสริมที่เข้าใจสถานการณ์และสภาพปัญหาของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ สามารถวิเคราะห์ปัญหาของผู้ประกอบการได้อย่างแม่นยำ เพื่อส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์และสร้างความเข้มแข็งในภาคธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้ในโลกยุคใหม่อย่างมั่นคง โดยทุกคนนั้นจะเป็นกำลังสำคัญของทีมดีพร้อมต่อไปในอนาคต” อธิบดีณัฏฐิญากล่าว
13 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบนโยบายขุนพลดีพร้อม วางแผนการทำงานปี 69 เน้นสู่องค์กรความเป็นสมาร์ทภาครัฐ พร้อมกำชับเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย
“อธิบดีณัฏฐิญา” มอบนโยบายขุนพลดีพร้อม วางแผนการทำงานปี 69 เน้นสู่องค์กรความเป็นสมาร์ทภาครัฐ พร้อมกำชับเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 7 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting การประชุมดังกล่าว มีการรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2568) โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” เน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติเร่งรัดการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานและการให้บริการผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ผลการใช้จ่ายงบประมาณและการดำเนินงานในภาพรวมของปี 2569 จะเป็นตัวสะท้อนและเชื่อมโยงในการขอรับจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2570 ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ดังนี้ (1) คำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (2) ผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ ประจำปีบัญชี 2569 ณ ไตรมาสที่ 1 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568) (3) การพัฒนาและให้บริการระบบสารสนเทศกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ระบบ GDCC e-Office ระบบ DIPROM SME Self Assessment และระบบ Consult Self Declaration) (4) การดำเนินโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์อาหาร (5) การดำเนินกิจกรรมสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (6) โครงการการส่งเสริมการรวมกลุ่มรองรับนิคม SME (7) แนวทางการดำเนินงานสตาร์ทอัพ (Startup) ประจำปี 2569 และ (8) การดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ประจำปี 2569 “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โดยเน้นการขับเคลื่อนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและดิจิทัล และความคิดสร้างสรรค์เพื่อรองรับอุตสาหกรรม 5.0 นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะดวก ประหยัด และลดต้นทุนของวัสดุในการปฏิบัติงาน รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ไฟฟ้า รวมถึงการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการปฏิงานให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่องค์กรที่มีความสมาร์ทในอนาคต และในโอกาสนี้ อธิบดีณัฏฐิญา ได้กล่าวชื่นชมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของดีพร้อมด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย (1) การขับเคลื่อนผู้ประกอบการและบูณาการความร่วมมือผ่านโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ในเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ (2) ความภาคภูมิใจจากรางวัลต่าง ๆ ได้แก่ 2.1) รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ในระดับกรม ด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs 2.2) รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด” หมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ 2.3) รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริม การจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2568 (ประเภทจ้างงานเกินกว่ากว่ากฎหมายกำหนด) และ 2.4) รางวัลศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ปี 2566 – 2668) อีกด้วย
13 ม.ค. 2026