โทรศัพท์ 1358
“ดีพร้อม” ผนึกกำลัง “จังหวัดชิมาเนะ” สานต่อความร่วมมือยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
“ดีพร้อม” ผนึกกำลัง “จังหวัดชิมาเนะ” สานต่อความร่วมมือยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 21 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญาเนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Open House จับคู่เจรจาธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้ธีม “Made In SHIMANE - Environmentally friendly technologies services & products” โดยมี นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นายอิชิบาชิ มัทสึโระ อธิบดีกรมพาณิชย์ อุตสาหกรรม และแรงงาน จังหวัดชิมาเนะ นายนากาอิ ทัตสึยะ ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนการขยายตลาดในต่างประเทศ กองส่งเสริมแบรนด์จังหวัดชิมาเนะ นายนางาซากิ ฮิโรอากิ เจ้าหน้าที่อาวุโสสำนักงานสนับสนุน การขยายตลาดในต่างประเทศ กองส่งเสริมแบรนด์จังหวัดชิมาเนะ นายทาชิโระ จุนยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเจโทรจังหวัดชิมาเนะ นายภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนัก Knowledge Xchange (KX) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ลาน X-CITE SPACE ชั้น 17 อาคาร KX มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ได้มีเวทีในการพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างกัน ซึ่งทางจังหวัดชิมาเนะได้มีการออกบูทจัดแสดงเทคโนโลยี สินค้านวัตกรรม ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบแยกของแข็ง-ของเหลว (KDS Separator) ในอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียทางโรงงานอุตสาหกรรมและตะกอนของเสียในปศุสัตว์ เทคโนโลยีการเติมอากาศสำหรับการทำปุ๋ยหมักคุณภาพสูง เครื่องกำจัดกลิ่นชีวภาพแบบไม่ต้องใช้วัสดุกรอง การผลิตผงถ่านบริสุทธิ์ (Bio-powdered Charcoal) ด้วยเตาเผาถ่านแบบสระน้ำ Yamasen ที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ รองรับ การแปรรูปชีวมวลทุกชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอข้อมูลทางภูมิศาสตร์ สถิติประชากร การเดินทางและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงอุตสาหกรรมหลักของจังหวัดชิมาเนะ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เช่น สาเก ชาโซบะ (Izumo Soba) อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปเหล็กกล้าระดับโลก และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภาษาโปรแกรมมิ่ง“Ruby” ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งผลักดันให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ในการนี้ ได้มีการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจและการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน โดย “รองอธิบดีดุสิตฯ”กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ยินดีที่จะให้การสนับสนุนในประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งทาง “ดีพร้อม” และจังหวัดชิมาเนะ ได้มีการทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน (MoU)อยู่แล้ว โดยมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คือ กลุ่มเกษตรแปรรูป ซึ่งในส่วนของ “ดีพร้อม” ได้ให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรตลอดทั้ง Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ยกระดับจากการทำเกษตรแบบเก่า ไปสู่ “เกษตรอุตสาหกรรม” พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะให้ทางจังหวัดชิมาเนะ คัดเลือกและนำเสนอเทคโนโลยีในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของ “ดีพร้อม” มากยิ่งขึ้น หรือควรเน้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในจังหวัดชิมาเนะ เช่น เหล็ก Specialty หรือเหล็กพื้นฐาน โดยความร่วมมืออันดีของทั้งสองประเทศจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากร ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป
26 ม.ค. 2026
“รัฐมนตรีธนกรฯ” ชื่นชม “ดีพร้อม” คิกออฟ “GMT” สร้างมาตรฐานการผลิตที่ดีของประเทศ นำร่องเอสเอ็มอีไทย รับมือกติกาการค้าโลกใหม่ ใช้กลไก “Local Content” เพิ่มสาระสำคัญของการประกอบการไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“รัฐมนตรีธนกรฯ” ชื่นชม “ดีพร้อม” คิกออฟ “GMT” สร้างมาตรฐานการผลิตที่ดีของประเทศ นำร่องเอสเอ็มอีไทย รับมือกติกาการค้าโลกใหม่ ใช้กลไก “Local Content” เพิ่มสาระสำคัญของการประกอบการไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 22 มกราคม 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดตัว “โครงการมาตรฐานการรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs)” ร่วมด้วย นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวจิรัฐติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี “รวอ.ธนกร” เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโลกและมาตรการทางการค้าที่เข้มงวด ซึ่งมีการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านแหล่งกำเนิดสินค้า ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ความสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างและเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการผลิต โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับศักยภาพพร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาระบบการผลิต ผ่านโครงการมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของภาคการผลิตไทย ลดความเสี่ยงที่ SMEs ไทยจะถูกกีดกันทางการค้า และสามารถต่อยอดสู่มาตรฐานสากลในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดการสูญเสีย เพิ่มโอกาสทางการตลาด และคาดว่าจะขยายผลไปยัง SMEs ภาคการส่งออกในระยะกลาง อันจะช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมไทยได้มากยิ่งขึ้น ด้าน “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม เร่งเดินหน้า “โครงการมาตรฐานการรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs)” ตามนโยบาย MIND as One ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีมเดียวกันและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่ง ดีพร้อม จับมือกับ “สถาบันรับรองมาตรฐาน ISO” ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 14 หน่วยงาน ในการผลักดันและสร้างมาตรฐาน GMT SMEs สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพื่อยกระดับคุณภาพ กระบวนการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการผลิต มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีหลักเกณฑ์การประเมิน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดการคุณภาพของผลิตภัณฑ์และควบคุมกระบวนการผลิต 2) ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส 3) ความรับผิดชอบต่อสังคมและแรงงาน 4) การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ และ 5) การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Made by Thais) ช่วงเริ่มต้น “ดีพร้อม” ได้ร่วมมือกับ “สถาบันรับรองมาตรฐาน ISO” เพื่อจัดทำเกณฑ์มาตรฐานและเกณฑ์การรับรอง GMT SMEs ที่เหมาะสม พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำแก่สถานประกอบการที่มีการผลิตที่ดี และในระยะต่อไปจะขยายผลโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อดำเนินการตามกลไลการจัดตั้งมาตรฐาน พร้อมกระจายไปยังภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านการร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) ผ่านอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้แพลตฟอร์ม i-Auditor และ i-Industry รวมถึงขยายผลไปยังโรงงานอุตสาหกรรมอีกกว่า 70,000 โรงงานทั่วประเทศ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จะสามารถพัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่สูงขึ้น และเชื่อมโยงไปยังสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย “ดีพร้อม” จะสนับสนุนเชื่อมโยงในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งเงินทุนหมุนเวียนดีพร้อมเปย์ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และ SME D-Bank ทั้งนี้ ดีพร้อม เชื่อมั่นว่าโครงการ GMT SMEs จะเป็นกลไกในการยกระดับสินค้า Made by Thais อันจะสะท้อนถึงคุณภาพ ความโปร่งใส และคุณค่าที่เกิดขึ้นจากภาคการผลิตของคนไทยอย่างแท้จริง โดยจะเป็น “มาตรฐานส่งเสริม” ไม่ใช่ “มาตรฐานควบคุม” ซึ่งมีความยืดหยุ่น สามารถรองรับความหลากหลายของธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต
26 ม.ค. 2026
"ดีพร้อม" ร่วมยินดีครบรอบ 134 ปี ทรัพยากรธรณี
"ดีพร้อม" ร่วมยินดีครบรอบ 134 ปี ทรัพยากรธรณี
กรุงเทพฯ 23 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทรัพยากรธรณี ครบรอบ 134 ปี ณ อาคารกรมทรัพยากรธรณี ชั้น 1
26 ม.ค. 2026
“จ่าเอก ยศสิงห์” นำทีม “ปลัดณัฐพล” และ “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือจับมือ วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) ยกระดับ “เกษตรอุตสาหกรรม”พร้อมชูโมเดลชิซูโอกะ ปั้นอุตสาหกรรม S-Curve
“จ่าเอก ยศสิงห์” นำทีม “ปลัดณัฐพล” และ “อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมหารือจับมือ วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) ยกระดับ “เกษตรอุตสาหกรรม”พร้อมชูโมเดลชิซูโอกะ ปั้นอุตสาหกรรม S-Curve
จ. ฉะเชิงเทรา 20 มกราคม 2569 - จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในการเยี่ยมชมบริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายเรียวตะ นาคามูระ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD Industrial Estate) อำเภอบางปะกง บริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในเครือ นาคามูระ คิโคะ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก และจัดจำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ การฉีดขึ้นรูปด้วยเรซิ่น อุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรม (Jig) ที่ช่วยประหยัดพลังงาน โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย และในการเยี่ยมชมครั้งนี้ นายเรียวตะ นาคามูระ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ได้ให้การต้อนรับพร้อมนำชมเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรด้วยเครื่องจักรที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้น เช่น เครื่อง Screw Press ที่สามารถสกัดน้ำสับปะรดพร้อมแยกกากได้ในครั้งเดียวโดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีด (Nozzle) และตะแกรงกรองกากที่ถูกออกแบบมาพิเศษ เครื่อง Spray Dried ที่มีเทคโนโลยีหัวพ่นความละเอียดสูงคล้ายไอน้ำ ซึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าของวัตถุดิบจากกระบวนการแปรรูปที่ใช้ความร้อนสูง เป็นต้น พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดการลดของเสียในกระบวนการผลิต หรือ ECO FEED: Recycle Food Waste into Feed โดยการนำเศษอาหารที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาทำการคัดแยกและแปรรูปด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษวัตถุดิบทางการเกษตร หรือของเสียจากกระบวนการแปรรูปอาหาร (ตัวอย่างเช่น กากสับปะรด) มาพัฒนาเป็น ไบโอพลาสติก (Bioplastics) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “ดร.ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความร่วมมือผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกัน โดยมีแผนงานสำคัญ ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง การนำเครื่องจักรต้นแบบมาทดลองใช้งานจริงใน DIPROM Center เพื่อหาแนวทางปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตของไทย ไปสู่ยุค “เกษตรอุตสาหกรรม” ที่ทันสมัย และ “นวัตกรรมการแพทย์” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเต็มตัว โดยมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตลอด Supply Chainด้วยการนำเครื่องจักร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ(Robotics and Automation) รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นและเครือข่ายพันธมิตรของดีพร้อม มาช่วยยกระดับวัตถุดิบต้นน้ำในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เช่น ข้าว พืชหัว และผลไม้ ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้มีการหารือเรื่องการนำแนวคิด Biorefinery และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในระดับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ (Waste) จากกระบวนการผลิตให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในเชิงชีวภาพ และการลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดย “ดีพร้อม” สามารถดำเนินการผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง รวมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จังหวัดลำปาง และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ผ่านการถอดบทเรียน “ชิซูโอกะโมเดล” ซึ่งจะเป็นการจุดประกายความรู้และการทดสอบเครื่องจักรต้นแบบ (Recalibration) ให้เหมาะสมกับพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย “การได้มีโอกาสเยี่ยมชมบริษัทฯ ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยี 3D และเครื่องจักรสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการนำไปต่อยอดความร่วมมือในอนาคตต่อไป” จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวทิ้งท้าย
26 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
“อธิบดีณัฏฐิญา” นำทีม ประชุม คกก. ข้อมูลข่าวสารฯ วางแผนขับเคลื่อน “ดีพร้อม” เตรียมคว้า “รางวัลโดดเด่น” อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และผ่านออนไลน์ระบบ Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ มีการรายงานผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และ ผลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่ง “ดีพร้อม” ได้ขับเคลื่อนและดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ได้ครบถ้วนตามตัวชี้วัดเป็นไปตามมาตรฐาน การบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ผ่านเกณฑ์ การประเมินศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับโล่รางวัลระดับทองแดง ตามเกณฑ์การประเมินผลที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและใช้ประกอบการพิจารณาการส่งผลงาน เข้าประกวดศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นระดับเงินต่อไป ทั้งนี้ คณะทำงานได้มีมติเห็นชอบการเพิ่ม ช่องทางการให้บริการข้อมูลข่าวสารอีก 1 ช่องทาง ได้แก่ Line OA: Dipromlibraryhub เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสงค์ติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสารจากดีพร้อม รวมถึงมอบหมายให้มีการจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้นต่อไป
23 ม.ค. 2026
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
“ดีพร้อม” เปิดบ้านต้อนรับ NEDO พร้อมจับมือ ผนึกกำลัง มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูไทยเป็นพันธมิตรเบอร์หนึ่งอาเซียน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้การต้อนรับ Dr. KATO Tomohiko Chief Representative ผู้แทนจากองค์การพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพลังงานใหม่แห่งประเทศญี่ปุ่น (New Energy and Industrial Technology Development Organization: NEDO) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างดีพร้อม และ NEDO ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการหารือครั้งนี้ “รองอธิบดีดุสิต” ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของดีพร้อม ในปี 2569 ภายใต้นโยบาย “DIPROM Flexi” ที่ต้องการให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้วิสาหกิจไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกันถึงการขยายฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Driven Vehicle: xEV) อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ และอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือโครงการความร่วมมือใหม่ที่ดำเนินการในรูปแบบรายโครงการ (Project-based MOU/LOI) ซึ่งจะช่วยให้กลไกความร่วมมือมีความรวดเร็วสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Dr. KATO Tomohiko กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี NEDO ได้มีการดำเนินโครงการสาธิต ในประเทศไทย มากกว่า 30 โครงการ เพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านกองทุนนวัตกรรมสีเขียวและการสนับสนุน Startup/SMEs พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าประเทศไทย คือ พันธมิตรที่สำคัญที่สุด ในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
23 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” วางแผนระดมทีมฟื้นเศรษฐกิจไทยโตได้กว่า 840 ล้าน หนุนทัพส่งนักวินิจฉัยลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรม เสริมแกร่งรายเล็ก เชื่อมต่อบริการในเครือข่ายดีพร้อม ยกระดับเอสเอ็มอีให้แข็งแรงและโตไวอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 19 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการการดำเนินงาน "โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)" พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการเร่งด่วน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ซึ่งเป็นโครงการที่เร่งดำเนินการเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ขาดสภาพคล่อง และสูญเสียโอกาสทางการค้า ดีพร้อม จะดำเนินการผ่านกลไกเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาในหลากหลายสาขาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกลไกที่สามารถให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีระบบ รวดเร็ว โดยมีการส่งต่อบริการไปยังหน่วยร่วมและเครือข่ายบริการอื่นๆ ภายใต้ดีพร้อมได้อย่างตรงจุด โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนกว่า 800 ราย ผ่านการดำเนินการเป็น 4 ระยะ คือ (1) คัดกรองสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินระดับความเสียหายของสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการตามความเร่งด่วนและประเภทของปัญหานำไปสู่ (2) การวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในสถานประกอบการ โดยการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่โรงงานหรือสถานประกอบการ เพื่อแก้ไขปัญหาการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน การจัดการสต็อกสินค้าในภาวะวิกฤต และการวางแผนธุรกิจใหม่เพื่อให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมการเสริมแกร่ง องค์ความรู้ ช่องทางตลาด Digital Marketing ด้านการเงิน และการเชื่อมโยงตลาด (3) เจรจาการค้า ผ่านการจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าใหม่ ๆ และการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางการกระจายสินค้าที่ยั่งยืนและมั่นคง และ (4) พัฒนานักวินิจฉัยกว่า 360 คน ได้แก่ กลุ่ม A : นักวินิจฉัยที่มีองค์ความรู้ สามารถให้บริการได้ เพื่อทบทวนพื้นฐานการวินิจฉัยสถานประกอบการ การใช้เครื่องมือการวินิจฉัยสถานประกอบการภายใต้โครงการ รวมถึงแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการ และ กลุ่ม B : ที่ปรึกษาที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวินิจฉัย หรือเจ้าหน้าที่ดีพร้อม โดยดีพร้อม คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 840 ล้านบาท
23 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ประชุมหารือร่วม กพร. และ กพ. เดินหน้าปรับโครงสร้างดีพร้อมจัดตั้ง 2 หน่วยงานใหม่ ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2568 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นางสาวณฐิณี สงกุมาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน นางสาวสาวิตรี เพ็งผาสุก ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบราชการ 1 (สำนักงาน ก.พ.) และคณะ ในโอกาสร่วมประชุมหารือการจัดทำ (ร่าง) คำชี้แจงการแบ่งส่วนราชการภายในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือแผนการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการตามมติ ก.พ.ร. และคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดตั้งหน่วยงานระดับกองขึ้นใหม่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ “กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม (กอ.กสอ.)“ และ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ศว.กสอ.)” ภายใต้กรอบอัตรากำลังเดิมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและแก้ปัญหาการติดหล่มรายได้ปานกลางของประเทศ และเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ (Single Agency) ในการขับเคลื่อนภารกิจเฉพาะด้าน ดังนี้ (1) กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม หรือ กอ.กสอ. มีภารกิจมุ่งเน้นการยกระดับเกษตรกรสู่ "นักธุรกิจเกษตร" ตั้งแต่ "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ" โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) และสารสกัดมูลค่าสูง (Nutraceuticals) พร้อมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกษตรครอบคลุมทั้ง Value Chain ซึ่งโครงสร้างใหม่จะทำให้การมอบหมาย สั่งการและการตัดสินใจมีความรวดเร็วและเป็นเอกภาพมากขึ้น (Specialization) เพื่อให้ผลลัพธ์ (Output) และตัวชี้วัดมีความชัดเจน เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้สูงสุด เน้นการทำงานเชิงรุกผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐเกิดความคุ้มค่า และผลักดันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้เติบโตอย่างยั่งยืน (2) ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ ศว.กสอ. มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทดสอบและพัฒนาวัสดุ (Lab Scale) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ถูก Disrupt เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และวัสดุจากชีวภาพ (Bio-based Materials) โดยใช้จังหวัดลำปางเป็นศูนย์กลาง (Lampang Bio-Hub) เชื่อมโยงฐานทรัพยากรท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่เน้นอุตสาหกรรมวัสดุ (Materials Industry) ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation): เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากร/แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) มาเป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้มข้น (Technology Intensive) และการยกระดับครั้งนี้เพื่อรองรับการเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัสดุแห่งอนาคต ที่เน้นนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ “การปรับโครงสร้างดีพร้อมในครั้งนี้ จะทำให้มีความ "คล่องตัว (Agility)" และ "ยืดหยุ่น (Resilience)" มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้ SME ไทยอยู่รอด สามารถปรับตัว รู้เท่าทันกับกระแสโลก อาทิ ภัยสงคราม ทุนเทา ภัยธรรมชาติอันเกิดจากสภาวะโลกร้อน ด้วยการนำแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) มาขับเคลื่อนและสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการไทยเพื่อดำเนินธุรกิจควบคู่กับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดนี้ จะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลกในระยะยาว” อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
19 ม.ค. 2026
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าติดอาวุธ DIPROM SkillUp กระตุ้นสร้างกรอบความคิดกำหนดทิศทางยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
กรุงเทพฯ 13 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ (DIPROM SkillUp) ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม นางอรพิน อุดมธนะธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 โรงแรม เดอะ บาซาร์ โฮเทล ถนนรัชดาภิเษก กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นสร้างกรอบความคิด เพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ธุรกิจในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะและองค์ความรู้เฉพาะด้าน (Hard Skills) อาทิ เทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และข้อมูลธุรกิจ รวมถึงทักษะทางสังคม (Soft Skills) อาทิ การคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการนำเสนอ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจสมัยใหม่ที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูล ความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความตื่นรู้สามารถปรับ กำหนดบทบาท และมีความรู้เชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปบริหารจัดการธุรกิจให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของโลก สำหรับกิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 140 คน โดยมีการบรรยายใน 4 หัวข้อ ดังนี้ 1. “คิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกใหม่ให้ธุรกิจ” เน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สู่สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดย นายตรีชิต เมธารัตนโชติ Co-Founder & CEO บริษัท มีผักดี จำกัด (Veget Deli) 2.”คิดอย่างนักกลยุทธ์ มองอย่างผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต” การแบ่งปันหลักคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อการวางแผนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ดำเนินรายการ Morning Wealth 3. “กลยุทธ์พิชิตยอดขายทะลุเป้า” การถ่ายทอดกลยุทธ์ตลาดออนไลน์และการขายยุคใหม่นำไปสู่อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย นายธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และ 4. “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนธุรกิจด้วย AI” การเรียนรู้เครื่องมือ AI ที่จำเป็นสำหรับ SME และเทคนิคการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดย นายธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ Founder & CEO Solution Impact “กิจกรรมในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักและยกระดับความคิดเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยการได้รับฟังแนวคิดจากท่านวิทยากรผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นตัวจริงในแวดวงธุรกิจ จะเป็นการช่วยกำหนดทิศทางและสร้างกรอบความคิดให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด อยู่ได้ และอยู่เป็น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผกผันในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับนโยบาย “DIPROM FLEXI – ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ที่มุ่งเน้นการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตจากภายในอย่างยั่งยืน“ อธิบดีณัฏฐิญา กล่าว
19 ม.ค. 2026
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“อธิบดีณัฏฐิญา” ร่วมประชุมบอร์ดสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมร่วมขับเคลื่อนสมุนไพรไทย ให้เติบโตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งนายโสภณ ชารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุมครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการฯ และผู้ร่วมประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้นำเสนอถึงประเด็นมาตรฐานของไทยว่าควรได้รับการยอมรับในระดับสากล และเห็นควรให้มีการผลักดันข้อตกลงการยอมรับร่วม (MRA) เพื่อแก้ปัญหาการปฏิเสธสินค้าสมุนไพรไทยในบางประเทศ แม้จะผ่านมาตรฐานภายในประเทศแล้วก็ตาม เพื่อให้สินค้าไทยสามารถส่งออกได้ ในส่วนของรายงานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the year ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล และกระชายดำ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยขมิ้นชันมีมูลค่าคาดการณ์ในปี 2569 สูงถึง 799 ล้านบาท ทั้งนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการนำเข้าขมิ้นชันที่มีปริมาณสูงในปัจจุบัน โดยนำเสนอให้มีการส่งเสริมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำผ่านระบบการปลูกที่ผูกพัน และการบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปลูกที่เพียงพอต่อความต้องการและสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการจัดทำ (ร่าง) แผนบูรณาการนำสมุนไพรสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. 2571 และความคืบหน้าการกำหนดรหัสสถิติ สำหรับสมุนไพร เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลการค้าที่เป็นระบบ พร้อมกันนี้ยังได้สรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งพบว่ามีรายการยาจากสมุนไพรเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติแล้วกว่า 131 รายการ และมีการสั่งใช้ยาสมุนไพรในระบบสาธารณสุขสูงถึง 22.55 ล้านครั้ง สะท้อนถึงความสำเร็จในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดูแลสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เนินการยกระดับผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร SMEs ผ่านโครงการ "OPOAI – C Next Steps" ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบหลักจากสมุนไพรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 48.60 และในส่วนของดีพร้อม ได้มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่านการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และมียอดขายขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13 รวมถึงดำเนินกิจกรรมยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรเข้าสู่มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 70 กิจการ ได้มีความรู้ ความเข้าใจในการยื่นรับรองมาตรฐาน GMP นำไปสู่การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในอนาคต
19 ม.ค. 2026