 |
การบริหารราชการมาแต่เดิมนั้นได้มีการประกาศตั้ง "กองอุตสาหกรรม" สังกัดอยู่กรมพาณิชย์กระทรวงเศรษฐการ ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดวางระเบียบ การสำนักงานและกรมในกระทรวงเศรษฐการ (ฉบับที่ 13) ตราไว้ ณ วันที่ 25 มกราคม 2479 |
| กองอุตสาหกรรมนี้จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสนับสนุนและค้นคว้า ควบคุม คุ้มครอง การอุตสาหกรรมต่างๆ ที่กระทำการอยู่แล้วและจะเกิดใหม่ให้ดำเนินการตามแบบแผนและวิธีการที่ดี ในขั้นแรกดำเนินการให้ความสำคัญและเน้นหนักในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมในครอบครัว เช่นการอบรมส่งเสริมการทอผ้าแบบกี่กระตุก การทำร่ม เครื่องเล่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้น เครื่องหนังและอุตสาหกรรมเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานและกรมในกระทรวงเศรษฐการ (ฉบับที่ 7) ตราไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2481 และให้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านด้านควบคุมโรงงานและส่งเสริมการเผยแพร่กิจกรรมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งบริหารร้านจำหน่ายสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศชื่อ "ร้านไทยอุตสาหกรรม" |
| ปี พ.ศ. 2484 การพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น รัฐบาลเห็นความสำคัญจึงได้ยกฐานะกองอุตสาหกรรมขึ้นเป็นกรมอุตสาหกรรม ในกระทรวงเศรษฐกิจตามพ.ร.บ ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ.2484 |
| ปี พ.ศ.2485 รัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้ประกาศพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. 2485 จัดตั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สังกัดในกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2485 โดยมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมที่จำเป็นของประเทศ |
| ปี พ.ศ. 2518 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ขยายงานบริการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและวิชาการ ด้านการผลิตและจัดการไปสู่ภาคอุตสาหกรรมในส่วนภูมิภาคโดยจัดตั้งกองบริการอุตสาหกรรมภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2518 รวมทั้งได้ขยายงานไปสู่ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น |
| ปี พ.ศ. 2526 ดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค และได้เปลี่ยนชื่อกองบริการภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2526 และได้ขยายงานไปสู่ภาคตะวันออก ณ จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ.2532 |
| ปี พ.ศ. 2536 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเพิ่มขึ้นอีก 6 ศูนย์ ณ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร อุดรธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุราษฎร์ธานี รวมเป็นศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคในสังกัดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 11 ศูนย์เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ |
| ปีพ.ศ.2539 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ปรับปรุงบทบาทภารกิจและโครงสร้างหน่วยงาน ครั้งใหญ่ (Reengineering) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับภารกิจ โดยได้กำหนดโครงสร้างองค์กรใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2539 |
| ปีพ.ศ.2545 ได้มีการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่5) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม พ.ศ.2545 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจ และวิธีการบริการงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีวิธีการทำงานที่รวดเร็ว คล่องตัว มีการวัดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเป็นการปฏิบัติงานในรูปแบบของการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม |
| ปีพ.ศ.2550 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 เห็นชอบ แนวทางปฏิบัติในการเสนอร่างกฎหมายกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรอบใหม่ ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงการจัดและพัฒนาส่วนราชการและวิธีปฏิบัติงาน ตลอดจนระบบบุคคลให้ทันสมัยและรองรับกับยุทธศาสตร์ และคำรับรองการปฏิบัติราชการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมทั้งดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 |